ถึงฤดูเกี่ยวข้าวหลางรั่วอิ๋งคลอดบุตรชายให้สกุลหวงได้สมใจหวงกว่างฝูกับนางหวางกุ้ยเห่อทายาทคนใหม่จึงมอบของมีค่ารับขวัญทั้งแม่ทั้งลูกอย่างอักโขสร้างความหวั่นวิตกเื่อนาคตของบุตรชายต่ออี้หงเป็อันมาก
หวงจื่อฉินยังคงมุ่งมั่นกับการคุมงานในโรงทำน้ำมันเพื่อพิสูจน์ความสามารถของตนเองกว่าน้องชายคนใหม่จะโต เขาก็คงเข้าดูแลกิจการของหวงเสียงเป่าทั้งหมดแล้วอี้หงหารือกับบุตรชายเื่ครอบครัวของชายหนุ่มผู้เป็มารดาเห็นสมควรที่บุตรชายจะแต่งภรรยาเข้ามาดูแลบ้านเรือนและหวงจื่อฉินก็เห็นด้วยกับความคิดนี้ เพราะอีกไม่นานน้องสาวจะต้องออกเรือนในบ้านสกุลหวงไม่ควรมีมารดาเพียงผู้เดียวคอยรับมืออนุของบิดา
บ้านสกุลหวงมีเื่มงคลสมาชิกครอบครัวต่างเทความสนใจให้เด็กน้อยที่เป็สมาชิกใหม่ของตระกูลจึงไม่มีคนสนใจความเป็ไปของหวงเฟิ่งเหยามากนัก วันนี้ติงเฉิงคุนตั้งใจมาหาเด็กสาวหลังจากห่างหายไปพักใหญ่เพราะเขาติดตามบิดาไปทำการค้าต่างเมืองแต่คนที่ชายหนุ่มได้พบหน้าก่อนกลับเป็หลางเชียนอิงเพราะบ่าวซึ่งเป็สายสืบของหลางรั่วอิ๋งเข้ามารายงานตามคำสั่งของฟูเหรินรองหากติงเฉิงคุนมาที่บ้านสกุลหวงเมื่อไร ต้องรีบไปรายงานทันที
หลานเชียนอิงทำทีวิ่งผ่านมาแล้วถลาล้มลงในอ้อมอกของติงเฉิงคุนที่อ้าแขนรับร่างแน่งน้อยนั่นพอดิบพอดี
“เ้าเป็อะไรหรือไม่”
“ข้า...เอ่อ ข้า”หญิงสาวอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดของเขาโครงหน้าคมสันที่ห่างกันแค่่หนึ่งมือนั้นทำให้นางใจสั่น คำว่าดูดีมากของพี่สาวยังน้อยไปที่จะใช้มาอธิบายชายหนุ่มเบื้องหน้าจากที่แอบดูไกลๆ ติงเฉิงคุนมีรูปร่างผอมสูงใบหน้าหล่อเหลาท่วงท่าสูงศักดิ์ในชุดหรูหราจับตานางยิ่งกว่าภาพวาดของเหล่าคุณชายรูปงามของเมืองหลวงที่พี่สาวเคยเอาให้ดูเสียอีกเสียอยู่อย่างเดียวที่ร่างกายเขาไม่ใหญ่โตบึกบึนและอ้อมกอดเขาก็ทำให้นางเกิดอารมณ์ปรารถนาได้ไม่เท่ากับตอนแนบชิดอิงอกร้อนผ่าวของสืออวิ๋น
เมื่อชายหนุ่มพยุงนางขึ้นยืนได้เต็มเท้าแล้วหลางเชียนอิงจึงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่คิดว่าจะสามารถดึงดูดสายตาเขาได้ “ขอบคุณคุณชายมากเ้าค่ะ”
คิ้วหนาแต่ปลายเรียวเชิดขึ้นของชายหนุ่มเลิกขึ้นข้างหนึ่ง
“ข้าไม่เคยเห็นหน้าเ้ามาก่อนเพิ่งมาอยู่ใหม่รึ”
“ข้าไม่ใช่สาวใช้”หญิงสาวออกตัวแก้ไขความเข้าใจผิด “ข้าเป็น้องสาวของฟูเหรินรอง”
ติงเฉิงคุนยิ้มอย่างมีไมตรี“ข้าขออภัยที่เข้าใจเ้าผิด”
