ตอน 7 ถวิลหามิอาจลืม
ณ วังหลวง ตำหนักหย่งเล่อ (เรือนที่ไฉเจ้อิอยู่)
"เสี่ยวหลงตูเื่ที่ข้าให้เ้าไปจัดการเป็ยังไงบ้างพานางมาได้หรือไม่"เจ้อินั่งจิบชาหวังรอฟังข่าวดีจากปากเสี่ยวหลงตู
หลังจากที่คลาดกันกะทันหันในวันนั้น เจ้อิก็เอาแต่งุ่นง้วนกับการใหญ่หลงลืมไปชั่วขณะ กระทั่งหิมะแรกตก...ทำให้เขาฉุกคิดได้ว่า นางจะอยู่อย่างไรเจ้อิไม่รีรอ รีบเรียกหาเสี่ยวหลงตู ออกคำสั่งให้รีบตามหานางหาพบเจอจงพากลับมายังตำหนักหย่งเล่อทันที
"องค์ชายขอรับ หลงตูไม่พบแม่นางผู้นั้น ตามหาโดยรอบจนทั่วกลับไม่พบแม้แต่เงา จะมีก็เพียงแต่ ของสิ่งนี้ที่ตกอยู่ที่นั่น "หลงตูยื่นขลุ่ยไม้อันนั้นให้เจ้อิ
"ใช่ ของสิ่งนี้เป็ของของนาง แม้มิเห็นคนได้เห็นสิ่งของก็ยังดี ข้าจะเก็บมันไว้อย่างดี เพื่อรอเ้ามารับมันกลับคืนไป" เจ้อิรับขลุ่ยไม้อันนั้น นำเก็บรักษาอย่างดีแต่ทว่าในใจก็ยังไม่อาจวางเฉย ห่วงหานางอยู่เนืองๆ
เจ้อิไม่ถอดใจ ยังคงให้หลงตูออกตามหาอยู่ตลอด...กระทั่งถึงยามค่ำคืน เขาสลัดคราบองค์ชายตาบอด ออกตามหานางด้วยตัวเอง(จะว่าไป ไฉเจ้อิผู้นี้ก็คลั่งรักไม่เบาเหมือนกันนะ)
คืนที่หิมะโปรยปรายไม่หยุด แสงดวงจันทร์วงใหญ่สาดส่องสว่างปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ไฉเจ้อิ ยืนเอนตัวพิงขอบกำแพงที่เก่าฉุกหวนคิดถึงครั้งแรกที่พบนาง...
เขาทนหนาวรออยู่ที่นั่นตลอดทั้งคืนหวังจะได้พบแม่นางในดวงใจอีกสักครั้ง วาดไว้ว่าจะพานางกลับตำหนักหย่งเล่อรับเป็สนมข้างกายดูแลอย่างดี พัดวีไปชั่วชีวิต
"ในใจของข้า เกิดมามิเคยคำนึกถึงสตรีนางใดนอกจากท่านแม่แล้ว เห็นทีก็คงจะเป็เ้า "เจ้อิยืนกอดกายหนาวสั่นใต้ผ้าคลุมขนสัตว์ผืนใหญ่... ร่างกายสั่นเครือมือที่เรียวยาว แดงแฉ่เพราะความหนาวเย็น
"องค์ชายขอรับ อย่าทนหนาวเย็นที่นี่อีกต่อไปเลยเื่ของนาง ปล่อยให้เป็หน้าที่หลงตูเถิดองค์ชายโปรดกลับตำหนักหย่งเล่อไปพักผ่อนเถอะขอรับ"เสี่ยวหลงตูออกปากอ้อนวอนเจ้อิถึงเพียงนั้น มีหรือที่เขาจะไม่ยอม
ไฉเจ้อิถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างสิ้นหวัง ก่อนเดินคอตกกลับตำหนักระหว่างเดินไป เขาพลางมองดวงจันทร์อธิษฐานต่อแสงดาว
"หากข้ากับนางมีวาสนาต่อกันชาตินี้ขอให้ได้วนมาพบเจอกันอีกครา เพียงครั้งเดียวเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้นางปลุดมือไปอีก...."
