เด็กทั้งสองมองดูถิงถิงที่พูดไม่หยุดอย่าง้าค้นหาอะไรบางอย่างในตัวนางอยู่นาน ทั้งสองยังมองดูทุกอย่างั้แ่หัวจรดเท้าอีกด้วย แต่ถิงถิงทำเป็ไม่ใส่ใจการจับผิดของพวกเขา นางพอจับได้ว่าพวกเขาเป็เด็กฉลาดมาก ช่างสังเกตและไว้ใจคนยาก คงกำลังมองดูว่านางมีพิรุธอะไรน่าสงสัยหรือเปล่า ดูเป็คนน่าไว้ใจหรือไม่แน่ๆ ถิงถิงจึงทำตัวตามปกติของตนเองอย่างเป็ธรรมชาติพร้อมทั้งพูดกับพวกเขาไปเรื่อยๆ เพื่อให้พวกเขาทำความรู้จักตัวตนของนางผ่านคำพูดกลายๆ ไปในตัว พวกเขาเข้าใจทุกคำพูดอยู่แล้ว แต่จะยินยอมสื่อสารกลับมาหรือไม่ก็เป็อีกเื่ ถิงถิงไม่คิดคาดคั้นกดดันพวกเขา เพียงปล่อยให้พวกเขามองนางให้พอใจเท่านั้น คิดว่าให้เวลาพวกเขาอีกสักหน่อย อะไรๆ คงดีขึ้น
จากที่พวกเขาผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาหมาดๆ จิตใจย่อมยากจะเชื่อใจใครได้ง่ายๆ มากกว่าเดิมนัก ทั้งถูกคนปองร้ายฆ่าล้างตระกูลมาขนาดนี้ ถิงถิงไม่รู้ว่าคนพวกนี้จะเดินทางไปไหนด้วยซ้ำ ต่างคนต่างเป็คนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน ในตอนนี้พวกเขาคงไม่มีบ้านอยู่เหมือนกันกับถิงถิงแน่ แต่ถิงถิงลืมไปว่าตนเองไม่ใช่คนในโลกยุคนี้ ต่างจากพวกเขาอย่างสิ้นเชิงที่อยู่ในยุคนี้มาั้แ่เกิด พวกเขาอาจจะมีญาติพี่น้องหรือเพื่อนสนิทที่คบหากันอยู่พอให้พึ่งพาได้บ้างก็เป็ได้ ถิงถิงจึงไม่จำเป็ต้องใส่ใจเื่ของพวกเขานัก นางเอาตัวเองให้รอดไปวันๆ นี่ก็ยากแล้ว
ถิงถิงถูกเพื่อนสนิทั้แ่เด็กในโลกของเธอหักหลัง จึงไม่คิดว่าคนแปลกหน้าเหล่านี้จะน่าไว้ใจง่ายๆ แต่เพราะเห็นว่ามีเด็กๆ น่ารักสองคนนี้อยู่ จึงอยากทำความรู้จักไว้เท่านั้น เด็กๆ คงไม่มีพิษมีภัยเหมือนผู้ใหญ่เท่าใดนักหรอก ทั้งยังดูจริงใจกว่ามาก คงไม่เสแสร้งแน่นอน
ตลอดทางที่เว่ยกวงขับรถม้า เขาได้ยินแต่เสียงของถิงถิงพูดคนเดียวไม่หยุด ส่วนบุตรฝาแฝดชายหญิงทั้งสองของเขาไม่มีเสียงตอบรับอันใดเลย จนใกล้จะถึงหมู่บ้านเล็กๆ ข้างหน้าในอีกไม่กี่ลี้ เขาจึงคิดว่าคงต้องส่งสตรีเร่ร่อนคนนี้ลงหมู่บ้านข้างหน้าให้ไว เพราะหนวกหูเสียงของนางที่ดังมาตลอดทาง แม้จะเป็การพูดไปเรื่อยเปื่อยไร้แก่นสารของนางฝ่ายเดียวก็ตาม
เมื่อนั่งรถม้ามานานและพูดคนเดียวจนเริ่มคอแห้งแล้ว ถิงถิงจึงหยิบเอาน้ำชาที่วางอยู่ใกล้ๆ มือขึ้นมาดื่มอย่างไม่ใส่ใจสายตาของเด็กทั้งสองที่มองนางตาปริบๆ อย่างกับตัวประหลาด
“ข้าดื่มได้หรือไม่? ข้าพูดคนเดียวจนคอแห้งแล้ว ต่อไปข้าไม่พูดแล้วก็ได้ ดีหรือไม่? ตอนนี้ข้าง่วงแล้ว ของีบสักหน่อยแล้วกัน”
ถิงถิงกลัวว่าหากถึงหมู่บ้านแล้วคงไม่ได้พักผ่อนแน่ๆ จึงคิดจะเอนกายพิงหลังเพื่อพักผ่อนสักงีบก่อน
“ท่านไปไหน?”
