“นี่แหว่วจ๊ะ คุณนับพันยังไม่ลงมาทานข้าวเหรอจ๊ะ” เสียงสุชาดาที่นั่งอยู่ข้างๆพันลพในห้องรับประทานอาหาร เอ่ยถามเด็กรับใช้ในบ้าน ทำให้พันลพที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกชายของตนได้กลับมาแล้ว ได้แต่มองอย่างแปลกใจ
“คุณนงคุณนับอะไร ดูห่างเหินจังครับ เรียกตานับพันว่าตานับแบบที่ผมเรียกก็ได้คุณดา ว่าแต่ตานับกลับมาั้แ่เมื่อไหร่กัน ผมไม่เห็นรู้เื่” พันลพเอ่ยถามภรรยาของตนอย่างสงสัย
“กลับมาเมื่อคืนนี้เองค่ะ เผอิญดาลงมากินน้ำพอดี เลยได้พูดคุยกันนิดหน่อย” สุชาดาพูดบอก ทำให้ขิมเองรีบหันมามองแม่ของตนอย่างไม่อยากจะเชื่อ เธอรู้ดีว่าเมื่อคืนแม่ของเธอไม่ได้ลงมากินน้ำอย่างที่กล่าวอ้าง แถมมีปากเสียงกันด้วยต่างหาก
“จริงเหรอครับ ว่าแต่ตานับมันไม่ได้ทำอะไรให้คุณดาไม่พอใจใช่ไหม” พันลพเอ่ยถาม เพราะเขาเองรู้จักลูกชายดี
“ก็พูดคุยกันนิดหน่อยค่ะ แต่ไม่ได้มีอะไรเป็พิเศษ ตานับดูมีท่าทีอ่อนลงกว่าเมื่อวันงานมาก” สุชาดาปดให้พันลพสบายใจ เพราะเธอเองเมื่อคืนก็ไปยั่วโทสะของนับพันไม่น้อย
เมื่อสุชาดาว่าดังนั้นพันลพก็รู้สึกโล่งใจ เขาคิดว่านับพันจะก่อเื่อาละวาทสะอีก
“ได้ยินแบบนั้นผมค่อยโล่งใจหน่อย ผมบอกแล้วไงว่าคุณดาเป็คนดี ตานับมันต้องมองความดีของคุณบ้าง” พันลพพูดเอาใจภรรยาป้ายแดง
“ค่ะ ยังไงดาก็จะอดทนเพื่อคุณ” สุชาดาพูดมองพันลพด้วยแววตาหวานซึ้ง
“ไหนๆก็ไหนแล้ว ให้ยัยขิมไปตามพี่ชายมาทานข้าวดีกว่านะครับ ครอบครัวเราจะได้พร้อมหน้ากันสักที” พันลพว่า ทำให้ขิมที่นั่งอยู่เฉยๆงานเข้า เธอเริ่มชักสีหน้าไม่ดีก่อนจะใช้สายตามองแม่ของเธออย่างขอความช่วยเหลือ แต่สุชาดาก็ทำได้แค่ยิ้มให้เพราะไม่อยากขัดใจพันลพที่อารมณ์ดีๆอยู่
“ไปเถ่อะยัยขิม” สุชาดาว่า ทำให้ขิมจำใจลุกเดินขึ้นไปตามนับพัน
เธอรู้ดีว่านับพันนั้นไม่ยอมรับสุชาดาแถมยังทำท่าทีรังเกียจเธอ พันลพเองก็ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย แม่เธอแค่ปดให้รอดจากความผิดที่ไปยั่วโมโหนับพันเมื่อคืนเท่านั้น