เมื่อเขาตั้งท่าจะมุ่งเดินไปทางห้องรับรองเพื่อรอพบหวงเฟิ่งเหยาเพราะวันนี้เขาอยากขออนุญาตญาติผู้ใหญ่สกุลหวงพานางออกไปข้างนอก
“เอ่อ...ข้ายังไม่ทราบชื่อคุณชายเลย”หญิงสาวทำทีไม่เคยรู้จักความเป็มาของเขาทั้งที่ภาพวาดของเขาทำให้นางพร่ำเพ้ออยู่คนเดียวหลายคืนในหัวเฝ้าคิดสารพัดวิธีที่จะดึงเขามาจากหวงเฟิ่งเหยาและหวงจิ่วหลิน
“ข้าชื่อติงเฉินคุนที่มาวันนี้เพื่อพบเฟิ่งเอ๋อร์”
รอยยิ้มราวจะจางหายจากใบหน้าสวยหวานพี่สาวนางคิดผิดแล้วที่ดูแคลนหวงเฟิ่งเหยาศัตรูหัวใจผู้นี้จะต้องรีบเขี่ยทิ้งให้ไวที่สุด
ตอนนั้นนั่นเองหวงจิ่วหลินซึ่งมีบ่าวไปแจ้งเื่ติงเฉิงคุนมาบ้านก็ออกมาพบทั้งสองคนยืนคุยกันอยู่ความรู้สึกส่วนลึกขณะมองหลางเชียนอิงทำให้นางเกิดความไม่ไว้ใจขึ้นมา
“เ้ามีธุระอะไรกับคุณชายติงหรือ” หากไม่มีนางจะไล่นังผู้หญิงเสนอหน้าคนนี้ไปให้พ้นสายตา นี่กระไร คุณชายติงไม่มาเสียนานเดินเข้าบ้านสกุลติงไม่กี่ก้าว นังกาฝากแพศยาก็แล่นมาเสนอตัวจนออกนอกหน้าน่าตีให้ตายนัก
“มีอุบัติเหตุนิดหน่อยเพราะข้าซุ่มซ่ามวิ่งมาชนคุณชายเ้าค่ะ”เื่อะไรนางจะออกจากสายตาคุณชายติงง่ายๆนางจะอยู่ขวางอย่างนี้แหละ
หวงจิ่วหลินเหยียดยิ้มดูถูกนางซุ่มซ่ามหรือเจตนาย่อมรู้แก่ใจ เพราะชังน้ำหน้าตัวส่วนเกินจึงออกปากไล่ “จะไปทำอะไรก็ไปเถอะ ที่นี่ไม่มีธุระกงการอะไรของเ้าแล้วเชิญด้านในเ้าค่ะคุณชาย” หญิงสาวเปลี่ยนสีหน้ากลับมาแย้มยิ้มต้อนรับคนที่นางรอคอยจะพบหน้า
“จะให้ข้าไปบอกคุณหนูเฟิ่งหรือไม่ว่าคุณชายติงมาหา”หลางเชียนอิงสอดคำ หวงจิ่วหลินจึงหันมาลอบถลึงตาใส่ก่อนฝ่ายหลังจะยอมหลีกทางโดยดีเมื่อรู้จุดประสงค์หลักของการมาบ้านสกุลหวงของชายในดวงใจหวงจิ่วหลินก็กัดฟันสั่งสาวใช้
“ไปเรียนคุณหนูเฟิ่งเหยาว่าคุณชายติงมาหา”ผู้เป็นายสบตาสาวใช้คนสนิท รู้กันสองคนว่าต้องไปบอก แต่บอกช้าหน่อยเสี่ยวชิงกลับมานางก็ทำทีถูกดุนิดๆ หน่อยๆ ว่าทำงานไม่ดีแล้วค่อยรอรับของรางวัลทีหลัง
หวงจิ่วหลินพาติงเฉิงคุนเข้าไปนั่งในห้องรับรองให้บ่าวติดตามเขารออยู่หน้าห้องสาวใช้คนหนึ่งเข้ามารินน้ำชาแล้วถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่
“วันนี้คุณชายมีธุระอะไรกับเฟิ่งเอ๋อร์หรือ”
“พอดีมีร้านขนมมาเปิดใหม่ข้าเลยจะพานางไปกินเสียหน่อย”
“น่าอิจฉาเฟิ่งเอ๋อร์นักที่มีคุณชายคอยห่วงใย”นานวันเข้าความน้อยใจยิ่งเอ่อทะลัก นางเพียรพยายามเสนอหน้าแต่คุณชายติงก็ไม่เคยเห็นนางในสายตา
