บทที่ 12 ชายจอมปลอม
เมื่อก่อนเหตุใดเขาถึงไม่สังเกตเห็นว่า สามแม่ลูกนี้ช่างปากคอร้ายกาจและพูดจาเก่งปานนี้กันนะ?
ทว่าเฒ่าเฉิงไม่มีเวลาให้คิดมาก เพราะเริ่มมีคนออกมาทวงความยุติธรรมให้ซูชิ่นแล้ว
วันนั้นตระกูลเฉิงไม่ได้ทำเื่นี้อย่างลับ ๆ ดังนั้นคนในหมู่บ้านเสี่ยวเหอจึงมีบางส่วนที่รู้เื่ ยิ่งสองวันที่ผ่านมาไม่เห็นซูชิ่นตามตระกูลเฉิงกลับมา ชาวบ้านจึงยิ่งวิพากษ์วิจารณ์กัน
เพียงแต่ตอนที่ซูชิ่นยังไม่กลับมา ชาวบ้านเหล่านี้ก็ได้แต่พูดลับหลัง ไม่มีใครกล้าไปหาคนตระกูลเฉิงเพื่อทักท้วงสิ่งใด แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ซูชิ่นพาลูก ๆ กลับมา และดูท่าทางตั้งใจจะก่อเื่ครั้งใหญ่ ดังนั้นพวกเขาจึงยินดีที่จะช่วยพูดให้ความเป็ธรรมสักสองสามคำ
"โบราณว่าไว้ เสือร้ายไม่กินลูก ข้าขอพูดหน่อยเถอะเฒ่าเฉิง การเป็คนจะไร้สามัญสำนึกเกินไปไม่ได้ ก่อนหน้านี้ครอบครัวเ้าอาศัยเยี่ยนอันในการดำรงชีวิต แต่ตอนนี้เขายังไม่ทันฝังร่าง พวกเ้าก็เตรียมการขายเมียเขา ปล่อยให้ลูกเขาอดตาย แบบนี้มันไม่ใจดำเกินไปหน่อยหรือ?"
เฉิงโจวซื่อได้ยินดังนั้นก็โกรธจนตัวสั่น นางชี้หน้าด่าคนผู้นั้นว่า "เกี่ยวอะไรกับพวกเ้า! ซูชิ่นเป็ลูกสะใภ้ตระกูลเฉิงของข้า พวกข้าจะจัดการนางอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับพวกเ้า พวกเ้าว่างมากนักหรือ! รีบไสหัวไปเสีย ไม่อย่างนั้นข้าจะเอาไม้กวาดไล่ตีเ้า!"
ชายชราผู้หนึ่งลูบเคราที่บางเบาของตนแล้วกล่าวว่า "แม่ของเยี่ยนอัน คำพูดมันไม่ใช่แบบนี้ แม้ซูชิ่นจะเป็สะใภ้ตระกูลเฉิง แต่นางก็มีครอบครัวเดิม จะแต่งงานใหม่หรือไม่ แต่งกับใคร ต้องขึ้นอยู่กับความเห็นของนางและครอบครัวเดิมของนาง จะให้พวกเ้ากดหัวให้นางแต่งงานไปได้อย่างไร? อีกอย่าง จะแต่งหรือจะขาย ใจพวกเ้าเองย่อมรู้ดีที่สุด ทำตัวใจดำเกินไป ระวังจะโดนกรรมตามสนองเข้าสักวัน"
เฉิงโจวซื่อเดือดดาลราวกับพายุ "เ้าต่างหากที่จะโดนกรรมตามสนอง! รีบไสหัวไป เื่เน่า ๆ ในบ้านเ้ายังจัดการไม่เสร็จ เอาหน้าด้านที่ไหนมาสอดเื่บ้านข้า!"
ชายชราถูกด่าจนเสียหน้า จึงโกรธจนอยากจะเถียงกับเฉิงโจวซื่อต่อ
เฒ่าเฉิงก้าวออกมาด้วยใบหน้าเคร่งขรึมแล้วกล่าวว่า "พอได้แล้ว เลิกทะเลาะกันเสียที!
ตอนนั้นข้าเพียงแต่คิดว่าซูชิ่นมีอาการป่วยติดตัว ตระกูลเฉิงของพวกข้าก็ยากจนข้นแค้น เห็นนางกำลังจะป่วยตาย ประจวบเหมาะกับมีคนอยากแต่งนางและยินดีจะรักษาอาการป่วยให้ พวกข้าไม่นิ่งเฉยปล่อยให้นางต้องสิ้นใจั้แ่อายุยังน้อย นอกจากตอบคำถามตระกูลซูไม่ได้แล้ว ลูกทั้งสองคนก็น่าสงสาร ด้วยเหตุนี้จึงยอมเสี่ยงที่จะถูกผู้คนตราหน้าเพื่อตกลงเื่นี้ไป
และใช่ ข้ายอมรับว่าเื่เงินสินสอดข้าก็หวั่นไหว แต่ถึงอย่างไรมันก็ดีกว่าการทนดูซูชิ่นป่วยตายต่อหน้าต่อตา! ต่อไปพวกเ้าจะด่าอย่างไรก็ด่าเถิด ข้ายอมรับได้ทั้งหมด รอจนวันหนึ่งลงไปใต้ดิน ข้าจะไปอธิบายและขอโทษเยี่ยนอันด้วยตัวเอง"
ซูชิ่นได้ยินคำพูดนี้ ก็ถึงกับอยากจะปรบมือให้เฒ่าเฉิงเสียจริง
นี่มัน 'ชาเขียว' ฉบับโบราณชัด ๆ! ทั้งยังเป็ผู้ชายด้วย!
