เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 122 เพียงไร้กิเลส

            กงจื้อหมิงยกมือขึ้นเช็ดก้อนหิมะที่ถูกลมพัดมาติดบนคิ้วของเขาและถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในใจของเขามีความพอใจอยู่สามส่วน และสงสารอยู่เจ็ดส่วน

            กองทัพหญิงมีสตรีทั้งหมดหนี่งร้อยกว่านางบวกกับก่อนหน้านี้ที่มีพลทหารอีกหลายสิบนาย รวมๆ ทั้งหมดแล้วไม่ถึงสองร้อยคนปกติจะคอยดูแลเรื่องจิปาถะต่างๆ ของเหล่าทหารบาดเจ็บแล้วก็มียาสมุนไพรและอาวุธยุทโธปกรณ์บางส่วนงานนี้จะมากจะน้อยอย่างไรต่างก็มีความสำคัญเป็นอย่างมากหากว่าตกอยู่ในมือของติงเหว่ย พูดได้เลยว่าเป็นกองกำลังสนับสนุนที่แข็งแกร่งอีกกองหนึ่ง

            ไม่มีบุรุษคนใดที่ชอบนอนข้างสตรีที่มีความทะเยอทะยานเช่นเดียวกันเขาเองก็เป็นเช่นนั้น ตอนนี้เมื่อเขาได้ยินกับหูของตนเองก็รู้สึกสบายใจในขณะเดียวกันก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจมากขึ้นไปอีก

            “เฟิงจิ่ว!”

            “ขอรับ!”เฟิงจิ่วที่กำลังยืนจินตนาการถึงเกี๊ยวน้ำแสนอร่อยในตอนเย็นอยู่ข้างๆ จู่ๆได้ยินเสียงของนายท่านเรียกเขาก็รีบกระโดดออกมาตอบรับทันที

            “ส่งข่าวไปที่หูหลูกู่ส่งองครักษ์หญิงทั้งหมดมาที่นี่ และให้อวิ๋นอิ่งเข้าร่วมกองทัพหญิงด้วย”

            เฟิงจิ่วลังเลอยู่ครู่หนึ่งเนื่องจากสตรีในองครักษ์เงานั้นเดิมทีก็หายากมากอยู่แล้วปีที่แล้วที่นายน้อยถ่ายทอดคำสั่งให้ฝึกองครักษ์หญิงยอดฝีมือเฟิงฮั่วซานหลินจินอั้นทั้งหกกลุ่มถึงได้เริ่มหาและรวบรวมคนจากในครอบครัวตนเองที่ซื่อสัตย์และไว้ใจได้ตอนนี้ผ่านไปหนึ่งปีต่อให้จะฝึกอย่างยากลำบากขนาดไหนเกรงว่าก็ยังไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะผ่านการทดสอบหากว่าย้ายมาที่นี่ตอนนี้เกรงว่าจะไม่มีประโยชน์มากเท่าไรนัก

            กงจื้อหมิงที่เห็นท่าทางเช่นนั้นของเขาก็พอจะเดาสาเหตุที่อยู่ในนั้นออกมาได้ลองคิดไปคิดมาทุกวันนี้ติงเหว่ยสองแม่ลูกก็ตามเขามาอยู่ที่ค่ายกองทัพอี้จวินแน่นอนว่าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นเขาก็เลยพูดออกมาว่า“ถ่ายทอดคำสั่งไปที่เหล่าหัวหน้าผู้ควบคุมการฝึก ให้ฝึกฝนอีกหนึ่งเดือน ก่อนสิ้นปีให้รีบมารับคำสั่ง!”

