42.....
ปัญจพลแวะซื้อพิซซ่ามาฝากเจ้าดุ๊กดิ๊กที่บ้านของนัฏนรีในตอนกลางวันซึ่งความจริงแล้วเขาตั้งใจว่าจะซื้อพิซซ่าหน้าทะเลถาดใหญ่นี้ไปฝากลิลลี่ กับพนักงานที่บริษัทรถเช่าแต่พอดีกับที่สายใจโทรศัพท์มาบอกว่าพาลิลลี่ออกไปพบลูกค้าจะกลับออฟฟิศช่วงเย็น เขาก็เลยเปลี่ยนใจเอาพิซซ่ามาให้เจ้าดุ๊กดิ๊กแทน
“ตอนนี้เจ้าดุ๊กดิ๊กไม่กินพิซซ่าแล้วค่ะ..เขากินอาหารเม็ดแล้วก็อาหารที่เคยกินเหมือนเดิมแล้ว”
นัฏนรีบอกให้ปัญจพลรับทราบความจริงเขาก็ทราบอยู่แล้วว่าหลังจากเจ้าดุ๊กดิ๊กคลอดลูกแล้ว มันก็ไม่ได้พิศวาสกับอาหารประเภทพิซซ่านี้อีกเลยได้แต่ดม ๆ แล้วก็สะบัดตูดหันไปกินอาหารสุนัขที่เคยกินตามปกติ
“นั่นสินะผมก็ลืมไป”
ปัญจพลแกล้งพูดเช่นนั้นก็เพราะไม่อยากจะบอกความจริงว่าเขาตั้งใจซื้อไปฝากลิลลี่ แต่คนที่เขาต้องการเอาไปฝากไม่อยู่ที่ออฟฟิศก็เลยต้องเอามาให้เจ้าดุ๊กดิ๊กแทน
“แต่ก็ขอบคุณนะคะ ถึงเจ้าดุ๊กดิ๊กไม่กินก็ยังมีดรีม กับ ป้าสมใจ ช่วยกินค่ะ”
นัฏนรีพูดไม่ให้เขาเสียน้ำใจ
เวลาเดียวกันนั้นเจ้าหมีพูซึ่งนั่งมองดูอยู่ก็รู้สึกหมั่นไส้ปัญจพลขึ้นมาทันที
“แหม..ทำแกล้งซื้อพิซซ่ามาฝากเจ้าดุ๊กดิ๊กรู้ทันหรอกน่า..นายคิดจะมาขายขนมจีบดรีมของฉันมากกว่า”
พอคิดได้ดังนั้น ชวิน ร่างของหมีพูก็วิ่งเข้าไปเห่าใส่ปัญจพลทันทีไม่เพียงแต่เห่าเท่านั้นยังกระโดดขึ้นงับกางเกงเสียเลย โชคดีที่ฟันของ หมีพูยังใช้การไม่ได้ดีนักไม่เช่นนั้นกางเกงคงจะมีรอยขาด
“เฮ้ย!..หมีพู ทำไมทำร้ายกันอย่างนี้ล่ะ..ฉันไม่ได้เลือกเธอไปเลี้ยงแล้วนะ”
ปัญจพลรีบเดินยกขาไปนั่งที่เก้าอี้ทันที โดยมีเจ้าหมีพูวิ่งตามไปราวีงับด้านหลังแทนปัญจพลส่งเสียงห้ามพร้อมยกขาหนีพัลวัน
“หมีพูไม่น่ารักเลย..มานี่เร็ว..”
