บทที่ 4: เสียงสะท้อนในความมืด
ท้องฟ้ายังคงเป็สีเทาหม่นเช่นเคย เมื่อคินเริ่มออกเดินทางจากที่หลบภัยบนยอดตึกร้าง เขื่อนกั้นระหว่างกลางวันและกลางคืนในโลกใบนี้ช่างเลือนราง มีเพียงความสว่างและความมืดที่แตกต่างกันเล็กน้อยเท่านั้นที่คอยบอกเวลา
การเดินทางสู่โรงพยาบาลเซนต์จูดแห่งผู้ถูกลืมนั้นต้องใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวันหากเดินเท้า และทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยอันตราย คินเคลื่อนตัวผ่านซากปรักหักพังด้วยความชำนาญที่สั่งสมมาจากการเอาชีวิตรอด เขาไม่ได้เดินไปตามถนนสายหลักที่เปิดโล่งซึ่งอาจทำให้ตกเป็เป้าสายตาได้ง่าย แต่เลือกใช้เส้นทางที่ซับซ้อนกว่า...ผ่าน "หุบเขาตึกระฟ้า" ที่ซึ่งซากอาคารสูงตระหง่านบดบังแสงแดดจนเกือบมิด ผ่าน "ทุ่งกระจก" ที่พื้นดินเต็มไปด้วยเศษแก้วแตกละเอียดซึ่งจะส่งเสียงกรอบแกรบทุกครั้งที่เหยียบย่ำหากไม่ระมัดระวัง
ความหิวโหยยังคงกัดกินกระเพาะของเขาอย่างต่อเนื่อง มันเป็ความรู้สึกทรมานที่เสียดแทงและทำให้ร่างกายอ่อนแรง แต่จิตใจของคินกลับคมชัดและเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด เขาเรียนรู้ที่จะแยกความ้าของร่างกายออกจากกระบวนการตัดสินใจของจิตใจ ความหิวเป็เพียงสัญญาณเตือน...ไม่ใช่ผู้บัญชาการ
ระหว่างทาง เขาหยุดชะงักเมื่อเห็นเงาตะคุ่มหนึ่งเคลื่อนไหวอยู่ไกลๆ มันคือ "อสูรเหล็ก" สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ขนาดใหญ่ที่ร่างกายของมันหลอมรวมเข้ากับเศษโลหะและซากรถยนต์อย่างน่าสยดสยอง มันคือภัยคุกคามระดับที่เขาไม่สามารถต่อกรได้ในตอนนี้ คินรีบหลบเข้าหลังกำแพงที่พังทลายทันที เขากลั้นหายใจและรอคอยอย่างอดทนจนกระทั่งเสียงโลหะบดขยี้พื้นดินของมันค่อยๆ ห่างออกไปจนลับหู นี่คือบทเรียนแรกของนักล่า...จงรู้จักเลือกเหยื่อและหลีกเลี่ยงผู้ล่าที่แข็งแกร่งกว่า
เมื่อเดินทางมาได้ประมาณครึ่งทาง คินก็ตัดสินใจหยุดพักเพื่อทำบางสิ่ง...บางสิ่งที่สำคัญต่อภารกิจของเขา อาวุธที่เขามี...เศษเหล็กแหลมคมนั้นใช้ได้ดีกับการลอบโจมตีเป้าหมายที่เคลื่อนไหวช้าอย่าง "ตัวคลาน" แต่กับ "หนูคลั่ง" ที่ขึ้นชื่อเื่ความว่องไว มันแทบจะไร้ประโยชน์ เขารู้ดีว่าการต่อสู้ระยะประชิดกับฝูงอสูรที่รวดเร็วคือการฆ่าตัวตาย
เขา้าอาวุธที่มีระยะ...และเขาก็ต้องสร้างมันขึ้นมาเอง
คินเริ่มรื้อค้นในซากร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างที่เขาเคยหมายตาไว้ เขาพบท่อเหล็กกลวงที่ยาวประมาณเมตรครึ่ง มันเคยเป็ส่วนหนึ่งของนั่งร้าน สภาพยังดีและมีน้ำหนักกำลังพอเหมาะ ต่อมา เขาใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการค้นหาใบมีดที่เหมาะสม จนกระทั่งเจอเข้ากับเศษใบมีดของเครื่องตัดเหล็กขนาดใหญ่ที่แตกหัก มันเป็เหล็กกล้าคุณภาพสูงและยังคงความคมกริบอยู่แม้จะถูกทิ้งร้างมานาน
ขั้นตอนต่อไปคือการประกอบมันเข้าด้วยกัน เขาใช้ลวดทองแดงที่แกะมาจากสายไฟเก่า ค่อยๆ พันใบมีดเข้ากับปลายท่อเหล็กอย่างแ่า พันแล้วพันอีกจนแน่ใจว่ามันจะไม่หลุดออกมาง่ายๆ จากนั้นก็ใช้เศษผ้าที่หาได้พันทับบริเวณด้ามจับเพื่อให้กระชับมือยิ่งขึ้น