            เฟิงจิ่วรีบคำนับรับคำสั่งในใจของเขาก็แอบมีความสุขแทนติงเหว่ยสองแม่ลูกด้วย

            ติงเหว่ยตอนนี้กำลังถือถ้วยน้ำขิงและบังคับแกมข่มขู่ให้ลูกชายดื่มลงไปเจ้าเด็กอ้วนแค่ดมกลิ่นเผ็ดร้อนที่ออกมาจากถ้วยเขาก็ส่ายหัวไปมาราวกับเป็นปัวหลั่งกู่และเขาก็ถูกท่านแม่บังคับให้ดื่มเข้าไป ทำให้เขาโกรธจนหันหน้าหลบไปทางมุมกระโจมและทำหน้าทำตาที่มีความหมายว่าต่อให้ตายก็จะไม่สนใจท่านแม่อีกต่อไป

            ติงเหว่ยเองก็ไม่ปลอบเขานางตะโกนเรียกอวิ๋นอิ่งให้มาช่วยดู จากนั้นก็เดินยิ้มออกไปที่ห้องครัวเพื่อไปดูว่ากองทัพหญิงทำอะไรกินกัน โดยที่ไม่รู้เลยว่าเนื่องจากความ“เพียงไร้กิเลส [1]” ของนาง ทำให้กงจื้อหมิงกลับยิ่งอยากจะวางแผนเพื่อสองแม่ลูกในอนาคตอันไกลโพ้นสักวันหนึ่ง นางถึงได้ตกใจว่าบุรุษที่นางรักตั้งใจจะสร้างกำแพงป้องกันหนาๆที่นอกอาณาจักรเล็กๆ ของนางเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว

            และแน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังทั้งหมดจะว่าไปคืนนี้กองทัพหญิงก็คึกคักเป็นพิเศษ พวกนางตุ๋นเนื้อในหม้อใบใหญ่และเปิดไหเหล้า พวกนางแบ่งส่วนเล็กๆ ไปให้เฉินเต๋อ เฉิงเถี่ยหนิวและพวกหมอทหารเหล่านั้น ส่วนที่เหลือก็ส่งเข้าไปในกระโจมใหญ่สุดทั้งหมดทุกคนมีเหล้าคนละถ้วย ข้างหน้ามีกะหล่ำปลีตุ๋นเนื้อกับมันฝรั่งและก็มีแป้งปิ่งที่ทำจากข้าวโพดร้อนๆ หนึ่งตะกร้าใหญ่

            เหล่าสตรีก็ไม่สงวนท่าทีอีกต่อไปพวกนางถอดเสื้อนวม และกินแป้งปิ่งคำหนึ่งเนื้อคำหนึ่ง แล้วก็เหล้าอีกคำหนึ่งกินอย่างดุเดือดราวกับบุรุษ

            สถานการณ์ที่ยากลำบากสร้างวีรบุรุษเช่นเดียวกับสถานการณ์ที่ยากลำบากสร้างคนที่น่าสงสารออกมาไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติจากฝีมือธรรมชาติหรือว่าภัยพิบัติจากคน สตรีและเด็กก็เป็นกลุ่มแรกที่ต้องตกระกำลำบากก็เหมือนทุกๆ คนในกองทัพหญิง พวกนางต่างก็ขมขื่นเหมือนกันหลังจากกินเหล้าลงไปสามคำ ก็นึกถึงบุรุษพวกนั้นที่ก่นด่าและขายพวกนาง ในชั่วขณะนั้นเสียงร้องไห้ระงมก็ดังไปทั่วทั้งกระโจมความขมขื่นที่พวกนางต้องกัดฟันทนยามค่ำคืนค่อยๆ ถูกหยิบออกมาแบ่งปันกับเหล่าพี่สาวน้องสาวทั้งก่นด่าด้วยกันและร้องไห้ด้วยกัน พวกเขาต่างก็คาดหวังวันดีๆ ในอนาคต

            ติงเหว่ยยืนฟังที่นอกกระโจมอยู่ครู่ใหญ่จากนั้นก็หันไปส่งสัญญาณมือให้อวิ๋นอิ่งตามนางกลับไปในเวลาเช่นนี้พวกนางไม่เข้าไปจะเป็นการดีที่สุดต่อให้นางจะเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่มีลูก และอีกคนก็เป็นบ่าว แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสตรีเหล่านี้แล้วพวกนางโชคดีกว่านั้นมาก อย่างไรก็มีคนคอยปกป้องพวกนางให้มีกินมีดื่มโดยไม่ต้องกังวลและใช้ชีวิตอย่างสบายๆไม่ต้องถูกลมฝน ไม่มีการซื้อขาย ไม่มีการทอดทิ้ง…

