Series 2 *มฤตยูเกาะกะโหลกลาวา Part 2*
EP1: เกาะพิโรธและการค้นพบเทพเซ็ต
หนึ่งเดือนเต็มได้ผ่านพ้นไป ความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์ เกาะกะโหลกิญญา ได้จางลงไปจากหน้าข่าว แต่สำหรับ เมฆา และ อคิราห์ แล้ว ภัยคุกคามยังคงอยู่ เมื่อเกาะแห่งนั้นยังคงดำรงอยู่ ณ น่านน้ำอ่าวไทยอย่างถาวร
ภายในห้องทำงานลับใต้ดินที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทค เมฆา กำลังจ้องมองภาพโฮโลแกรม 3 มิติของเกาะกะโหลกที่ถูกสแกนจากเรือดำน้ำขนาดเล็ก
“อคิราห์ ผมยืนยันข้อมูลจากทุกเซ็นเซอร์” เมฆากล่าวขณะเลื่อนภาพกราฟิกให้ดูโครงสร้างใต้พื้นเกาะ “ถ้าดูจาก คลื่นความถี่พลังงานใต้โลก และการสั่นะเืแล้ว เกาะนี้สงบนิ่งเหมือนูเาหินูเาไฟที่ดับสนิท ไม่มีร่องรอยของ ธารลาวาที่เชื่อมต่อ หรือ พลังงานเพลิงธาตุ ในระดับสูงหลงเหลืออยู่เลย”
เมฆาปิดกราฟิกแล้วหันมามองอคิราห์ที่นั่งอยู่ข้างๆ “ผมเชื่อว่าการทำลายอุปกรณ์อาคมของผมได้ ตัดขาดการเชื่อมต่อ กับมิติของกัมปนาทอย่างสมบูรณ์แล้ว การคงอยู่ของเกาะตอนนี้จึงเป็เพียงปัญหาทางภูมิศาสตร์เท่านั้น”
อคิราห์ใช้มือลูบไล้ หัตถ์อสูร ที่ข้อมือของเธอ ซึ่งตอนนี้เรืองแสงสีอำพันเพียงจางๆ “สัญชาตญาณของฉันมันร้องเตือนเมฆา... นายกำลังพึ่งพา เทคโนโลยีของโลก มากกว่า สัญชาตญาณเวทมนตร์บริสุทธิ์ ของตัวเองนะ การที่เกาะไม่กลับไปในมิติเดิม มันขัดต่อธรรมชาติของสิ่งที่เราเผชิญหน้ามาทั้งหมด”
อคิราห์เอนหลังพิงเก้าอี้พลางถอนหายใจ “การที่มันสงบจนผิดปกติแบบนี้ ฉันเชื่อว่ามันคือ แผนสำรอง ของกัมปนาท เขาทิ้งบางสิ่งไว้เป็ เชื้อเพลิง หรือ สมอ ให้กับแผนการที่ใหญ่กว่าเดิมแน่นอน”
ก่อนที่การโต้เถียงทางตรรกะและสัญชาตญาณจะรุนแรงขึ้น หมอผีเฒ่า ที่นั่งเงียบๆ ในมุมห้องก็วางไม้เท้าลงและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล
“ท่านเมฆา ท่านอคิราห์… ข้าไม่ได้อยากรบกวน แต่ข้าฝันประหลาดมาหลายคืนแล้วขอรับ… เป็ฝันที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนข้าไม่กล้าหลับในบางคืน”
ทั้งสองจอมเวทเงียบลงทันที สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนเป็เคร่งเครียด เพราะพวกเขารู้ว่าคำเตือนจาก ผู้หยั่งรู้ นั้นมักจะเป็ความจริงเสมอ
“ในฝัน... ข้ามองเห็นใต้พื้นโลกทั้งหมด” หมอผีเฒ่ากลืนน้ำลาย “ข้าเห็น ธารลาวา ที่ไหลเวียนอยู่ตามรอยแยกใต้เปลือกโลก… มันถูกดึงดูด ด้วยพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น มันไหลมารวมกันที่จุดศูนย์กลางแห่งเดียวอย่างรุนแรง”
หมอผีเฒ่าตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อเล่าต่อ “แล้วลาวาเ่าั้ก็ ก่อร่าง ขึ้นเป็มหาจอมมาร… อสุรกายลาวาขนาดใหญ่ั์! ร่างกายของมันคือเพลิงบริสุทธิ์… และข้ามองเห็นมันก้าวเดินทำลายเมืองใหญ่ๆ ทีละแห่ง จนโลกถูกไฟไหม้และแตกทำลายไปเกือบครึ่งค่อนโลก…”
ความเงียบหนักอึ้งเข้าปกคลุมห้อง เมฆาปิดหน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมด
“ธารลาวาจากทั่วโลก…” เมฆาทวนคำด้วยสีหน้าตระหนก “ถ้ากัมปนาทมีวิธีดูดพลังงานธาตุไฟจากโลกของเราโดยตรง… นั่นคือ ภัยคุกคามระดับเผาผลาญโลก อย่างแท้จริง”
“แผนระยะยาว” อคิราห์สรุปอย่างเยือกเย็นแต่หนักแน่น “นี่ไม่ใช่แค่การดูดิญญาแล้ว แต่เป็การ เปลี่ยนผ่านพลังงานของโลก... เราไม่มีเวลาแล้ว เมฆา”
เมฆาถอนหายใจอย่างยอมรับ “ตกลงครับอคิราห์ ผมจะเพิ่มความละเอียดและถี่ในการสแกนแผ่นดินใต้เกาะกะโหลกเป็สิบเท่า ถ้ามีอะไรผิดปกติเพียงแค่ พลังงานอุณหภูมิ เล็กน้อย ผมจะรู้ก่อนใคร”
ขณะที่ความตึงเครียดของพวกเขาถึงขีดสุด ข่าวจากโทรทัศน์ก็แทรกเข้ามาอีกครั้ง
> “...รายงานพิเศษ: การปรากฏตัวของ เกาะกะโหลก ได้สร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นที่ระบุว่า เกาะแห่งนี้อาจมี แร่หายาก (Rare Earth) หรือแร่ชนิดใหม่ที่มีศักยภาพสูงกว่าแหล่งใดๆ ในโลก ขณะนี้ประเทศมหาอำนาจหลายประเทศกำลังกดดันรัฐบาลไทยอย่างหนักเพื่อขอสัมปทานการสำรวจและขุดเจาะแร่ โดยไม่สนใจการคัดค้านจากนักอนุรักษ์...”
