จัตุรัสกลางมหานครฉางเฟิงในเช้าวันสำคัญแห่งปี คลาคล่ำไปด้วยฝูงชนจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบปี ผู้คนจากทุกชนชั้น ทุกหมู่เหล่า ต่างหลั่งไหลมารวมตัวกัน ณ สถานที่แห่งนี้จนแทบจะไม่มีที่ยืน เสียงพูดคุยจอแจ เสียงหัวเราะ เสียงร้องไห้งอแงของเด็กเล็ก และเสียงะโโหวกเหวกดังผสมปนเปกันไปหมด บรรยากาศโดยรวมอบอวลไปด้วยความตื่นเต้น ความคึกคัก และที่สำคัญที่สุดคือ ความคาดหวังอันแรงกล้าที่จับต้องได้ในอากาศ ธงทิวหลากสีสันประดับประดาอยู่ตามอาคารรอบจัตุรัส โบกสะบัดไปตามแรงลม
ท่ามกลางความโกลาหลและเบียดเสียดนั้น เหล่าเด็กๆ อายุสิบขวบปีนับร้อยชีวิตในอาภรณ์ชุดใหม่ที่สวยงามที่สุดเท่าที่ครอบครัวจะหาให้ได้ ยืนรอคอยด้วยหัวใจที่เต้นระรัวไม่เป็ส่ำ ใบหน้าเล็กๆ ฉายแววทั้งความตื่นเต้นและความประหม่าปะปนกันไป เคียงข้างพวกเขาคือเหล่าผู้ปกครองที่มีสีหน้าหลากหลาย บ้างก็ยิ้มแย้มด้วยความภาคภูมิใจและความหวังเต็มเปี่ยม บ้างก็มีสีหน้าเคร่งเครียด กังวลถึงผลลัพธ์ที่จะออกมา บ้างก็เพียงยืนสงบนิ่ง รอคอยโชคชะตาที่จะถูกกำหนดในวันนี้
เฉิน ฮ่าวหราน ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายและเบียดเสียดนั้น มือเล็กๆ ของเขากำลังกุมมืออันอบอุ่นของมารดาไว้แน่น ััได้ถึงความมั่นคงและความรักที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของนาง ซึ่งช่วยปลอบประโลมใจที่กำลังเต้นระรึกของเขาให้สงบลงได้บ้าง ชุดผ้าไหมสีน้ำเงินครามเข้มตัวใหม่ที่เขาสวมใส่อยู่นั้น แม้จะงดงามและพอดีตัว แต่ก็ให้ความรู้สึกแปลกแยกและไม่คุ้นเคย เขาอดไม่ได้ที่จะขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกอึดอัดกับสายตาของผู้คนที่อาจจะมองมา แต่เขาก็พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาความสงบเยือกเย็นไว้บนใบหน้า ตามที่มารดาได้พร่ำสอนและย้ำเตือนเขาเมื่อคืนนี้
ณ ใจกลางจัตุรัสอันกว้างใหญ่ ศิลาปลุกพลังสีดำขลับขนาดมหึมา สูงราวสาม่ตัวคนยืน ตั้งตระหง่านอยู่บนแท่นยกสูงดุจภูผาน้อยๆ ที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน พื้นผิวของมันเรียบสนิทแต่กลับดูดกลืนแสงโดยรอบ แผ่รัศมีแห่งพลังอันลึกลับ โบราณ และน่าเกรงขามออกมาจางๆ กดดันให้บรรยากาศโดยรอบดูศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยมมนต์ขลังยิ่งขึ้น
เมื่อเสียงกลองมงคลใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างแท่นศิลา ถูกตีดังขึ้นกึกก้องสะท้านไปทั่วทั้งสามครา ความจอแจและเสียงพูดคุยทั้งหมดพลันเงียบสงัดลงราวกับนัดหมาย ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังแท่นยกสูงเป็จุดเดียว ร่างของท่านเสวียนซิ่ว ผู้คุมพิธีาุโแห่งนครฉางเฟิง ในชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดตา ปักดิ้นทองเป็ลวดลายเมฆามงคล ปรากฏกายขึ้นบนแท่นยกสูงนั้น ใบหน้าของท่านแม้จะดูชราภาพ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม หากแต่ดวงตาที่ทอประกายนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามและพลังอำนาจบางอย่าง
"พิธีปลุกพลังประจำปีแห่งนครฉางเฟิง บัดนี้ ได้เวลาอันเป็มงคลฤกษ์แล้ว!" สุรเสียงของท่านเสวียนซิ่วดังกังวานไปทั่วจัตุรัส แม้จะไม่ได้ะโ แต่กลับชัดเจนและทรงพลังยิ่งนัก "ขอเชิญยุวชนผู้มีรายนามตามลำดับ ก้าวขึ้นสู่แท่นศิลาศักดิ์สิทธิ์ เพื่อรับการทดสอบพร์แห่งธาตุและรากิญญาของตน ณ บัดนี้ ทีละคน!"