            ไม่รู้ว่าพวกนางระบายความอัดอั้นตันใจจนหมดเกลี้ยงหรือเปล่าตั้งแต่คืนวันนั้นที่เหล่าทหารหญิงรวมตัวกันและดื่มเหล้าจนเมาพอวันรุ่งขึ้นพลังของทุกคนกลับยิ่งสูงขึ้นไปอีก ถึงแม้พวกนางจะยุ่งขนาดไหนแต่ใบหน้าของแต่ละคนก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

            ติงเหว่ยที่เห็นภาพนี้ก็มีความสุขแทนทุกคนในฐานะที่นางเป็นสตรีเหมือนกัน ความทุกข์ยากบางอย่างนางเองก็สัมผัสได้เช่นกัน

            ช่วงไม่กี่วันนี้ถึงแม้จะไม่มีการทำสงครามกับทหารจูโจวอีก แต่ว่าอากาศกลับยิ่งหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆกงจื้อหมิงใช้เวลาเตรียมตัวกว่าสองปีถึงจะลุกขึ้นมาเรียกร้องความยุติธรรมบวกกับสกุลกงจื้อสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนานความพร้อมทางการทหารก็มีอย่างเพียงพอ ไม่เพียงแต่กระโจมทหารบาดเจ็บต่อให้เป็นกระโจมของเหล่าทหารทั่วไปก็มีเตาถ่านวางไว้ถึงสองเตาในยามค่ำคืนแต่ฤดูหนาวปีนี้กลับหนาวเย็นเป็นพิเศษ ทหารหลายนายมีอาการมือเท้าแข็งติดต่อกันโดยเฉพาะทหารที่แปรพักตร์เหล่านั้น มือเท้าของพวกเขากลับหนาวเย็นมากขึ้นไปอีก

            คงไม่ต้องบอกว่าทุกวันนี้ต่างก็เป็นครอบครัวเดียวกันต่อให้ก่อนหน้านี้จะสู้รบกัน แต่อย่างไรก็เป็นประชาชนซีเฮ่าเหมือนกันติงเหว่ยเห็นว่ายาทามือเท้าแข็งกำลังจะหมดแล้ว นางก็รีบเตรียมทำเพิ่มทันที ปรากฏว่ายุ่งไปจนถึงยามเที่ยงวันทันใดนั้นจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจอย่างมากจากหน้าค่ายเป็นระยะๆดังนั้นนางก็เลยเดินออกมาจากกระโจมด้วยความสงสัย

            ในไม่ช้าอวิ๋นอิ่งสืบข่าวเสร็จก็รีบกลับมาติงเหว่ยเห็นสีหน้าของนางเต็มไปด้วยความยินดี นางก็เลยเดาออกมาด้วยความตื่นเต้นว่า“หรือว่ากองทัพจูโจวยอมแพ้แล้วอย่างนั้นหรือ?”

            อวิ๋นอิ่งพยักหน้าถี่ๆและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เมื่อครู่นี้แม่ทัพหลายนายของกองทัพจูโจวพาเซียวเฉิงที่ถูกมัดอยู่เข้ามาในค่ายโดยไม่ได้พกอาวุธใดๆติดตัวมา และมายอมแพ้กับท่านแม่ทัพพวกแม่ทัพหลิวได้เข้าไปดูแลจัดการกองทัพจูโจวต่อแล้ว ช่วงนี้จะไม่มีสงครามอีกแล้ว”

            หากไม่มีสงครามก็ไม่มีการบาดเจ็บล้มตายติงเหว่ยที่ได้ยินก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เป็นประชาชนซีเฮ่าเหมือนกันเหตุใดจะต้องมาฆ่าฟันกันเอง?

