ตอนที่ 7
และในที่สุด จงเหมยอิง ก็ได้รับเงิน 100 หยวนมานอนอยู่ในมิติเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับใบหน้าที่บึ้งตึงของแม่เลี้ยง เมื่อส่งเงินให้ก็รีบเดินออกไปทันที เหมือน อยู่มองหน้า สักนาทีแล้วจะอดใจไว้ไม่ไหว กล้วจะทำร้ายเธอต่อหน้าพ่อ
"ลูกเก็บเงินให้ดีด้วยล่ะ เดี๋ยวจะหายเสียก่อน" พ่อบอกออกมาด้วยความเป็ห่วง เขาไม่อยากที่จะไว้ใจใครแล้ว
"แน่นอนค่ะพ่อ หนูมีช่องลับ ไม่มีใครหาเจอแน่นอน"
"อย่างนั้นพ่อก็ค่อยสบายใจหน่อย"
"แล้วลูก้าอะไรอีกหรือเปล่า ให้พ่อช่วยอะไรไหม"
"ไม่ต้องค่ะพ่อ เดี๋ยวหนูจัดการที่เหลือเอง ขอบคุณนะคะที่ช่วยเหลือ"
"พ่อต้องช่วยลูกอยู่แล้ว และไม่ต้องกลัวเื่เงินรายเดือน พ่อขอรับรองลูกจะได้รับแน่นอน พ่อจะไม่ไว้ใจให้ใครทำอีกแล้ว"
"ขอบคุณอีกครั้งค่ะ"
วันนี้เธอได้รู้แล้วว่าพ่อก็รักเธอเหมือนกัน จากที่เคยคิดว่าพ่อไม่รักเธอ รักแต่ลูกของแม่เลี้ยง และมีอะไรก็ไม่เคยให้อะไรเธอเลย ที่จริงได้รับรู้ใหม่นี้ คือพ่อไว้ใจให้แม่เลี้ยงจัดการทุกอย่าง แม่เลี้ยงคงรับปากแต่ไม่เคยทำอะไรให้เลย ทำให้เธอค่อยๆ มีรอยยิ้มให้กับพ่อและรักพ่อมากขึ้น
ในที่สุดวันเดินทางไปทำงานที่ชนบทก็มาถึง มีแค่พ่อมาส่งเธอเท่านั้น แต่ก็ไม่คิดอะไร เพราะคนอื่นๆ เธอก็ไม่้าเหมือนกัน ต่างคนต่างอยู่
"ซื้อตั๋วเรียบร้อยหรือยังลูก"
"เรียบร้อยแล้วค่ะ"
"เดี๋ยวก็ได้เวลารถไฟมาแล้ว พ่อจะกลับก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวหนูรอคนเดียวเองได้"
"ไม่เป็ไรพ่อรอเป็เพื่อนดีกว่า"
และในที่สุดรถไฟก็มาถึง เมื่อรถไฟจอดเธอจึงหันไปร่ำลา พ่อของเธออีกครั้ง แม้ครั้งนี้จะแตกต่างจากครั้งก่อนที่เธอเคยไป
"หนูไปก่อนนะคะ พ่อดูแลตัวเองด้วย"
"พ่อขอให้ลูกโชคดี และถ้ามีอะไรต้องรีบเขียนจดหมายมาหาพ่อได้ตลอด"
"ค่ะ"
หลังจากนั้นเธอจึงได้หันหลังเดินขึ้นรถไป ส่วนคนเป็พ่อมองตามลูกสาวด้วยความเป็ห่วง ที่ต้องไปอยู่ไกลหูไกลตาแล้ว
เมื่อเดินขึ้นมาบนรถไฟแล้วจึงได้หาที่นั่งด้านริมหน้าต่าง เพราะเธอชอบมองไปที่ข้างทาง และดูเหมือนวันนี้มีคนที่ต้องไปที่ชนบทค่อนข้างเยอะทีเดียว แต่อาจจะไปคนละหมู่บ้าน เพราะที่เมือง ชางโจ มีหมู่บ้านอยู่เป็ 10 หมู่บ้านด้วยกัน เธอนั่งคิดขณะที่รอรถไฟออกจากชานชาลา และกลับมีคนมาเรียกเธอเสียก่อน
"เธอลุกออกจากตรงนี้ให้ฉันหน่อยสิ ฉันจะนั่งข้างหน้าต่าง"