นัฏนรีส่งเสียงเรียกทำให้หมีพูเชื่อฟังแต่โดยดี กลับหลังวิ่งดิ๊ก ๆ มาหานัฏนรีตามคำสั่งทันที ราวกับหุ่นยนต์ที่ตั้งโปรแกรมเอาไว้
“นายนั่นมันจะมาจีบดรีมนะ..วินอุตส่าห์ช่วยนะเนี่ย”
เจ้าหมีพูหลับตามองค้อน
“ผมตาฝาดหรือเปล่าครับเนี่ย..ผมเห็นเจ้าหมีพูมันมองค้อนคุณดรีม”
ปัญจพลรีบบอกน้ำเสียงตื่นเต้น
“จริงเหรอคะ..ไหนหมีพูลองทำท่ามองค้อนอีกทีสิ”
นัฏนรีลองออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
“เรื่องอะไรจะทำ..รู้หรอกน่าว่าดรีมอยากจะโชว์นายพีเจ.นั่นเชอะ!..เมินซะเถอะหลับตาดีกว่า” หมีพูหลับตาปี๋
“อ้าว..หลับตาซะแล้ว..คงไม่ใช่หรอกค่ะคุณพีเจ.”
นัฏนรีบอกพร้อมกับหันไปสนใจกับพิซซ่าเธอจัดการบิชิ้นเล็ก ๆ ลองส่งให้เจ้าหมีพูชิมดู
“มันยังกินไม่ได้หรอกครับคุณดรีม”
ปัญจพลรีบทัก แต่กลับไม่เป็นเช่นที่ปัญจพลบอกเจ้าหมีพูใช้ลิ้นเลียแผล็บ ๆ ด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยจนนัฏนรีต้องเพิ่มปริมาณให้มัน
“แปลกมากครับคุณดรีม ที่เจ้าหมีพูมันชอบพิซซ่า”
“คงไม่แปลกหรอกค่ะ คุณก็เห็นแล้วนี่คะว่าเจ้าดุ๊กดิ๊กเองก็ชอบกินมากตอนที่มันท้อง”
“ผมว่าที่เจ้าดุ๊กดิ๊กชอบพิซซ่าตอนท้องคงเป็นเพราะเจ้าหมีพูนี่แหละที่อยากกินเอง”
“อือ..ก็น่าจะจริงอย่างคุณพีเจ.ว่านะคะดูสิขนาดฟันก็ยังไม่ขึ้นเต็มที่เลยยังอุตส่าห์กินจนได้” นัฏนรีมองสุนัขแสนรู้ด้วยความชื่นชมเอ็นดู
“วันนี้คุณปอนด์ไม่มาหรือครับ”
ปัญจพล อดสงสัยไม่ได้เพราะทุกครั้งที่เขามาบ้านนัฏนรีก็จะเห็นสิปปกรอยู่ด้วยเสมอ
“พอดีปอนด์ติดธุระน่ะค่ะแล้วคุณพีเจ.ล่ะคะ ทานกลางวันมาหรือยัง ถ้ายังจะได้ให้ป้าสมใจตั้งโต๊ะวันนี้มีราดหน้าหมูหมักสูตรป้าสมใจอร่อยมากค่ะ”
นัฏนรีเชิญชวนปัญจพลไม่คิดปฏิเสธเนื่องจากกำลังหิวอยู่พอดี ตอนแรกก็ว่าจะขอแบ่งพิซซ่ากินสักหน่อยแต่เมื่อเจ้าของบ้านชวนเช่นนี้แล้วเขาจึงรีบตกลงทันที
“นายไม่ปฏิเสธแบบนี้คงอยากจะอยู่กับดรีมนานๆ ล่ะซี้ รู้ทันนะโว้ยนายพีเจ.
