มื้ออาหารค่ำ กลิ่นของผัดคะน้าปลาเค็มและต้มจืดเต้าหู้หมูสับลอยอบอวลไปทั่วห้อง สมาชิกทุกคนในครอบครัวนั่งล้อมวงกันที่โต๊ะอาหารอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น
"มาๆ กินข้าวกัน วันนี้ปู่ใส่หมูสับเยอะเป็พิเศษเลยนะ ฉลองที่บ้านเราหมดหนี้" ปู่หลิงตักน้ำแกงใส่ถ้วยให้หลานๆ อย่างอารมณ์ดี
ระหว่างที่ทานข้าวไปได้สักพัก ย่าจูที่เก็บความสงสัยไว้ั้แ่บ่ายก็เอ่ยถามขึ้น
"อาเหยา... วันนี้ไปดูสวนสมุนไพรบ้านคุณปู่ท่านนั้นมา เป็ยังไงบ้างล่ะ? ได้ความรู้มาเยอะไหม? ท่านใจดีสอนเราหรือเปล่า?"
ทุกคนบนโต๊ะหยุดตะเกียบ หันมามองซูเหยาเป็ตาเดียวด้วยความสนใจใคร่รู้
ซูเหยาวางตะเกียบลง เช็ดปากเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกว้าง "ดีมากเลยค่ะย่า สวนสมุนไพรบ้านท่านมีของหายากเต็มไปหมด ท่านใจดีมาก สอนหนูหลายอย่างเลยค่ะ... แต่ที่สำคัญกว่านั้น ย่ารู้ไหมคะว่าคุณปู่ท่านนี้คือใคร?"
"ใครรึ?" ย่าจู ถามซื่อๆ
"ท่านชื่อ 'หลี่หง' ค่ะ... คือเ้าของ 'ซูเปอร์มาร์เก็ตตระกูลหลี่' ที่เราไปซื้อของกันประจำ แล้วก็เป็เ้าของร้านขายยาเครือหลี่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศด้วยค่ะ"
"หา!!?" เสียงอุทานของพ่อ แม่ ปู่ และย่า และซูอิ๋ว ดังขึ้นพร้อมกัน "เ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตนั่นน่ะนะ!" ย่าจูตาโตเท่าไข่ห่าน "มิน่าล่ะ... วันก่อนหนูถึงไปเจอแกที่นั่น ตายจริง... เราได้ช่วยคนระดับเศรษฐีไว้เชียวเหรอเนี่ย ดีนะที่เขาปลอดภัย เป็บุญของแกจริงๆ"
"ใช่ค่ะย่า ท่านเป็คนถ่อมตัวมาก ไม่ถือตัวเลย" ซูเหยาเล่าต่อ "และเพราะท่านทำธุรกิจเกี่ยวกับยาและสุขภาพ ท่านเลยสนใจ 'ยาดม' ที่หนูลองทำมากค่ะ เพราะเอาให้ท่านดมตอนเป็ลมน่ะค่ะ
ท่านบอกว่าอาการวิงเวียนของท่านดีขึ้นทันตาเห็น... ท่านเลยเสนออยากจะร่วมทำธุรกิจกับหนูค่ะ"
"ธุรกิจ?" พ่อหลิงถามเสียงประหลาดใจ "ธุรกิจอะไรลูก? เราไม่มีเงินทุนไปลงทุนกับเขาหรอกนะ"
"ไม่ใช่แบบนั้นค่ะพ่อ" ซูเหยารีบอธิบายด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
"คุณปู่หลี่ท่านเป็นักธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ ท่านมองว่าสูตรยาดมของหนูมีเอกลักษณ์และสรรพคุณที่โดดเด่นมาก หากผลิตออกมาวางจำหน่ายในท้องตลาด จะต้องได้รับความนิยมอย่างแน่นอน..."