ผลลัพธ์ที่ได้คือหอกยาวที่ดูหยาบและน่าเกลียด...แต่มันคืออาวุธที่ใช้งานได้จริง คินลองเหวี่ยงและแทงมันในอากาศสองสามครั้งเพื่อทดสอบความสมดุล มันหนักกว่าที่คิดเล็กน้อย แต่ระยะโจมตีที่เพิ่มขึ้นก็ชดเชยข้อด้อยนั้นได้เป็อย่างดี เขารู้สึกถึงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น...นี่ไม่ใช่แค่เศษเหล็กอีกต่อไป แต่มันคือเขี้ยวเล็บที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง
ในที่สุด เขาก็มาถึงจุดหมาย...โรงพยาบาลเซนต์จูดแห่งผู้ถูกลืม
สภาพของมันน่าขนลุกยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้ อาคารคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็สัญลักษณ์ของความหวังและการเยียวยา บัดนี้กลับถูกเถาวัลย์กลายพันธุ์สีดำสนิทเลื้อยพันไปทั่วราวกับเส้นเืของปีศาจ ป้ายชื่อโรงพยาบาลที่มีสัญลักษณ์กาชาดสีแดงขึ้นสนิมหลุดร่วงลงมาครึ่งหนึ่ง ประตูทางเข้าหลักพังทลายลง ทำให้มองเห็นความมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัวอยู่ภายใน
คินไม่ได้เข้าไปทันที เขายังคงยึดมั่นในกฎเหล็กของตัวเอง...การลาดตระเวนคือกุญแจสู่การมีชีวิตรอด เขาปีนขึ้นไปบนหลังคาของอาคารพาณิชย์ฝั่งตรงข้ามเพื่อสำรวจภาพรวมของโรงพยาบาลจากมุมสูง เขามองหาทางเข้า-ออกอื่น...ช่องหน้าต่างที่แตก...หรือจุดอับที่สามารถใช้เป็ที่ซ่อนตัวได้ เขาใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการจดจำแผนผังของอาคารเท่าที่จะทำได้จากภายนอก
เมื่อการเตรียมการเสร็จสิ้น เขาก็เริ่มเคลื่อนไหว เขาเลือกเข้าทางหน้าต่างของชั้นสองทางปีกตะวันตกของอาคารซึ่งดูเหมือนจะมีการพังทลายน้อยที่สุด เขาะโข้ามไปยังระเบียงที่ผุพังได้อย่างเงียบเชียบ แล้วค่อยๆ แทรกตัวผ่านช่องหน้าต่างที่ไม่มีกระจกเหลืออยู่อีกแล้ว
ภายในอาคารอบอวลไปด้วยกลิ่นที่ยากจะบรรยาย...มันคือกลิ่นของยาฆ่าเชื้อที่เจือจางไปตามกาลเวลา ผสมกับกลิ่นอับชื้นของเชื้อราและกลิ่นเน่าเปื่อยจางๆ ของบางสิ่งที่เขาไม่อยากจะคาดเดา แสงสว่างมีเพียงน้อยนิดที่ส่องผ่านหน้าต่างที่สกปรกเข้ามา ทำให้บรรยากาศดูวังเวงและน่ากลัวยิ่งขึ้น
ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง พื้นทางเดินเต็มไปด้วยเศษซากของอุปกรณ์การแพทย์และเอกสารผู้ป่วยที่กระจัดกระจายเกลื่อนกลาด เสียงฝีเท้าของเขาดูดังก้องผิดปกติในความเงียบสงัดนี้ เขากำหอกในมือไว้แน่น ปลายหอกชี้ไปข้างหน้าเสมอ...พร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่อาจจะโผล่ออกมาจากเงามืด
เป้าหมายของเขาคือชั้นใต้ดิน...ที่ซึ่งข่าวลือบอกว่าเป็รังของพวกหนูคลั่ง
เขาพบบันไดหนีไฟที่ยังอยู่ในสภาพดีและค่อยๆ เดินลงไปอย่างช้าๆ อากาศเย็นและชื้นขึ้นเรื่อยๆ ตามระดับความลึก เมื่อมาถึงประตูเหล็กที่นำไปสู่ชั้นใต้ดิน เขาก็ได้กลิ่นมัน...กลิ่นสาบของสัตว์และกลิ่นมูลที่รุนแรงจนแสบจมูก
เขาผลักประตูที่ไม่ได้ล็อกออกอย่างเชื่องช้า เสียงบานพับที่ขึ้นสนิมเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดจนน่ารำคาญ เื้ัประตูคือความมืดสนิท...และความมืดนั้นไม่ได้เงียบสงบ
ฟุดฟิด...ฟุดฟิด...