ชวินในร่างหมีพู เลิกกินพิซซ่าแต่หันมาหาเรื่องชายหนุ่มที่จะจีบอดีตคนรักแทน ด้วยการตั้งหน้าตั้งตาเห่าข่มขวัญ
“หมีพู..เลิกเห่าคุณพีเจ.ได้แล้ว..เดี๋ยวก็ไม่รักซะหรอก”
นัฏนรีขู่ด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังเธอต้องการปรามให้เจ้าหมีพูหยุดก่อกวนแขกมากกว่า แต่จะว่าไปนัฏนรีก็แปลกใจไม่น้อยที่เห็นพฤติกรรมก้าวร้าวของหมีพูที่มีต่อปัญจพลซึ่งเธอก็คิดว่าน่าจะเกิดจากการที่ปัญจพลเอาน้อง ๆ สี่ตัวของหมีพูไปจากอกแม่และหมีพูนั่นก็ได้
“โอ้ว..คุณดรีม..ดูสิมันกลัวคุณดรีมไม่รักรีบหยุดเห่าทันทียังกะฟังรู้เรื่องแน่ะ”
ปัญจพลมองเจ้าหมีพูด้วยความทึ่งแกมเอ็นดูเขารู้สึกเสียดายไม่หายที่นัฏนรีไม่ยอมให้เจ้าหมีพูไปเลี้ยง
“ไม่ต้องมาทำเป็นเลิฟมีเลิฟมายด็อกกับดรีมของฉันก็ได้นะนายพีเจ. โอ้ย..ทำไงถึงจะขัดขวางนายพีเจ.นี่ให้เลิกสนใจดรีมได้บ้างเนี่ย..แล้วนายปอนด์ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนวะไม่มากันท่าช่วยกันเอาซะเลย ไอ้เพื่อนทรยศ คอยดูนะ มาบ้านดรีมเมื่อไหร่จะเล่นงานซะให้เข็ด”
ชวิน ในร่างหมีพูได้แต่นึกอยู่ในใจ อยากจะเห่าอยากจะงับขานายปัญจพลเล่นก็ไม่กล้าประเดี๋ยวนัฏนรีไม่รักขึ้นมาก็ชีช้ำ ยังไม่อยากเป็นหมาหัวเน่า....
ลิลลี่หันไปมองนาฬิกาที่ติดอยู่ผนังห้องในสำนักงานสลับกับชำเลืองไปมองที่หน้าประตูทางเข้าออฟฟิศ เป็นระยะเธอเริ่มเคยชินกับการที่มีเจ้าของบริษัทหน้าทะเล้นเดินเข้ามาสำนักงานในช่วงเย็นจนถึงค่ำแล้วเขาก็จะรับเธอไปส่งบ้านเป็นประจำ จนทำให้เธอเสียนิสัยต้องคอยชะเง้อมองหาเขาเมื่อเลิกงานในแต่ละวัน เหมือนอย่างวันนี้ที่เธอรู้สึกว่าเขามาช้าไปหรือเปล่าถ้าเขาไม่โทรเข้ามาบอกกับสายใจว่าจะเข้ามาช่วงหกโมงเย็น จ้างให้เธอก็ไม่ชะเง้อคอยแบบนี้หรอกแต่นี่มันก็จะเกือบหนึ่งทุ่มอยู่แล้วเขาก็ยังไม่โผล่มาอีก ลิลลี่นึกเคืองเขาอย่างไม่รู้ตัว
“น้องลิลลี่ไปกันเถอะจ๊ะ..”
สายใจหัวหน้าของลิลลี่ เดินถือกระเป๋าออกมาร้องเตือนเพื่อให้ลิลลี่ติดรถไปลงหน้าปากซอย ลิลลี่กับสายใจมักจะออกจากสำนักงานเป็นคนสุดท้ายเสมอในขณะที่พนักงานคนอื่น ๆ ได้เวลาห้าโมงเย็นก็จะกลับบ้านกันแล้ว
“เอ้อ..พี่สายใจกลับก่อนก็ได้ค่ะพอดีว่า...”
