หานเฟิงรวบรวมกำลังภายในไปที่นิ้วของเขา จากนั้นจึงพบว่าตนเองถูกกู่ปาสกัดไว้ได้แล้วจริง ๆ
กู่ปาหัวเราะลั่น “ข้าใส่แผ่นเหล็กไว้ใต้กางเกงข้าแล้ว กำลังภายในของเ้าไม่มีทางทะลุผ่านมันไปได้”
ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ พลันตะลึงงัน
ลูกไม้ของหานเฟิงสกปรกมากพอแล้ว พวกเขานึกไม่ถึงว่าการตอบโต้ของกู่ปาจะสกปรกมากพอกัน เขาถึงขั้นใส่แผ่นเหล็กเอาไว้ในกางเกง
ความเคลื่อนไหวของพวกเขาทำให้ครูฝึกหลินต้องตกตะลึง ขณะที่เขากำลังจะบอกให้ทั้งสองคนจริงจังมากกว่านี้ จู่ ๆ เสียงของหานเฟิงก็ดังก้องทั่วลานฝึกยุทธ์
“เ้าคิดจริง ๆ หรือว่าแผ่นเหล็กแผ่นเดียวของเ้าจะสามารถหยุดนิ้วเดียวของข้าได้?”
หานเฟิงพบว่ากู่ปาผู้นี้เหมือนกับแมลงสาบที่ฆ่าไม่ตาย ตามเกาะติดเขาไม่หยุด หานเฟิงเห็นสถานการณ์เบื้องหน้านี้แล้ว เขาคงทำได้เพียงต้องลงมืออย่างโเี้
ภายในพริบตา จู่ ๆ กำลังภายในของหานเฟิงก็ะเิออก กางเกงของกู่ปาะเิเป็ชิ้น ๆ เผยให้เห็นแผ่นเหล็กที่ปิดบังเป้าและบั้นท้ายของกู่ปา
กู่ปายังมีกางเกงชั้นในเหล็กที่สั่งทำเป็พิเศษเสียด้วย
เสียงแผ่นเหล็กของกู่ปาที่แตกยับเป็เสี่ยง ๆ ดังขึ้น ตามด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนของกู่ปา อีกทั้งเสียงกรีดร้องของเขาในครานี้ฟังดูเ็ปยิ่งกว่าเมื่อสองครั้งก่อนหน้านั้นเสียอีก
กางเกงในเหล็กของกู่ปาหนาหลายมิลลิเมตร หากเป็ครั้งก่อนที่กู่ปาต้องต้านกำลังภายในของหานเฟิง อาจเป็เื่ยากสำหรับหานเฟิงที่จะเอาชนะกู่ปาด้วยสองนิ้วของเขาเท่านั้น ทว่าบัดนี้กำลังภายในของหานเฟิงอยู่ในขั้นสามัญระดับต้นขั้นปลายแล้ว ผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกัน
ความผิดพลาดของกู่ปาคือเขาประเมินความก้าวหน้าในการฝึกของหานเฟิงต่ำไป
หานเฟิงถอยออกมาอย่างรวดเร็ว เืสายหนึ่งพุ่งกระฉูดออกมาตามมือของเขา
ทุกคนรวมถึงครูฝึกหลินสั่นสะท้านอยู่ภายในใจ พวกเขามองสถานการณ์ตรงหน้าก็รู้ว่าครานี้กู่ปาจะต้องเจ็บหนักกว่าสองครั้งก่อนอย่างแน่นอน พวกเขารู้สึกว่าในที่สุดหานเฟิงก็หมดความอดทนแล้ว
กู่ปาล้มลงกับพื้น สีหน้าซีดเผือดของเขาเต็มไปด้วยความเ็ป
หานเฟิงลอบเย้ยหยันอยู่ในใจ 'ครั้งนี้กู่ปาผู้นี้คงต้องนอนซมไปเดือนกว่า ๆ หนึ่งเดือนก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล หวังว่าครั้งนี้กู่ปาจะตระหนักได้เสียที มิเช่นนั้นเขาจะไม่ปรานีอีกต่อไป เขาไม่เชื่อหรอกว่าเมื่อบรรดาผู้าุโตระกูลหานเห็นพร์ที่เขาแสดงออกมาแล้ว พวกเขายังจะเข้าข้างกู่ปา'
ผู้าุโตระกูลหานเ่าั้ ล้วนเป็บุคคลสำคัญที่ร่วมกับหานอวี้ก่อตั้งตระกูลหานขึ้นมา หานอวี้ได้ขึ้นเป็ผู้นำตระกูลหาน หลังจากเขาอันดับหนึ่งในเมืองเหรินจง ก็ได้มอบแซ่หานให้กับพวกเขา พวกเขาจึงนับได้ว่าเป็ญาติห่าง ๆ กับตระกูลหาน
พวกเขาในตอนนั้นมีความชอบอย่างใหญ่หลวงในการก่อตั้งตระกูลหาน
อันที่จริงผู้ที่้าประณามหานเทียนเฉิงก็เป็พวกเขาด้วยเช่นกัน