เสียงเล็กๆ แหลมๆ ดังขึ้นมาจากทุกทิศทาง พร้อมกับเสียงข่วนเบาๆ ที่ดังอยู่รอบตัว คินหยุดนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้ดวงตาปรับตัวกับความมืดอย่างเต็มที่
แล้วเขาก็เห็นมัน...
จุดสีแดงเล็กๆ นับสิบคู่...ไม่สิ...อาจจะนับร้อยคู่ กำลังส่องประกายอยู่ในความมืดมิด พวกมันคือดวงตาของฝูงหนูคลั่ง
พวกมันมีขนาดใหญ่กว่าหนูทั่วไปเกือบสองเท่า ขนสีดำสนิทของมันดูเปียกชื้นและสกปรก ดวงตาหลายคู่ของมัน (บางตัวมีถึงหกตา) ส่องแสงสีแดงก่ำราวกับถ่านที่คุ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือฟันหน้าคู่ใหญ่ที่งอกยาวออกมานอกปาก มันคมกริบและพร้อมจะแทะทุกอย่างแม้กระทั่งเหล็กกล้า
พวกมันยังไม่ได้โจมตี...บางทีอาจจะเพราะยังไม่แน่ใจว่าผู้บุกรุกคืออะไร แต่คินรู้ดีว่าเขามีเวลาไม่มาก
เขาต้องล่อพวกมันออกมาทีละตัว...
เขาเหลือบไปเห็นห้องเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก ประตูของมันพังไปแล้ว เหลือเพียงวงกบแคบๆ...มันคือคอขวดที่สมบูรณ์แบบ
คินค่อยๆ ถอยหลังอย่างช้าๆ จนกระทั่งแผ่นหลังของเขาัักับกำแพงเย็นเฉียบ เขาหยิบเศษกระเบื้องที่อยู่ใกล้ๆ ขึ้นมา แล้วขว้างมันออกไปอีกฟากหนึ่งของห้องโถง!
เพล้ง!
เสียงกระเบื้องแตกดังลั่น! ฝูงหนูคลั่งแตกฮือทันที! พวกมันส่งเสียงร้องจี๊ดๆ ที่แหลมแสบแก้วหู แล้ววิ่งพล่านไปทั่วด้วยความตื่นตระหนก
หนูคลั่งตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด หันมาเห็นคินที่ยืนนิ่งอยู่ มันแยกเขี้ยวและส่งเสียงขู่ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง!
คินเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เขายืนปักหลักอยู่หน้าทางเข้าห้องนั้น เมื่อมันพุ่งเข้ามาในระยะ เขาก็แทงหอกในมือสวนออกไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ!
ฉึก!
ปลายหอกเหล็กกล้าเสียบทะลุร่างของหนูคลั่งได้อย่างหมดจด มันกรีดร้องเสียงโหยหวนและดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งอยู่บนปลายหอก คินใช้เท้าถีบกำแพงเพื่อสร้างแรงยัน แล้วสะบัดหอกอย่างแรงจนร่างของมันหลุดออกไปกระแทกกับผนังอีกฝั่ง ก่อนจะแน่นิ่งไป
สำเร็จ...เขาฆ่าได้หนึ่งตัว
แต่เืสดๆ ที่สาดกระเซ็นไปทั่วนั้นได้ปลุกสัญชาตญาณดิบของหนูตัวอื่นๆ ที่เหลือ! ดวงตาสีแดงทุกคู่หันมาจับจ้องที่เขาพร้อมกัน พวกมันไม่ได้กลัว...แต่กลับถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นคาวเื!