อยู่ดีๆ เสียงเล็กๆ พูดไม่ค่อยชัดของเด็กชายก็เอ่ยถามขึ้น เขาอยากรู้ว่าสตรีที่ดูสกปรกหน้าตาเลอะเทอะคนนี้จะไปไหน นางพูดจนทำให้เขาเลิกคิดเื่เลวร้ายก่อนหน้านี้ ทั้งยังดูไม่ใช่คนเลวอะไร แต่ดูเหมือนจะเป็คนสติไม่ดีมากกว่า
ถิงถิงลืมตาข้างหนึ่งขึ้นมองดู เมื่อได้ยินเสียงเล็กๆ ของเด็กชายดังขึ้น เสียงช่างน่ารักอะไรขนาดนี้ เสียงของเขาไม่ต่างกับหน้าตาจิ้มลิ้มของเขาเลย ถิงถิงรู้สึกดีที่เริ่มได้รับความสนใจจากเด็กชายตรงหน้าแล้ว
“ข้ายังไม่รู้เลย แค่เดินทางไปเรื่อยๆ ดูผู้คน หาอาหารอร่อยๆ กิน แล้วก็หาที่พักระหว่างทางไปเรื่อยๆ แค่นั้นเอง”
ถิงถิงพูดไปตามความจริง นางคงใช้ชีวิตเช่นนี้ไปอีกสักปีหรือ 2 ปี ใน่เวลาที่รอเครื่องย้อนเวลาชาร์จพลังงานและรอลุ้นรางวัลสุ่มหลังจากทำภารกิจให้ระบบของเครื่องย้อนเวลา เพื่อให้ได้กลับไวขึ้นเท่านั้นเอง นางยังไม่อยากเสียทองคำของตนเองให้ผู้อื่นเพื่อซื้อบ้าน หรือซื้ออะไรต่อมิอะไรที่ไม่จำเป็ในโลกยุคนี้ไว้ ด้วยเพราะความขี้งกนั่นเอง ถิงถิงอยู่แบบนี้ก็อิสระดีแถมยังไม่ได้แย่อะไรนัก ถือเป็การออกมาดูโลกภายนอกหลังจากที่ไม่เคยไปไหนมานานก็แล้วกัน
การท่องเที่ยวไปทั่วอย่างคนไร้บ้าน ในโลกที่ถูกพาย้อนเวลามานี้คงไม่เลวร้ายมากนักหรอก มีข้าวกิน มีที่นอนกระโจมก็พอใจแล้ว ถิงถิง้าแค่นี้ในระหว่างรอกลับโลกของตน
เมื่อไหร่ที่ได้เดินทางกลับไปยังโลกเดิมของตนเอง ถิงถิงตั้งใจจะไปแก้แค้นอี้หลางและพ่อค้ายาเสพติดคนนั้นให้ได้ ที่กล้าทำกับเธอแบบนี้ จากนั้นค่อยซื้อบ้านหลังเล็กๆ บนเกาะส่วนตัวสักหลังไว้อยู่ ซื้อยานสักลำไว้ไปช๊อปปิ้ง หากใช้ทองคำที่มีหมดไปในโลกยุคล้าหลังนี้คงเสียดายแย่ แต่หากมีหนทางหาทองคำเพิ่มเข้าในระบบของตนเองได้ถิงถิงก็ยินดีทำแน่นอน
“ท่านอยู่กับเราไหมเ้าคะ?”