ดูวิธีพูดสิ ไม่เพียงแต่ทำเป็ยืนอยู่ข้างนางเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของนาง แต่ยังยอมเปิดเผยแผนการเล็ก ๆ ของตัวเองออกมาด้วย ทำให้คนที่คิดจะตำหนิไม่มีคำพูดใดจะโต้แย้งได้เลย
เป็ไปตามคาด เพื่อนบ้านที่มุงดูอยู่ต่างพากันเงียบกริบ รู้สึกว่าสิ่งที่เฒ่าเฉิงพูดดูเหมือนจะมีเหตุผลอยู่บ้าง กฎหมายของราชวงศ์ต้าเยี่ยอนุญาตให้หญิงม่ายแต่งงานใหม่ได้ ไม่ว่าใครรวมถึงพ่อแม่หรือพ่อแม่สามีก็ห้ามขัดขวาง
แม้ตระกูลเฉิงจะบังคับให้ซูชิ่นแต่งงาน แต่ก็เป็อย่างที่เฒ่าเฉิงว่า ดีกว่าป่วยตายไม่ใช่หรือ?
อีกอย่าง ตระกูลเฉิงยังหาคนที่พอมีทรัพย์สินครอบครัวและเป็คนปกติ ไม่ได้ขายซูชิ่นไปยังสถานที่โสโครก แบบนี้ก็นับว่ายังมีมโนธรรมอยู่บ้าง
ซูชิ่นเริ่มประเมินเฒ่าเฉิงใหม่อีกครั้ง พ่อสามีคนนี้ ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมเป็คนพูดน้อย เงียบขรึม มีตัวตนในหมู่บ้านต่ำมาก หลายคนคิดว่าเขาเป็คนซื่อ ๆ
แต่ในสายตาของซูชิ่น ตาแก่คนนี้ไม่ใช่คนพูดน้อยเงียบขรึมที่ซื่อบื้อแน่นอน แต่เป็คนที่เ้าเล่ห์ลึกซึ้งและรู้จักซ่อนตัวเก่งเกินไป จึงทำให้ทุกคนมีความประทับใจเช่นนั้น
นี่ต่างหากคือตัวละครร้ายที่แกล้งเป็หมูเพื่อกินเสือ
แต่นางก็ไม่ใช่คนที่ยอมถูกรังแกง่าย ๆ เช่นกัน
"ท่านพ่อ หากเป็อย่างที่ท่านว่าจริง แล้วเหตุใดวันนั้นน้องรองกับน้องสะใภ้ถึงทำท่าทางดุร้าย ตบตีด่าทอข้า ทั้งยังบอกให้ข้าอยู่นิ่ง ๆ ห้ามหนี บอกว่าสามีของข้าตายแล้ว ไม่มีใครช่วยข้าได้ ต่อให้ตีลูกกับแม่จนตายก็สมควรแล้วเล่าเ้าคะ?" นางก้มหน้าเช็ดน้ำตา พร้อมกับสะอื้นไห้ได้อย่างลื่นไหล
"เ้าพูดโกหก! พวกข้าไม่ได้พูดเช่นนั้น!" เฉิงเหลียนเซียงเห็นสีหน้าของชาวบ้านเปลี่ยนไป จึงรีบะโลั่น
"พวกท่านพูดจริง ๆ เ้าค่ะ ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่เข้าใจผิดในความหวังดีของพ่อสามีหรอกเ้าค่ะ" ซูชิ่นเอามือปิดหน้าพลางร้องไห้โฮ แต่ไม่ได้ส่งผลต่อการโต้ตอบที่ชัดถ้อยชัดคำของนาง
"พวกท่านพูดจริง ๆ ขอรับ แล้วพวกท่านยังตีท่านแม่ของข้า บอกให้ท่านแม่ของข้าอยู่นิ่ง ๆ นอกจากนี้ พวกท่านยังหยิกข้ากับเยว่เยว่ ทั้งยังบอกว่าต่อไปนี้ไม่มีท่านพ่อท่านแม่แล้ว พวกเราต้องเป็คนรับใช้ของตระกูลเฉิง ถูกตีก็ห้ามโต้ตอบ ถูกด่าก็ห้ามเถียงอีกด้วย" โจวโจวช่วยเป็พยานให้ซูชิ่น
"ท่านปู่ คนรับใช้คือคนแบบไหนขอรับ? ทำไมถึงโต้ตอบหรือเถียงไม่ได้ล่ะ?" พูดจบ โจวโจวก็หันไปถามเฒ่าเฉิงด้วยใบหน้าไร้เดียงสา
