“ใช่แล้ว ไม่ใช่สิ”
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ตู้เซ่าฝู่แข็งแกร่งขนาดนั้นเลยหรือ ได้ยินว่าอั้นหู่บรรลุขั้นเบิกนภาแล้วหรือว่าตู้เซ่าฝู่...”
คนของบ้านสกุลตู้หลายคนเมื่อได้ยินก็เริ่มเอะใจคิด มีหลายคนที่สีหน้าตกใจขึ้นมาทันทีใช้สองกระบวนท่าก็จัดการอั้นหู่ได้ ผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาทั่วๆ ไม่น่าจะทำได้
ในห้องหนังสือตู้เจิ้นอู่กำลังนั่งตัวตรงอยู่ เขาหันไปมองตู้เซ่าฝู่ที่กำลังเดินเข้ามาส่งสายตาบอกตู้เซ่าฝู่ให้ไปนั่งข้างๆ กล่าวว่า “เซ่าฝู่ สำหรับเรื่องเมื่อวานที่เกิดขึ้นข้าอยากได้ยินความเห็นของเจ้าหน่อย”
“เจ้าอั้นหู่พูดถากถางข้า ข้าก็เลยต่อยเขา ก็แค่นั้นเอง” ตู้เซ่าฝู่ตอบ เมื่ออยู่ต่อหน้าลุงใหญ่ เขามีท่าทางสำรวมขึ้นมาก
“เจ้าอั้นหู่ต่อยไปแล้วก็ต่อยไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรบ้านสกุลตู้ของพวกเราไม่ได้กลัวอะไรบ้านสกุลอั้น พวกเราไม่ไปรังแกคนอื่นก่อนแต่พวกเราก็ไม่มีทางยอมให้คนอื่นเอาเปรียบหรือรังแกได้ใช่หรือไม่” ตู้เจิ้นอู่มองตู้เซ่าฝู่ด้วยท่าทางเอือมระอา เขาคิดว่าสิบปีที่ผ่านมานี้ตัวเขาเองยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรหลายชายคนนี้สักเท่าไร
“ใช่ ท่านลุงใหญ่พูดถูก ต่อไปข้าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกข้าอีกแล้ว” ตู้เซ่าฝู่ยิ้มขณะตอบ
“เอาล่ะ ตรงนี้ไม่มีคนอื่นแล้ว เรื่องเมื่อวานที่เกิดขึ้นเล่ามาให้ข้าฟังหน่อย” ตู้เจิ้นอู่จ้องตู้เซ่าฝู่ สีหน้าดูเคร่งเครียดมากขึ้น
“ที่จริงข้าเองก็ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นทว่าข้ารู้สึกว่าเมื่อวานบ้านสกุลเยี่ยเพิ่งจะมาเยือนที่นี่วันนี้บ้านสกุลอั้นก็มาอีกแล้ว ให้ความรู้สึกว่าไม่ค่อยจะปกติสักเท่าไร” ตู้เซ่าฝู่ลังเลสักครู่ จากนั้นเอ่ยตอบตู้เจิ้นอู่
ตู้เจิ้นอู่แววตาดูประหลาดใจกับคำตอบบอกกับตู้เซ่าฝู่ว่า “ไหนเจ้าลองว่ามาสิ ไม่ปกติอย่างไรหรือ”
“บ้านสกุลเยี่ยดูเป็นมิตรมากเกินไป เยี่ยจื่อจินแม้อายุยังไม่มากทว่าเป็นเด็กผู้หญิงที่ดูเย่อหยิ่งและถือตัวมากช่วงนี้นางดูเป็นมิตรกับข้ามากเกินไปจนผิดปกติ ส่วนบ้านสกุลอั้นแสดงละครดูเกินพอดีบอกว่าจะมาหาเรื่อง สุดท้ายก็คือมาบ่นเสร็จแล้วก็กลับไปท่าทีแบบนี้ข้าว่าไม่ใช่ตั้งใจจะมาหาเรื่องจริงๆ หรอกแล้วก็อั้นหลงที่เจอเมื่อครู่ก็ดูไม่ใช่ย่อย ต่อให้บ้านสกุลอั้นคนอื่นๆ คิดไม่ออกแต่ข้าว่าอั้นหลงต้องคิดได้แน่ๆ แม้ข้าโจมตีอั้นหู่จนได้รับบาดเจ็บแต่ข้าถือว่าเป็นเด็กกว่าเขา บ้านสกุลอั้นยังมาหาเรื่องอย่างเอิกเกริกอีกแบบนี้เป็นการทำให้บ้านสกุลอั้นต้องเสียหน้า ทว่าพวกเขาก็ยังเลือกที่จะมาเหมือนมาเพื่อแกล้งหาเรื่อง แสดงละครตบตา”
ตู้เซ่าฝู่หยุดพูดสักครู่นัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อย พลันกล่าวกับตู้เจิ้นอู่ว่า “การกระทำผิดแปลกไปจากปกติต้องเกิดเรื่องอะไรแน่ ดังนั้น เรื่องนี้ผิดปกติจริงๆ”
เมื่อตู้เจิ้นอู่ได้ยินพูดของตู้เซ่าฝู่นัยน์ตาก็สั่นไหว เขาพยายามอดกลั้นไม่แสดงความรู้สึกประหลาดใจออกมาพูดกับตู้เซ่าฝู่ต่อไปว่า “ไม่เลวเลย ดูท่าข้ามองเจ้าไว้ต่ำไปจริงๆ ไหนลองบอกข้ามาสิทำไมเมื่อวานต้องลงไม้ลงมือ เป็นเพราะอั้นหู่ว่าเจ้าแค่นั้นเองหรือ?”
