มนุษย์เรานั้นช่างน่าประหลาด อะไรที่ตัวเองมีอยู่ ก็มักไม่สนใจ อยากได้ของคนอื่น ของที่เคยทำแล้วทำ ได้ผลสัมฤทธิ์ที่ดี ก็ไม่พอใจกับผลลัพธ์ของมัน อยากได้ผลสัมฤทธิ์ที่มากกว่านั้น
ชัญญาเองก็เช่นกัน แม้ว่าเอกวัฒน์จะหลงเสน่ห์เธอจนหัวปั่น เขาทำทุกอย่างเพื่อเอาใจเธอ ั้แ่...
ซื้อคอนโดหรูใจกลางเมืองเพื่อเป็รังรักของเขาและเธอ
ทำบัตรเครดิตให้เธอ เพื่อให้เธอใช้ตามสบาย
เวลาว่างก็พาเธอไปเที่ยวต่างประเทศ
ซื้อรถสปอร์ตคันหรูให้เธอ
ชีวิตของชัญญายิ่งสะดวกสบายมากขึ้น ั้แ่เธอยอมพลีกายให้เอกวัฒน์เชยชม และนั่นเป็เหตุผลที่ทำให้เธอรู้ว่า เอกวัฒน์และภรรยาห่างเหินเื่บนเตียงนานมาก
ทุกครั้งที่เอกวัฒน์มาหาเธอที่คอนโด เธอสั่งอาหารจากภัตราคารหรูมารอเสมอ และหลังจากที่ทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เอกวัฒน์ก็้าชัญญาเป็ของหวานหลังมื้ออาหารทุกครั้ง
แต่เธอก็ยังไม่พอใจ เพราะความทะเยอทะยานของเธอคือ ้าเป็ที่หนึ่งเท่านั้น แต่...เอกวัฒน์ก็ไม่เคยคิดที่จะหย่ากับภรรยา นั่นทำให้เธอคิดว่า ยาเสน่ห์ที่เธอทำ ฤทธิ์ของมันคงไม่แรงพอ
“นายขา.....” ชัญญาเรียกเสียงหวานจากบนเตียง
“หืม ?”
เอกวัฒน์กำลังยืนผูกเนคไทอยู่หน้ากระจก เหลือบตามองชัญญาที่นอนกึ่งเปลือยอยู่บนเตียงผ่านกระจกเงา
“ญ่า ขอลาพักร้อนซัก 1 อาทิตย์นะคะ”
ชัญญาดึงผ้าห่มมาห่อตัว และลุกขึ้นมาคลอเคลียร์เอกวัฒน์ทางด้านหลัง
“เธอจะไปไหนเหรอ ?”
“รวีชวนญ่าไปดูบ้านพักตากอากาศแถวหัวหินค่ะ เห็นว่าอยากจะซื้อไว้เป็ที่พักผ่อนน่ะ” ชัญญาเอาคางเกยไหล่เอกวัฒน์ และใช้จมูกไซ้ซอกคอของเขา
“อืม...ให้ผมไปด้วยไหม?” เอกวัฒน์เสียวซ่านกับสิ่งที่ชัญญาทำ
“ไม่เป็ไรค่ะ ญ่าไปกับรวีได้” มือของชัญญาเริ่มซุกซน
“ได้สิ แต่..ทำแบบนี้ผมจะไปสายนะ” เอกวัฒน์หันกลับมากอดร่างกึ่งเปลือยเอาไว้
“ช้านิดหน่อยไม่เป็ไรหรอกค่ะ คุณเกศน่าจะรอได้” ชัญญากระซิบเสียงกระเส่า
“หึหึ เธอหาเื่เองนะ”
เอกวัฒน์หัวเราะในลำคอก่อนจะจูบชัญญาอย่างเร่าร้อน ชัญญาตอบรับจูบของเขาอย่างเต็มใจ ร่างกายของเธอร้อนระอุไปด้วยไฟปรารถนา
เอกวัฒน์ช้อนตัวชัญญาขึ้นมา และวางไปที่บนเตียงนอน มือของเขาดึงผ้าห่มออกจากตัวของเธอ เขาจ้องมองร่างกายเปลือยเปล่าของชัญญาอย่างหลงใหล