"ท่านอาหญิงและอาสะใภ้รองหยิกข้าแล้วบอกว่าห้ามร้องไห้ ไม่อย่างนั้นจะขายข้าไปที่หอนางโลม ท่านปู่เ้าคะ หอนางโลมคืออะไรเ้าคะ? ที่นั่นเอาไว้ทำอะไร? ท่านปู่ ข้าไม่อยากไปหอนางโลม ท่านอย่าขายข้าเลยนะเ้าคะ" เยว่เยว่ก็สะอื้นไห้ซบลงบนตัวซูชิ่น พร้อมกับชี้ไปที่ขาของตน
เฒ่าเฉิงถูกถามจนสีหน้าเปลี่ยนเป็เขียวสลับขาว ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี
ส่วนเพื่อนบ้านที่มุงดูอยู่ตอนนี้เริ่มคิดได้แล้ว
ซูชิ่นเหนียงเป็คนอย่างไร? นางเป็คนที่ปกติไม่เคยกล้าเถียงกับใครเสียงดัง หากไม่ถูกบีบจนถึงทางตันจริง ๆ จะกล้าพูดกับตระกูลเฉิงเช่นนี้หรือ?
หากคนตระกูลเฉิงไม่ได้พูดจาสารเลวต่อหน้าเด็กทั้งสองคน เด็กอายุเพียงห้าขวบจะไปรู้เื่เหล่านี้ได้อย่างไร?
เมื่อครู่พวกเขาเกือบจะถูกเฒ่าเฉิงหลอกเข้าให้แล้ว
ป้าหลิวซึ่งเป็ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดในวันนั้นตั้งใจถามขึ้นว่า "เฒ่าเฉิง บ้านสามีใหม่ที่พวกเ้าหาให้ชิ่นเหนียงมีที่มาอย่างไร? เหตุใดถึงใจดีนัก ถึงขึ้นยอมจ่ายเงินตำลึงเพื่อซื้อคนป่วยเลย?"
เฒ่าเฉิงเม้มปากเงียบไม่พูดจา
"หากข้าจำไม่ผิด คนผู้นั้นน่าจะเป็หลี่ไร้ยางอายจากตัวอำเภอ ตอนที่ข้ากับสามีเข้าเมือง ข้าเคยเห็นเขาไกล ๆ สองครั้งเ้าค่ะ" ซูชิ่นกล่าวพลางเหลือบมองป้าหลิวแวบหนึ่งและจดจำไว้ว่านางช่วยพูด
"โอ้โฮ ข้าว่าแล้วว่าตระกูลเฉิงไม่ได้หวังดี ใครในอำเภอชีฝูบ้างไม่รู้ว่าหลี่ไร้ยางอายเป็คนอย่างไร? นั่นมันคนเปิดหอนางโลมเชียวนะ! หากชิ่นเหนียงถูกพาตัวไปจะมีจุดจบที่ดีได้อย่างไร? เมื่อครู่ปากยังบอกว่าไม่ได้ไร้มโนธรรม นี่หรือคือมโนธรรมของพวกเ้า? หากชิ่นเหนียงต้องตามหลี่ไร้ยางอายไป สู้ตายเสียยังดีกว่า!" ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ลงรอยกับเฉิงโจวซื่อมาตลอดรีบเอ่ยออกมาทันที
ผู้หญิงคนนี้เป็ญาติกับเฉิงโจวซื่อ แซ่โจวเหมือนกัน แต่แต่งงานเข้าบ้านตระกูลจางในหมู่บ้าน จึงถูกเรียกว่าจางโจวซื่อ ความไม่ลงรอยของนางกับเฉิงโจวซื่อเป็ความแค้นที่มีมาั้แ่เด็ก
สีหน้าของชาวบ้านแต่ละคนดูไม่ดียิ่งนัก ต่างพากันรุมประณามเฒ่าเฉิงจนเขาอยากจะแทรกแผ่นดินหนี และในใจก็ยิ่งเกลียดซูชิ่นมากขึ้นไปอีก
เขาใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านเสี่ยวเหอมาครึ่งค่อนชีวิต ไม่เคยต้องอับอายขายหน้าเท่าวันนี้มาก่อน!
เฉิงโจวซื่อโกรธจนตัวสั่น แล้วเถียงกับคนเ่าั้ว่า "เกี่ยวอะไรกับพวกเ้า! เฉิงเยี่ยนอันตายแล้ว ต่อไปซูชิ่นเหนียงจะอยู่หรือตายให้ตระกูลเฉิงของพวกข้าเป็คนตัดสิน ไม่ถึงตาพวกเ้าต้องมาจัดการ รีบไสหัวไปให้หมด!!"