“จะรอคุณพีเจ.ใช่ไหมคะ”
สายใจทำหน้าล้อเลียนเดี๋ยวนี้ไม่เฉพาะสายใจเท่านั้นที่สังเกตเห็นความสัมพันธ์ระหว่างลิลลี่กับปัญจพล แม้แต่พนักงานคนอื่นๆ ก็เริ่มมองเธอด้วยสีหน้าล้อเลียนเช่นกันเธอก็อยากจะบอกทุกคนเหมือนกันว่าปัญจพลไม่ได้คิดกับเธออย่างที่ทุกคนเข้าใจหากแต่ว่าเขาหวังให้เธอเป็นสะพานเชื่อมไปหาเพื่อนของเธอต่างหาก แต่ลิลลี่ก็ไม่เห็นมีใครยอมถามสักคน เธอก็เลยไม่ได้อธิบายความจริงเรื่องนี้
“อุ๊ย!..เปล่านะคะ..คือลิลลี่จะ..เข้าห้องน้ำน่ะค่ะ”
ลิลลี่ท่าทางอึกอัก
“ก็ไปสิจ๊ะ พี่รอได้” สายใจหัวเราะ
“แต่..ลิลลี่เข้านานนะคะ คือ..เอ้อ..ท้องเสียน่ะค่ะ”
ลิลลี่ทำเสียงเบาในตอนท้าย
“ไม่เป็นไร พี่จะรอพี่ไม่อยากให้น้องลิลลี่อยู่คนเดียว ทุกคนกลับบ้านกันหมดแล้วด้วย”
สายใจบอกด้วยความเป็นห่วง ลิลลี่จำต้องพยักหน้าเดินไปเข้าห้องน้ำทั้งที่ไม่ได้ท้องเสียอย่างที่บอกสายใจสักนิดและเธอก็ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำเพียงห้านาทีเท่านั้นก็เดินออกมาอย่างตัดสินใจว่าจะไม่รออีตาบ้านั่นแล้ว
“เอ๊ะ..แล้วเราจะโกรธอีตาพีเจ.นั่นทำไมล่ะเขาก็ไม่ได้โทรบอกเราซะหน่อย ว่าจะมารับแต่เราได้ยินคุณสายใจคุยโทรศัพท์กับเขาเฉย ๆว่าเขาจะเข้ามาตอนหกโมงเย็น เฮ้อ..เรานี่ชักจะบ้าไปใหญ่แล้ว เรากับเขาไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อย”
ลิลลี่ต่อว่าตัวเองในใจก่อนจะเดินไปเอากระเป๋าถือที่โต๊ะทำงาน
“รอผมอยู่ใช่ไหม งั้นก็ไปกันเถอะ”
เสียงของผู้ชายที่เธอกำลังนึกถึงดังขึ้นมาพร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดสูทแบบนักธุรกิจภูมิฐานเดินจะมาถึงโต๊ะทำงานของลิลลี่ทำให้เธอชะงักไปนิดหนึ่ง ความตื่นเต้นยินดีวูบขึ้นมาแต่เธอก็รีบขจัดมันไปด้วยการเก๊กท่าทำหน้าเรียบเฉย
“บ้า!...ใครเขารอคุณ”
เธอต่อว่าเสียงเข้มพร้อมกับหิ้วกระเป๋าเดินออกมา
“คุณสายใจบอกผมว่าคุณกำลังรอผมอยู่”
เขาบอกหน้าตาเฉยทำให้ลิลลี่หน้าร้อนวูบวาบด้วยความอาย เธอรีบสอดส่ายสายตาหาสายใจแต่ก็เห็นหลังไว ๆ ของผู้จัดการสาวเดินออกไปจากสำนักงานเสียแล้ว
“ไม่จริง คุณพูดเองต่างหากฉันจะติดรถพี่สายใจไป”
“เสียใจด้วยครับ พอหัวหน้าคุณเห็นผมเข้ามา เธอก็รีบผลักไสให้คุณไปกับผมทันที”
เขาบอกด้วยสีหน้าแววตาทะเล้น
“แต่ฉันไม่อยากไปกับคุณ”
“โธ่..แค่มารับช้านิด ช้าหน่อย ทำเป็นงอนไปได้”
เขาพูดเสียงกลั้วหัวเราะ
“ทุเรศ..ใครงอนคุณไม่ทราบ”
เธอถามเสียงสูงรู้สึกว่าแก้มของตัวเองต้องแดงปลั่งอย่างปิดไม่มิดแน่เชียว
“เอาน่า..เดี๋ยวจะไถ่โทษด้วยการพาไปนั่งทานอาหารอร่อยๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ดีไหมครับคุณผู้หญิง”
เขาผายโค้งคำนับด้วยท่าทางสุภาพล้อเลียนเธอ
“ไม่!..”
ลิลลี่แกล้งสะบัดหน้าเดินลิ่วออกประตูไปเธอเกรงว่าเขาจะสังเกตเห็นสีหน้าดีใจจนออกนอกหน้าของเธอต่างหาก
“โอ้โห..บทจะไปก็ไม่รอเลย..”