ติงเฉิงคุนใช่ว่าไม่รู้เื่สตรีอีกคนมีใจให้แต่เพราะเขาปักใจรักใคร่และผูกสัมพันธ์ด้วยสัญญาหมั้นหมายว่าจะแต่งกับหวงเฟิ่งเหยามาั้แ่เด็กกับหวงจิ่วหลินจึงมีความรู้สึกให้มากสุดเพียงแค่ญาติ ไม่เคยคิดล่วงเกินเป็อื่น
“สักวันก็ต้องมีคนคอยห่วงใยเ้าเื่อย่างนี้ต้องใช้เวลาและวาสนาของแต่ละคน” ใบหน้าหล่อเหลาแย้มพราย
“ท่านมั่นคงกับเฟิ่งเอ๋อร์ยิ่งนักไม่เสียแรงที่ท่านปู่ชื่นชมท่าน” คิดแล้วหวงจิ่วหลินก็บังเกิดความน้อยใจที่ท่านปู่ไม่รักนางเท่าญาติผู้น้อง
“เฟิ่งเอ๋อร์เป็คนน่าสงสารข้าจะดูแลนางให้ดี ไม่ผิดสัญญาที่เคยให้ไว้กับท่านผู้เฒ่าหวง”
มีสตรีในเมืองหลวงมากมายนักที่มารดาอยากให้เขาแต่งด้วยแต่ความสัมพันธ์อันดีของบ้านสกุลติงกับบ้านสกุลหวงมีมาช้านาน่ประสบปัญหาเื่เงินทองสมัยท่านปู่ของเขาก็ได้ท่านปู่หวงซวนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ บิดาเขาจึงนับถือท่านปู่มากมีลูกชายหญิงก็อยากให้หมั้นหมายเกี่ยวดองกันไว้
แต่พวกพี่ชายล้วนอายุมากและแต่งภรรยาของตัวเองตามความเหมาะสมแล้วมีเขาที่เป็ลูกหลง กระทั่งบ้านสกุลหวงมีหลานสาวจากลูกชายคนโตเขากับเฟิ่งเอ๋อร์ก็ถูกทาบทามกันไว้ เพียงแต่ไม่ได้หมั้นหมายกันเป็เื่ราวเพราะเคยมีหมอดูทำนายว่าห้ามหมั้นหมายก่อนฝ่ายหญิงอายุสิบห้าให้ผ่าน่อายุต้องห้ามจึงจะอยู่กันยืดยาว
เขาไม่เคยเชื่อหมอดูแต่บุพการีทั้งสองเชื่อถือยิ่งนักบวกกับ่นั้นท่านปู่หวงซวนทำตามคำขอของเฟิ่งเหยาที่อยากอยู่ดูแลท่านปู่จึงตกลงกันว่าหลังจากนางอายุสิบเจ็ดค่อยแต่งเข้าบ้านสกุลติง
“ข้าอยู่บ้านก็รู้สึกเบื่อๆขอตามออกไปกินขนมกับท่านและเฟิ่งเอ๋อร์ได้หรือไม่” หวงจิ่วหลินใช้น้ำเสียงรันทดร้องขอน้ำใจจากชายหนุ่ม
ติงเฉิงคุนคิดจะทำใจแข็งปฏิเสธคำขอของนางแต่ตอนนั้นเองหวงเฟิ่งเหยาเดินเคียงมากับหลันซิ่วจู เด็กสาวบอกเขาว่ากำลังเล่นกับเสี่ยวจูพอดีจึงขอพานางออกไปด้วย ไหนๆ ก็ไม่สมหวังได้อยู่ตามลำพังกับนางในดวงใจแล้วบุรุษหนึ่งเดียวในกลุ่มจึงไม่ปฏิเสธที่จะมีหวงจิ่วหลินตามไปด้วยอีกคน
ย่างเข้าฤดูร้อนอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า กลุ่มพ่อค้าในถูหยางจะมีงานเลี้ยงประจำปีด้วยว่าเป็เื่สำคัญหวงกว่างฝูจึงเรียกหลานสาวมาร่วมโต๊ะอาหารเพื่อคุยเื่จะให้ทุกคนออกงานร่วมกัน
“ข้าอยากให้เชียนอิงตามพวกท่านไปเปิดหูเปิดตาบ้าง”
หลางรั่วอิ๋งบอกความ้า
“นางจะไปในฐานะอะไร”หวงจิ่วหลินโพล่งขึ้น อี้หงมองสีหน้าเจื่อนๆ ของอีกฝ่ายอย่างสะใจ