เมื่อมาถึงหน้าห้อง ขิมก็รู้สึกใจสั่น มือไม้เย็นเฉียบ ชั่งใจอยู่หน้าห้องว่าจะเคาะประตูเรียกเขาดีหรือไม่ เขาทำท่ารังเกียจเธออย่างกับอะไรดี ในที่สุดร่างบางก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะรวบรวมความกล้า เธอกำลังจะเคาะไปที่ประตู แต่ประตูก็ถูกเปิดออกโดยเ้าของห้องเสียก่อน
“เอ่อ คะ คุณลุงให้ขิมมาตามพี่นับไปทานข้าวค่ะ” ขิมพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เพราะใบหน้าเรียบเฉยของเขา มีสายตาราบรียบในคราแรก แต่พอเห็นว่าเป็เธอ ก็ใช้สายตาดูแคลนเหยียดมองทันที
“หึ ฉันไปเป็ญาติเธอั้แ่เมื่อไหร่” น้ำเสียงเ็าเอ่ยถาม ทำให้คนโดนถามถึงกับใบหน้าถอดสี
“คุณลุงให้ขิมเรียกแบบนี้ค่ะ” หญิงสาวตัวเล็กบอกเหตุผล แม้ว่าคำถามของเขาจะทำให้หน้าเธอแตกเป็เสี่ยงๆ
“พ่อฉันชอบนับญาติกับคนไร้ระดับ แต่เผอิญฉันไม่ แค่แม่เธอได้มาแต่งงานกับพ่อฉันก็ชูคอ ยกเธอตีตนเสมอฉันเลยเหรอ” นับพันพูดเสียดแทงรู้สึกโกรธ คิดไปว่าสุชาดานั้นคงเป็คนยุยงให้ลูกของเธอมาตีตนเทียบเขา
“ขิมขอโทษค่ะ ถ้าคุณนับไม่ชอบให้ขิมเรียกว่าพี่ ขิมเรียกคุณว่าคุณนับก็ได้” ขิมพูดบอกน้ำเสียงอ่อนเมื่อโดนดูถูก รับรู้ดีว่านับพันกับเธอมันคนละระดับกัน เขานั้นเป็คนสมบูรณ์แบบ อยู่ในตระกูลที่ร่ำรวย อยู่ๆวันหนึ่งมีเด็กกระโปโลแบบเธอมาบอกว่าเป็น้องสาว เขาเองคงจะรับไม่ได้ แต่หารู้ไม่ว่าที่นับพันดูถูกเธอและแม่เหตุผลมันมีมากกว่านั้น
“หึ อย่าคิดนะว่าแม่เธอกับเธอจะเข้ามาอยู่บ้านฉันอย่างสุขสบาย ที่นี่ไม่ใช่ที่ของพวกจนๆที่จ้องแต่จะรวยโดยใช้ทางลัด สำหรับคนที่นี่พวกเธอก็เป็แค่หนูแมลงสาบที่คนอื่นรังเกียจแค่นั้น” นับพูดบอกอย่างเ็า
ขิมเองที่ไม่รู้ว่าทำไมผู้ชายตรงหน้านั้นได้เปลี่ยนไปราวฟ้าก้บเหวั้แ่รู้ว่าเธอเป็ลูกสุชาดา ทำได้เพียงแต่ยืนกำมือแน่น ถึงเธอจะไม่เคยอยู่ในสังคมของคนมีอันจะกินแบบนี้ แต่กริยามารยาทเธอก็ดีในระดับหนึ่ง ทำให้ไม่เคยต้องมีใครมาว่าหรือดูถูกเธอขนาดนี้มาก่อน
