ตอนที่ 14
บุรุษตระกูลนี้ขี้เก๊กกันทุกคนเลยหรือ ? (2/2)
“เช่นนั้นก็เพียงพอแล้ว”
นางตั้งใจจะสำรวจแม่น้ำไปตามทิศที่ย้อนทางน้ำไหลซึ่งต้องออกไปให้ไกลจากหมู่บ้านนี้จึงอยากได้ทหารที่พอมีมนตราเพื่อปกป้องนางและเสี่ยวซีได้ในกรณีเจอเหตุไม่คาดฝันแม้สามัญชนที่มีมนตราจะมีน้อยนักแต่ในกองทัพของโอวหยางเฟยหลงรวบรวมคนที่เก่งกาจไว้มากจึงไม่แปลกที่จะมีนายทหารที่มีมนตราระดับต่ำอยู่บ้าง
ไป๋อวี้กลับเข้ากระโจมแล้วผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ที่สวยงามรุ่มร่ามเป็ชุดที่ทะมัดทะแมงกว่าเดิมเส้นผมดำยาวถูกรวบเป็หางม้าท่ามกลางเสียงทัดทานของเสี่ยวซีที่ว่ามันผิดประเพณีของสตรีที่ยังไม่ออกเรือนแต่นางก็ไม่ได้สนใจอันใดนอกเสียจากความสะดวกของตนเอง
“เ้าจะบ่นให้ได้สิ่งใด ข้ามาเดินป่าหาได้ไปเดินในวังหลวง”ไป๋อวี้เอ็ดสาวใช้ที่ยังบ่นเื่การแต่งกายของนางไม่หยุด
“แต่ถ้าหากฉินหวางมาเจอคุณหนู..”
“ฉินหวางทรงยุ่งอยู่กับราชกิจจะมาสนใจอันใดกับข้า” นางเอ่ยอย่างเบื่อหน่าย
ตัวนางหลีกเลี่ยงที่จะพบหน้าโอวหยางิเซียนเพื่อลบเลือนความรู้สึกของร่างนี้แต่สาวใช้และมารดาของนางไม่ได้ล่วงรู้ความคิดนี้และยังปักใจจะให้นางเป็ฉินหวางเฟยให้ได้จึงเคยชินกับการจับนางใส่พานให้โอวหยางิเซียน
แต่จะให้บอกออกไปโดยตรงว่านางไม่้าเป็ชายาเอกของโอวหยางิเซียนแล้วคงจะทำให้มารดาหัวใจวายเป็แน่ เพราะเดิมทีแล้วร่างเก่านี้กับเยวี่ยเหมยพยายามมาทั้งชีวิตเพื่อเป็ชายาเอกแห่งัิหวางหากเปลี่ยนแปลงโดยกะทันหันย่อมเป็เื่ยากที่เยวี่ยเหมยจะรับได้ ฉะนั้นแล้วไป๋อวี้จะต้องกระทำทุกอย่างด้วยความค่อยเป็ค่อยไป
“คุณหนูจะกลับเลยไหมขอรับ”
ไป๋อวี้ส่ายหน้าเป็คำตอบ
ตอนนี้นางมาถึงแม่น้ำสายเดิมเรียบร้อยแล้ว น้ำยังคงใสสะอาดอยู่เช่นเคยแต่ไป๋อวี้กลับคิดว่านี่ใช่ใสสะอาดเกินไปหรือไม่เพราะนางพยายามพินิจดูแล้วกลับมองไม่เห็นปลาหรือสิ่งมีชีวิตใดในน้ำเลยนางร้ายสาวกวักน้ำขึ้นมาอีกครั้งแล้วลองดมกลิ่น
ผลคือน้ำนี้มีกลิ่นเหม็น ! แม้กลิ่นจะไม่แรงมาก แต่อาจเป็ได้ว่าน้ำนี้ไม่สะอาดอย่างแน่นอน ซึ่งสาเหตุของเชื้อโรคอาจจะมาจากน้ำจริงๆ
“เปิ่นเสี่ยวเจียจะเดินไปตามทางนั้น” นางชี้ไปทางที่จะไปป่ามนตราซึ่งเป็ต้นน้ำ
“แต่ทางนั้นมัน..”
