ตอนที่3 ปล่อยอวนดักปู
ข้อมูลจำนวนหนึ่งแล่นเข้าสู่สมอง ไม่ได้ฉายแบบภาพสามมิติตรงหน้า หากแต่สามารถรับรู้ได้เอง'เบ็ดตกปลาของเจ้าหนูโฮยอน ถูกสร้างขึ้นโดย จอร์ส ไมรดัส นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องแห่งศตวรรษ 41''มันถูกเรียกว่าของพิเศษภายในเรื่องเจ้าหนูยอดนักตกปลา แต่ในความจริงแล้วสิ่งนีี้คือสิ่งประดิษฐ์ที่จอร์ส ไมรดัส สร้างเล่นๆ ตอนไปตั้งแคมป์กับที่บ้านกลางป่าเขา''จอร์ส ไมรดัสเป็นอัจฉริยะสติเฟื่อง ไม่ค่อยมีเพื่อนในชั้นเรียน จึงมักจะสร้างสิ่งของไว้ปลอบใจตัวเอง และครั้งที่ไปแคมป์เองก็เช่นกัน''ด้วยความเบื่อหน่าย จอร์สจึงนำวัสดุอุปกรณ์เหลือใช้ที่พกติดตัวมาด้วย สร้างเป็นคันเบ็ดอย่างเรียบง่าย เพื่อที่จะตกปลาในลำธาร นำมาเป็นอาหารค่ำคืนนี้''มันได้ชื่อว่าเบ็ดตกปลาสารพัดประโยชน์ มีโหมดฟังชั่นต่างๆ ที่เรียบง่าย สามารถออกคำสั่งด้วยการกดปุ่ม แม้ในศตวรรษที่ 41 เบ็ดตกปลาของจอร์ส ไมรดัส จะได้ชื่อว่าเป็นขยะ แต่เมื่อมันอยู่ในมือของเจ้าหนูโฮยอน ราวกับเป็นเบ็ดมหัศจรรย์ เป็นของวิเศษที่ใครหลายคนอยากได้''ข้อเสียของเบ็ดตกปลาสารพัดประโยชน์ เมื่อถือไว้นานๆ จะทำให้กระหายน้ำ จำเป็นต้องพกน้ำไว้ดื่มตลอด'ข้อมูลส่วนแรกเจมส์พอเข้าใจ เพราะในตอนท้ายเรื่องเจ้าหนูยอดนักตกปลาได้อธิบายเกี่ยวกับถ้ำที่เจ้าหนูโฮยอนเจอเบ็ดตกปลา พบว่าสถานที่แห่งนั้นเป็นช่องทางลับที่จอร์ส ไมรดัสจากโลกอนาคต สร้างไทม์แมชชีนมายังอดีตในส่วนเรื่องหากถือเบ็ดตกปลาไว้นานๆ จะกระหายน้ำ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เจมส์คุ้นเคยกับเรื่องเจ้าหนูยอดนักตกปลา หรือกล่าวให้กระจ่าง สิ่งนี้นอกจากจะเหมือนกับคันเบ็ดของเจ้าหนูโฮยอน ยังมีข้อเสียเพิ่มเข้ามามองเบ็ดตกปลาที่อยู่ในมือ มองถุงมือสีดำที่ถอดยังไงก็ถอดไม่ออก สักพักเจมส์จึงเริ่มตั้งข้อสันนิษฐาน โดยเฉพาะเขาที่ชอบอ่านหนังสือการ์ตูน มักจะมองเรื่องนี้เป็นเรื่องเพ้อฝันแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เชื่อเลย“ลองดูสักหน่อยแล้วกัน ถ้าหากเป็นอย่างที่คิด อนาคตของเราหลังจากนี้ จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ” เจมส์ผ่อนลมหายใจ เริ่มทำการทดลอง'ถุงมือ'กับหนังสือการ์ตูนที่วางอยู่ตรงหน้าหลายนาทีผ่านไป