“ค่ะ ตกลงว่าไม่ทานข้าวใช่ไหมคะ” ขิมถามเื่ที่เธอต้องคำตอบโดยเร็วที่สุด เพราะไม่อยากจะเสวนากับผู้ชายตรงหน้าอีก เขาพูดจาดูถูก เธอ กลัวว่าจะเก็บกดอารมณ์ของตนไม่ไหว หลุดปากต่อปากต่อคำกับลูกเ้าของบ้านเสียก่อน ขิมรู้สถานะตัวเองดี ตอนนี้เธอก็เป็แค่ผู้อาศัย
นับพันเองได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเด็กสาวตรงหน้านั้นไม่โกรธที่เขายั่วโมโหจริงๆ หรือเพราะ้ากวนเขากันแน่ เขาแค่้าพูดเพื่อยั่วโมโหเพื่อดูท่าทีของขิมว่าจะเหมือนสุชาดาหรือไม่
“ไม่กิน ฉันจะออกไปกินข้างนอก แค่เห็นพวกเธออยู่ในบ้านอย่าว่าแต่กินข้าวเลย แค่หายใจก็ไม่อยากหายใจร่วมอากาศอยู่แล้ว” นับพันยังคงพูดจาดูถูกไม่จบ แต่พอมองใบหน้าเด็กสาวตรงหน้าก็ไม่พบอาการโกรธเคืองเป็ฟืนเป็ไฟเหมือนแม่ของเธออย่างที่ควรจะเป็ นั่นเองทำให้นับพันได้ใจ อยากยั่วโมโหขิมเข้าไปอีก
“ค่ะ งั้นขิมจะออกไปบอกคุณลุงนะคะว่าคุณนับจะออกไปทานข้างนอก ขิมขอตัว” ขิมรีบพูดตอบ ธุระของเธอกับเขามีแค่นี้ สิ้นธุระก็จบๆแยกย้ายกันไปเสีย ในเมื่อรับรู้แล้วว่าเขารังเกียจเธอมากเพียงใด
“เออ” นับพันรับคำสั้นๆก่อนที่จะกระแทกประตูปิดเสียงดัง เขาก้าวออกมาเดินชนไหล่ขิมที่ยืนอยู่อย่างแรง
ขิมมองตามก่อนจะจับไหล่ของตนที่รู้สึกเจ็บเล็กน้อย ก็เขาเล่นเดินกระแทกเข้ามาชนจนร่างบางๆของเธอเซขนาดนี้ แต่กระนั้นร่างสูงเองก็หาได้สนใจไม่ เขาเดินผ่านขิมไปอย่างเ็า ทำให้ขิมได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้าง
ในเวลาต่อมา ขิมทำได้เพียงเดินลงมาด้วยใบหน้าเจื่อนๆ ไม่น่าเลย เธอต้องมาเจอเื่บั่นทอนกำลังใจชีวิตั้แ่เช้า
“ลูกคนรวยๆเขาเป็แบบนี้ทุกคนรึเปล่านะ เห็นคนจนเป็เชื้อโรครึไง ถึงไม่อยากหายใจร่วมกัน ” ขิมอดคิดตามคำพูดดูถูกของนับพันไม่ได้ ตอนแรกที่ไม่รู้จักกันเขายังดูใจดีกับเธอ แต่พอรู้ว่าเธอจน แม่เธอมาแต่งงานกับพ่อของเขา เขาเลยรังเกียจอย่างงั้นเหรอ
“อ้าวหนูขิม ตานับไม่ลงมาเหรอลูก” พันลพที่มองขิมทำหน้าเจื่อนๆลงมาเลยถามอย่างอดเป็ห่วงไม่ได้
“วันนี้พี่นับเขาจะออกไปทานข้างนอกค่ะ” ขิมพูดบอกก่อนจะนั่งลงที่ตรงข้างๆแม่ของเธอ
.....หลังจากทานข้าวเสร็จ.......
