เซียวอวี้เดินออกจากประตูจวนสกุลเซียวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้สนใจสายตาสลับซับซ้อนของบรรดาบ่าวรับใช้ที่มองมา
เื่เมื่อคืนได้กระจายไปทั่วจวนสกุลเซียวนานแล้วขณะนี้ล้วนแต่เล่าลือกันว่า ท่านโหวส่งคนมาคอยคุ้มครองเซียวอวี้เป็การลับทำให้บ่าวรับใช้มากมายของจวนสกุลเซียวต่างไม่กล้าดูิ่เขาอีกนอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า คุณชายหกที่ปกติโง่เขลาเบาปัญญาผู้นี้ คล้ายว่า...จะเปิดทวารเสียแล้ว
มีเพียงหน่วยบังคับคดีของจวนสกุลเซียวถึงรับรู้ว่าจริงๆ แล้วท่านโหวไม่ได้สั่งการให้พวกเขาคุ้มครองเซียวอวี้สองแม่ลูก แต่ไม่แน่ว่าท่านโหวอาจจะส่งยอดฝีมือคนอื่นเป็การลับเพียงแต่เซียวฉีสยงเข้าเมืองหลวงเพื่อเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิในคราวนี้คล้ายจะมีการหารือภารกิจทางการทหารที่สำคัญ ไม่ว่าผู้ใดก็รบกวนไม่ได้
เพราะฉะนั้นหน่วยบังคับคดีก็เลยไม่แน่ชัดในเบื้องลึกของเซียวอวี้ผู้นี้และก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามตรวจสอบ ถ้าเกิดทำให้เซียวฉีสยงขุ่นข้องหมองใจนั่นก็เป็ความผิดใหญ่หลวงที่ต้องถูกปะาชีวิตเก้าชั่วโคตร
ไม่นานเื่ที่เซียวอวี้ออกจากจวนก็รู้ไปถึงหูของตู้อวิ๋นเย่ว์นางเกรงว่าหากลอบทำร้ายเซียวอวี้อีก จะทำให้เซียวฉีสยงไม่พอใจ จึงเพียงสั่งให้เด็กรับใช้ลอบสะกดรอยตามอยู่เื้ั
ปฏิกิริยาของกลุ่มอิทธิพลแต่ละฝ่ายภายในจวนล้วนแต่อยู่ในความคาดหมายของเซียวอวี้ทั้งสิ้น เขาก็แค่กำลังยืมอำนาจขอเพียงเซียวฉีสยงยังไม่กลับมา เขาก็จะปลอดภัยเหนือกว่าสิ่งใด
ั้แ่ออกมาจากจวนสกุลเซียวเซียวอวี้มองสำรวจตามท้องถนนที่เจริญรุ่งเรืองและชาวบ้านที่ง่วนกับการทำงานภายในเมืองเหลียงโจวรู้สึกปลงอนิจจังไม่มากก็น้อยอยู่ในใจ หากเป็ไปได้ละก็เขายอมกลายเป็หนึ่งในหมู่คนธรรมดาทั่วไป ใช้ชีวิตเล็กๆ ที่อบอุ่นเงียบสงบ
เพียงแต่น่าเสียดาย!
เขาทำไม่ได้แค้นในชาติก่อนต้องได้รับการชำระ ชาตินี้ก็อยู่ไม่เป็สุขอีกเหมือนกันหากเขาอยากจะมีชีวิตต่อไปอย่างสงบสุขยังต้องขัดเกลาตนเองเหมือนสมัยอยู่ในโลกเซียนพิภพ พยายามทำให้ตนแข็งแกร่งเพราะมีเพียงผู้แข็งแกร่งถึงจะมีชีวิตต่อไปได้!
