กวานจื่อเซิงเงยหน้าขึ้น เหลือบตามองกวานซูเหยียน “เพราะข้า้าให้เ้าช่วยข้า…” มือของเขากำแน่นจนเส้นเืปูด ความรู้สึกอับอายผุดขึ้นมาในใจ แต่ก็ไม่อาจฝืนความจริงที่ว่าตนเป็คนไร้ค่า
“หลังจากราชสกุลกวานล่มสลาย แคว้นเหลียงซานก็วุ่นวายอย่างหนัก ข้าจำต้องหลบหนีเอาตัวรอดมายังแคว้นฉู่ พอรู้ว่าเ้าถูกบังคับให้แต่งเข้าสกุลเซียวก็เลยคอยติดตามอยู่ห่างๆ จนได้รู้ว่าวันนี้เ้าจะเดินทางไปที่วัดชิงอวิ๋นซื่อจึงได้มาดักรอ"
กวานซูเหยียนนิ่ง นางไม่ได้ใ เพราะรู้จากนิยายอยู่แล้วว่าเขาจะพูดเช่นนี้
“ข้าไม่มีเงินทอง ไม่มีที่พักพิงที่แน่นอน ชีวิตข้าเองยังลำบากนัก…จะพาเ้าหนีไปไหนได้อย่างไร ที่มาวันนี้ก็เพื่อขอความช่วยเหลือจากเ้า”
เมิ่งหรูขมวดคิ้ว “ขอความช่วยเหลือ…?”
ชายหนุ่มถอนหายใจยาว
“หากเ้ายอมช่วยแอบส่งเงินมาให้ข้าบ้าง ข้าจะตอบแทนเ้า… ข้าจะช่วยเ้าทำทุกวิถีทางให้เ้าแก้แค้นเซียวหลิงเจาได้สำเร็จ ให้เขาชดใช้ที่บังคับเอาเ้าเป็ภรรยา และทำลายราชสกุลกวานของพวกเราไปจนสิ้นซาก!”
ในนิยายต้นฉบับเดิม กวานซูเหยียนตอบตกลงอย่างไม่ลังเล และร่วมมือกับญาติผู้พี่ สร้างเส้นทางแห่งการแก้แค้นที่ไม่มีวันหวนกลับ
แต่กวานซูเหยียนที่ยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่สตรีคนนั้นอีกแล้ว!
นางเม้มริมฝีปาก มองใบหน้าซีดขาวของกวานจื่อเซิงที่กำลังพร่ำเพ้อระบายความอัดอั้นและความยากลำบากของตนให้ญาติผู้น้องฟัง
“พี่ห้า…” นางตัดสินใจขัดจังหวะก่อนที่เขาจะเพ้อเจ้อไปมากกว่านี้
กวานจื่อเซิงชะงัก มองนางกลับด้วยความคาดหวังบางอย่าง
“ท่านหยุดพูดได้แล้ว! พาข้าหนีออกไปจากที่นี่เสียก่อน!”
“เอ๊ะ?” กวานจื่อเซิงหลุดเสียงงงงวย “ข้าเพิ่งบอกว่าข้าไม่ได้มาพาเ้าหนีอย่างไรเล่า! ข้ามาขอเงิน!”
กวานซูเหยียนกระซิบเสียงดุ “ยังมีพวกทหารอยู่แถวนี้นะ! เบาหน่อย! ถ้าพวกเขาได้ยิน แล้วรู้ว่าท่านมาขอเงินข้าไปแก้แค้น…ข้าตาย ท่านตาย เมิ่งหรูก็ตาย พวกเราจะตายกันหมด! เข้าใจไหม!”
เมิ่งหรูหน้าเสีย รีบพยักหน้าเหมือนลูกเจี๊ยบรับคำสั่ง กวานจื่อเซิงกลับนิ่งอึ้ง มองนางเหมือนเห็นสิ่งมีชีวิตประหลาด
“เหยียนเอ๋อร์… เ้า…เป็อะไรไป? หากเป็เมื่อก่อน ตอนนี้เ้าควรโมโหจนตัวลุกเป็ไฟแล้วมิใช่หรือ?”
กวานซูเหยียนเบ้หน้า
“ข้าเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้ข้าชอบการมีชีวิตอยู่มากกว่า!” นางดุอีกครั้ง พลางก้าวไปคว้าแขนเขาไว้ “อย่ามัวพล่ามอยู่เลยพี่ห้า รีบหนีกันก่อนที่ใครจะตามมาเจอเข้า!”
กวานจื่อเซิงพยายามขัดขืนเล็กน้อย “เ้าเกลียดคนที่หยามเกียรติเ้ามิใช่รึ! เ้าต้องล้างแค้นสิ!”
“ข้าเกลียดความตายมากกว่า เข้าใจไหม!” นางกัดฟันตอบ
ชายหนุ่มสับสนไปหมดราวกับสมองกำลังพยายามปรับโลกทัศน์ครั้งใหญ่ ปากของเขาอ้าค้างทิ้งไว้จนแทบจะยานลงมาถึงหัวเข่า!
นางลากตัวบุรุษตัวโตเดินต่อไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้เสียเวลา แต่แล้วจู่ๆ ก็หยุดชะงัก
“ว่าแต่…ท่านมาถึงที่นี่ได้อย่างไร?”
กวานจื่อเซิงหุบปากกลับไปตามเดิม ก่อนตอบเสียงเบา “ข้าไม่ได้มาคนเดียว… ข้ามีสหายร่วมทางอีกผู้หนึ่ง ใช้เงินก้อนสุดท้ายของพวกเราเช่าเกวียนเข้าป่าทำทีว่ามาหาสมุนไพร”
“สรุปคือ…ใช้เงินหมดแล้ว? ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะพบข้าหรือไม่งั้นรึ!” กวานซูเหยียนตะลึงกับความบ้าบิ่นของกวานจื่อเซิง แต่ครู่หนึ่งก็คิดได้ ว่าทั้งหมดนี้คือนิยาย!
“…อืม หมดเกลี้ยงเลย ไม่เหลือไว้ซื้อน้ำชาสักถ้วย” เขาหลุบตา สีหน้าเหมือนหมาป่าหิวโซที่เพิ่งถูกฟาดด้วยความจริง
นางกุมขมับ แต่ไม่มีเวลาเหลือให้คิดนาน "นำทางพวกเราไปที่เกวียนของท่านเดี๋ยวนี้!”
กวานจื่อเซิงพยักหน้าแบบงง ๆ แต่ก็ยอมเดินนำทางไปแต่โดยดี
สตรีทั้งสองเดินตามกวานจื่อเซิงมาถึงเกวียนไม้เก่า ๆ ที่แอบจอดอยู่หลังแนวป่าทึบ นางชะงักเมื่อเห็นบุรุษอีกคนยืนอยู่ข้างเกวียน เขาคลุมผ้าสีหม่นทับศีรษะจนแทบไม่เห็นแม้แต่ปลายคาง
ชายผู้นั้นสะดุ้งเมื่อเห็นพวกนางมา ร่างกายแข็งทื่อ ท่าทางเหมือนคนที่พร้อมจะวิ่งหนีทุกเมื่อ
“นั่นคือ…สหายข้า” กวานจื่อเซิงแนะนำ แต่สหายคนนั้นกลับพยักหน้าแบบลุกลี้ลุกลน สายตาวูบวาบไม่อยู่กับร่องกับรอย
ต้องเป็ประเภทผีพนันหรือไม่ก็นักต้มตุ๋นแน่นอน! กวานซูเหยียนคิดในใจอย่างเหนื่อยหน่าย
พอกวานจื่อเซิงบอกให้รีบออกเดินทาง ชายปริศนาก็ไม่พูดแม้แต่คำเดียว รีบะโขึ้นเกวียนไปบังคับวัวทันที
กวานซูเหยียนกับเมิ่งหรูได้แต่มองหน้ากัน ก่อนจะจำต้องปีนขึ้นเกวียนและซ่อนตัวลงในกองกิ่งไม้และเถาวัลย์หลายชนิดที่สหายของกวานจื่อเซิงคงเก็บขึ้นมาบังตาให้ดูเหมือนเป็คนที่เข้ามาเก็บสมุนไพรจริงๆ
กวานจื่อเซิงโน้มตัวลงมา หรี่เสียงถาม “แล้วเราจะไปที่ไหนกัน? ข้าไม่มีเงินพาเ้าไปพักค้างแรมในโรงเตี๊ยมหรอกนะ!”
“ข้ามีเงิน” กวานซูเหยียนตอบเบา ๆ “พอให้เราใช้ระหว่างหนีได้สักพักหนึ่ง ท่านบอกให้สหายท่านพยายามหาเส้นทางที่ไม่สะดุดตาผู้คนแล้วเดินทางไปเรื่อยๆ ก่อนก็พอ”
ชายหนุ่มตาเป็ประกายขึ้นทันที “ได้เลย! ขอแค่มีเงินก็ไม่ต้องกลัวอดตายแล้ว!”
นางรีบแทรก “แต่เกวียนนี่…เช่ามาใช่ไหม? ต้องคืนเ้าของเขานี่!”
สิ้นคำพูดของนาง กวานจื่อเซิงกลับหัวเราะเสียงดังลั่น “ฮ่าฮ่าฮ่า! เหยียนเอ๋อร์…เ้าคิดจริง ๆ หรือว่าเราต้องคืนมัน?”