“ฮ่าๆ”
ตู้เซ่าฝู่หัวเราะเบาๆกล่าวว่า “คุณหนูบ้านสกุลเยี่ยคนนั้นเข้าหาข้ามากเกินไปข้าคงปฏิเสธนางไปตลอดก็คงดูไม่งาม ก็เลยให้ความร่วมมือด้วยแต่ก็ทำเยอะไปหน่อย”
“นางหนูคนนั้นอายุไม่มากแต่ก็ไม่ใช่ย่อยเลยนะ”
ตู้เจิ้นอู่กล่าวเบาๆจากนั้นมองไปที่ตู้เซ่าฝู่ เอ่ยถามเบาๆ ว่า “เรื่องที่เกิดไม่ใช่เรื่องธรรมดาจริงๆอย่างที่ว่า เมืองสือเฉิงเงียบสงบมานานมาก อาจจะมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงแล้วบ้านสกุลเยี่ยเป็นฝ่ายที่อดทนไม่ได้เริ่มก่อน เจ้ารู้สาเหตุหรือไม่?”
“ข้าเองก็อยากรู้” ตู้เซ่าฝู่ยังคงไม่เข้าใจเรื่องทั้งหมดจึงรู้สึกสงสัยอยากรู้มาก
ตู้เจิ้นอู่บอกกับตู้เซ่าฝู่ต่อไปว่า “เมืองสือเฉิงอยู่ติดกับเทือกเขาอสุรกายที่เทือกเขาอสุรกายมีอสูรและปีศาจมากมายอาศัยอยู่ ในนั้นมีอสูรระดับขั้นเป็นราชาที่ระดับขั้นเหนือกว่าอสูรทั่วไปอยู่ด้วยแต่ว่าไม่เคยมีอสูรร้ายที่แข็งแกร่งย่างกรายเข้ามาในเมืองสือเฉิงเลยแม้กระทั่งก่อนหน้ามีขบวนอสูรออกมาอาละวาด ก็ยังไม่มีอสูรเข้ามาในเมืองสือเฉิงเจ้ารู้สาเหตุหรือไม่?”
ตู้เซ่าฝู่ส่ายศีรษะก่อนหน้ามีขบวนอสูรเพ่นพ่านถึงสองครั้งบริเวณที่ขบวนอสูรผ่านจะถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลองแต่ก็ไม่มีอสูรตัวไหนเข้ามาในเมืองสือเฉิงจริงๆ
“เพราะเมืองสือเฉิงมีอสูรที่คอยพิทักษ์เมืองอยู่” ตู้เจิ้นอู่กล่าว เมื่อเอ่ยถึงอสูรตัวนี้ แววตาของเขาก็เปลี่ยนไป
“อสูรที่คอยพิทักษ์เมืองสือเฉิง?” ตู้เซ่าฝู่เคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก
“หลายปีมานี้ราชาอสูรทั้งหลายในเทือกเขาอสุรกายไม่กล้าเข้ามาข้างในเมืองสือเฉิงพวกผู้มีอิทธิพลที่คิดจะเอาผลประโยชน์จากเมืองสือเฉิงที่มาจากด้านนอกก็ไม่กล้าลงมือทำอะไรบุ่มบ่ามเพราะมีอสูรที่คอยพิทักษ์เมืองสือเฉิงอยู่ตนหนึ่งมันคืออสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่เป็นพญาอสูรที่ดำรงอยู่มานานแล้ว
เมื่อพูดถึงอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่คอยปกปักรักษาเมืองสือเฉิงตนนั้นนัยน์ตาของตู้เจิ้นอู่ก็เริ่มสั่นไหว เมื่อพูดถึงพญาอสูรเปรียบมันได้ดั่งมนุษย์ผู้ฝึกฌานที่เป็นยอดแห่งยอดฝีมือได้เลย ระดับขั้นนั้นสำหรับเขาถือว่าสูงส่งมากเกินไปจนตัวเขาเองไม่อาจไปถึง
“ระดับขั้นพญาอสูร!”