*******************
ณ จวนสกุลหลาน
ในยามรุ่งเช้า แสงอรุณเบิกฟ้าสาดส่องลอดผ่านม่านบางๆกระทบขอบแก้ว...สะท้อนให้เห็นเป็ประกาย
เสียงนกน้อยเกาะอยู่บนกิ่งไม้ข้างเรือนร้องระงมเจื้อยแจ้ว....เสี่ยวชิงตื่นนอนเพราะพลิกตัวตกเตียง
"อะ อะ โอ้ยย... เจ็บชะมัด"เสี่ยวชิงลุกขึ้นบิดตัวไปมา หัวฟูเป็รังนก
"แม่นาง เป็อะไรหรือไม่ " สาวใช้นางนั้น ได้ยินเสียงเสี่ยวชิงตกเตียงรีบวิ่งเข้ามาอย่างหน้าตื่น
"ไม่เป็อะไร เธอออกไปเถอะ"เสี่ยวชิงเอาผ้าปิดหน้า ผายมือไล่ให้สาวใช้ออกห่างเพราะเธอไม่อยากให้ใครเห็นตัวเองในสภาพที่เพิ่งตื่นนอน
"ไม่ได้เ้าค่ะวันนี้เป็วันที่ต้องปรับเปลี่ยนกันยกใหญ่ !!! "
"พวกเ้า ช่วยข้าจับนาง"สาวใช้ปรบมือสองครั้ง เพื่อส่งสัญญาณให้สาวใช้อีกสองสามคนที่ยืนรอหน้าเรือนเข้ามาช่วยกันจับเสี่ยวชิง
"นะ นะ นะ นี่ พวกเธอจะทำอะไรช้านนนนน" เสี่ยวชิงงง-งวย ตื่นมาก็ถูกจัดแจงไปซะหมด ชีวิตคุณหนูลูกสาวมาเฟียดันต้องมาเป็คุณหนูรองสกุลหลาน มันไม่ชินจริงๆ
"แม่นาง ไม่ต้องกังวล พวกข้าแค่จะแปลงโฉมให้ท่านเป็คุณหนูรองหลานเสี่ยวชิงก็เท่านั้นหมดเวลาที่ท่านจะเป็ตัวของตัวเองแล้วล่ะคราวนี้ท่านต้องเป็คุณหนูของพวกข้า" พูดจบประโยคสาวใช้ทั้งสามง่วนอยู่กับการจับเสี่ยวชิงแต่งองค์ทรงเครื่องกันยกใหญ่
กระทั่งยามสาย ตะวันโด่งกลางหัว... ถังเสี่ยวชิงที่มาจากโลกอีกใบกลายเป็หลานเสี่ยวชิงคุณหนูรองสกุลหลานเต็มตัว...
"คุณหนูรองพวกข้าต้องได้พาท่านไปให้ฮูหยินกับนายท่านดูตัวพวกเขารอท่านอยู่ที่ห้องโถงใหญ่"สาวใช้เปลี่ยนท่าทางการปรนนิบัติจากหลังมือเป็หน้ามือมันทำให้เสี่ยวชิงเริ่มรู้สึกตัวจริงๆแล้วล่ะ ว่าตัวเองคือคุณหนูรองสกุลหลานจริงๆ
คร่อก คร๊อก จ๊อกๆๆ เสียงท้องร้อง
"เดี๋ยวก่อนได้ไหม ฉันหิวมากเลยเนี่ยมัวแต่ใกับสภาพตัวเอง ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยั้แ่เมื่อคืน "เสี่ยวชิงเอามือกุมท้อง เดินหลังค่อม หน้าตาบูดเบี้ยว อารมณ์ไม่ค่อยดีท่าทางเหมือนจะโมโหหิว
สาวใช้ทั้งสามกลัวจะถูกโบย หากไม่ทำตามคำสั่งให้สำเร็จจึงลากเสี่ยวชิงไปที่ห้องโถงใหญ่ให้ได้ ระหว่างทางที่เดินไป....คุณหนูสกุลหลานตัวจริง หลานซานเหมย นั่งจิบชาในสวนดอกไม้กลับหัวเราะคิกคักอย่างไร้มารยาทผู้ดี เมื่อเห็นท่าทีเก้งกังของเสี่ยวชิง
"นี่น่ะเหรอ คนที่จะมารับชะตากรรมแทนข้าท่านพ่อช่างเลือกคนได้ต่ำตมน่ารังเกียจนัก แม้แต่มารยาทอันงามยิ่งของสตรียังไม่มีหากนางเข้าวัง คงมิวายก่อเื่งามหน้าให้สกุลหลานของพวกเราหรอกนะ "คุณหนูอย่างนาง ชอบทับถมผู้อื่นเป็ที่สุดมีความสุขเสมอเมื่อได้เห็นคนอื่นด้อยกว่า...
ณ ห้องโถงใหญ่ จวนสกุลหลาน
"มาได้เสียทีนะ... พอจับแต่งตัวเข้าก็ดูดีใช้ได้เลยทีเดียว ไม่ได้น้อยหน้าที่เป็คุณหนูรองสกุลหลาน..."