            “ช่างเยี่ยมไปเลยเมื่อพูดเช่นนี้ก็ต้องรีบไปปรุงยารักษาอาการบาดเจ็บจากความหนาวเพิ่ม และยารักษาบาดแผลก็ต้องทำเพิ่มเยอะสักหน่อยที่นั่นมีคนเจ็บมากกว่าพวกเราที่นี่ ช่วยเพิ่มได้คนหนึ่งก็เท่ากับว่าช่วยคนหนึ่งให้กลับไปหาพ่อแม่ที่รออยู่ที่บ้าน”

            เหล่าทหารหญิงที่เพิ่งจะมารวมตัวกันเมื่อครู่เมื่อได้ฟังเช่นนี้ก็รีบแยกย้ายกันไปทำงาน

            ภายในกระโจมใหญ่ด้านหน้าค่ายแม่ทัพสิบกว่าคนของกองทัพจูโจวที่ยอมจำนนนั้นเป็นสหายเก่าของกองทัพอี้จวินอยู่แล้วพวกเขาอดไม่ได้ที่จะหน้าแดงด้วยความอับอายอย่างไรก่อนหน้านี้ก็ยังถืออาวุธรบราฆ่าฟันและเหยียดหยามกันอยู่เลยคืนวันผันเปลี่ยนไม่กี่ครั้งพวกเขาก็ยอมวางอาวุธและบากหน้าวิ่งเข้ามาขอเป็นนักโทษเสียแล้วนี่ช่างเป็นเรื่องที่น่าอับอายจริงๆ

            แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกประการแรกเหล่าทหารหลายหมื่นนายไม่มีกะจิตกะใจจะสู้รบอีกต่อไปพวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเกิดการก่อกบฏได้ตลอดเวลา ประการที่สองพวกเขาเพิ่งได้รับข่าวว่าพ่อแม่ภรรยาและลูกต่างก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยและด้วยเหตุผลนี้ก็ทำให้พวกเขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเกลียดชัง จริงๆแล้วเป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ที่คิดจะรับบางคนเข้าไปในวังเพื่อ “พักระยะสั้น”นี่ช่างเป็นเรื่องที่มากเกินจะยอมรับได้จริงๆ พวกเขายืนอยู่หน้ากองทัพ ทั้งสองสู้รบจนเลือดตกยางออกต้องดื่มน้ำเย็นและนอนท่ามกลางหิมะฮ่องเต้องค์ใหม่ไม่เพียงแต่จะไม่มีราชโองการมาชมเชยหนำซ้ำยังต้องการจะจับญาติของพวกเขาเป็นตัวประกัน! แม้ว่าทุกวันนี้จะไม่รู้ว่าพ่อแม่ภรรยาและลูกอยู่ที่ไหนต่อให้ไม่ได้ถูกจับเข้าวังหลวง แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรเหมือนกัน

            แม่ทัพทุกคนต่างก็กังวลอยู่แล้วเจ้าเฒ่าเซียวเฉิงมีบุตรสาวเป็นกุ้ยเฟยกลับยังกล้าพูดประชดประชันบีบบังคับให้ทุกคนนำกองทหารทั้งหมดออกรบเพื่อออกไปต่อสู้กับกองทัพอี้จวินให้ตายกันไปข้างหนึ่งมีรองแม่ทัพคนหนึ่งโมโหขึ้นมาและชกเขาจนล้มลงกับพื้นและมัดเอาไว้เมื่อมีคนนำที่เหลือก็เข้าที่เข้าทางของมันเอง

            ดังนั้นตอนนี้ทุกคนก็เลยนั่งอยู่ในค่ายใหญ่ของกองทัพอวี้จิน

            โชคดีที่สหายฝั่งกองทัพอี้จวินต่างก็มีไหวพริบพวกเขาต่างก็ต้อนรับและทักทายด้วยรอยยิ้ม งานเลี้ยงก็หรูหรามากเช่นกันหลังจากดื่มเหล้าไปสามรอบ กินกับข้าวไปห้าอย่าง ทุกคนต่างก็ตบบ่ากันและพากันดื่มกินจนหน้าแดงเหมือนก้นลิง

            กงจื้อหมิงกวาดตามองทุกคนด้วยสายตาเย็นชาจากนั้นก็โบกมือเบาๆ

            เฟิงจิ่วปรากฏตัวออกมาจากมุมห้องทันทีเขานำกองจดหมายในมือไปแจกจ่ายให้แม่ทัพจูโจวที่สีหน้าเต็มไปด้วยความสับสนอย่างรวดเร็ว