"ท่านจึงเสนอขอสูตรยาของหนูไปผลิต หนูว่าจะใช้ชื่อแบรนด์ตระกูลหลิงดีไหมคะ โดยท่านจะเป็คนลงทุนเื่โรงงาน การผลิต การทำบรรจุภัณฑ์ และการวางขายในสาขาทั่วประเทศทั้งหมด ส่วนหนู... ในฐานะเ้าของสูตร จะได้รับส่วนแบ่งจากกำไรสุทธิจากยอดขายทุกชิ้นค่ะ"
ปู่หลิงฟังแล้วตาเป็ประกาย "ไอ้ยาดมที่หลานทำเนี่ย มันดีขนาดนั้นเชียวรึ? ถึงขนาดเศรษฐีอยากจะขอซื้อสูตร"
ย่าจูเองก็สนใจขึ้นมาทันที "นั่นสิอาเหยา มันดีจริงหรือหลาน? ย่าเอง่นี้ก็เวียนหัวบ่อยๆ ไหนทำให้ย่าดมบ้างสิ ย่าอยากรู้ว่ามันหอมยังไง"
ซูเหยายิ้มรับ "ได้สิคะย่า มันดีจริงๆ ค่ะ สูดแล้วโล่งจมูก สมองปลอดโปร่งทันที เดี๋ยวทานข้าวเสร็จหนูจะทำให้ปู่กับย่าคนละตลับเลยนะคะ รับรองติดใจแน่"
"ดีๆ หลานกตัญญู" ย่าจูยิ้มแก้มปริ
"แล้วเื่ส่วนแบ่งล่ะลูก? เขาให้เท่าไหร่?" แม่เสิ่น ถามต่อ
"ตอนแรกท่านเสนอให้เยอะมากค่ะ แต่หนูต่อรองขอรับไว้แค่ 1% ของกำไรสุทธิ ค่ะ"
"หนึ่งเปอร์เซ็นต์?" ซูอิ๋วที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ร้องทัก "พี่ใหญ่... หนึ่งเปอร์เซ็นต์ มันจะไม่น้อยไปหน่อยเหรอ? พี่อุตส่าห์เป็เ้าของสูตรนะ"
ซูเหยายิ้มอย่างใจเย็น แล้วอธิบายให้ทุกคนฟัง
"ย่าคะ อาอิ๋ว... ลองคิดดูนะ 1% ดูเหมือนน้อย แต่ถ้าสินค้านี้วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต 500 สาขา และร้านขายยาอีกนับพันแห่งทั่วประเทศ
สมมติว่าขายได้เดือนละ 100,000 ชิ้น ชิ้นละ 20 หยวน ยอดขายรวมคือ 2 ล้านหยวน... ตัดต้นทุนไป น่าจะเหลือกำไร ล้านกว่าๆ 1% ของ ล้านกว่าๆ ก็คือ 10,000 กว่าหยวนต่อเดือนเลยนะคะ! โดยที่เราไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเลย แค่นั่งรอรับเงินเฉยๆ"
ทุกคนในโต๊ะอ้าปากค้าง เริ่มจินตนาการตามตัวเลขที่ซูเหยาบอก "หมื่น... หมื่นกว่าหยวนต่อเดือน!?" พ่อเสียงสั่น "มากกว่าเงินเดือนพ่อหลายเดือนเลยนะ!"
"และที่สำคัญกว่าเงิน..." ซูเหยาพูดเสริม ดวงตาเป็ประกาย "คือการที่เราได้สร้างสายสัมพันธ์กับตระกูลหลี่ค่ะ การที่หนูยอมรับส่วนแบ่งแค่นี้ ทำให้คุณปู่ท่านเอ็นดูและมองว่าหนูไม่โลภ การมีมิตรระดับนี้ คุ้มค่ายิ่งกว่าเงินทองอีกนะคะ"
ปู่หลิงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง "อาเหยาคิดถูกแล้ว เราคนจนเจียมตัว ไม่โลภมาก รู้จักประมาณตน เป็สิ่ง ประเสริฐแล้ว การมีผู้ใหญ่เมตตาเอ็นดู ย่อมดีกว่ามีเงินทองกองเท่าูเาแต่ไร้มิตร"
"อ้อ! ยังมีอีกเื่นะคะที่บังเอิญสุดๆ" ซูเหยานึกขึ้นได้ "ทุกคนจำ 'หลี่หราน' เพื่อนนักเรียนใหม่ที่หนูเคยเล่าให้ฟังได้ไหมคะ?
"จำได้สิ ที่ลูกบอกว่าในห้องมีเพื่อนใหม่มาจากเมือง S ใช่ไหมลูก?" แม่ถาม
"ใช่ค่ะแม่... วันนี้ตอนหนูไปที่บ้านคุณปู่หลี่ จู่ๆ เขาก็เดินลงมา...
ปรากฏว่าเขาเป็ หลานชายแท้ๆ ของคุณปู่หลี่ค่ะ!"
"หาาา!?" รอบนี้เสียงอุทานดังกว่าเดิม อาอิ๋วถึงกับตะเกียบร่วง "เพื่อนพี่เป็หลานเศรษฐีเหรอเนี่ย!"
"ใช่จ้ะ ตอนเจอกันก็ใกันทั้งคู่เลย ไม่คิดว่าจะโลกกลมขนาดนี้" ซูเหยาหัวเราะเบาๆ
"โลกกลมจริงๆ นั่นแหละ" ย่าจูตบเข่า "แต่นี่ถือเป็เื่ดีนะ หลานเป็เพื่อนกับหลานเขา ปู่ก็เอ็นดูหลาน... ดูท่าบ้านเรากับตระกูลหลี่คงมีวาสนาต่อกัน"
"ใช่ครับ โลกกลมจริงๆ" พ่อหลิงยิ้ม "ดีแล้วลูก รักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้"
บรรยากาศมื้อค่ำวันนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเสียงหัวเราะจากเื่บังเอิญที่น่ายินดีนี้