"ต่อไปนี้ จงจำไว้ให้ดี ว่าเ้าคือหลานเสี่ยวชิงบุตรสาวของข้า... พรุ่งนี้เ้าจะต้องเข้าขบวนคัดเลือกนางสนมแทนหลานซานเหมยลูกข้า....วันข้างหน้าจะเป็อย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับเ้าแล้ว" หลานผิงเสวียนนายท่านสกุลหลาน ผู้ที่พาเสี่ยวชิงกลับจวนเอ่ยพูดให้นางเข้าใจสถานะตนอย่างแจ่มแจ้ง
ฮูหยินใหญ่สังเกตเห็นสีหน้าอันซีดเซียวของนาง มันดูไม่สู้ดีนักจึงเอ่ยถามเพราะความสงสัย
"นี่เ้า เป็อะไรไป "
"ท่านพี่ นางจะรอดหรือไม่ สภาพของนาง...มัน..." ฮูหยินใหญ่ เริ่มทำสีหน้าเจื่อนๆ กระตุกชายอาภรณ์ของสามี
"นี่พวกเ้าทั้งสามคน ทำอะไรกับนางเหตุใดนางจึงมีสภาพเช่นนี้" หลานผิงเสวียน กล่าวซักถามสาวใช้ด้วยน้ำเสียงดุดัน
"เรียนนายท่าน พวกข้ามิได้ทำอะไรนอกเสียจากประโคมเครื่องแต่งกาย... เพียงแต่ว่าคุณหนูรอง...ยังไม่ได้กินอะไรั้แ่เมื่อคืนนี้ ที่เห็นอยู่นี้อาจจะเป็ความหิวเ้าค่ะนายท่านโปรดให้อภัยพวกเราด้วย" สาวใช้กลัวจนหัวหด เร่งพูดอธิบายทั้งหมดอย่างละเอียดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"เป็เช่นนั้นเองหรือ ดีเหมือนกันสายจนตะวันโด่งเอาขนาดนี้ ข้าเองก็หิวเหมือนกัน เอาล่ะฮูหยินถึงเวลาอาหารของพวกเราแล้ว มิสู้ให้นางได้ร่วมนั่งโต๊ะอาหารกินดีอยู่ดีร่วมกันสักมื้อ ฮูหยินของข้าจะว่าอย่างไร"
"ตามใจท่านพี่ คิดเสียว่าเลี้ยงส่งนางก่อนที่นางจะเสียสละตนเข้าวังแทนบุตรสาวของเรา"
"เด็กๆนำอาหารขึ้นโต๊ะเถอะ"
เพียงครู่เดียว อาหารถูกลำเลียงจากโรงครัวเป็อาหารชั้นเลิศนานาชนิดทั้งนั้น
"โว้วววว นี่มัน...กินหรูอยู่สบายซะยิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวอีกเนี่ย ไม่คิดเลยว่าคนสมัยก่อนจะฟุ่มเฟือยขนาดนี้"เสี่ยวชิงตาลุกวาวทันทีที่เห็นอาหารเรียงรายกันอยู่บนโต๊ะ เพราะความหิวโหยทำให้นางเก็บคุณสมบัติของสาวสวยลุคลัคชูไม่ได้
ไม่มีการคีพลุกเป็ลูกสาวมาเฟีย หรือผู้ดงผู้ดีอะไรทั้งนั้นสวาปามแบบจึ้ง จนหลานผิงเสวียนกับฮูหยินใหญ่ต้องอ้าปากค้าง ไม่คิดว่านางจะมูมมามได้ขนาดนั้น
**สกุลผู้ดีชั้นสูง ตามธรรมเนียมจีนโบราณมารยาทบนโต๊ะอาหารเป็สิ่งสำคัญ โดยเฉพาะกับสตรีอย่างเรา**
"แอะแฮ่ พวกท่านมัวอึ้งอะไรอยู่ล่ะ กินสิ กิน...ก็ข้าหิวนี่นา ช่วยไม่ได้" เสี่ยวชิงกินไปพูดไปจนอาหารกระเด็นออกจากปากฮูหยินใหญ่กับหลานผิงเสวียนทนไม่ไหว ต้องลุกหนีไป
"ฮะฮ่าาาา สมน้ำหน้า อยากชอบจัดแจงโน่นนี่ฉันดีนักเชิญอดข้าวไปเลยจ้า อินายท่านทั้งสอง บนโต๊ะนี้ฉันจะกินคนเดียวให้เรียบ"เสี่ยวชิงแกล้งทำตัวทุเรศ กินมูมมาม เพื่อแกล้งทั้งสองคนนั้นทำยียวนกวนใจให้รำคาญตาเล่นๆ