เธอทำเป็นิ่งไม่ได้สนใจ ทำไมเธอจะจำไม่ได้ว่าคนนี้เป็ใคร ก็ซูเหมยหวา คุณหนูที่เอาแต่ใจ และเป็คนที่คอยกดเธอให้ต่ำอยู่เสมอ และยังคอยทำร้ายเธอแค่คำว่าไม่ชอบ และเธอจน
"นี่เธอไม่ได้ยินหรือยังไง ฉันบอกให้ลุกออกไปฉันจะนั่ง"
"ทำไมฉันต้องลุกออกไปให้เธอนั่งด้วย ถ้าอยากนั่งตรงนี้ ต้องมาก่อนสิแต่นี่มาทีหลังจะมาแย่งที่นั่งฉันได้อย่างไรกัน"
"แต่ฉันจะนั่งตรงนี้ ถ้าแลกที่กัน เธอจะเอาเงินเท่าไร"
นิสัยไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย อยากได้อะไรก็เอาเงินแก้ปัญหา
"ฉันไม่ได้อยากได้เงินของเธอ และไปหาที่ใหม่เถอะ ฉัน้าความเป็ส่วนตัว"
"เธอ" ไม่มีใครปฏิเสธคุณหนูอย่าเธอมาก่อนเลย ผู้หญิงคนนี้ทำให้เธอโมโหมาก จึงเดินไปอีกที่เพื่อขอแลกที่นั่งแทน และมองด้วยความโมโห ที่ทำให้เธอเสียหน้า
ส่วน จงเหมยอิง เธอคิดไปถึงครั้งที่แล้วก่อนที่เธอจะย้อนกลับมา ก็เจอกับ ซูเหมยหวา เหมือนกัน แต่ด้วยความที่เป็คนที่ยอมคน จึงยอมตลอด จนเหมือนเป็คนรับใช้ และทำให้ทุกอย่าง เพื่อแลกกับการที่จะมีเพื่อนและบางทีก็แบ่งอาหารเล็กน้อยให้ แต่ต้องทำงานให้เธอทุกอย่าง แล้วทำไมเธอต้องยอมอีกครั้งด้วยล่ะ ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่ายอมครั้ง แรกก็ต้องมีครั้งต่อไปอีกแน่นอน เธอไม่ขอยอมอีกแล้ว
ทางด้าน ซูเหมยหวา เมื่อได้ที่นั่งริมหน้าต่างแล้วโดยการจ่ายเงินให้คนที่นั่งที่เดิมไปถึง 1 หยวน แต่เงินเท่านั้น ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเธอเลย แต่ที่เธอแค้นเคืองคือ คนที่ไม่ยอมรับเงิน และไม่ยอมเธอ ทำให้เธอรู้สึกถึงความไม่ยินยอม และรู้สึกเสียหน้า
"ใจเย็นหน่อยน่า เหมยหวา เราไม่ได้อยู่ที่บ้านกันนะ ที่เธอจะเอาอะไรก็ได้"
เธอเป็เพื่อนกับ ซูเหมยหวา มานาน ทำไมจะไม่รู้ว่าเพื่อนเป็คนที่ไม่ยอมคน ถ้าไม่รวย เธอก็ไม่อยากจะคบด้วยหรอก แต่เธอ้าเข้าสังคมคนรวยด้วยนั่นเอง จึงต้องคอยที่จะตามใจ
"ก็ดูเธอคนนั้นทำกับฉันสิ ไม่ไว้หน้าฉันเลย"
"แต่เขามาถึงก่อน เขามีสิทธิ์ที่จะเลือกที่นั่งนะ"
"แต่ฉันอยากนั่งตรงนั้น" ยังแย้งด้วยความดื้อดึง
"เอาเถอะ ตอนนี้ก็ได้ที่ริมหน้าต่างแล้ว ควรทำหน้าให้มันดีได้แล้ว เดี๋ยวไม่สวยนะ"
"ใช่จริงด้วย ฉันลืมตัวไปเลย"
เมื่อกลับมาอารมณ์ดีอีกครั้ง ก็เลิกบ่นให้ใครอีก ทำให้เธอสบายหูขึ้นมาหน่อย จึงอยากรู้ว่าจะมีใครไปหมู่บ้านเดียวกันบ้าง จึงถามออกไป
"พวกเธอทุกคน เป็ยุวชน ที่จะไปใช้แรงงานที่ชนบทหรือเปล่า"
"ใช่" ทุกคนพร้อมใจกันตอบ
"เราชื่อ ตู๋หลันหลัน นี่เพื่อนเรา ซูเหมยหวา แล้วพวกเธอชื่ออะไร"