ตู้เซ่าฝู่แววตาสุกใสเป็นประกายระดับขั้นพญาอสูร ถือว่ามีฌานสูงไปกว่าขั้นชีพจรประสานวิญญาณเสียอีกเป็นอสูรที่แข็งแกร่งกว่าราชาพยัคฆ์กิเลนแล้วพละกำลังความสามารถของมันจะสูงถึงเพียงใดล่ะในเมืองสือเฉิงมีสิ่งที่แข็งแกร่งขนาดนั้นอยู่ด้วยหรือ
“ตำนานเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อร้อยปีก่อนมีบรรพบุรุษท่านหนึ่งของบ้านสกุลเยี่ยบังเอิญได้เป็นผู้ช่วยเหลืออสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่ได้รับบาดเจ็บหลังจากนั้นเป็นต้นมาอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าก็อยู่กับบ้านสกุลเยี่ยมาโดยตลอดและใช้ชีวิตในบริเวณเมืองสือเฉิงมันแสดงอำนาจขู่และขับไล่อสูรทั้งหลายที่เข้ามาใกล้ชายแดนเมืองที่ติดกับเทือกเขาอสุรกายให้บ้านสกุลเยี่ยหลายยุคหลายสมัย จึงได้ประโยชน์จากมัน และได้ครอบครองเมืองสือเฉิงเป็นบ้านสกุลอันดับหนึ่ง และได้เป็นเจ้าเมืองของที่นี่” ตู้เจิ้นอู่กล่าว
“เป็นอย่างนี้นี่เอง” ตู้เซ่าฝู่พอเข้าใจความเป็นมาคร่าวๆแล้ว บ้านสกุลเยี่ยมีอสูรที่แข็งแกร่งระดับนั้นอยู่ บ้านสกุลอื่นๆจะกล้าต่อกรด้วยได้อย่างไร
ตู้เจิ้นอู่สีหน้าเศร้าหมองเล็กน้อยถอนหายใจเบาๆ กล่าวว่า “แต่เสียดายที่อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าเริ่มแก่แล้วมันไม่สามารถพัฒนาฌานไปมากกว่านี้ได้แล้ว และช่วงอายุขัยของมันใกล้ถึงขีดจำกัดแล้วราวกับว่าบาดแผลบางอย่างที่ได้รับบาดเจ็บมาจากตอนแรกยังไม่ได้ฟื้นฟูจนหายดีมาโดยตลอดนี่เองก็เป็นสาเหตุที่มันอยู่ที่บ้านสกุลเยี่ย ขณะนี้มันกลายเป็นอสูรแก่ๆ ตนหนึ่งแถมยังมีอาการบาดเจ็บติดตัวอีก ความแข็งแกร่งของมันนับวันค่อยๆ ถดถอยลงมีข่าวแพร่ออกมาว่า อีกไม่นานอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าก็จะจากไปแล้ว”
“อสูรที่เป็นถึงพญาอสูรก็มีวันที่สิ้นอายุขัยด้วยหรือนี่”
ตู้เซ่าฝู่แอบถอนหายใจอสูรระดับขั้นพญาอสูรเองยังมีวันที่อายุขัยลมปราณสูญสิ้นมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อายุขัยสั้นกว่าอสูรอีกเมื่อเทียบระหว่างมนุษย์กับอสูรที่มีระดับฌานสูงพอๆ กันมนุษย์จะมีอายุขัยที่สั้นกว่า หากอยากต่อสู้กับชะตาฟ้าจะได้คอยต่อสู้เอาชนะขีดจำกัดที่มีไปเรื่อยๆ เพียงแต่เสียดายที่ในการฝึกฌานกว่าจะบรรลุแต่ละขั้นเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกิน ระดับขั้นยิ่งสูงยิ่งข้ามผ่านมันได้ยากขึ้นไปอีก
“อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่เป็นอสูรในระดับพญาอสูรในตัวมันยังมีกระดูกหายากที่เป็นมหาสมบัติที่มีค่ามหาศาลโลหิตสกัดจากตัวมันก็เลอค่าเกินกว่าจะพรรณนา เมื่อมันสิ้นลมหายใจจะทำให้เมืองสือเฉิงทั้งเมืองเกิดความระส่ำระสาย หลายปีมานี้ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่จับตามองบ้านสกุลเยี่ยอยู่หลายคนจ้องจะฉวยโอกาสจากอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้า”นัยน์ตาของตู้เจิ้นอู่สั่นไหวเล็กน้อย ในตัวพญาอสูร มีกระดูกหายากและโลหิตสกัดคุณค่าของมันมากพอที่จะทำให้คนทั่วยุทธภพเข้ามาแย่งชิงกันอย่างหน้ามืดตามัวหลายปีมานี้ มีบ้านสกุลหลายบ้านสกุลที่เตรียมตัวเพื่อการนี้รอคอยหาจังหวะลงมือมาตลอดใครต่างก็อยากได้มหาสมบัติจากในตัวอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้ากันเพราะมูลค่ามันทำให้คนหักห้ามใจได้ยากจริงๆ