>
เมฆาและอคิราห์มองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่คาดการณ์ไว้แล้ว
“นี่ไงล่ะ” อคิราห์กล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย “ความโลภของมนุษย์... กำลังจะช่วยกัมปนาทให้เร่งแผนการของเขา”
“การขุดเจาะจะทำให้ความมั่นคงทางธรณีวิทยาของเกาะสั่นคลอน และถ้ามีอะไรซ่อนอยู่ใต้เกาะจริงๆ เราอาจจะไม่มีเวลาหยุดยั้งมันได้ทัน” เมฆาพูดพลางกุม ห่วงนาคบาสก๋ ที่ข้อมือซ้าย
ตัดภาพไปยัง เกาะกะโหลก ในคืนเดือนมืด บนชายหาดที่เงียบสงบ กลุ่มนักผจญภัย สามคน อาร์เธอร์, เบลล่า, และแซม ได้ลักลอบเข้ามา พวกเขาสวมชุดปีนเขาและอุปกรณ์สำรวจครบครัน
พวกเขาเดินสำรวจไปตามรอยแยกของหินูเาไฟจนมาถึงบริเวณที่เมฆาเคยทำลายอุปกรณ์อาคม ในบริเวณนั้น เบลล่า ชี้ไปที่ รอยแยกที่ถูกกลบ ด้วยเศษหินจำนวนมาก
“ดูนั่นสิอาร์เธอร์! ถ้ำนี้มันดูเหมือนถูกฝังไว้เมื่อเร็วๆ นี้เอง” เบลล่ากล่าวตื่นเต้น
พวกเขาใช้เครื่องมือขนาดเล็กในการขุดเปิดทาง และไฟฉายก็สาดส่องเข้าไปใน ถ้ำลึก ที่เย็นและมืดมิด กลิ่นภายในถ้ำไม่ใช่กลิ่นกำมะถัน แต่เป็กลิ่นหินเก่าๆ และ กลิ่นอับของพิธีกรรมโบราณ
เมื่อนักสำรวจเดินเข้าไปในโถงถ้ำขนาดใหญ่ แสงไฟฉายก็จับภาพวัตถุขนาดมหึมาที่อยู่ตรงหน้า และทั้งสามก็หยุดนิ่งทันที
รูปปั้นนั้นคือ รูปปั้นหินสูงกว่า 20 เมตร ที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง มี ศีรษะเป็เทพเ้าเซ็ต เทพเ้าแห่งความโกลาหลและความชั่วร้ายของอียิปต์โบราณ! รูปปั้นนั่งอยู่บน บัลลังก์หินูเาไฟ ที่เย็นเยียบ ราวกับกำลังรอคอยคำสั่ง
อาร์เธอร์เงยหน้ามองขึ้นไปบนใบหน้าของเทพเซ็ต ดวงตาของรูปปั้นถูกแกะสลักอย่างลึกซึ้ง และในความมืดสลัวนั้น เบลล่า สาบานว่าเธอเห็น แววตาที่เต็มไปด้วยความพิโรธ และ ความมุ่งร้าย จ้องมองลงมาที่พวกเขา
ในขณะที่ทั้งสามยืนตัวแข็งด้วยความตกตะลึง พวกเขาทั้งหมดก็ััได้ถึง เสียงกระซิบ ที่ไม่ได้มาจากภายนอก แต่มาจาก ภายในจิตสำนึก ของแต่ละคน
เสียงนั้นเย็นะเื… เป็ภาษาที่ไม่คุ้นเคย… แต่เต็มไปด้วยความ้าอันชั่วร้าย…
“เ้ามาแล้ว… นำไฟมาให้ข้า… ปล่อยข้าเป็อิสระ…”
นักสำรวจทั้งสามยืนตัวแข็งทื่อ ร่างกายเย็นวาบ ราวกับถูก จิติญญาแห่งความชั่วร้ายโบราณ เข้าครอบงำ
การค้นพบรูปปั้นเทพเซ็ตและเสียงกระซิบจากยุคโบราณเป็จุดเริ่มต้นของแผนการร้ายในวงกว้าง! การปรากฏตัวของสุรีมาลย์กำลังจะกลับมาเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของกัมปนาท!
*โปรดติดตามตอนต่อไป*