เซียวอวี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆส่ายหน้าอดขำไม่ได้ ตอนนี้ไม่ใช่เวล่ำเวลาทอดถอนใจ แถมออกมาครั้งนี้เขามีธุระสำคัญต้องไปจัดการ
ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยามเขาก็เดินมาถึงหน้าประตูร้านค้าแลกเงินจินเฟิงอวี้ลู่
ร้านค้าแลกเงินจินเฟิงอวี้ลู่แห่งนี้เป็หนึ่งในร้านค้าแลกเงินที่มีอิทธิพลที่สุดทางตอนใต้ของทวีปอวี้ซวีมีร้านสาขาในทุกเมืองของแต่ละอาณาจักรมีข่าวลือว่ามีสำนักลึกลับสนับสนุนอยู่เื้ัทุกอาณาจักรทางตอนใต้ต่างไม่กล้าหาเื่
ร้านค้าแลกเงินลึกลับแห่งนี้เกี่ยวพันธุรกิจเป็วงกว้างนอกจากการค้าแลกเงิน ยังมีธุรกิจทับซ้อนต่างๆ นานาธุรกิจหนึ่งในนั้นที่ใหญ่โตที่สุดก็คือการพนันหิน
การพนันหินเรียกได้ว่ามีเงินหลั่งไหลเข้ามาทุกวันเป็แหล่งที่มาทางการเงินให้กับจินเฟิงอวี้ลู่ไม่ขาดสายขนาดว่าไม่น้อยหน้าไปกว่าการเปิดร้านค้าแลกเงิน
ก้อนหินที่ดูเหมือนธรรมดาทั่วไปบางส่วนผ่าออกมาเป็หยก แร่รัตนชาติและของล้ำค่าอื่นๆ แค่เพียงเดี๋ยวเดียวก็สามารถรวยฉับพลันได้ในชั่วข้ามคืนแต่มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ผ่าออกมาเป็หยกส่วนใหญ่มักเป็การทุ่มเงินมากมายมหาศาลช่วยจินเฟิงอวี้ลู่ตีราคาก้อนหิน
เซียวอวี้มองภาพที่ผู้คนเดินไปมาภายในโถงใหญ่พนันหินมุมปากปรากฏรอยยิ้มประหลาดเล็กน้อย
พนันหินช่างเป็ความทรงจำที่แสนยาวนาน
เมื่อชาติก่อนสมัยอยู่ในโลกเซียนพิภพสหายคนหนึ่งของเขาเคยเป็นักพรตแสวงั[1]ที่ลึกลับ ฝึกบำเพ็ญเพียรจนได้ดวงตาเทพที่มองเห็นหมื่นสรรพสิ่งสามารถกักชีพจรัไว้ใช้ได้เพียงชั่วดีดนิ้ววิธีการอันน่าอัศจรรย์แบบนั้นเรียกได้ว่าเป็ปาฏิหาริย์
แต่น่าเสียดายสุดท้ายถูกพลังของชีพจรัย้อนกลับมาทำร้ายก่อนจะตายเคยถ่ายทอด ‘หลักการฟ้าแสวงั’ให้กับเซียวอวี้
นี่เป็เคล็ดวิชาที่ลี้ลับมากวิชาหนึ่งหนึ่งคู่ตาเทพมองทะลุทุกภาพมายา หนึ่งคู่ดัชนีชี้ระบุภูผาธาราในระยะร้อยล้านลี้
ต่อให้เป็โลกเซียนพิภพก็หานักพรตแสวงัได้ยากยิ่งเช่นกันแต่ละคนต่างตกเป็เป้าหมายที่อิทธิพลใหญ่ต่างๆแก่งแย่งผูกสัมพันธ์เอามาเป็พวกพ้อง ส่วนสหายคนนั้นของเขาเคยเป็บุตรอริยะของตระกูลแสวงัที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเซียนพิภพรู้จักกับเซียวอวี้มาเมื่อหลายปีก่อน มีมิตรภาพที่ดีต่อกันอย่างลึกซึ้ง
เมื่อหลายก่อนปีสมัยพวกเขายังหนุ่มเคยท่องตะลุยงานพนันหินใหญ่ต่างๆ ในโลกเซียนพิภพ รวบรวมของล้ำค่าอย่างบ้าคลั่งสุดท้ายถูกฝักฝ่ายอิทธิพลต่างๆ ไล่ล่า ่เวลาที่เืร้อนเป็พิเศษ่นั้นไม่ว่าอย่างไรเซียวอวี้ก็ไม่มีทางลืมเลือนได้ลง