“เมื่ออสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าสิ้นชีพ คิดว่าบ้านสกุลเยี่ยจะสกัดภัยร้ายได้ยากบ้านสกุลอั้น บ้านสกุลไป๋ และบ้านสกุลฉินไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ไปหรอก” ตู้เซ่าฝู่ตะลึง เขานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในเทือกเขาอสุรกายที่วิหคยักษ์เปลวเพลิงม่วงก่อสงครามกับวิหคยักษ์ปีกประกายทอง สำนักอสรพิษสวรรค์สำนักกระเงี้ยวนิลและสำนักยันต์ปราณต่างก็เปิดศึกแย่งชิงของชิ้นใหญ่นี้เช่นกันขณะนี้อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าใกล้จะสิ้นอายุขัยแล้วบ้านสกุลเหล่านั้นในเมืองสือเฉิงจะปล่อยโอกาสนี้ไปได้อย่างไรบ้านสกุลเยี่ยเพียงลำพังคงจะไปต่อกรทุกคนที่กรูกันจะมาแย่งชิงไม่ได้หรอก
“ถูกต้อง บ้านสกุลเยี่ยเองก็รู้ว่าหากวันใดอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าเป็นอะไรไปบ้านสกุลเยี่ยเองก็ไม่สามารถรักษาผลประโยชน์ที่อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าทิ้งไว้ให้ได้หรอกดังนั้นบ้านสกุลเยี่ยกำลังสำรวจ ว่ามีใครบ้างที่คิดจะแย่งชิงกับตน” ตู้เจิ้นอู่กล่าว
ตู้เซ่าฝู่ขมวดคิ้วกล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้ว มิน่าบ้านสกุลเยี่ยจึงดีกับข้ามากถึงเพียงนี้ พวกเขาอยากดึงบ้านสกุลตู้ไว้เป็นพรรคพวกจากนั้นควานหาคนที่คิดจะต่อกรกับบ้านสกุลเยี่ยมากที่สุดออกมาบ้านสกุลเยี่ยเองก็เริ่มเตรียมตัวเผื่อเหตุการณ์ที่ใกล้จะเกิดขึ้นนี้แล้ว”
ตู้เจิ้นอู่มองตู้เซ่าฝู่ตื่นเต้นตกใจในความชาญฉลาดของตู้เซ่าฝู่อีกครั้ง “ถูกต้องบ้านสกุลเยี่ยเตรียมการไว้แล้วจริงๆ อย่างที่เจ้าว่า เมื่อวานที่เยี่ยเป่าหลินมาเป็นการบอกเป็นนัยๆ ว่า อยากร่วมมือกันเป็นพันธมิตรบ้านสกุลตู้เมื่อถึงตอนนั้นของดีๆ ที่ได้จากอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้า พวกเขาก็จะไม่ลืมบ้านสกุลตู้ของพวกเรา”
“ท่านลุงใหญ่รับปากแล้วหรือ?” ตู้เซ่าฝู่เงยหน้าถาม
“พวกเราไม่ตกลงก็คงจะไม่ได้แล้ว” ตู้เจิ้นอู่สีหน้าเศร้าหมองเล็กน้อย
“แผนการของบ้านสกุลเยี่ยครั้งนี้ล้ำเลิศมาก”
ตู้เซ่าฝู่รู้ว่าบ้านสกุลตู้ไม่เห็นด้วยไม่ได้หากบ้านสกุลตู้ไม่ตกลง ก็จะเป็นการบอกบ้านสกุลเยี่ยว่าบ้านสกุลตู้เองก็คิดวางแผนโจมตีบ้านสกุลเยี่ยทว่าพอบ้านสกุลตู้กับบ้านสกุลเยี่ยมาสนิทกันมากในช่วงนี้ทำให้อีกสามบ้านสกุลใหญ่เองก็เริ่มกีดกั้นและระแวงบ้านสกุลตู้