นามแล้วนามเล่าถูกขานออกไปโดยผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้างแท่น เด็กชายหญิงต่างทยอยกันเดินขึ้นไปบนแท่นศิลาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน บ้างก็ก้าวเดินอย่างมั่นคงและภาคภูมิใจ บ้างก็ประหม่าจนแทบจะก้าวขาไม่ออก ฝ่ามือเล็กๆ ที่สั่นเทาเล็กน้อยของแต่ละคน ััลงบนพื้นผิวอันเย็นะเืของศิลาปลุกพลังสีดำขลับนั้น ทันใดนั้น! พลันปรากฏลำแสงต่างสีสันพวยพุ่งออกมาจากศิลา พร้อมกับเสียงประกาศผลอันดังก้อง
"หลี่ เหมย! ธาตุดิน! รากิญญาระดับต่ำ!" ลำแสงสีเหลืองอ่อนจางๆ ปรากฏขึ้นเพียงครู่เดียวแล้วดับหายไป เด็กหญิงเดินลงมาจากแท่นด้วยสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย
"จาง ห่าว! ธาตุน้ำ! รากิญญาระดับกลาง!" ลำแสงสีฟ้าสว่างนวลตาปรากฏขึ้นสูงพอประมาณ ก่อเกิดเสียงชื่นชมเล็กน้อยจากฝูงชน เด็กชายยิ้มอย่างพอใจ
"ซุน เฟย! ธาตุลม! รากิญญาระดับสูง!" ลำแสงสีเขียวมรกตสว่างเจิดจ้าพุ่งสูงขึ้นเกือบสอง่ตัว! เสียงฮือฮาและเสียงปรบมือดังขึ้นอย่างชัดเจนจากทั่วทั้งจัตุรัส! เด็กชายเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ คารวะท่านเสวียนซิ่วก่อนจะเดินลงมาอย่างสง่าผ่าเผย
เฉิน ฮ่าวหราน เฝ้ามองภาพเ่าั้ด้วยใจที่เต้นแรงขึ้นทุกขณะ เขาััได้ถึงพลังงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในลำแสงแต่ละสี ความรู้สึกยินดีของผู้ที่ได้รับพร์ และความผิดหวังของผู้ที่พลาดหวัง สะท้อนออกมาจากสีหน้าและปฏิกิริยาของผู้คนรอบข้าง เขาเพียงได้แต่กำมือแน่น ภาวนาอยู่ในใจซ้ำๆ 'ขอเพียงแค่มี... แค่ระดับธรรมดาก็พอแล้ว... ระดับต่ำก็ได้... ขอเพียงอย่าให้ไม่มีอะไรเลย...'
"เฉิน ฮ่าวหราน!"
พลัน! ชื่อของเขาถูกประกาศก้องออกมา! ดังชัดเจนไปทั่วทั้งจัตุรัส!