การก่อตั้งตระกูลหานสำเร็จขึ้นได้ ไม่เพียงเป็ความชอบของหานอวี้ พวกเขายังมีบทบาทสำคัญในเื่นี้ด้วย พวกเขาเห็นอำนาจของตระกูลหานถดถอยลงเพียงนี้ ไหนเลยพวกเขาจะไม่รู้สึกเกลียดชัง
ทั้งสองคนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับกู่ปาแบกร่างกู่ปาออกไป พวกเขาหามกู่ปามาสองรอบแล้ว คุ้นเคยดีว่าต้องหามกู่ปาอย่างไรจึงจะไม่ทำให้เขาไม่สบายตัว ชั่วพริบตาพวกเขาก็หายไปจากลานสายตาของหานเฟิง
ครูฝึกหลินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นจึงกระแอมเบา ๆ ดึงความสนใจจากกลุ่มเด็กหนุ่มตระกูลหาน
ในยามนี้ จู่ ๆ ครูฝึกหลินก็กล่าวด้วยท่าทีเคร่งขรึม “พวกเ้าฟังให้ดี ต่อไปข้าจะประกาศเื่สำคัญมากเื่หนึ่ง”
“อีกเดือนครึ่งหลังจากนี้ ตระกูลในเมืองเหรินจงจะจัดการประลองขึ้น ทุกตระกูลในเมืองเหรินจงจะส่งผู้เยาว์อายุต่ำกว่าสิบห้าปีเข้าร่วมการประลองครั้งนี้”
“แต่ละตระกูลจะส่งตัวแทนไปทั้งหมดสิบคน”
“สถานที่จัดประลองครั้งนี้อยู่ทีู่เายอดหยกทางตะวันออกของเมืองเหรินจง มีเ้าเมืองเป็เ้าภาพ ท่านเ้าเมืองกล่าวว่า ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในการประลองครั้งนี้จะได้รับผลปฐมภูมิแห่งมนุษย์ พวกเ้าคงรู้ถึงสรรพคุณของผลปฐมภูมิแห่งมนุษย์นี้แล้วกระมัง”
หานหลิน หานเฟิง และคนอื่น ๆ หน้าเปลี่ยนสีโดยพลัน
ผลปฐมภูมิแห่งมนุษย์คือหนึ่งในวัตถุดิบในการหลอมยาวิเศษระดับห้า ทันทีที่ยาวิเศษระดับห้าหลอมออกมาสำเร็จ ถึงแม้จะถูกใช้โดยผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์ ก็สามารถเพิ่มพลังได้มหาศาล
ยาวิเศษเรียงลำดับจากต่ำไปสูง แบ่งออกเป็ยาวิเศษระดับหนึ่ง ยาวิเศษระดับสอง ยาวิเศษระดับสาม เรื่อยไปจนถึงยาวิเศษระดับสิบสอง ยาวิเศษระดับปฐี และยาวิเศษระดับ์
ยาวิเศษระดับหนึ่งถึงระดับสี่เหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญใช้
ยาวิเศษระดับห้าถึงระดับแปดเหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์ใช้
ยาวิเศษระดับเก้าถึงระดับสิบสองเหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นล้ำลึกใช้
ในประวัติศาสตร์ของเมืองเหรินจงหลายทศวรรษที่ผ่านมา กลับมีนักปรุงยาอยู่น้อยนิด ในตลาดจึงมียาวิเศษระดับหนึ่งและระดับสองอยู่น้อยมาก
แม้ว่าในเมืองเหรินจงจะไม่มีนักปรุงยาที่สามารถใช้ผลปฐมภูมิแห่งมนุษย์หลอมยาวิเศษระดับห้า และถึงแม้การกลืนผลปฐมภูมิแห่งมนุษย์ลงไปโดยไม่ได้ผ่านการหลอม จะทำให้สรรพคุณของผลปฐมภูมิแห่งมนุษย์หายไปไม่น้อย แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญระดับปลายขั้นปลายสามารถเปิดเส้นลมปราณที่สิบสอง และทำให้พวกเขาก้าวเข้าสู่พลังยุทธ์ขั้นมนุษย์
ท่านเ้าเมืองเป็ผู้ที่อาณาจักรต้าจินส่งมา มรดกที่ได้รับสืบทอดของพวกเขาย่อมไม่อาจนำมาเทียบได้กับประวัติศาสตร์อันแสนสั้นของตระกูลหาน
สองตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงเทียบเคียงกับตระกูลหาน พวกเขาไม่มีผลปฐมภูมิแห่งมนุษย์เช่นกัน ไม่อย่างนั้นแล้วตระกูลหานกับอีกสองตระกูลคงมิได้มีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์แค่ไม่ถึงหนึ่งร้อยคน
หานหลิน หานเฟิง และคนอื่น ๆ รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย ขอเพียงพวกเขาได้ผลปฐมภูมิแห่งมนุษย์นี้มา แม้จะไม่ได้หลอมมันเป็ยาวิเศษ พวกเขาก็ยังคงสามารถประหยัดเวลาในการทะลวงสู่ขั้นมนุษย์ได้มากโข
หานเฟิงตั้งตารอเป็อย่างมาก เขามีเตาหลอมแผดเผาสรรพสิ่งแล้ว เขาไม่มีทางปล่อยให้พลังจากผลปฐมภูมิแห่งมนุษย์ต้องเสียเปล่า หากเขาหลอมมันเป็น้ำยาต้นกำเนิดแล้วดื่มมันลงไป เขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าพลังของเขาจะเพิ่มขึ้นเพียงใด
หานเฟิงไม่อาจระบุสถานการณ์ที่แน่นอนได้ แต่เมื่อครุ่นคิดดูแล้ว อย่างน้อยเขาต้องไม่หยุดอยู่แค่ขั้นมนุษย์หนึ่งดาราขั้นต้นอย่างแน่นอน มีความเป็ไปได้มากว่าเขาจะข้ามขั้นมนุษย์หนึ่งดาราขั้นต้นไปโดยตรง จากนั้นเข้าสู่ขั้นมนุษย์หนึ่งดาราขั้นกลางในทันที
ไม่นาน ทุกคนก็ได้สติกลับมา
ถึงแม้รางวัลจากการเข้าร่วมการประลองของพวกเขาจะอู้ฟู่ ทว่าแต่ละตระกูลก็้าตัวแทนเพียงสิบคน
อีกทั้งจำนวนของพวกเขาที่อยู่ตรงนี้ไม่ได้มีแค่สิบ ทว่ามีนับร้อย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีผู้ฝึกยุทธ์หญิงอีกด้วย
ครูฝึกหลินเห็นพวกเขาใบหน้าเปลี่ยนสี เขาก็ยกยิ้มในใจ จากนั้นเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง “ดูเหมือนว่าพวกเ้าจะนึกได้แล้ว ไม่ผิด พวกเ้าส่วนใหญ่แม้กระทั่งคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมการประลองครานี้ก็ยังไม่มี”
“ข้าจะให้เวลาพวกเ้าหนึ่งเดือน หนึ่งเดือนให้หลัง พวกเ้าจะแข่งกันที่ลานฝึกยุทธ์ สิบอันดับแรกข้าจะเป็คนนำไปฝึกทีู่เายอดหยกด้วยตนเอง”
“อย่างไรเสียทีู่เายอดหยกก็มีสัตว์อสูรมากมาย สัตว์อสูรเหล่านี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ปกติของพวกเ้า พวกเ้าไม่ระวังเพียงน้อยนิดก็ถึงแก่ชีวิตได้”
“พวกเ้าไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้กับสัตว์อสูร ระหว่างการประลอง พวกเ้าจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เป็ผลดีต่อพวกเ้าเอาได้”
“ระหว่างนี้ ท่านผู้นำตระกูลได้แจ้งแล้วว่า จะมอบยาวิเศษระดับหนึ่งและยาวิเศษระดับสองให้พวกเ้าเพื่อช่วยในการฝึกฝน ส่วนจะเป็ยาวิเศษระดับหนึ่งหรือระดับสอง ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกเ้า การฝึกฝนภายในสิบวันนี้ ผู้ที่แสดงความสามารถได้เยี่ยมยอดที่สุดสามอันดับแรกจะได้รับยาวิเศษระดับสอง ที่เหลือจะได้รับยาวิเศษระดับหนึ่ง”
“ห้าวันหลังเสร็จสิ้นการฝึก ผู้ที่ได้รับเลือกทั้งสิบจะแข่งขันกับผู้ฝึกยุทธ์สตรีทั้งสิบคนที่ครูฝึกมู่เลือกมา สุดท้ายสิบคนที่ถูกคัดเลือกจากยี่สิบคนนี้จะเป็ตัวแทนตระกูลของเราเข้าร่วมการประลอง”
“ทั้งสิบคนนี้ ตระกูลจะมอบยาวิเศษระดับสองให้พวกเขาอีกหนึ่งเม็ด”