"กุ๋ยต้าซาน"
"จูหลงเหลียง"
"จงเหมยอิง" พอเราแนะนำชื่อ หางตาหันไปเห็นซูเหมยหวา สบัดหน้าหนีเหมือนไม่รู้จัก และคนอื่นที่นั่งอยู่แถวนั้นก็ได้แนะนำตัวออกมา
"เราไปที่หมูบ้าน ตงถง มีใครไปหมู่บ้านนี้บ้าง"
และก็มียกมือมา 3 คน คือ กุ๋ยต้าซาน จูหลงเหลียง ซูเหมยหวา ตู๋หลันหลัน และ จงเหมยอิง รวมเป็ 5 คน ที่เหลือก็แยกย้ายกันไปที่ต่างหมู่บ้าน และเมื่อทำความรู้จักกันแล้ว และรู้ว่าใครไปไหนกันบ้าง จึงได้กลับมาเงียบกันอีกครั้ง เมื่อเดินทางมาได้หลายชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่ถึงจึงรู้สึกหิว จึงนำซาลาเปาที่ในมิติออกมากิน เพราะเธอเตรียมของกินมาเยอะพอสมควร โดยใช้เงินไปถึง 20 หยวนด้วยกัน แต่ก็ถือว่าคุ้ม
"ทำไมเธอไม่แบ่งซาลาเปาให้พวกเราที่เป็เพื่อนบ้าง"
"ขอโทษนะเราไม่ได้เตรียมมาเผื่อใคร ถ้าเธออยากกินคงต้องไปหาซื้อเอาแล้วล่ะ"
"แต่ฉันไม่อยากเดิน ฉันอยากกินของเธอ" พูดอย่างเอาแต่ใจอีกครั้ง
"ฉันคงแบ่งเธอไม่ได้หรอกนะ เพราะถ้าแบ่งเธอคนเดียวแล้วคนอื่นล่ะ ฉันทำไม่ได้"
"ซูเหมยหวา เดี๋ยวเธอรออยู่ที่นี่ เดี๋ยวเราไปซื้อมาให้"
"ขอบคุณนะ เธอดีกับเราจังเลย ไม่เหมือนบางคน"
แต่เธอกลับไม่ได้สนใจ และตั้งหน้าตั้งตากิน ซาลาเปาไส้เนื้อ ที่ยั่วน้ำลาย ทุกคนที่ได้นั่งใกล้ๆเป็ อย่างมากจึงได้รีบไปหาซื้ออะไรมากินบ้าง และเมื่อรอสักครู่เดียว คนที่อาสา ไปซื้อของกินให้ก็กลับมา
"มาแล้วซาลาเปาของเธอ"
"ขอบคุณนะ แล้วเท่าไรล่ะเราจะจ่ายเงินให้" มีคนซื้อให้เธอก็ขอบคุณแล้ว ไม่ต้องไปเดินซื้อเอง
"ไม่เป็ไร ถือว่าเป็การฉลองของการพบกันครั้งแรก" พูดพร้อมทั้งสายตาที่สื่อความหมายออกมาชัดเจน
"ได้ถือว่าเป็เื่ที่ดี ที่มีโอกาสได้พบกัน"
หลังจากนั้นทุกคนก็ต่างคนต่างกิน แม้กลิ่นไม่หอมเท่าที่ จงเหมยอิง เอาออกมากิน แต่มันก็ช่วยให้หายหิวได้ ส่วน จงเหมยอิงไม่ได้สนใจใครอีก หลังจากที่กินอิ่ม จึงได้นั่งหลับตา เพราะเธอไม่อยากพูดและเห็นสายตาของคนที่คอยจ้องหาเื่เธออีก วิธีนี้จึงเป็วิธีที่ดีที่สุด
ในที่สุดการเดินทางที่แสนยาวนานก็สิ้นสุดลง เพราะมาถึง เมือง ชางโจ แล้วใช้เวลาเดินทางถึง 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว เธอจึงได้เตรียมของเพื่อที่จะลงจากรถไฟ และไม่ได้ถืออะไรมามากเหมือนกับ อีกสองคนที่เตรียมมาเหมือนย้ายบ้านกันเลยทีเดียว ของส่วนใหญ่เธอเก็บไว้ในมิติหมดแล้ว
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )