“เอ่อ... เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”
น่าสงสารที่จนถึงตอนนี้ลู่เซิ่งยังไม่ทันตั้งตัวเลยว่ามันเกิดเื่อะไรขึ้น
หญิงสาวคนนั้นอาศัยจังหวะนี้...แอบส่ง‘แชตส่วนตัว’ มาหาเขา
[นี่นาย ให้ความร่วมมือหน่อย ช่วยไล่ไอ้แมลงวันน่ารำคาญนี่ไปทีแล้วเดี๋ยวฉันจะพานายไปลงเหวลึก ฉันเป็ถึงผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะเลยนะ]
“พาฉัน... ไปลงเหวลึกงั้นเหรอ?” ลู่เซิ่งพึมพำออกมาอย่างงุนงง
ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นว่าเทพธิดาที่ตัวเองตามจีบมาตั้งนานกลับเป็ฝ่ายเข้าหาและแนบชิดกับลู่เซิ่งชายร่างกำยำคนนั้นก็แทบจะคลั่งขึ้นมาทันทีเขามองลู่เซิ่งพลางถามด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “แกเป็ใครบังอาจมาแย่งผู้หญิงของฉัน? อยากตายนักใช่ไหม?”
“เวรแล้ว... นี่ฉันโดนดึงมาเป็ไม้กันหมาหรือเปล่าเนี่ย...”
ในที่สุดหัวที่มึนงงของลู่เซิ่งก็พอจะลำดับเหตุการณ์ได้บ้างแล้ว
ในขณะเดียวกันเมื่อเวลาผ่านไป ถ้ำปีศาจลาวาที่เดิมทีเงียบเหงาก็เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง
มีผู้ใช้อาชีพสายต่อสู้บางกลุ่มที่เก็บเลเวลจนถึง20เป็กลุ่มแรกๆมายืนรวมตัวกันอยู่ที่หน้าทางเข้าเหวลึกสำหรับมือใหม่นี้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาตั้งใจจะจัดทีมเข้าไปผจญภัยด้านใน
และสถานการณ์ที่วุ่นวายทางฝั่งลู่เซิ่งก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนในทันที
“ดูนั่นสิ นั่นลั่วเซวียนเซวียนดาวโรงเรียนมัธยมตงหลินที่หนึ่งของเราไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่เธอจริงๆ ด้วย สวยชะมัดเลย”
“ได้ยินมาว่าลั่วเซวียนเซวียนไม่ใช่แค่สวยนะแต่ยังเปลี่ยนอาชีพเป็อาชีพระดับอัจฉริยะอย่าง ‘พรานแห่งแสง’ด้วย”
“อะไรนะ? อาชีพระดับอัจฉริยะเหรอ?”
“ใช่แล้ว”
“แล้วผู้ชายสองคนที่ล้อมหน้าล้อมหลังเธออยู่คือใครล่ะ?”
“ชายร่างั์คนนั้นดูเหมือนจะชื่อจางเลี่ยง เป็นักรบโล่ได้ยินว่าเขาตามจีบลั่วเซวียนเซวียนมาหลายปีแล้ว”
“อะไรนะ? แค่นักรบโล่ทั่วไปกล้าจีบผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะเชียวเหรอ? ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย”
“เหอะ! แกจะไปรู้อะไร บ้านของจางเลี่ยงขายหม่าล่าทั่งแถมยังมีสาขาแฟรนไชส์ไปทั่วประเทศ ธุรกิจใหญ่โตมากได้ยินว่าแม้แต่ท่านนายกเทศมนตรีเห็นเขายังต้องเกรงใจ”
“ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะ...”
“แล้วอีกคนล่ะ?”
“คนนี้ฉันรู้จัก เขาชื่อลู่เซิ่ง เป็ไอ้ห่วยดวงดีจากมัธยมตงหลินที่สามเห็นว่าเพิ่งเปลี่ยนอาชีพเป็พาลาดินเมื่อวานนี้เอง”
“อะไรนะ? ไอ้ห่วยเหรอ?”
ฝูงชนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา จนในเวลาไม่นาน ปูมหลังของทั้งสามคนก็ถูกขุดคุ้ยจนหมดเปลือก
อีกด้านหนึ่งเมื่อเห็นว่าลู่เซิ่งเอาแต่เงียบไม่ยอมตอบคำถาม ฟางเส้นสุดท้ายของจางเลี่ยงก็ขาดผึงเขามองลู่เซิ่งแล้วะโใส่หน้าอย่างเกรี้ยวกราด “ไอ้หนูฉันถามแกอยู่นะ หูหนวกหรือไง?”
สิ้นคำพูดนั้นเขาก็พุ่งพรวดเข้าไปข้างหน้าสองก้าว พร้อมกับยกโล่ในมือขึ้นมาดูท่าทางเหมือนพร้อมจะลงมือได้ทุกเมื่อถ้าคุยกันไม่รู้เื่
“จางเลี่ยง นายจะทำอะไร? ฉันเตือนไว้ก่อนนะอย่ามาอวดดีแถวนี้”
ลั่วเซวียนเซวียนเห็นท่าไม่ดีก็เริ่มกระวนกระวายรีบเอ่ยปากเตือนอยู่ข้างๆ
โชคดีที่ตอนนั้นเองหลี่ว์กว่าง ผู้พิทักษ์เหวลึกที่อยู่ไม่ไกลเริ่มทนดูไม่ได้ จึงะโขู่เสียงเข้ม“ห้ามมีการต่อสู้ส่วนตัวในบริเวณถ้ำปีศาจลาวา ใครฝ่าฝืนจะถูกจับกุมกักตัว และลงโทษขั้นรุนแรง”
“นี่...”
พอประโยคนี้หลุดออกมาจากปากจางเลี่ยงที่กำลังเดือดปุดๆ ก็ถึงกับชะงักไป
แม้ว่าเขาจะเป็ลูกเศรษฐีที่มีชื่อเสียงและมีตระกูลหนุนหลังที่แข็งแกร่งขนาดไหน
แต่กฎหมายของประเทศเสินเซี่ยนั้นเข้มงวดมากต่อให้เป็เขาก็ไม่กล้าฝ่าฝืนต่อหน้าฝูงชนมากมายขนาดนี้
ด้วยความจำใจจางเลี่ยงทำได้เพียงข่มอารมณ์ที่อยากจะสั่งสอนลู่เซิ่งเอาไว้แล้วขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด่าว่า “ไอ้หนูครั้งนี้ถือว่าแกดวงดี แต่ฉันจำหน้าแกได้แล้ว ฝากไว้ก่อนเถอะ”
หลังจากทิ้งคำอาฆาตไว้จางเลี่ยงก็สะบัดหน้าหนี เตรียมจะเดินจากไป
“เฮ้อ... ยอมไปสักทีนะ...”
เมื่อเห็นว่าไอ้แมลงวันน่ารำคาญกำลังจะพ้นไปลั่วเซวียนเซวียนก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
แต่แล้วในจังหวะนั้นเอง
“เดี๋ยวก่อน!”
จู่ๆลู่เซิ่งที่นิ่งเงียบมาตลอดก็เงยหน้าขึ้นมา แล้วะโใส่จางเลี่ยงเสียงดังลั่น“ไอ้เบื๊อกร่างั์ วันหลังอย่ามาเข้าใกล้เมียฉันอีกไม่งั้นฉันจะหักขาหมาๆ ของแก”
พอพูดจบเขาก็ยื่นมือออกไปโอบเอวคอดของลั่วเซวียนเซวียนไว้อย่างไม่เกรงใจทำเอาฝ่ายหญิงถึงกับยืนอึ้งตาค้างไปเลย
“มะ... เมียเหรอ?”
คำพูดนี้ไม่ได้ทำให้แค่จางเลี่ยงที่เอ๋อรับประทานแต่ฝูงชนโดยรอบก็เหวอไปตามๆ กัน
“นะ... นายจะทำอะไรน่ะ?”
ลั่วเซวียนเซวียนใจนหน้าถอดสีพยายามจะดิ้นให้หลุดจากวงแขนของลู่เซิ่งพลางร้องโวยวาย
ทว่าในเวลานี้ลู่เซิ่งยังคงอยู่ภายใต้ผลของพร์‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ กับสกิล ‘พรจาก์’ ทำให้ค่าพละกำลังพุ่งสูงถึง 10,000หน่วย
ลั่วเซวียนเซวียนพยายามดิ้นรนอยู่นานแต่กลับพบว่าแขนของลู่เซิ่งแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าที่เชื่อมติดกันต่อให้เธอจะดิ้นแค่ไหนก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากการเกาะกุมของลู่เซิ่งได้เลย
และการกระทำที่ดูสนิทสนมเกินเหตุของทั้งคู่ก็ทำให้ผู้คนไม่รู้เื่ราวที่มามุงดูต่างปักใจเชื่อไปเรียบร้อยแล้วว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ธรรมดาแน่นอน...
“เมียจ๋า เราก็นอนเตียงเดียวกันมาตั้งนานแล้วไม่เห็นต้องปิดบังพวกเขากันต่อไปเลย”
ตอนนั้นเองลู่เซิ่งก็แสร้งสวมบทบาท ‘ส่งสายตาหวานซึ้ง’ อีกรอบ
พอกล่าวจบเขาก็เหมือนจะยังรู้สึกว่าไม่สะใจพอจึงเงยหน้าขึ้นประกาศต่อหน้าฝูงชนที่กำลังยืนอ้าปากค้างว่า“ใช่แล้ว ฉันกับเซวียนเซวียนน่ะ สัญญาจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานานแล้วและตอนนี้เธอก็กำลังท้องลูกของฉันอยู่ด้วย...”
ตูม...
“อะไรนะ? ฉันหูฝาดไปใช่ไหม”
“ลั่วเซวียนเซวียน ดาวโรงเรียนมัธยมตงหลินที่หนึ่ง ท้องกับลู่เซิ่งไอ้ห่วยนั่นเนี่ยนะ?”
“เวรเอ๊ย โลกนี้มันเป็บ้าอะไรไปแล้วเนี่ย?”
เมื่อได้รับข่าวะเิสมองขนาดนี้ผู้คนที่มามุงดูก็แตกฮือวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ทันที
“เซวียนเซวียน... เธอ... เธอท้องกับมันจริงๆ เหรอ?”
จางเลี่ยงโกรธจนตาแดงก่ำตะคอกใส่ลั่วเซวียนเซวียนเสียงหลง
“มะ... ไม่ใช่ อย่าไปฟังเขาพูดมั่วนะ”
คราวนี้ลั่วเซวียนเซวียนลนลานเข้าจริงๆเธอคาดไม่ถึงเลยว่าลู่เซิ่งจะมาไม้นี้
ด้วยความร้อนรนเธอเลิกสนใจที่จะตีเนียนเป็คนรู้จัก แล้วรีบชี้หน้าลู่เซิ่งพลางละล่ำละลักบอกว่า“ฉันไม่รู้จักเขาเลยสักนิดเดียว...”
แต่ลู่เซิ่งไม่ยอมเปิดโอกาสให้เธอได้แก้ตัวเลยเขาหลับตาลงแล้วใส่สีตีไข่ต่อทันที
“เมียจ๋า ทำไมพูดแบบนั้นล่ะหรือว่าคืนนั้นที่ความรักของเรามันลึกซึ้งจนไฟลุกโชนตอนที่เราอารมณ์พาไปเหมือนไฟใกล้ฟางแก้ผ้าผ่อนแล้วเปิดศึกรบกันดุเดือดเจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้ารอบ [*] บนเตียงเธอจำไม่ได้แล้วเหรอ...”
“ไอ้ชาติหมา! บังอาจมาลบหลู่เทพธิดาของฉัน ฉันจะฆ่าแก!!!”
ในที่สุดจางเลี่ยงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
เมื่อเห็นว่าเทพธิดาที่ตัวเองเฝ้าตามจีบมาหลายปีแต่ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองกลับตั้งท้องกับคนอื่นเสียได้
ความโกรธพุ่งขึ้นสมองจนขาดสติเขาคลุ้มคลั่งและพุ่งเข้าใส่ลู่เซิ่งทันที
ทว่าั้แ่ต้นจนจบลู่เซิ่งยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหนเลยแม้แต่นิดเดียวเขาทำเพียงมองจางเลี่ยงด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม
“ปัง!”
วินาทีต่อมาพร้อมกับเสียงกระแทกอย่างรุนแรง
จางเลี่ยงที่เพิ่งจะออกตัววิ่งยังไม่ทันจะเข้าถึงตัวลู่เซิ่งด้วยซ้ำก็ถูกหลี่ว์กว่างที่ทำหน้าที่รักษาความสงบตบเปรี้ยงเดียวจนสลบเหมือดคาที่
เชิงอรรถ
[*]เจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้ารอบ (七七四十九) มุกเปรียบเปรยของจีนสื่อถึงการทำบางสิ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือยาวนานจนนับไม่ถ้วน