ร่างกายของเขารู้สึกแข็งทื่อไปชั่วขณะ ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เฉินหลิวที่ยืนอยู่ข้างๆ บีบมือเขาเบาๆ ส่งมอบกำลังใจและความอบอุ่นผ่านมา "ไปเถิดลูกแม่ ทำให้ดีที่สุด"
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก้าวเท้าออกจากอ้อมกอดของมารดา เดินผ่านสายตานับพันคู่ที่จับจ้องมายังเขาราวกับจะทะลุทะลวง ขึ้นสู่แท่นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ เขายืนอยู่เบื้องหน้าศิลาสีดำขลับ ยื่นมือขวาที่สั่นเทาเล็กน้อยออกไปอย่างช้าๆ ััลงบนพื้นผิวอันเย็นะเืและแฝงพลังงานอันลึกล้ำของศิลาศักดิ์สิทธิ์นั้น 'ท่านแม่... ข้าเพียงหวังว่า... จะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง...'
วินาทีที่ฝ่ามือััลงบนศิลา! โลกทั้งใบก็พลันแปรเปลี่ยนไปในพริบตา!
ครืนนน! เปรี้ยงงงงงงงงงงงง!!!
บังเกิดเสียงกึกก้องสะท้านฟ้าะเืดินดังขึ้นอย่างไม่คาดฝัน! ศิลาปลุกพลังสีดำขลับอันแข็งแกร่ง สั่นะเือย่างรุนแรงราวกับกำลังจะแตกสลายออกเป็เสี่ยงๆ! ราวกับมันไม่อาจทนรับพลังงานอันมหาศาลที่ถูกปลุกขึ้นมานี้ไว้ได้! ทันใดนั้น! ลำแสงสีครามเข้มลึกสุดหยั่งถึงราวกับห้วงอเวจีแห่งรัตติกาล พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าด้วยความเร็วสูง! มันมิใช่เพียงลำแสงสว่างธรรมดา หากแต่เป็แก่นแท้แห่งพลังงานอันบริสุทธิ์ เก่าแก่ เย็นะเื และแฝงไว้ด้วยอำนาจทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวแห่งยุคา!
กลิ่นอายอันสูงส่ง ศักดิ์สิทธิ์ และกดดันอย่างยิ่งยวด แผ่ปกคลุมลงมาอย่างหนักหน่วง! บดขยี้ทุกสรรพสิ่งเบื้องล่าง! ทันใดนั้น! พลันปรากฏสายฟ้าสีเงินขาวบริสุทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วน แตกประกายออกมาจากลำแสงสีครามประธานนั้น! เริงระบำไปทั่วท้องฟ้าเบื้องบน ดุจฝูงัอัสนีตัวน้อยที่ตื่นจากการหลับใหล! เสียงครืนครั่นคำรามของสายฟ้าดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย! แรงกดดันอันไร้ขีดจำกัดนี้ทำให้แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสูงที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ หรือแม้แต่ท่านเสวียนซิ่วเอง ยังต้องรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึง! เืลมในกายปั่นป่วน!
ท่ามกลางความโกลาหลแห่งพลังงานนั้น เฉิน ฮ่าวหราน ผู้เป็ศูนย์กลางของปรากฏการณ์ทั้งหมด รู้สึกราวกับจิติญญาของตนเองกำลังจะถูกกระชากออกจากร่าง! พลังงานอันบ้าคลั่ง เกรี้ยวกราด และไม่อาจควบคุมได้สายหนึ่ง กำลังไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเขาผ่านฝ่ามือที่ััศิลา ก่อเกิดความเ็ปรวดร้าวไปทุกอณูเซลล์! ราวกับร่างกายกำลังจะถูกฉีกกระชากออกเป็ชิ้นๆ! แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง เขาก็ััได้ถึงเสียงกระซิบอันแ่เบา เย็นเยียบ และเก่าแก่ยิ่งกว่ากาลเวลา ดังก้องขึ้นในห้วงสำนึกที่ลึกที่สุดของเขา เสียงนั้นกล่าวถ้อยคำที่ไม่อาจเข้าใจได้ เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ก่อนที่เสียงนั้นจะถูกกลืนหายไปในกระแสพลังอันเชี่ยวกรากที่ไหลเวียนอยู่ในร่าง!
ทั่วทั้งจัตุรัสกลางมหานครฉางเฟิงตกอยู่ในความเงียบงันยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า ทุกผู้คนนับหมื่นนับแสน ล้วนตกตะลึงพรึงเพริด อ้าปากค้าง จ้องมองภาพเหตุการณ์อันเหนือจินตนาการที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา! ปรากฏการณ์ระดับนี้ ไม่เคยมีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของนครฉางเฟิงมาก่อน!
"ธะ... ธาตุอัสนี!" ท่านเสวียนซิ่วเบิกเนตรกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า จ้องมองลำแสงสีครามเข้มที่ยังคงพุ่งทะยานอยู่บนฟ้านั้นด้วยอาการเหลือเชื่อสุดขีด เสียงของท่านสั่นเครืออย่างไม่อาจควบคุมได้ "ความบริสุทธิ์และพลังงานระดับนี้... มันคือ... แก่นแท้า! รากิญญาเชื่อมต่อกับกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินโดยตรง! ์! นี่มัน... นี่คือรากฐานแห่งเต๋าอันไร้ขีดจำกัด! พร์ระดับนี้... เหตุใดจึงมาปรากฏขึ้นที่นครเล็กๆ เช่นนี้ได้! แต่... แต่ตามตำนานโบราณที่บันทึกไว้... พลังระดับนี้มักจะนำพา... 'มหาเคราะห์กรรม' อันใหญ่หลวงมาด้วยเสมอ!"
'มหาเคราะห์กรรม!'
ถ้อยคำนี้และปฏิกิริยาอันตื่นตระหนกอย่างสุดขีดของท่านเสวียนซิ่วและผู้คนรอบข้าง ทำให้ความหวาดกลัวอันมหาศาลเข้าครอบงำจิตใจของเฉิน ฮ่าวหราน อย่างสมบูรณ์! เขาไม่้าพลังระดับนี้! เขาไม่้าเคราะห์กรรม! สัญชาตญาณดิบกรีดร้องบอกให้เขาหนี! บอกให้เขาปฏิเสธพลังนี้! 'อันตราย! พลังนี้อันตรายเกินไป! ข้าต้องซ่อนมัน! ข้าต้องทำให้ทุกคนเข้าใจผิด! ข้าต้องทำให้ทุกคนเชื่อว่าข้าควบคุมมันไม่ได้!'
"อ๊ากกกกกกกกกก!" เขากรีดร้องออกมาสุดเสียง ใบหน้าเล็กๆ ซีดขาวเผือด บิดเบี้ยวด้วยความเ็ปอย่างแสนสาหัส (ซึ่งส่วนหนึ่งเป็ความเ็ปที่เกิดขึ้นจริงจากพลังงานที่ควบคุมไม่ได้ อีกส่วนหนึ่งคือการเสแสร้งแสดงออกมาอย่างสุดกำลัง) "ข้า... ข้าควบคุมมันไม่ได้! พลัง... พลังมันจะทำลายข้า! ได้โปรด... ช่วยข้าด้วย!"
เขากระตุกมือกลับจากศิลาปลุกพลังอย่างแรง ล้มฟุบลงบนพื้นแท่นพิธี ชักดิ้นชักงอราวกับคนถูกผีเข้า แสดงท่าทางเ็ปทรมานอย่างน่าเวทนาที่สุดเท่าที่เด็กชายคนหนึ่งจะสามารถแสดงออกมาได้!
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง! ร่างของเฉินหลิวก็เคลื่อนไหวรวดเร็วดุจเงา นางพุ่งทะยานขึ้นไปบนแท่นพิธี สีหน้าของนางยังคงพยายามรักษาความเรียบเฉยไว้ หากแต่ั์ตาคู่สวยกลับเต็มไปด้วยความกังวล ความตื่นตระหนก และความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่ขัดแย้งกัน "ขออภัยท่านผู้าุโ!" นางกล่าวเสียงดังฟังชัด ดึงความสนใจจากทุกคน "ดูเหมือนว่าพลังที่ถูกปลุกขึ้นในกายของบุตรชายข้าจะเกิดปฏิกิริยารุนแรงเกินกว่าที่คาดคิด เกรงว่าเขาจะเป็อันตรายถึงชีวิต! ข้าต้องรีบพาตัวเขากลับไปทำการรักษาเป็การด่วนที่สุด!"