ภายหลังเซียวอวี้สำเร็จวิชา‘หลักการฟ้าแสวงั’ คำเล่าลือวิชาอภินิหารวิชานี้มาจากสถานที่ที่เก่าแก่ยิ่งกว่าโลกเซียนพิภพเพียงแต่ตอนหลังเขากลัวว่าถ้าฝึกฝนจนกลายเป็นักพรตแสวงัจะถูกพลังชีพจรัย้อนกลับมาทำร้ายก็เลยแค่ฝึกบำเพ็ญถึงขั้นปรมาจารย์แสวงั
แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้จะเป็เพียงปรมาจารย์แสวงัก็น่ากลัวมากแล้วเซียวอวี้สั่งสมความมั่งคั่งที่ใครหน้าไหนก็ไม่อาจจินตนาการได้ ภายหลังถึงได้สร้าง‘อาณาจักรเซียนจื่อฉยง’ ของโลกเซียนพิภพอันเลื่องชื่อระบือไกล
แต่ตอนเขาท่องตะลุยไปในโลกเซียนพิภพก็ไม่ได้สอบถามว่าบ้านเกิดของสหายผู้นั้นอยู่ที่ไหนจนกระทั่งตอนนั้นที่เซียวอวี้ได้รู้ถึงความลึกลับของสหายผู้นั้นและความเร้นรับของหลักการฟ้าแสวงั
“สหายข้าจะกลับมาโดดเด่นในชาตินี้ได้ ยังต้องอาศัยวิชาแสวงัของเ้า” เซียวอวี้เหยียบเข้าไปในห้องโถงใหญ่พนันหินของเมืองเหลียงโจว
เมื่อหลายปีก่อนพวกเขาใช้วิชาแสวงัเสาะหาชีพจรัปฐีตอนนี้เซียวอวี้ใช้วิธีการของวิชาแสวงัมาสร้างรายได้กลับดูเหมือนเป็การขี่ช้างจับตั๊กแตนไปบ้าง
ทวีปอวี้ซวีไม่มีชีพจรัปฐีมีเพียงชีพจริญญาปฐี อนาคตฝึกบำเพ็ญตนจนสำเร็จ จำเป็ต้องมีวิชาแสวงัเพื่อรีดเค้นชีพจริญญาเอาไว้ใช้เอง
ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาในห้องโถงใหญ่ราวสายน้ำหลากคนที่อยากจะร่ำรวยฉับพลันในชั่วข้ามคืนมีเยอะมากจริงๆอีกด้านของห้องโถงวางก้อนหินมากมายนับไม่ถ้วนจนแน่นขนัดกระทั่งว่ามีหินประหลาดบางส่วนเปล่งแสงมงคลไม่ธรรมดา ลักษณะภายนอกโดดเด่นอย่างยิ่ง
เซียวอวี้ซื้อดาบตัดหินเล่มหนึ่งเดินตามกระแสผู้คนเข้าไปท่ามกลางูเาหินที่วางกระจัดกระจายหินที่อยู่ตรงนี้ค่อนข้างถูก สามชิ้นราคาสิบตำลึงทอง เลือกได้ตามใจชอบ
เขายังไม่ได้ฝึกบำเพ็ญตนจึงไม่อาจใช้ ‘เนตร์แสวงั’ทักษะชั้นเลิศในชาติที่แล้วทำได้เพียงอาศัยมือทั้งสองไปััก้อนหิน
ถึงแม้ตอนนี้เขายังไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์แต่สำหรับคนคนหนึ่งที่เคยเป็ปรมาจารย์แสวงัก้อนหินที่อยู่ตรงหน้าไม่มีความท้าทายเท่าไรนัก
ไม่นานเซียวอวี้ก็เลือกหินสามก้อนเรียบร้อยเดินมายังบริเวณตัดหินด้วยสีหน้าสบายอารมณ์ ผ่าก้อนหินก้อนหนึ่งเปิดออกอย่างช่ำชองทันใดนั้นลำแสงสีเขียวอ่อนดึงดูดผู้คนที่อยู่ใกล้ๆ มากมาย
“มาดูเร็วตรงนี้มีคนผ่าออกมาเป็มรกต ใหญ่พอๆ กับเล็บ” มีคนอุทานด้วยความตกตะลึง
“เ้าเด็กหนุ่มนี่ทำบุญมาดีแฮะไม่นึกเลยว่าในกองหินขยะจะผ่าออกมาเป็มรกตได้ สำหรับผู้เชี่ยวชาญแล้วใครจะไปเสียเวลาเลือกหินจากในกองหินขยะกันเล่า”
“ถูกเ้าเด็กหนุ่มนี่จับจุดอ่อนได้แล้วมรกตขนาดเท่าเล็บอย่างน้อยราคาร้อยตำลึงทองเชียวนะ”