            กงจื้อหมิงค่อยๆจิบเหล้าช้าๆ จากนั้นก็วางแก้วเหล้าลง และพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า“ก่อนหน้านี้ตอนที่ซือหม่าเชวี่ยนต้องการจับกุมญาติของทุกท่านเข้าวังหลวงบังเอิญว่าข้าพอจะมีกำลังคนในเมืองหลวงอยู่จำนวนหนึ่งดังนั้นก็เลยรีบไปชิงตัวคนออกมาก่อน และนี่คือจดหมายยืนยันว่าพวกเขาปลอดภัยจากญาติของทุกท่านภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือนทุกท่านก็จะได้อยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา”

            เหล่าแม่ทัพที่ยอมจำนนมีความเมาอยู่สามส่วนแต่หลังจากฟังถ้อยคำเหล่านี้จบต่างก็แทบสร่างเมาจนหมด ในมือของพวกเขาก็ถือจดหมายเอาไว้ช่างเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อจริงๆ

            รองแม่ทัพที่มีนิสัยบุ่มบ่ามและตรงไปตรงมาเอ่ยปากถามออกมาโดยไม่รู้ตัวว่า“หากพ่อแม่ของข้าอยู่ในมือของท่านแม่ทัพจริงๆ เหตุใดท่านแม่ทัพถึง…”

            เขาพูดได้แค่ครึ่งเดียวก็ถูกสหายข้างๆ ดึงแขนเอาไว้ “น้องเก๋อพูดอะไรไร้สาระท่านแม่ทัพเป็นคนตรงไปตรงมาขนาดไหน เขาจะใช้กลอุบายชั้นต่ำอย่างซือหม่าเชวี่ยน ที่ใช้ชีวิตของเด็กและผู้หญิงมาข่มขู่ได้ยังไง!”

            ทุกคนที่เหลือต่างก็มีสติกลับมาพวกเขาต่างก็ทยอยพูดสำทับออกมาว่า “นั่นสิ ท่านแม่ทัพไม่มีศัตรูบนแผ่นดินนี้!”

            “ท่านแม่ทัพใหญ่ใจดีและมีเมตตาเป็นอย่างมาก!”

            เดิมทีทหารก็เป็นคนบุ่มบ่ามอยู่แล้วโดยธรรมชาติเมื่อพวกเขายกย่องเชิดชูคุณธรรมย่อมไม่เหมือนกับพวกขุนนางที่พูดถ้อยคำสละสลวยมากกว่าครึ่งก็เป็นแบบตอบไม่ตรงคำถาม กงจื้อหมิงได้ฟังก็รู้สึกขบขัน เขาโบกมือเพื่อให้ทุกคนหยุดพูดจากนั้นก็พูดว่า “ล้วนเป็นทหารของซีเฮ่าเหมือนกันเดิมทีก็ไม่ควรรบราฆ่าฟันกันอยู่แล้วต่อให้จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะหันคมดาบเข้าหากัน แต่ก็ไม่เกี่ยวกับเหล่าสตรีและเด็กนับแต่นี้ต่อไปทุกคนยังทำหน้าที่เป็นผู้นำเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองเหมือนเดิมและให้รับคำสั่งในกระโจมแห่งนี้ หลังจากสงครามจบลงแล้ว ในอนาคตจะได้รับรางวัล”

            “ขอรับข้าจะทำตามคำสั่งของท่านแม่ทัพ!”

