“คุณวีเป็อะไรของแกวะวันนี้ อยู่ๆก็หัวร้อนขึ้นมาซะอย่างงั้นแหละ”
“นั้นน่ะสิ ไม่เคยเห็นแกเป็อย่างนี้มาก่อนเลย ดูน่ากลัวซะ”
เสียงของคนงานที่กำลังเก็บฝักข้าวโพดอยู่ใกล้ๆพรลภัส พูดถึงเื่เมื่อตอนกลางวันที่ผ่านมา ที่คนงานทุกคนเห็นปฏิกิริยาของกรวีร์ ที่วางช้อนเสียงดัง หลังจากนั้นก็ลุกเดินหนีออกไปจากโรงอาหารแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย คนงานก็ต่างพากันงงๆ สงสัย กันถ้วนทั่วว่าเกิดอะไรขึ้น แต่หาคำถามไม่ได้
“.........”
พรลภัสได้แต่รับฟัง ไม่ได้ออกความเห็นกับคนงานที่พูดคุยกันแต่อย่างใด แต่ภายในใจครุ่นคิดไปด้วย และให้รู้สึกหวั่นเกรงกรวีร์ขึ้นมามากกว่าจากที่เป็ กระนั้นยังรู้สึกงงๆ สงสัย เพราะจากที่เคยได้ยินคำเล่าลือต่อๆกันมา บอกว่าเ้าของไร่แห่งนี้เป็คนใจดี ใจกว้าง มีความยุติธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ กับคนงานทุกๆคน คำเล่าลือนี้จะจริงมากน้อยขนาดไหนกันนะ
“แล้วเราล่ะเห็นว่ายังไงพร?”
“พรไม่มีความเห็นในเื่นี้ พรพึ่งมาทำงานจึงไม่รู้ว่าเขาเป็ยังไง”
เสียงคนงานคนที่เก็บฝักข้าวโพด ที่อยู่ใกล้พรลภัสที่สุดหันมาถามความคิดเห็นของพรลภัส เธอจึงหันไปยิ้มบางๆ ก่อนจะตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ ซึ่งเธอก็ไม่รู้จริงๆ อย่างที่พูดนั่นแหละ
อีกอย่างพรลภัสไม่อยากจะพูดเื่ของเ้านายด้วย เพราะถึงยังไง กรวีร์ก็ได้ชื่อว่าเป็เ้านายของทุกคน ที่ให้แต่ละคนมีรายได้ และแถมมีสวัสดิการให้ด้วยอีกต่างหาก ซึ่งจริงๆ จะไม่ให้ก็ได้ เพราะคนงานแต่ละคนได้รับเงินเป็รายวันด้วยกันทั้งนั้น แต่เขาก็ยังมีสวัสดิการให้ราวกับเป็พนักงานประจำ ที่มีเงินเดือนยังไงยังงั้น
“เออก็จริงนะ พรจะไปรู้อะไรล่ะ พึ่งมาทำงานวันนี้เป็วันแรกเองน่ะนะ”
คนงานคนนั้นพูดจบ ก็ไม่สนใจที่จะพูดเื่ที่กำลังพูดคุยกันอยู่กับพรลภัสอีก แต่ยังคงพูดคุยกับคนงานคนที่อยู่ข้างๆ สนุกปาก พรลภัสจึงได้แต่ยิ้มกับตัวเอง แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่เธอมาอยู่ที่นี่ คือการมาทำงานหารายได้ ฉะนั้นเธอจึงตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไป จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน
“เฮื่อออออ......”
พรลภัสถอนหายใจออกมาแรงๆ อย่างรู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนเพลียเป็อย่างมาก ก็จะไม่ให้เธอเหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ยังไงกันล่ะ วันนี้ทั้งวันเธอต้องยืนตากแดดเก็บฟักข้าวโพด ซึ่งไม่เคยได้ทำอย่างนี้มาก่อนเลย งานที่เธอทำก่อนหน้านี้ เธอเป็เสมียนนั่งทำงานอยู่ในห้องแอร์อะนะ
แต่ถึงจะเหนื่อยล้าอ่อนเพลียมากขนาดไหน เธอก็จะต้องรับเงินแล้วรีบกลับบ้าน พ่อของเธอรอการกลับบ้านของเธออยู่ ซึ่งเธอจะต้องไปช่วยพ่อของเธอล้างไต และหากับข้าวกับปลาให้พ่อกิน
“กลับก่อนนะพี่น้ำ”
“โอเค กลับบ้านดีๆนะ อย่าให้ใครมาฉุดไปทำเมียล่ะ ยิ่งคนงานผู้ชายค่อยแต่จะจ้องมองพรตาเป็มันกันอยู่”
น้ำเพชรกล่าวแซวพรลภัส เพราะจากที่สังเกตผู้ชายหนุ่มๆ ต่างพากันให้ความสนใจพรลภัสกันเป็แถวๆ ก็อย่างว่าอะนะ พรลภัสเป็ผู้หญิงที่สวยหวาน รูปร่างสมส่วนไปซะทุกอย่าง แถมมองยังไงก็ไม่เบื่อ หากน้ำเพชรเป็ผู้ชาย ก็คงจะสนใจพรลภัสเหมือนกันนั่นแหละ
“บ้าพี่น้ำ สมัยนี้มันสมัยไหนแล้ว คงจะไม่มีใครบ้ามาฉุดพรไปทำเมียหรอก อีกอย่างกฎหมายก็มี หากขืนใครทำอย่างนั้นมีหวังได้นอนตะรางอย่างแน่นอน คงไม่มีใครอยากจะเอาอนาคตตัวเองไปเสี่ยงหรอกพี่”
พรลภัสเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจในคำพูดของน้ำเพชร แต่เอาจริงๆแล้ว เธอใส่ใจในคำพูดนั้นมาก จึงคอยระแวงระวังภัยให้ตัวเองไปด้วย ไม่ให้ตัวเองพลั้งเผลอ คนบางคนสมัยนี้ ไม่อาจจะไว้วางใจได้ เพราะงั้นเธอจึงระแวงเอาไว้ก่อนเป็ดี เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
พรลภัสร่ำลาน้ำเพชรและคนงานอื่นๆแล้ว ก็แยกตัวกลับบ้าน เธอเดินไปได้สักพัก มีรถโฟร์วิลวิ่งมาและจะผ่านเธอไป แต่อยู่ๆ รถโฟร์วิลก็ชะลอแล้วหยุดเทียบข้างเธอ กระจกรถเปิดลง ทำให้ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างอย่างใ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงรัวเร็ว เมื่อได้เห็นคนที่อยู่หลังพวงมาลัยรถ
“คุณวี!”
๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