ท่านเสวียนซิ่ว ซึ่งยังคงอยู่ในอาการตกตะลึงและสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พยักหน้าอย่างเลื่อนลอย "อะ... เชิญ... เชิญท่านหญิง... รีบพาเขาไปเถิด... ดูแลเขาให้ดี..."
เฉินหลิวไม่รอช้า นางช้อนร่างของบุตรชายขึ้นอุ้มไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอมและรวดเร็ว (ฮ่าวหรานรีบหลับตา ทำทีหมดสติไปในทันที) ก่อนจะหันหลังและเดินลงจากแท่นพิธีอย่างรวดเร็ว ก้าวเดินอย่างมั่นคงฝ่าฝูงชนที่แหวกทางให้โดยอัตโนมัติ นางไม่สนใจสายตาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือเสียงกระซิบกระซาบใดๆ ทั้งสิ้น จิตใจทั้งหมดของนางมุ่งตรงกลับสู่เรือนหลังเล็กอันเป็ที่พักพิงเพียงแห่งเดียวของตน
เมื่อกลับถึงเรือน เฉินหลิววางร่างของบุตรชายลงบนเตียงอย่างแ่เบาที่สุด นางใช้พลังภายในตรวจสอบสภาพร่างกายของเขาอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง เมื่อพบว่าเขาไม่ได้รับาเ็ร้ายแรงถึงชีวิต เพียงแต่อ่อนเพลียและพลังงานภายในปั่นป่วนอย่างรุนแรงเท่านั้น นางก็ถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอกที่แท้จริง หากแต่แววตาของนางยังคงเต็มไปด้วยความกังวลอันลึกซึ้งและมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
"อัสนีา... รากฐานแห่งเต๋าอันไร้ขีดจำกัด..." นางพึมพำกับตนเองด้วยเสียงที่แ่เบาราวกระซิบ "เหตุไฉนโชคชะตาจึงเลือกเ้า... ฮ่าวหรานลูกแม่... ชะตากรรมที่เ้าต้องแบกรับนี้ ช่างหนักหนาเกินไปนัก..." นางทรุดกายนั่งลงข้างเตียง มือเรียวลูบไล้เส้นผมสีดำขลับของบุตรชายที่บัดนี้ลืมตาขึ้นมองนางแล้วด้วยแววตาสับสนและหวาดกลัว
"ท่านแม่... ข้า... พลังนั่น..."
"ชู่ว์... ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นลูกรัก" เฉินหลิวลูบผมบุตรชายอย่างอ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้า แม้จะแฝงความเศร้า "พลังที่อยู่ในกายของเ้า... มันทั้งยิ่งใหญ่เหนือจินตนาการ และก็อันตรายอย่างยิ่งยวดเช่นกัน หากปราศจากการชี้แนะที่ถูกต้องและการควบคุมที่เหมาะสม มันอาจนำพามาซึ่งหายนะอย่างแท้จริงได้" นางสบตาเขาแน่วแน่ ส่งผ่านความรักและความมุ่งมั่นทั้งหมดไปให้ "แต่จงอย่าได้หวาดกลัวไปเลย ฮ่าวหราน ตราบใดที่แม่คนนี้ยังอยู่เคียงข้างเ้า แม่จะปกป้องเ้าสุดชีวิต และจะหาหนทางที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของเ้าเสมอ... ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคหรือภยันตรายใดๆ ก็ตาม"
คำมั่นสัญญานั้นเปี่ยมไปด้วยความรัก ความเด็ดเดี่ยว และพลังใจอันแรงกล้า ฮ่าวหรานััได้ถึงความอบอุ่นและความปลอดภัยในอ้อมแขนของมารดาอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน หากแต่ในส่วนลึกของจิตใจ เขาก็ตระหนักได้เช่นกันว่า ชีวิตอันแสนธรรมดาและสงบสุขที่เขาเคยรู้จักและคุ้นเคย ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างสิ้นเชิง... และจะไม่มีวันหวนกลับคืนมาได้อีก
(จบตอนที่ 2)