ขณะที่ถิงถิงกำลังคิดอะไรเพลินๆ ก็มีเสียงเล็กๆ ของเด็กผู้หญิงดังขึ้นบ้าง แม้จะฟังชัดกว่าเด็กผู้ชายแต่เสียงเบากว่าสักหน่อย เหมือนไม่ค่อยกล้าที่จะถาม แต่นางก็ยินดีตอบ
“ข้าคงอยู่กับพวกเ้าไม่ได้หรอก บิดาเ้าคงตั้งใจพาพวกเ้าไปที่ใดสักแห่ง ซึ่งข้าอาจจะไม่เหมาะกับที่นั่นก็ได้”
ถิงถิงไม่อยากให้บิดาของเด็กทั้งสองคนลำบากใจ หากต้องรับคนแปลกหน้าอย่างถิงถิงติดตามไปด้วย อย่างไรก็เพิ่งรู้จักกัน จะไปอยู่ด้วยกันได้ยังไง
ตอนนี้ถิงถิงรู้สึกดีที่เด็กๆ เริ่มพูดคุยกับนางบ้างแล้ว ตาใสๆ ของพวกเขาที่มองมาอย่างมีความหวังช่างน่ารักนัก จนถิงถิงอดยื่นมือไปแตะแก้มนิ่มๆ นั่นไม่ไหวอย่างนึกเอ็นดู
“อยู่ด้วยได้ไหม?”
เด็กชายตัวน้อยน่ารักถามพลางดึงแขนเสื้อเลอะๆ ของถิงถิงอย่างออดอ้อน เหตุใดช่างน่ารักเหมือนลูกแมวน้อยเช่นนี้กันนะ แต่ถิงถิงทำได้เพียงส่ายหน้าและยิ้มบางๆ กลับไปเท่านั้น
“อยู่เถอะนะเ้าคะ”
เด็กหญิงเอ่ยขึ้นบ้างและเสียงเริ่มหนักแน่นขึ้นกว่าเดิมจนถิงถิงต้องหันไปมอง เด็กทั้งสองคนนี้ทำไมถึงอยากให้นางอยู่ด้วย มีอะไรงั้นหรือ
“ทำไมอยากให้อยู่ด้วยล่ะ เราเพิ่งรู้จักกันวันนี้เองนะ”
เด็กทั้งสองมองหน้ากันเหมือนกับจะตกลงอะไรบางอย่างแล้วหันกลับมามองถิงถิงอีกรอบ พวกเขาจ้องมองด้วยสายตาที่คาดหวังมากกว่าเดิมจนถิงถิงไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“แม่เราไม่อยู่แล้ว อยากให้ท่านเป็แม่”
ทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกันเหมือนรู้ใจกันอย่างน่าทึ่ง แต่ถิงถิงใกับสิ่งที่พวกเขากล่าวมามากกว่า เหตุใดต้องให้เป็แม่ พวกเขาเพิ่งสูญเสียแม่ไปจึงอยากได้แม่ใหม่งั้นหรือ ในหัวของถิงถิงมึนงงกับสิ่งที่เด็กๆ บอกมา จึงไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี
“เ้ามีพ่อไม่ใช่เหรอ ไม่ต้องมีแม่อย่างข้าก็ได้”
ถิงถิงได้แต่ตอบไปส่งๆ เพราะคิดอะไรไม่ออกในตอนนี้ ั้แ่เกิดมายังไม่เคยมีสามีเลยจะให้มีลูกติด 2 คนทีเดียวเลยหรือนี่ คงไม่ไหวหรอกกระมัง
“ไม่เอาพ่อ อยากมีแม่”
ทั้งสองพูดพร้อมกันอีกครั้งจนถิงถิงไม่รู้จะตอบอย่างไร
เว่ยกวงที่บังคับรถม้าได้ยินเสียงเด็กทั้งสองเต็มสองหู ตอนนี้รถม้าเริ่มเข้าเขตหมู่บ้านแล้ว เขาตั้งใจจะส่งสตรีเร่ร่อนผู้นี้ลงข้างทาง แต่กลับได้ยินบุตรสาวบุตรชายขอให้นางอยู่ด้วย มันเกิดอะไรขึ้น นางทำอย่างไรถึงทำให้เด็กทั้งสองยอมรับและอยากให้นางอยู่ด้วย แล้วเขาจะทำอย่างไร สตรีเช่นนี้หรือจะมาช่วยเขาดูแลบุตรได้ เขาคิดจะว่าจ้างพี่เลี้ยงหรือแม่นมคนใหม่ให้ดูแลพวกเขา หรือหาสตรีที่เพียบพร้อมดีงามแต่งเป็ภรรยาสักคนเพื่อมาคอยช่วยเขาดูแลเด็กทั้งสอง แต่เด็กสองคนนี้กลับอยากให้สตรีคนนี้มาเป็แม่งั้นรึ!!