เจมส์ได้ของสองสิ่งออกมาจากหนังสือหนึ่งคืออุปกรณ์ตกปลาสำหรับเบ็ดสารพัดประโยชน์ ในกล่องประกอบไปด้วยอุปกรณ์ที่ช่วยให้ง่ายแก่การจับปลาในแต่ละชนิด โดยแต่ละส่วนสามารถถอดออกมาและประกอบเข้าด้วยกันสองคือแว่นอัลฟ่า แว่นอัลฟ่าทำหน้าที่เหมือนกับโซนาร์บนเรือ โดยเรือหาปลาส่วนใหญ่มักจะมีกันทั้งนั้น แต่แน่นอนด้วยความที่ฐานะทางบ้านของเจมส์ค่อนข้างยากจน ลำพังมีแค่เรือยนต์ที่ทำจากไม้ผุพัง ไว้ขับหาปลาก็ดีถมเถแล้ว แต่แว่นอันนี้ไม่ได้แสดงผลอย่างโซนาร์ ตามคำอธิบายมันคล้ายเรดาร์มากกว่ามองดูของสามอย่างที่อยู่ในหนังสือการ์ตูนเรื่องเจ้าหนูยอดนักตกปลา ใบหน้าของเจมส์แฝงไปด้วยอารมณ์หลากหลาย สิ่งนี้กล่าวสำหรับเขานับว่าเป็นเรื่องดี เหนือสิ่งอื่นใดอุปกรณ์ที่นำพวกมันออกมาจากหนังสือได้ คงหนีไม่พ้น'ถุงมือ'สีดำอันนี้“ดีล่ะ ต่อจากนี้ไปแกชื่อว่าถุงมือฟ้าประทาน” เจมส์คิดว่าชื่อนี้เหมาะกับถุงมือที่สุด เพราะครั้งที่พบมันก็เป็นตอนกลางคืน ฝนเริ่มโปรยปรายแถมยังมีสายฟ้าเส้นใหญ่ผ่าลงมาดังนั้นหากจะถามว่าชื่นไหนเหมาะสมที่สุด คงไม่มีชื่อไหนน่าฟังไปกว่า 'ถุงมือฟ้าประทาน'หลังจากวุ่นกับอุปกรณ์ที่นำออกมาจากหนังสือการ์ตูน แกมดีใจว่ามันจะทำให้ชีวิตหลังจากนี้ของเขาเปลี่ยนไป เพิ่งจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของถุงมือสีดำเมื่อมองดูโดยละเอียด จะพบว่าแสงจากตรีศูลดูหมองลงเล็กน้อย คล้ายกับสูญเสียพลังบางอย่างไป ทำให้ไม่ส่องสว่างอย่างทีแรก“เกิดอะไรขึ้นกับมันกันนะ หรือจะเป็นเพราะเรานำของจากหนังสือออกมามากเกินไป...” เจมส์ครุ่นคิดในขณะพิเคราะห์ถุงมือดำ สักพักข้อดังกล่าวจึงถูกปัดทิ้ง“ไม่สิ ตอนแรกที่เราเจอมันบนเรือ ถุงมือไม่มีลวดลายอะไรเลย ไม่ส่องแสงเรืองรองแบบตอนนี้ หรืออาจจะพูดได้ว่าตอนนั้นเราเมา...จนเห็นภาพหลอน ไม่สิแล้วถุงมือนี้ละ จะบอกว่าเป็นภาพหลอนอีกหรือไง”ตอนนั้นเมามาก แถมยังถูกหักอกโดยแฟนสุดสวย สมองจึงอาจมีการประมวลผลผิดพลาดไปบ้าง แต่ถุงมือที่เห็นอยู่คือของจริง รวมถึงอุปกรณ์จากเรื่อง'เจ้าหนูยอดนักตกปลา'ยังถูกดึงออกมา“หรือว่า...” ทันใดนั้นเจมส์ดูเหมือนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้คืนวานอยู่ๆ เม็ดฝนก็โปรยปรายลงมา แถมยังมาพร้อมกับสายฟ้าเส้นใหญ่ ความจริงเขาควรจะตายไปแล้ว ถูกสายฟ้าฟาดจมลงก้นทะเลพร้อมกับเรือหาปลา