“เปิ่นเสี่ยวเจียทราบจะไม่เดินไปไกลนักพวกเ้าทำหน้าที่ของตนให้ดีเถิด”
นางตั้งใจแล้วว่าครั้งนี้จะต้องสืบหาเบาะแสให้ได้เมื่อพบเบาะแสแล้วจะให้วางมือกลับไปย่อมไม่ใช่สิ่งที่นางตั้งใจ
เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้วร่างบางและคณะเดินไปตามทางแม่น้ำเ้าปัญหาไป๋อวี้ออกคำสั่งว่าหากมีสิ่งใดผิดปกติในแม่น้ำหรือรอบข้างให้แจ้งแก่นาง เสี่ยวซีและนายทหารทั้งสี่ตอบรับอย่างแข็งขันทั้งที่คุณหนูผู้นี้เป็เพียงสตรีในห้องหอแต่แววตาและน้ำเสียงนั้นกลับเด็ดขาดทำให้นายทหารเช่นพวกเขาทำตามโดยไร้ข้อกังขา
ทั้งหกคนเดินทางมากว่าหนึ่งชั่วยามไป๋อวี้หอบหายใจและพักดื่มน้ำบ้างตามประสาคุณหนูผู้ไม่ได้ออกกำลังกายนางนึกโกรธตัวเองนักที่เลือกเวลาในการเดินทางผิดไปเพราะใจร้อนอยากสำรวจแม่น้ำจึงลืมนึกไปว่าอีกหนึ่งชั่วยามฟ้าก็จะมืดแล้วแต่เดินทางมาถึงขนาดนี้จะให้ย้อนกลับไปนางก็นึกเสียดายอยู่
“กรี๊ดดดดดดดดดดด”
เสียงกรีดร้องของเสี่ยวซีที่ไปล้างหน้าที่แม่น้ำทำให้ทหารรีบเข้ามาล้อมตัวไป๋อวี้เพื่ออารักขานางวางกระบอกน้ำดื่มแล้วพยักหน้าให้นายทหารคนหนึ่งไปดูเสี่ยวซีสาวใช้ตัวน้อยทรุดลงนั่งอยู่ข้างแม่น้ำถูกพยุงขึ้นมาทั้งที่เนื้อตัวยังสั่นเทาและชี้นิ้วไปที่โขดหินกลางแม่น้ำที่มีพงหญ้าขึ้นล้อมรอบ
“เกิดอันใดขึ้น” ไป๋อวี้ร้องถามหลังจากประเมินแล้วว่าทุกคนปลอดภัยดีมีเพียงเสี่ยวซีเท่านั้นที่กำลังตื่นตระหนกกว่าผู้ใด
“เรียนคุณหนูไป๋มีศพอยู่ที่โขดหินกลางแม่น้ำขอรับ” นายทหารที่พาตัวเสี่ยวซีกลับมารายงานด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไร้ซึ่งความตื่นใเพราะตนเห็นศพมานักต่อนักแล้ว
“ให้นำขึ้นมาหรือไม่ขอรับ”
ไป๋อวี้สูดหายใจเฮือกหนึ่งนางเคยแสดงเป็นางร้ายมีฉากฆ่าคนก็จริงแต่ศพที่เห็นก็คือคนเป็ ๆที่ตกแต่งให้เป็ศพ ไป๋อวี้ยังไม่เคยเห็นศพจริง ๆ กับตาสองมือชื้นเหงื่อกำแน่นเพื่อระงับความกลัว
“นำขึ้นมา อย่าให้ศพเสียหายมากนัก” เผื่อว่าจะได้เบาะแสจากศพ
“ขอรับ” นายทหารสองคนรับคำสั่งแล้วรีบทำตามทันที
แม่น้ำ่นี้น้ำไหลไม่แรงนักทำให้ศพยังคงติดอยู่ที่โขดหินแต่หากสังเกตดี ๆ แล้วน้ำละแวกนี้มีกลิ่นแรงกว่าน้ำที่อยู่ใกล้หมู่บ้าน
ฟิ้ววววววววววววววว ฉึก !
“อารักขาคุณหนูไป๋ !”