“หลังจากนี้หนึ่งเดือน จะมีการประลองฝีมือระหว่างทายาทวัยรุ่นของสุดยอดห้าสกุลเมื่อถึงตอนนั้นไม่แน่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทว่าบ้านสกุลตู้แยกตัวออกไปอยู่เองสงบๆ ไม่ได้แล้วตอนนี้ถูกดึงเข้ามาอยู่ในมรสุมที่กำลังใกล้เข้ามานี้ด้วยแล้ว” ตู้เจิ้นอู่ระบายความในใจ สีหน้าดูเป็นกังวล
“ท่านลุงใหญ่ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการประลองฝีมือระหว่างทายาทวัยรุ่นของสุดยอดห้าสกุลด้วยหรือ?” ตู้เซ่าฝู่ไม่เข้าใจ
“บ้านสกุลเยี่ยครอบครองเมืองสือเฉิงมาหลายสมัยทว่านอกเมืองสือเฉิงก็มีผู้มีอิทธิพลคนอื่นๆ คิดจะฉวยประโยชน์จากเมืองสือเฉิงดังนั้นบ้านสกุลเยี่ยเองก็ไม่สามารถต่อกรพวกเขาเพียงลำพังได้แม้จะมีอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าอยู่ ทว่าบ้านสกุลอื่นเองก็บ่นตำหนิเอาอยู่”
ตู้เจิ้นอู่อธิบาย “ดังนั้นเมื่อนานมาแล้วบ้านสกุลเยี่ยก็เริ่มจัดงานประลองฝีมือระหว่างบ้านสกุลใหญ่เป็นประจำทุกๆ สามปีผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดจะมีโอกาสได้เข้าไปฝึกณานในเหลยฉือเมื่อก่อนจะเป็นสี่บ้านสกุลเข้าร่วมการประลองนี้บ้านสกุลตู้เพิ่งจะมีคุณสมบัติเข้าร่วมเมื่อสิบกว่าปีก่อนนี้เอง”
สำหรับเรื่องนี้ตู้เซ่าฝู่เข้าใจได้เป็นอย่างดี แม้บ้านสกุลตู้จะอาศัยอยู่ในเมืองสือเฉิงมาโดยตลอดทว่าเพิ่งจะมาเริ่มเจริญขึ้นก็เมื่อสิบกว่าปีก่อนหน้านี้เองบ้านสกุลตู้เพิ่งก้าวเข้ามาในตำแหน่งสุดยอดห้าสกุลได้ไม่นานทว่าสำหรับเรื่องเหลยฉือ เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย จึงถามด้วยความสงสัย“เหลยฉือคืออะไรหรือขอรับ?”
ตู้เจิ้นอู่กล่าว “เหลยฉือเป็นสิ่งที่บ้านสกุลเยี่ยครอบครองเป็นสิ่งที่จะเปิดให้ใช้เพียงทุกๆ สามปีในนั้นจะมีโลหิตสกัดจำนวนเล็กน้อยของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าการฝึกฌานในเหลยฉือจะทำให้พลังของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าหลอมรวมเข้าไปอยู่ในร่างได้มีผลดีต่อการฝึกฌานอย่างมากหากได้เข้าไปฝึกฌานในเหลยฉือต่อไปจะทำให้พลังปราณพัฒนาได้ดีมาก หลายปีมานี้ การประลองฝีมือระหว่างทายาทวัยรุ่นของบ้านสกุลใหญ่ผู้ชนะเป็นคนของบ้านสกุลเยี่ยทั้งหมด ดังนั้นหลายปีมานี้พละกำลังของบ้านสกุลเยี่ยก็จะเหนือกว่าบ้านสกุลอื่นอยู่เสียดายที่บ้านสกุลตู้ของพวกเราเพิ่งจะเจริญได้ไม่นานยังไม่มีทายาทคนใดของบ้านสกุลตู้เคยเข้าไปเหลยฉือเลย”
เมื่อตู้เซ่าฝู่ได้ยินนัยน์ตาก็เป็นประกายพลังของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าหลอมรวมเข้าไปอยู่ในร่างอย่างนั้นหรือตัวเขาเองก็ฝึกฌานวิชาอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองอยู่แล้วหากได้พลังจากอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าเข้าไปอีก ไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาดีแค่ไหนหรือว่าอาจจะมีอะไรดีๆ อย่างอื่นอีกก็เป็นได้อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าถือเป็นพญาอสูรที่น่าเกรงขามที่สุดเลยเชียวนะ