            ทุกคนต่างก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งก่อนหน้านี้ถึงแม้จะมีความคลางแคลงใจอยู่บ้าง แต่ทุกวันนี้ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเหลือไว้เพียงความนับถือและความซื่อสัตย์อย่างถึงที่สุด…

            จากเดิมเป็นฝ่ายเราและฝ่ายศัตรูสองฝั่งตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นมิตรภาพและคนที่มีความสุขที่สุดคือทหารทั่วไปและประชาชนที่โหยหาสันติภาพ

            เมื่อข่าวแพร่ออกไปในเมืองจินโจวทั้งเมืองรวมถึงเมืองจูโจวที่อยู่ไกลออกไปต่างก็มีเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีสำหรับประชาชนแล้วใครจะเป็นฮ่องเต้ไม่สำคัญ ตราบใดที่พวกเขายังมีกินอิ่มท้องไม่ต้องมาคอยกังวลทั้งวันว่าศัตรูจากข้างนอกจะมาตัดหัวพวกเขาเมื่อไรก่อนหน้านี้หากไม่เป็นเพราะว่าซือหม่าเชวี่ยนฟุ่มเฟือยเกินไปและบีบจนทุกคนไม่เหลือทางรอด ก็คงจะไม่มีการต่อต้านด้วยความโกรธแค้นไปทั่วทุกหนแห่งเช่นนี้

            ตอนนี้จินโจวและจูโจวรอดพ้นจากภัยพิบัติทางทหารตั้งแต่เนิ่นๆหากกงจื้อหมิงได้นั่งบัลลังก์คงจะดียิ่งกว่านี้ ต่อให้สุดท้ายเขาจะพ่ายแพ้ในสงครามและสองเมืองนี้จะต้องถูกวังหลวงส่งคนมายึดคืนกลับไปและถึงขั้นที่ว่าต้องมาปลอบใจพวกเขาด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไหนต่างก็ถือว่าเป็น“การค้าขายที่ได้กำไร” ประชาชนจะไม่มีความสุขได้อย่างไร?

            เพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังดังกล่าวทั้งสองกองทัพจึงเข้าร่วมกองกำลังอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าจะไม่มีการต่อสู้อีกต่อไป ติงเหว่ยจึงต้องจัดการเรื่องเล็กๆ น้อยๆมากมายสำหรับกระโจมเหล่าทำหารบาดเจ็บ เช่นเดียวกับการพาอันเกอเอ๋อร์กลับไปที่ไร่

            กงจื้อหมิงเองก็ยังตัดใจแยกจากกันไม่ลงพอดีกันกับเหล่าตระกูลขุนนางในเมืองส่งของขวัญมาให้มากมายท่านลุงอวิ๋นก็เลยนำรายการของขวัญมาด้วยตนเองผู้อาวุโสที่ไม่ได้เจออันเกอเอ๋อร์มาหลายวันก็อุ้เขาไว้ในอ้อมแขนไม่ยอมปล่อยมืออันเกอเอ๋อร์เองก็ไม่ได้เจอท่านปู่ที่รักเขาเป็นที่สุดมาหลายวันก็เลยดึงหนวดเคราสีขาวและหัวเราะออกมาไม่หยุด

            ผู้อาวุโสเหว่ยนึกถึงการเดิมพันครั้งก่อนของเขาที่ยังไม่สำเร็จเขาก็เลยเข้ามาร่วมสนุกด้วย เมื่อเห็นแบบนี้ก็ยื่นแขนออกไปแย่งอันเกอเอ๋อร์กลับมาทำให้ลุงอวิ๋นโกรธจนกระทืบเท้าไปมา

            “เหล่าเย่าโถวเอ๋อร์[2] อันเกอเอ๋อร์อยู่กับเจ้าตั้งกี่วันแล้ว ข้าเพิ่งจะอุ้มเขาได้ครู่เดียวเจ้าก็มาแย่งไปมีใครที่ไร้เหตุผลแบบเจ้าอีกไหม?”

            -----------------------------------------

            [1] เพียงไร้กิเลส 无欲则刚 หมายถึงความหมายของการเข้มแข็งโดยปราศจากความปรารถนา หากบุคคลไม่มีความคิดเห็นแก่ตัว และไม่มีความปรารถนาที่จะแสวงหาชื่อเสียงและความมั่งคั่งเขาก็จะสามารถรักษาความเข้มแข็งและความแข็งแกร่งภายในได้

            [2] เย่าโถว 药头 หมายถึงคนที่มุ่งความสนใจไปที่ผลประโยชน์เฉพาะหน้าเท่านั้น และไม่คิดถึงการพัฒนาในระยะยาว

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185