ครั้นหลางรั่วอิ๋งตั้งสติได้ก็ทำเสียงสั่นน้ำตาคลอ กล่าวกับสามีว่า “รั่วเอ๋อร์ก็แค่คิดว่าท่านพี่จะเอ็นดูที่นางเป็น้องสาวข้าั้แ่นางมาอยู่ ถูหยางก็ไม่เคยได้ออกไปไหน”
หลางเชียนอิงร่ำร่ำจะออกจากบ้านสกุลหวงไปเที่ยวเล่นใจแทบแตกแต่โดนหลางรั่วอิ๋งห้ามไว้เพราะพี่สาวนางมีแผนจะเปิดตัวน้องสาวในงานเลี้ยงของเหล่าพ่อค้าและการทนอุดอู้อยู่แต่ในบ้านนั้นก็ด้วยเจตนาจะสร้างเื่ราวแสนอาภัพว่านางถูกอี้หงกับหวงจิ่วหลินกักตัวไว้ใช้งานดั่งสาวใช้
“เชียนอิงก็น้องสาวข้าเหตุใดข้าจะไม่เอ็นดูนาง จะว่าไปงานเลี้ยงนี้ก็เหมาะสมพอดีคนทั้งถูหยางจะได้รู้ว่าข้ามีน้องภรรยาหน้าตางดงามไม่แพ้ผู้หญิงเมืองหลวง”
หลางเชียนอิงดีใจจนเนื้อเต้นผิดกับหวงจิ่วหลินที่ไม่พอใจบิดาที่ออกหน้าอนุญาตให้ศัตรูของนางตามไปเสนอหน้าในงานเลี้ยงเหล่าคหบดีด้วย
“ความงามน่ะคงอวดได้แต่กิริยามารยาทไม่ได้รับการอบรมจะพลอยทำเสียชื่อสกุลหวงได้นะเ้าคะท่านพ่อ”
“พ่อไม่เห็นว่านางจะหย่อนมารยาทที่ตรงไหนั้แ่มาอยู่ ทั้งตัวเ้า มารดาเ้าก็เรียกใช้นาง สั่งสอนนางไม่ได้ขาดมิใช่รึ”
เื่บางเื่ในบ้านหวงกว่างฝูสามารถไม่สนใจ เมินมองไม่นำพา แต่เื่เกี่ยวกับอนุภรรยาสุดรักเขารับรู้ทั้งหมดเพียงแต่คนที่กักตัวหลางเชียนอิงไว้ใช้งานไม่ใช่อี้หงเขาไม่อยากถูกบุตรสาวตั้งแง่น้อยใจจึงทำทีปิดหูปิดตาไม่เอาเื่ที่นางกดขี่ข่มเหงหลางเชียนอิงมาเป็อารมณ์
ฝ่ายหลางรั่วอิ๋งก็เกรงเขาจะหมางใจกับนางจึงห้ามไม่ให้เขาตำหนิบุตรสาว แต่เขาคิดว่าจำเป็ต้องพูดแล้วไม่อย่างนั้นบุตรสาวจะย่ามใจทำเื่เสียหายยิ่งกว่านี้เพราะมีมารดาให้ท้าย
ถูกบิดาตำหนิเพราะรู้ทันหวงจิ่วหลินก็หน้าง้ำ รู้สึกเกลียดชังที่อีกฝ่ายขี้ฟ้องยังไม่ทันจะได้โต้เถียงบิดา หวงเฟิ่งเหยาก็แทรกเข้ามาก่อน
“ข้าไม่ไปได้หรือไม่เ้าคะท่านอา”
“คุณชายติงก็ไปเ้าจะเสียมารยาทไม่ไปได้อย่างไร ไปออกงานเสียพร้อมๆ กัน ผู้คนจะได้กล่าวขวัญถึงปีหน้าปีถัดไปก็ต้องแต่งกันแล้วนี่” กิ่งทองกับใบหยกของสกุลหวงกับสกุลติงถึงเวลาต้องออกงานพร้อมกันแล้ว
“ข้าไม่ชอบงานแบบนั้นนี่เ้าคะ”
นางเคยติดตามท่านปู่ไปงานเลี้ยงอยู่หนึ่งหนตอนอายุสิบสองเบื้องหน้าคืองานพบปะบรรดาพ่อค้าในเมืองแต่เื้ัมันก็งานจับคู่ดูตัวของลูกหลานคนมีเงินในเมื่อนางมีคุณชายติงเป็คู่หมายแน่นอน เหตุใดจะต้องเสียเวลาไปให้ใครมองอีกอีกทั้งนางไม่มีเสื้อผ้าจะใส่เพราะไม่ได้ตัดใหม่นานแล้วที่สวมอยู่ชายกระโปรงชายแขนเสื้อก็สั้นเต่อหากเอ่ยปากร้องขอก็คร้านจะเป็ปัญหาว่าสิ้นเปลือง