ปัญจพลรีบเดินจ้ำอ้าวตามออกไปทันที
“เมื่อกี้บอกไม่..แต่ทำไมมารอที่รถเร๊วเร็ว”
เขาพูดแซวเมื่อลิลลี่ยืนรออยู่ที่ประตูรถของเขาแล้ว
“พูดมาก..เดี๋ยวก็ไม่ไปด้วยซะหรอก”
ปัญจพลรีบเปิดประตูให้ทันทีเหมือนกับเกรงว่าลิลลี่จะเปลี่ยนใจทั้งคู่ต่างก็เริ่มรู้นิสัยของกันและกันพอสมควรแล้ว แม้ปากจะคอยพูดจาถากถางซึ่งกันและกัน แต่พฤติกรรมนั้นก็พร้อมที่จะออมชอมไปด้วยกันเสมอเหมือนพวกที่ปากกับใจไม่ตรงกันนั่นเอง
“วันนี้ผมแวะเอาพิซซ่าไปให้คุณดรีมที่บ้านด้วยล่ะ”
ปัญจพลเริ่มต้นสนทนาด้วยประโยคที่สร้างแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ให้ผู้ฟังเจ็บแปลบขึ้นมาทันที
“คุณเอาไปให้เจ้าดุ๊กดิ๊กไม่ใช่เหรอ..แต่กลายเป็นว่าเจ้าหมีพูกินแทนล่ะสิ”
ลิลลี่บอกเหมือนมองเห็น
“คุณรู้ได้ไง”
ปัญจพลถามด้วยความสนใจแต่พอนึกขึ้นได้ว่าลิลลี่ กับ นัฏนรี เป็นเพื่อนกันเขาก็เข้าใจว่าสองคนนี้คงจะบอกกัน
“ฉันกับยัยดรีมไม่มีความลับต่อกันเพราะฉะนั้นเวลาที่คุณไปหายัยดรีม ตอนไหน เวลาไหน ยัยดรีมก็จะคอยโทรรายงานฉันตลอด”
ลิลลี่ พูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ปัญจพลยิ้มอยู่ในหน้า
“แล้วคุณดรีมบอกคุณหรือเปล่าว่าเธอเริ่มจะใจอ่อนรับรักผมแล้ว”
เขาแกล้งถามสีหน้าอมยิ้ม
“นี่ยังหวังอีกเหรอ..”
“ใช่..ตอนนี้ผมมุ่งมั่นมาจีบคุณดรีมคนเดียวดีกว่า”
“ทำไม..เอายัยยาไปทิ้งที่ไหนแล้วล่ะ”
“คุณยาท่าทางจะสวีทกับเพื่อนชายที่ออฟฟิศมากผมเห็นแล้วก็อดดีใจกับเธอไม่ได้ ก็เลยวางมือเลิกจีบดีกว่า หันมาทุ่มเทให้กับคุณดรีมน่าจะมีหวังกว่า ทีนี้คุณก็สบายใจได้แล้วนะว่าผมไม่ใช่ผู้ชายจิตใจโลเลอีกต่อไป”
“ขอให้มันจริงเถ๊อะ...อย่าให้ฉันจับได้ก็แล้วกันว่าคุณแอบไปจีบผู้หญิงคนไหนอีก ฉันจะรายงานยัยดรีมทันที”
“ตกลงคุณสนับสนุนให้ผมเป็นแฟนกับคุณดรีมแล้วใช่ไหมเนี่ย” ปัญจพลแกล้งถามขึ้น
“ใครบอก..ฉันก็แค่คอยสกรีนผู้ชายที่คิดจะจีบเพื่อนฉันเท่านั้นเอง”
“ไม่เป็นไร ผมขอเพียงให้คุณนำเสนอผมในแง่มุมที่ดีให้คุณดรีมประทับใจก็พอแล้วส่วนเธอจะตัดสินใจเลือกผมหรือคุณปอนด์ ผมก็จะยอมรับอย่างนักกีฬา”
ลิลลี่ นิ่งเงียบไม่พูดจาตอบโต้เขาอีกจนกระทั่งไปถึงร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา