The Little Zombies เกมนี้ฉันต้องชนะ!

    The Little Zombies : บทนำ

     
    error loaded

    ขอบคุณภาพประกอบจาก www.pinterest.com
    บทนำ ภายในร้านขายกระเป๋าแห่งหนึ่งที่นำเข้ามาจากต่างประเทศโดยตรง ด้วยแบรนด์ที่มีชื่อเสียงทำให้สินค้าภายในร้านมีราคาที่สูงปรี๊ดทะลุเพดาน หลายคนเข้ามาเมี่ยงมองแล้วก็ต้องถอนหายใจกลับออกไปทุกครั้ง ยกเว้นเพียงแต่กลุ่มของหญิงสาวผมหลากสีที่กำลังเดินดูกระเป๋าพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือเลือกกระเป๋าอย่างไม่คิดอะไร“ตัวนี้เป็นกระเป๋ารุ่นล่าสุด ราคาอยู่ที่หนึ่งแสนสองหมื่นบาทค่ะ”พนักงานเอ่ยแนะนำด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ “ราคาถูกไปนะ”หญิงสาวผมสีทองเอ่ยขึ้น“งั้นเป็นรุ่นนี้ดีไหมคะ เพิ่งนำเข้ามาเมื่อวานนี้เองเป็นรุ่นลิมิเต็ดมีเพียงห้าชิ้นในประเทศและยังได้นักร้องดังของเกาหลีอย่างมินซีซอเป็นพรีเซ็นเตอร์อีกด้วย สงวนราคาอยู่ที่หนึ่งล้านแปดแสนบาทค่ะ”พนักงานสาวเอ่ยแนะนำสินค้าด้วยรอยยิ้ม“รุ่นนี้แพงสุดแล้วใช่ไหม?”“ใช่ค่ะ”“งั้นเอาตัวนี้แล้วกัน”“ได้ค่ะ”พนักงานรับคำก่อนจะนำกระเป๋าไปใส่กล่องเพื่อคิดเงินที่เคาเตอร์หลังจากเลือกของเสร็จก็ถึงเวลาชำระเงิน พนักงานหลายคนต่างยืนห้อมล้อมด้วยความปิติยินดี เสียงรูดบัตรดังขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนจะถึงคิวของหญิงสาวผมสีทองซึ่งรับกับใบหน้าขาวผ่องที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง เธอเปิดกระเป๋าก่อนจะหยิบบัตรใบหนึ่งออกมายื่นให้กับพนักงาน“ทั้งหมดสองล้านสามแสนบาทค่ะ”พนักงานประจำเคาเตอร์เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอมอนิเตอร์“อืม”หญิงสาวส่งเสียงรับคำพนักงานใช้บัตรเครดิตใบนั้นรูดจ่ายค่ากระเป๋าทันที แต่เสียงร้องเตือนจากเครื่องรูดบัตรกลับดังขึ้น หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของบัตรถึงกลับขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ“ขอโทษนะคะคุณลูกค้า บัตรนี้รูดไม่ผ่านค่ะ”“ทำไมมันจะรูดไม่ผ่าน เมื่อวานฉันเพิ่งใช้อยู่เลยนะ”เธอพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนจะเปิดกระเป๋าแล้วหยิบบัตรเครดิตใบใหม่ออกมา“ลองใบนี้ดู”“ได้ค่ะ”พนักงานรับคำเสียงหวานแต่ทุกอย่างก็เป็นเหมือนเดิม เมื่อเครื่องรูดบัตรขึ้นว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง หญิงสาวเจ้าของบัตรถึงกลับหน้าเสียเมื่อบัตรแต่ละใบที่เธอถืออยู่ในมือไม่สามารถใช้งานได้“วอล เกิดอะไรขึ้น”หญิงสาวผมสีม่วงครามเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยเพราะปกติเพื่อนสาวผู้ร่ำรวยของเธอไม่เคยเจอเหตุการณ์นี้มาก่อนด้วยซ้ำ“นั้นสิ ทำไมบัตรของเธอถึงรูดไม่ผ่านสักใบเลยล่ะ”อีกเสียงหนึ่งเอ่ยถามหญิงสาวผู้ที่ถูกเรียกว่าวอลมองใบหน้าของผู้ถามด้วยแววตาไม่พอใจ“ขอเวลาเดี๋ยวนะ ฉันโทรถามพ่อก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น”“ได้จ้ะ”เพื่อนอีกคนบอกพร้อมกับรอยยิ้มตอบกลับที่ทำให้หญิงสาวผมสีทองรับรู้เป็นนัยๆว่าเพื่อนสาวของตนเองคงรอหัวเราะเยาะอยู่เป็นแน่ ร่างสูงโปร่งในวัยยี่สิบปีเดินออกมาจากร้านขายกระเป๋าก่อนจะกดมือถือโทรหาบิดา สีหน้าดูเอาเรื่องสุดๆ“ป๊า! เกิดอะไรขึ้นทำไมบัตรหนูมันถึงรูดไม่ผ่าน”“แกจะรูดเอาอะไรอีก”เสียงปลายสายดังขึ้นด้วยความสงสัย“ทำไมป๊าต้องถาม ปกติป๊าก็ไม่ถามนี่ว่าหนูจะรูดเอาอะไร?”หญิงสาวเอ่ยบอกด้วยใบหน้าหงุดหงิด เพราะตอนนี้ตัวเธอได้เสียหน้าต่อหน้ากลุ่มเพื่อนผู้ร่ำรวยของตัวเองแล้วกระเป๋าใบนั้นจะสวยหรือไม่สวยก็ไม่สำคัญหรอก สำคัญแค่ว่ามันราคาแพง ส่วนใหญ่ของที่เธอใช้ก็ราคาแพงเป็นหลักอยู่แล้ว“แต่ก่อนที่ไม่ถามเพราะมันไม่สำคัญ แต่ตอนนี้พ่อต้องถามเพราะบริษัทของพ่อกำลังขาดทุน พ่อจำเป็นต้องอายัดบัตรของแกไม่งั้นพวกเรามีหวังล้มละลายจากการใช้เงินไม่คิดหน้าคิดหลังของแกแน่นอน”น้ำเสียงของบิดาฟังดูจริงจังกว่าปกติมาก คิ้วเรียวสวยที่ได้ยินประโยคนั้นของบิดาถึงกับขมวดเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจ“ป๊าอย่ามาโกหกหนูเลย หนูไม่เชื่อป๊าหรอก ป๊าก็พูดแบบนี้มาตลอดว่าบริษัทขาดทุน ถ้าบริษัทขาดทุนจริงเมื่อวานทำไมป๊าถึงซื้อรถคันใหม่อีกแล้วล่ะ”“น้ำ นี่แกจะไม่เชื่อที่พ่อพูดเลยใช่ไหม?”“อย่ามาเรียกหนูว่าน้ำนะ หนูเปลี่ยนชื่อใหม่แล้ว ชื่อว่าวอล ที่มาจากวอเตอร์อ่ะ ทำไมพ่อชอบจำไม่ได้สักที!”หญิงสาวรีบเอ่ยแย้ง“ฉันตั้งชื่อแกว่าน้ำ จะวอลหรือวอเตอร์อะไรก็แล้วแต่ฉันไม่รู้จัก ฉันจะเรียกแกว่าน้ำมีปัญหาอะไรไหม?”“ยังไงก็แล้วแต่ ป๊าต้องโอนเงินมาจ่ายค่ากระเป๋าให้หนูเดี๋ยวนี้เลยไม่งั้นหนูจะตัดพ่อตัดลูก”“ราคากระเป๋าอยู่ที่เท่าไหร่ล่ะ”บิดาพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายใจ“สองล้านสามแสน”“ยัยน้ำ!”“พ่อจะขึ้นเสียงทำไมเนี่ย”“นั่นราคากระเป๋า หรือราคาอะไรกันแน่ทำไมมันแพงอย่างนี้!”บิดาได้ฟังถึงกับจะเป็นลม กัดฟันกรอด ไม่คิดว่าลูกสาวจะถลุงเงินของเขาได้มากมายขนาดนี้โดยที่เขาไม่รู้ตัวเมื่อคิดถึงตอนที่เขายังปากกัดตีนถีบต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อนำเงินมาลงทุนในวันนั้น หัวอกคนจนก็ถึงกับเข้าสิงเข้าอย่างจั่ง “พ่อจะอะไรกันหนักกันหนา รีบโอนๆมาเถอะน๊า เพื่อนหนูรอนานแล้วเนี่ย”หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะรำคาญ“ได้”เสียงดังของบิดาตอบกลับมาทำให้เธอต้องฉีกยิ้มกว้างเต็มใบหน้า แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยขอบคุณ เสียงของบิดาก็ดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับสายที่ตัดไป“แกกับฉัน ตัดพ่อตัดลูกกัน! ตู๊ดๆๆๆ”ใบหน้าหญิงสาวถึงกับมึนงง พร้อมกับมองหน้าจอมือถือที่มืดดับไปเงียบๆก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างขึ้นตามลำดับ เสียงกรีดร้องดังลั่นห้างแห่งนั้นจนเด็กหลายคนที่ได้ยินต้องร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว“ป๊า!!!!”  …ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ >-<28/03/2564