จี๊ดดดด!
เสียงกรีดร้องประสานงากันดังลั่น ก่อนที่เงาสีดำหลายสิบสายจะพุ่งตรงมาที่เขาจากทุกทิศทาง!
คินรีบถอยเข้าไปในห้องเล็กๆ นั้นทันที เขาใช้ความได้เปรียบของวงกบประตูที่คับแคบ ทำให้พวกมันเข้ามาได้ทีละตัวเท่านั้น
หนูตัวแรกที่พุ่งเข้ามาเจอกับปลายหอกของเขาทันที! ตัวที่สองะโข้ามซากเพื่อนของมันเข้ามา แต่ก็ถูกเขาถีบกระเด็นกลับออกไป เขาต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง หมุนหอกในมือเพื่อป้องกันและโจมตี มันคือการต่อสู้ที่ต้องอาศัยสมาธิและความเร็วสูงสุด
แต่แล้ว...ในขณะที่เขากำลังจะแทงหนูอีกตัว...
** โฮกกกกกกก! **
เสียงคำรามที่ทุ้มต่ำและทรงพลังดังสะท้อนก้องมาจากส่วนที่ลึกที่สุดของชั้นใต้ดิน มันไม่ใช่เสียงของหนูคลั่ง...มันคือเสียงของบางสิ่งที่ใหญ่กว่า...และอันตรายกว่ามาก
พื้นคอนกรีตสั่นะเืเล็กน้อย...
ฝูงหนูคลั่งที่กำลังบ้าคลั่งเมื่อครู่ กลับหยุดชะงักพร้อมกัน พวกมันส่งเสียงร้องอย่างหวาดกลัว ก่อนจะหันหลังกลับและวิ่งหนีกระจัดกระจายหายไปในความมืดอย่างรวดเร็วราวกับเจอผี
คินยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมออกมาทั่วแผ่นหลัง สัญชาตญาณร้องเตือนเสียงดังว่า "หนี!" นี่คือเสียงของผู้ล่าที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารในบริเวณนี้...สิ่งที่แม้แต่ฝูงหนูคลั่งยังต้องหวาดกลัว
เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ความโลภเป็หนทางสู่ความตาย เขารีบวิ่งไปยังซากหนูตัวแรกที่เขาฆ่าได้ ใช้มีดสั้นที่พกติดตัวมาผ่าหน้าอกของมันอย่างรวดเร็ว แล้วควักเอาแกนคริสตัลที่เล็กกว่าของตัวคลานแต่ส่องสว่างกว่าออกมา
จากนั้นเขาก็วิ่ง...วิ่งหนีออกจากห้องนั้น วิ่งกลับไปยังบันไดโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมอง เสียงคำรามนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงลากบางสิ่งที่หนักและใหญ่ครูดไปกับพื้น
คินวิ่งขึ้นบันไดอย่างไม่คิดชีวิต พุ่งทะยานออกจากชั้นใต้ดินราวกับถูกไล่ล่าโดยพญามัจจุราช เขาวิ่งต่อไป...วิ่งผ่านโถงทางเดินที่น่าขนลุก...วิ่งจนกระทั่งกระโจนออกจากหน้าต่างชั้นสองที่เขาเข้ามา ร่างของเขากลิ้งหลุนๆ ไปกับพื้นดินด้านนอกอย่างแรง
หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะะเิ แต่ในมือของเขากำแกนคริสตัลสองก้อนไว้แน่น...ก้อนหนึ่งมาจากตัวคลาน อีกก้อนมาจากหนูคลั่ง
การล่าครั้งแรกในฐานะ "นักล่า" ของเขาสำเร็จลุล่วง...แต่โลกก็ได้สอนบทเรียนที่สำคัญให้แก่เขาเช่นกัน...ว่าเหนือท้องฟ้ายังมีท้องฟ้าเสมอ ในความมืดมิดของดินแดนรกร้างแห่งนี้...ยังมีอสูรร้ายที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ารอคอยอยู่เสมอ
(จบตอนที่ 4)