เสียงปืนดังสนั่นคือเสียงสุดท้ายที่หลินเยว่ได้ยินก่อนสติจะดับวูบ เือุ่นไหลผ่านปลายนิ้ว กลิ่นคาวเหล็กปะปนกับควันดินปืนเป็สิ่งที่คุ้นเคยดีในชีวิตของนักฆ่าหมายเลขหนึ่ง เธอไม่เคยกลัวความตาย และไม่เคยเสียใจกับเส้นทางที่เลือกเดิน เพราะในโลกของเธอ คนอ่อนแอไม่มีสิทธิ์มีชีวิตรอด
แต่ความตายควรจะเป็จุดจบ
ไม่ใช่การลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความหนาวเย็น เสียงฝนซัดกระหน่ำ และความเ็ปที่ไม่คุ้นเคย
หลินเยว่สูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของไม้เก่าและสมุนไพรจีนลอยเข้าจมูก แทนที่กลิ่นควันปืน ร่างกายเบาหวิว แขนขาไร้เรี่ยวแรง เพียงขยับนิ้วก็เจ็บลึกไปถึงกระดูก ราวกับร่างนี้ถูกทรมานมาอย่างหนัก
เธอค่อยๆ ลืมตา
เพดานไม้สีหม่น คานเก่าแตกร้าว และผ้าม่านซีดจางที่ปลิวไหวตามแรงลมฝน—ทั้งหมดไม่ใช่สิ่งที่ควรอยู่ในโลกปัจจุบัน
นี่ไม่ใช่โรงพยาบาล
และไม่ใช่ฐานลับขององค์กร
“คุณหนูรองยังไม่ตายอีกหรือ”
เสียงหญิงสาวดังขึ้นใกล้หู เต็มไปด้วยความรังเกียจที่ไม่คิดจะปิดบัง หลินเยว่ชะงัก สัญชาตญาณนักฆ่าทำให้หัวใจเต้นแรงทันที
“โชคดีจริงๆ ถูกโบยจนสลบ แล้วยังกล้าทำเป็ป่วยอีก”
เสียงหัวเราะเยาะดังตามมา
ภาษา…เป็ภาษาจีนโบราณ
ในวินาทีนั้นเอง ความเจ็บแปลบก็แล่นขึ้นศีรษะ ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอไหลบ่าเข้ามาอย่างรุนแรง ภาพเด็กหญิงตัวเล็กๆ คุกเข่ากลางฝน ถูกโบยจนเืซึม แม่แท้ๆ นอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจั้แ่เธอยังไม่ทันโต สายตาเ็าของบิดาที่ไม่เคยมองเธอเป็ลูก และรอยยิ้มเสแสร้งของแม่เลี้ยงที่ซ่อนพิษร้าย
รวมถึงเสียงหัวเราะของพี่สาวต่างแม่
เสียงที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนางเอกในนิยายจนแหลกสลาย
หลินเยว่เบิกตากว้าง
นี่คือ…นิยาย
นิยายที่เธอเคยอ่านก่อนตาย
นิยายที่นางเอกโง่ อ่อนแอ ถูกกลั่นแกล้งทั้งชีวิต และต้องรอให้ผู้ชายมาช่วยในตอนท้าย
และตอนนี้…
เธออยู่ในร่างของ หลินเยว่ คนเดิมในนิยาย
หญิงสาวที่ถูกเหยียบจนไม่เหลือชิ้นดี
ริมฝีปากของหลินเยว่กระตุกขึ้นช้าๆ ก่อนจะแย้มรอยยิ้มเย็นเยียบ ดวงตาที่เคยว่างเปล่ากลับฉายแววอันตราย
“งั้นเหรอ…”
เธอคิดในใจอย่างเรียบเฉย
“นางเอกอ่อนแอคนนั้นตายไปแล้ว”
“จากนี้ไป…คนที่อยู่ในร่างนี้ คือฉัน”
และนักฆ่า…
ไม่เคยยอมให้ใครเหยียบหัวซ้ำสอง