และที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้คงหนีไม่พ้นเกี่ยวกับ'ถุงมือฟ้าประทาน'ด้วยข้อสันนิษฐานของเจมส์ คาดว่ามันน่าจะเกี่ยวกับฟ้าที่ผ่าลงมา ทำให้ถุงมือมีพลังบางอย่าง นั่นคือการนำสิ่งของออกมาจาก'หนังสือการ์ตูน'แม้จะไม่รู้ว่าสิ่งที่คิดเป็นจะเป็นไปได้กี่เปอร์เซ็นต์ แต่กลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างเขาที่มองถึงความเป็นไปได้มักจะทำอะไรบ้าๆ อยู่เสมอกอปรกับเจมส์เพิ่งจะอกหัก พบเจอเหตุการณ์ประหลาดจึงกล้าที่จะเสี่ยง นั่นคือการใช้นิ้วที่สวมถุงมือข้างซ้าย แหย่เข้าไปในรูเสียบปลั๊กไฟตัวหนึ่งถึงจะดูเหมือนอันตรายไปบ้าง แต่เจมส์ค่อนข้างมั่นใจกับข้อสันนิษฐานของตัวเอง ทุกอย่างต้องการพลังงาน และถ้าหากเจ้าถุงมือนี้ต้องการปะจุพลังงานจำพวกไฟฟ้า มันก็น่าจะใช้ได้ผลกับสิ่งที่เขากำลังจะทำแต่เจมส์ยังไม่ทันได้แหย่นิ้วเข้าไป เสียงเคาะตู้เสื้อผ้าดังขึ้น ทำเอาคนที่กำลังจะแหย่นิ้วใจหายใจคว่ำ ตามด้วยเสียงถามว่า“วันนี้ลูกไม่มีเรียนหรือไง” เป็นเสียงของพ่อเต๋า สงสัยคงขึ้นมาถามเพราะไม่เห็นแต่งตัวออกไปสักที“อ๋อ.. วันนี้ไม่มีเรียนครับ ทำไมเหรอ?” เจมส์โกหก พบถุงมือประหลาดกับความสามารถชวนตะลึง เป็นใครจะมีกระจิตกระใจเรียนล่ะ“งั้นก็ดีเลย ถ้าวันนี้ไม่มีเรียนก็ขับเรือออกไป ปล่อยอวนดักปูให้พ่อหน่อยสิ”ได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เจมส์กำลังใจจะบอกปัด แต่เพราะอุปกรณ์ที่ถูกดึงออกมาจากสมุดยังวางอยู่บนฟูก ทำให้นักศึกษารายนี้ตอบตกลงผู้เป็นพ่อทันที ว่าจะออกไปปล่อยอวนให้เองกล่าวจบเจมส์ลงไปอาบน้ำอาบท่า หาข้าวกินสักสองชามใหญ่พอมีเเรง สืบเนื่องจากเมื่อวานยังไม่ได้ทานข้าวก็ถูกหักอก ผู้หญิงทิ้งไปเอาชายอื่น ออกเรือตั้งแต่เที่ยงวันกระดกเหล้าขาวจนดึกดื่นค่อนวัน เวลานี้หลังจากข้าวตกถึงท้อง จึงรู้สึกได้ว่าเรี่ยวแรงเริ่มจะกลับมามีอีกครั้งใต้ถุนบ้างเจมส์ค่อนข้างที่จะสกปรก เต็มไปด้วยอวนถูกลากขึ้นมาจากทะเล ดังนั้นจะเห็นได้ว่าพื้นที่สำหรับทานอาหารเป็นเพียงแคร่ตัวเล็ก ไม่มีเก้าอี้หรูหรือม้านั่ง เพียงนั่งบนแคร่ จับเข่ากินอาหารไปคุยไป“ว่าแต่เจมส์ แม่เห็นถุงมือลูกมาสักพักแล้วนะ มันคือของเล่นหรือว่าอะไร มีไฟสีฟ้าด้วย” ระหว่างนั่งทานอาหารเที่ยง แม่ดวงแก้วถามพร้อมกับมองมือซ้ายของลูกชาย“นั่นสิ พอแม่พูดพ่อก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ ถุงมืออะไรล่ะนั่น ของเล่นของเด็กห้าขวบเหมือนดาบเรืองแสงหรือไง นี่ถ้าหากจูเนียร์กลับมาถึงบ้านแล้วเห็นลูกสวมถุงมือเรืองแสง คงร้องไห้งอแงจะเอาให้ได้” พ่อเต๋าเสริม แถมยังมองถึงปัญหาตามมาหากเจ้าลูกชายคนเล็กเห็นเข้า“พอดีผมเห็นมันน่ารักดี ก็เลยลองซื้อมาใส่เล่นครับ” เจมส์แก้ตัวน้ำขุ่นๆ แต่นับว่ามีประสิทธิภาพ เพราะตั้งแต่เด็กเขาไม่เคยได้ของเล่นอะไร โตขึ้นจึงมักจะทำตัวเป็นเด็กหรือซื้อของเล่นที่ตัวเองไม่มีในช่วงวัยเด็กบ้างพ่อเต๋าและแม่ดวงแก้วผงกศีรษะเข้าใจ ไม่ได้ดุด่าเพียงแต่บอกว่าเก็บเอาไว้ดีๆ แล้วกัน ไม่งั้นอาจมีปัญหาได้ถ้าน้องชายลูกมาเห็นเจมส์มองถุงมือฟ้าประทาน พบว่ามันค่อนข้างเป็นที่สะดุดตา ทำให้เข้าใจผิดไปได้ว่าเป็นของเล่น จึงขบคิดว่าจะทำยังไงกับมันดี ทุกคนจะได้ไม่ต้องสงสัยกินข้าวจนอิ่มท้อง เดินไปติดเครื่องเรือยนต์ที่พ่อเต๋าเพิ่งจะเติมน้ำมัน สวมหมวกลิ้นหมา แว่นกันแดดที่เหมือนราคาห้าสิบบาท โบกมือให้สองสามีภรรยาก่อนจะขับเรือออกจากท่าด้านหลังบ้านบ้านของเจมส์อยู่ติดทะเลก็อย่างที่รู้ ดังนั้นมันจึงค่อนข้างสะดวกแก่การออกเรือ ท่องไปในทะเลเพื่อหาปลามาประทังชีวิตชีวิตของชาวประมงโดยส่วนใหญ่ไม่ได้เลิศหรูอย่างที่คิด บางคนอาจคิดว่าขายกุ้งหมึกได้กำไรเยอะจนร่ำรวย แต่ในความจริงเป็นพ่อค้าคนกลางต่างหากที่รวย ส่วนชาวประมงรายเล็กอย่างที่เห็น ค่อนข้างมีชีวิตอัดตคัตขัดสน บางวันไม่ได้ปลาแทบจะกัดก้อนเกลือกินเจมส์แล่นเรือคนเดียวไปยังจุดปล่อยอวนที่บ้านเขาจับจองมาตั้งแต่จำความได้ ความจริงก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ นั่นแหละ แต่เจ้าถิ่นเขาเยอะ หากล้ำอาณาเขตคงจบไม่สวยดังนั้นจะเห็นได้ว่าในแต่ละวันบ้านของเจมส์ได้ปู หมึกในแต่ละวันค่อนข้างน้อย บางทีแทบจะไม่ได้เลยขับเรือมาถึงจุดดังกล่าว เจมส์ปล่อยอวนดักปูลงทะเล ปักทุ่นสีแดงเป็นอันเสร็จพิธี ส่วนอื่นๆ หลังจากที่ปล่อยวันนี้ต้องรอถึงพรุ่งนี้ ซึ่งเวลาที่มาเก็บอวนเป็นประจำก็คือตีสี่ เพื่อที่ตอนเช้าจะได้ไปขายที่ชายหาดปล่อยอวนดักปูลงทะเลเสร็จ เจมส์หยิบคันเบ็ดสารพัดประโยชน์ที่นำติดมือมาด้วย เริ่มเปิดสวิตช์การใช้งานอย่างที่เคยอ่านในการ์ตูน สักพักจึงเหวี่ยงเบ็ดลงทะเล