นางชะงัก “แล้ว…ไม่คืนหรือ?”
เขาตอบด้วยความภาคภูมิใจ “ตอนนี้เราเป็คนจน ไม่มีแม้กระทั่งที่ซุกหัวนอน จะไปคืนทำไม! เกวียนกับวัวตัวนี้เราก็ขโมยไปมันทั้งชุดนั่นแหละ! นี่จึงจะเป็เื่เหมาะสมที่สุด!”
เมิ่งหรูที่มุดอยู่ข้าง ๆ แอบยกนิ้วให้กับองค์ชายห้าที่ยังคงมีนิสัยของชาวเหลียงซานที่แท้จริงดังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง!!
ส่วนกวานซูเหยียน…นางกำหมัดแน่นจนเส้นเืขึ้น
ไม่แปลกเลย! ไม่แปลกเลยสักนิด ที่ในเนื้อเื่เดิมบุตรชายของนางจะโหดร้ายสุดโต่งและเลวทรามได้ถึงเพียงนั้น
เพราะเขามีลุงแบบนี้ มีมารดาที่เอาแต่คิดจะแก้แค้น และยังมีสาวใช้ที่นิสัยชั่วช้าอีกคนคอยปลูกฝังนิสัยผิด ๆ ให้อยู่ตลอดเวลา!
นางหันไปมองเมิ่งหรูที่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็คนมีเหตุผลขึ้นมาบ้างแล้ว นี่คือความสำเร็จแรกของนาง
ต่อไป…
นางจ้องแผ่นหลังของกวานจื่อเซิงที่กำลังพูดถึงการแก้แค้นเซียวหลิงเจาและชาวฉู่ไม่หยุดปาก
หน้าที่ของนางคือเปลี่ยนเ้าคนนี้ให้ได้! ถ้าไม่ทำ คนผู้นี้อาจจะพานางไปตายก่อนที่นางจะได้เห็นหน้าลูกเสียอีก!
…
เกวียนไม้คันเล็กเคลื่อนตัวช้า ๆ ลัดเลาะไปตามเส้นทางในป่าที่แทบจะไม่มีคนผ่านไปผ่านมา และทุกครั้งที่เกวียนแล่นผ่านบ้านเรือนผู้คนที่นานๆ จะได้พบสักหลัง สหายของกวานจื่อเซิงจะหยุดเกวียนไว้ที่ริมป่า รอให้นางกับเมิ่งหรูลงไปขอซื้ออาหารและน้ำดื่มจากชาวบ้าน ส่วนพวกเขาสองคนก็จะรีบสำรวจดูว่ามีคนติดตามมาหรือไม่
“ฮูหยิน..เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ” เมิ่งหรูกระซิบถามเบาๆ
กวานซูเหยียนพยักหน้า ขณะเดินถือถุงอาหารกลับมาที่เกวียน ทว่าข้างในถุง…มีเสบียงอาหารมากกว่าที่นางซื้อ
เพราะทุกครั้งที่ลงมาขอซื้อเสบียง นางจะแอบใช้เหรียญทองคำเพิ่มจำนวนน้ำและอาหารไว้เงียบ ๆ โดยกวานจื่อเซิงกับสหายของเขาไม่ได้รับรู้
นางยังไม่พร้อมจะเปิดเผยความลับนี้ โดยเฉพาะกับองค์ชายห้าที่สามารถหัวเราะแล้วขโมยเกวียนของผู้อื่นได้หน้าตาเฉย และไม่ใช่กับสหายลึกลับของเขาที่ดูไม่น่าไว้ใจ
หลายวันผ่านไปในเส้นทางที่เต็มไปด้วยลม ป่าเขียวและความกังวล แต่ก็ไม่มีวี่แววของทหารจากสกุลเซียวติดตามมา นางคิดว่าพวกเขาอาจตามไปผิดทาง หรืออาจคิดว่านางไม่มีทางหนีมาได้ไกลถึงเพียงนี้จึงหยุดค้นหาอยู่ตรงที่เดิม
เมื่อการเดินทางเริ่มปลอดภัยขึ้น กวานจื่อเซิงจึงตัดสินใจให้สหายมุ่งหน้าเข้าไปในเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่ง เพื่อซื้อเสบียงและเตรียมการเดินทางต่อไป
“น้องสาว…เ้าคิดจะกลับไปเหลียงซานอย่างนั้นหรือ?”
หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ก่อนตอบเสียงแ่ “เคยคิดเ้าค่ะ…แต่ตอนนี้คงไปไม่ได้แล้ว”
กวานจื่อเซิงรีบพยักหน้าแรงๆ “ถูกต้อง! กลับไปไม่ได้เด็ดขาด!”
เขากวาดตามองรอบข้างราวกับกลัวว่าคนทั้งเมืองจะได้ยิน