สุชาดาปลีกตัวออกมาคุยกับขิม เพราะรู้ดีว่านับพันนั้นต้องหาเื่ขิมแน่ๆ เธอนั้นไม่ถูกกับนับพันอยู่ก่อนแล้ว ไม่แปลกที่ขิมจะต้องโดนหาเื่ ซึ่งถ้ามันเป็อย่างที่คิดจริงๆ เธอจะเอาคืนนับพันให้สาสม
“ยัยขิม แกยังไม่บอกฉันเลยนะว่ามันทำอะไรแก แกถึงได้ทำสีหน้าแบบนั้น” สุชาดาเค้นถามลูกสาว เธอรู้จักขิมดี ต่อให้โดนนับพันว่าอะไรมาขิมคงไม่เอาเื่ ขิมเป็คนยอมคน เธอเลี้ยงลูกสาวมาเป็อย่างดี ไม่เคยให้ต้องลำบาก ทำให้ขิมไม่รู้จักวิธีการขนขวายแย่งชิงกับคนอื่น ไม่งั้นนิสัยของขิมคงไม่ทำให้เธอไม่พอใจอย่างนี้เป็แน่
“เปล่าค่ะแม่” ขิมปฏิเสธ เพราะสุชาดารู้เข้าคงไม่พอใจแน่ที่เธอยอมให้นับพันดูถูกอยู่แบบนี้
“หึ แกอย่ามาโกหกฉัน ฉันรู้จักแกดี แถมเมื่อคืนก็เห็นๆอยู่ว่าฤทธิ์มันเย่อะขนาดไหน มีเหรอมันจะไม่หาเื่แก ” สุชาดาออกแรงบีบแขนเล็กจนร่างบอบบางต้องนิ่วหน้า
“โอ๊ยแม่ ขิมเจ็บนะคะ”
“เจ็บแกก็บอกฉันมา มันทำอะไรแกรึเปล่า”สุชาดาพยายามเค้นถาม เธออาบน้ำร้อนมาก่อน เด็กแบบนับพันเธอรู้จักดี ถ้าขิมยอมมันรับรองลูกสาวเธอต้องอยู่ที่นี่ลำบากแน่
“เขาดูถูกขิมแม่ แม่ได้ยินไหม เขารังเกียจพวกเรา” ขิมบอกเสียงอ่อนอย่างตัดพ้อเมื่อนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า ความจริงเธอไม่อยากให้แม่เธอรับรู้หรอก แม่เธอเ้าคิดเ้าแค้น ผิดจากเธอที่พอไม่ชอบใครก็จะตีตัวออกห่างไม่อยากไปสุงสิงด้วย แต่ทนแรงกดดันไม่ไหว ไม่งั้นแม่เธอคงจะไม่ยอมจบกับเธอง่ายๆแน่
“หึ ไอเด็กนั่นมันคิดจะลองดีกับฉัน แกคอยดูนะยัยขิม พรุ้งนี้มอแกเปิด แกเห็นรถคันสีแดงของมันที่ในโรงจอดรถของมันไหม ฉันจะขอคุณพันลพให้แกใช้ขับไปเรียน ดูสิว่าถ้ามันกลับมา มันจะทำหน้ายังไง” สุชาดาพูดพลางทำสีหน้าอาฆาตแค้นเมื่อรู้นับพันกล้าหาเื่ขิม ซึ่งมันก็แน่นอนว่านับพันนั้นทำอะไรเธอไม่ได้เพราะพันลพนั้นคอยถือหางอยู่ การหาเื่ขิมก็เหมือนการหยามเธออยู่
“แม่ แต่ขิมไม่อยากได้ ขิมไม่อยากพารถไป ขิมจะไปกับรถโดยสาร” ขิมพูดบอกเพราะรู้ดีว่านับพันมองเธอเหมือนคนไม่เจียมตัวอยู่แล้ว ถ้าเธอยิ่งทำตัวไม่รู้จักสถานะตัวเองแบบนี้ ยิ่งปลุกปั่นความขุ่นเคืองใจกันเปล่าๆ อีกอย่างเธอก็ไม่อยากทำตัวโดดเด่น ไปเรียนที่เดียวกับพวกคนรวยๆแล้วยังทำตัวไฮโซ ทั้งๆที่ของต่างๆมันก็ไม่ใช่ของๆเธออีก
“แกอย่าโง่ไปหน่อยเลยยัยขิม ฉันรู้จักไอเด็กนี่ดี ยิ่งแกยอมมันเท่าไหร่มันยิ่งได้ใจ แกต้องทำให้มันรู้ว่าแกเองก็สู้มันได้” สุชาพูดบอกลูกสาว