คนมากมายที่อยู่โดยรอบล้วนแต่จ้องมองเซียวอวี้ด้วยความอิจฉาผ่ามรกตออกมาจากกองหินขยะได้ โอกาสเช่นนี้มีน้อยยิ่งนัก
ไม่นานบุรุษวัยกลางคนที่สวมเสื้อเข้ารูปคนหนึ่งก็เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเขากล่าวแสดงความยินดีกับเซียวอวี้ก่อนไม่กี่ประโยค จากนั้นก็ถามด้วยความสุภาพว่ายินดีจะขายมรกตให้จินเฟิงอวี้ลู่หรือไม่ เสนอราคาที่หนึ่งร้อยตำลึงทอง
จินเฟิงอวี้ลู่มีคนที่รับผิดชอบรับซื้อของล้ำค่าที่ผ่าออกมาจากหินกลับคืนโดยเฉพาะชายวัยกลางคนผู้นี้ก็คือหนึ่งในนั้น เขามองเซียวอวี้ด้วยความอิจฉาด้วยเช่นกันตัดหินครั้งแรกก็ได้มรกตชิ้นหนึ่ง ดวงดีน่าเหลือเชื่อนัก
เซียวอวี้ขายมรกตให้กับจินเฟิงอวี้ลู่ในงานหลังจากเก็บตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงเรียบร้อยแล้วยิ้มพึมพำกับตัวเองอย่างเรียบง่ายใสซื่อ “แหะๆข้าโชคดีมากเลยนะเนี่ย บางทีหินสองก้อนนี้อาจจะมีของล้ำค่าเหมือนกันก็ได้นะ”
คนมากมายล้วนได้ยิน‘คำพูดที่เขาบ่นกับตนเอง’ แต่ละคนพากันยิ้มหยันไม่ใช่คนทั่วไปจะเล่นพนันหินกันได้ บางทีอาจจะดวงดีสักครั้งแต่คนที่ไม่เข้าใจในธุรกิจนี้ต่อให้ร่ำรวยมีสมบัติเทียมอาณาจักรก็สามารถพ่ายแพ้จนสิ้นเนื้อประดาตัวได้เช่นกัน
ก้อนหินสองก้อนต่อมาล้วนแต่เป็หินขยะเหมือนอย่างที่คิดคนมุงดูที่ตอนแรกหลงคิดว่าเซียวอวี้เป็ยอดฝีมือต่างพากันส่ายหน้าเดินจากไปโดยทั่วไปเชื่อว่าก่อนหน้านี้เ้าเด็กหนุ่มนี่ก็แค่โชคดีเท่านั้น
เซียวอวี้คลี่ยิ้มเห็นสีหน้าของทุกคนอยู่ในสายตาทั้งหมด เขาเดินไปยังอีกบริเวณหินของบริเวณนี้ส่วนใหญ่ล้วนสูงเท่าครึ่งตัวคน มีบางส่วนเปล่งแสงแวววาวออกมาดึงดูดยอดฝีมือนักพนันหิน แต่เมื่อเทียบกันแล้วราคาก็สูงมากเช่นกัน
สองมือของเขาเหมือนลูบไล้ไปบนหินก้อนหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจสุดท้ายเลือกหินสูงครึ่งตัวคนมาก้อนหนึ่ง มูลค่าร้อยตำลึงทอง
ตอนที่เซียวอวี้ผ่าหินก้อนนี้แสงสีม่วงนุ่มนวลแสงหนึ่งก็เปล่งประกายออกมาทันทีสายตาของทุกคนที่อยู่โดยรอบพลันถูกดึงดูด
“ข้าดูไม่ผิดใช่ไหมเนี่ย!ไม่คิดเลยว่าจะมีคนผ่าหยกม่วงขนาดเท่าหัวแม่มือออกมาจากบริเวณนี้ได้มูลค่าอย่างน้อยก็ห้าร้อยตำลึงทองเชียวนะ”
“เ้าเด็กหนุ่มนี่อีกแล้วข้าจำเขาได้ เมื่อครู่เขาเพิ่งผ่ามรกตเล็กๆ ออกมาก้อนหนึ่ง ไม่ทันไรเขาก็ผ่าหยกม่วงออกมาได้อีก นี่เขาเป็ทายาทตระกูลล่าสมบัติหรืออย่างไร” มีคนที่จำเซียวอวี้ได้อุทานออกมาด้วยความตกตะลึง
[1] ในทางฮวงจุ้ยอุปมาเทือกเขาว่าเป็ัที่เรียกว่าแสวงัในความเป็จริงแล้วเพื่อตามหาแผ่นดินที่เป็จุดกระแสรวมพลังของทิศทางการเคลื่อนไหวของั