ร่างของไป๋อวี้ถูกล้อมด้วยสี่นายทหารจากกองทัพใหญ่อีกครั้งหลังจากมีลูกธนูพุ่งเฉียดใบหน้านางไปอย่างรวดเร็วภายนอกวงอารักขาไป๋อวี้เห็นคนชุดดำกลุ่มหนึ่งกำลังถูกไล่ล่าโดยกลุ่มคนชุดดำอีกกลุ่มหนึ่งลูกธนูคงหลงมาจากผู้ที่ไล่ล่า ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายนาง
“จับเป็ !” เสียงของบุรุษผู้คล้ายว่าจะเป็หัวหน้ากลุ่มไล่ล่าออกคำสั่งมีแวบหนึ่งที่ดวงตาใต้ผ้าคลุมนั้นหันมามองพวกนาง แต่ไม่นานก็หันไปสนใจการต่อสู้ตรงหน้าแทนไป๋อวี้ก้าวถอยหลังเป็สัญญาณให้กลุ่มของตนหลบออกจากการต่อสู้นี้
เคร้ง !
เสียงกระบี่ปะทะกันสลับกับเสียงธนูแหวกอากาศยังคงดังขึ้นต่อเนื่องนายทหารทั้งสี่ชักกระบี่ออกมาเพื่อป้องกันไป๋อวี้และเสี่ยวซีไม่ให้โดนลูกหลงอีกครั้งด้วยความที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีทุกอย่างจึงเป็ไปอย่างสงบนิ่ง
“จับนางเป็ตัวประกัน !”
ชายชุดดำฝ่ายถูกไล่ล่าตรงเข้ามาหมายจะจับไป๋อวี้เป็ตัวประกันแต่ถูกนายทหารที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วฟันที่คอจนเืกระเด็นโดนใบหน้าสวยเข้าเต็ม ๆ
“กรี๊ดดดดดดด”
ไป๋อวี้กรีดร้องด้วยความใดวงตาหงส์หลับลงเพราะความแสบที่โดนเืกระเด็นเข้าตาในหัวของนางร้องบอกตัวเองว่านี่มันไม่ใช่เืปลอมที่ใช้ในการแสดง นี่มันเืจริง!
“จับตาย !” คำสั่งถูกเปลี่ยนด้วยน้ำเสียงดุดันและดังไปทั่วพื้นที่การต่อสู้
แม้ฝ่ายไล่ล่าจะแปลกใจกับคำสั่งใหม่แต่ก็เร่งมือฆ่าไม่ยั้งทำให้ผู้ถูกไล่ล่าโดนสังหารไปทีละคนนั่นยิ่งทำให้คนกลุ่มนั้นหาทางรอดด้วยการกรูเข้ามาหมายจับตัวไป๋อวี้เป็ตัวประกัน แต่ก็ไม่ใช่เื่ง่ายเพราะนายทหารทั้งสี่ต่างต่อสู้เพื่อปกป้องไป๋อวี้สุดกำลัง แต่คนร้ายมีมากเกินไปจึงเปิดช่องโหว่ให้เข้ามาจับตัวนางไว้ได้ร่างบางถูกจับตัวจากด้านหลังโดยมีกระบี่คมกริบจ่อคอเอาไว้ ทุกฝ่ายต่างหยุดนิ่ง
“ซวยชิบหายเลย”
ไป๋อวี้สบถเป็ภาษาบ้านเกิดนางถูกกระบี่จ่อคอในขณะที่ดวงตายังคงแสบร้อนมองไปทางใดก็ลำบาก เวลานี้จึงหงุดหงิดเสียมากกว่าตื่นกลัวคนงามสบถับตัวเองแต่เพราะความเงียบจึงทำให้ทุกคนได้ยินชัดเจนทุกคำ
แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดฟังภาษาของนางออก..
“เพียงสตรีสติฟั่นเฟือนคิดหรือว่าจะหยุดข้าได้” ผู้นำกลุ่มไล่ล่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันหลังจากได้ยินนางพูดภาษาแปลกประหลาด
ไป๋อวี้รู้ดีว่าเขาพูดเช่นนี้เพราะ้าจะโน้มน้าวศัตรูแต่ก็อดเบ้ปากในใจไม่ได้
“เช่นนั้นข้าก็จะฆ่านางเสีย” ผู้นำของฝ่ายที่จับนางเอาไว้เอ่ยอย่างโเี้
ไป๋อวี้สบตากับบุรุษที่หาว่านางฟั่นเฟือนหมายจะมองค้อนให้เขารู้ตัวว่านางไม่ได้เต็มใจถูกเชือด แต่ความอบอุ่นที่คุ้นเคยฉายผ่านดวงตาคู่นั้นกลับทำให้ความไม่พอใจหายไป...ความอุ่นวาบที่แล่นเข้าสู่หัวใจ
เพราะความห่วงใยที่แฝงอยู่ในดวงตาสีรัตติกาลของคนผู้นั้นทำให้นางพยายามตั้งสติแล้วแอบเรียกมนตรามาไว้ที่ฝ่ามือฝั่งคนร้ายตั้งใจจะฆ่าไป๋อวี้ตามที่ได้รับคำสั่ง บุรุษที่เอากระบี่จ่อคอไป๋อวี้ก็ออกแรงกดลงบนลำคอขาวแต่ก็ต้องเบิกตาด้วยความใเมื่อเห็นว่าดาบคมของตนถูกมือขาวที่ห่อหุ้มด้วยมนตราสีแดงจับเอาไว้แน่น
อย่ามาดูถูกนางร้ายที่เคยเล่นบทบู๊ระดับโลกนะ !
นางร้ายสาวลอบยิ้มในใจ จับคมดาบออกห่างจากคอของตนโดยอาศัย่ที่เ้าของดาบกำลังตกตะลึงออกแรงผลักกระบี่ออกห่างกายแล้วย่อตัวลงจนพ้นจากวงแขนนั้นร่างบางหมุนตัวด้วยความรวดเร็วแล้ววาดขาเตะเข้าไปที่ใจกลางความเป็บุรุษจนร่างนั้นทรุดลงกับพื้นจากนั้น...นางร้ายผู้เชี่ยวชาญการบู๊ก็รีบวิ่งหนีไปหลบหลังทหารที่เตรียมพร้อมอารักขาตนอยู่เสมอ
อย่าได้หวังว่าจะได้เห็นการออกลีลาบู๊ของไป๋อวี้ผู้นี้...นางต่อสู้จริงจังเป็เสียที่ไหนล่ะ !
“ฆ่า!”
การต่อสู้เริ่มต้นอีกครั้งและเพิ่มความดุดันกว่าเมื่อครู่นักมีชายชุดดำสองคนจากฝ่ายที่ไล่ล่าเข้ามาช่วยนายทหารทั้งสี่อารักขาไป๋อสี้และเสี่ยวซีคนทั้งหกล้วนมีฝีมือคราวนี้นางไม่โดนลูกหลงใด ๆ ไป๋อวี้ถูกกันออกจากการต่อสู้โดยถอยร่นไปทางแม่น้ำที่ไหลเอื่อย
ฟิ้วววววววววววววววว
ลูกธนูฝ่าวงอารักขาตรงมาที่ไป๋อวี้อีกครั้งนางรีบก้มตัวหลบจนพ้นภัยแต่ก็เสียการทรงตัวจนตกลงไปในแม่น้ำในที่สุด
ตู้มมมมมมมมมม !!
ร่างบอบบางร่วงลงไปในแม่น้ำในจังหวะเดียวกับที่ฝ่ายถูกล่าโดนกำจัดจนหมดสิ้น
บุรุษผู้เป็หัวหน้าฝ่ายไล่ล่าตวัดกระบี่ตัดคอศัตรูที่ยิงธนูใส่สตรีคนสำคัญของตนั์ตาสีดำขลับเบิกกว้างกระบี่ในมือทิ้งลงอย่างไม่ไยดีอีกมือดึงผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาสีรัตติกาลคมเฉี่ยวดั่งพญาอินทรี
“อวี้เอ๋อร์ !”
ร่างสูงกระโจนลงแม่น้ำตามร่างของไป๋อวี้โดยไม่ห่วงตัวเอง!
--- จบตอน ---
E-Book >> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook: หงเฟย 弘飛
Twitter: @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------