เขาััผิวของเธออย่างอ่อนโยน รู้สึกถึงความเรียบเนียนและอบอุ่น ชัญญาครางเบาๆ ด้วยความรู้สึกสุข
เอกวัฒน์เริ่มจูบเธอตามลำตัว มือของเขาไล่เรี่ยไปทั่วร่างกายของเธอ
“เธอ..ช่างสวยเหลือเกิน” เอกวัฒน์ถอนหายใจ
“นายขา...” ชัญญาเริ่มลูบไล้กล้ามเนื้อของเขาอย่างเร่าร้อน
เอกวัฒน์ถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก เขาทาบทับตัวลงบนร่างกายของเธอ เริ่มจูบเธออย่างลึกซึ้ง
ชัญญารู้สึกเหมือนไฟลุกโชนในตัวเธอ เธอ้าเขา
เอกวัฒน์เริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ััที่อ่อนโยนค่อยๆ เปลี่ยนเป็เร่าร้อน
ชัญญาครางอย่างมีความสุข เสียงของเธอดังก้องไปทั่วห้อง
เอกวัฒน์เร่งจังหวะเร็วขึ้น ร่างกายของพวกเขารวมเป็หนึ่ง ชัญญารู้สึกถึงความสุข เอกวัฒน์ก็รู้สึกถึงความเร้าใจที่เขาไม่เคยััมาก่อน
พวกเขารักกันอย่างเร่าร้อน ไฟปรารถนาของพวกเขาเผาไหม้ทุกสิ่ง ชั่วครู่ต่อมา ทั้งคู่ก็ปลดปล่อยความสุขออกมา พวกเขานอนกอดกันอย่างแแ่ เหงื่อไหลอาบใบหน้า
ชัญญารู้สึกอิ่มเอมใจ เธอรู้สึกเหมือนเ้าหญิงในนิยาย
เอกวัฒน์รู้สึกพึงพอใจ เขารู้สึกเหมือนเป็าาผู้พิชิต
แต่..ความสุขนี้เป็เพียงชั่วคราว เสน่ห์มนตร์ดำกำลังหลอกลวงพวกเขา
ความรักที่เกิดขึ้นจากมนตร์ดำจะไม่มีวันยั่งยืน
ในห้องทำงานของญาณวดี
ญาณวดีกำลังเครียด เธอรู้สึกผิดหวัง เธอพยายามทำเสน่ห์ใส่เอกวัฒน์ แต่กลับไม่มีผล เธอทุ่มเททั้งเวลาและเงินทองให้กับอาจารย์ดำ หมอผีที่ขึ้นชื่อเื่การทำเสน่ห์มนตร์ดำ แต่กลับไร้ประโยชน์
“ว่าไง เพื่อน”
“ชัญญา!”
ญาณวดีใที่อยู่ๆ ชัญญาก็เปิดประตูห้องทำงานเข้ามาโดยไม่บอกกล่าว
“เป็อะไรไป ทำหน้ายังกับเห็นผีแน่ะ” ชัญญาหัวเราะคิกคัก แต่สายตาของเธอกลับวาวโรจน์
“ธะ..ธะ..เธอมีอะไร” ญาณวดีหวาดกลัวชัญญาโดยไม่รู้สาเหตุ
“ไม่มีอะไร ฉันแค่สงสัยว่า....” ชัญญาใช้นิ้วชี้เรียวสวยไล่ไปบนโต๊ะของญาณวดี
“เธอคิดว่า เธอจะแย่งเขาไปจากฉันได้เหรอ?”
ชัญญาเท้ามือบนโต๊ะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“ฉันสวยกว่าเธอ เก่งกว่าเธอ และมีเสน่ห์มากกว่าเธอ เธอคิดว่าคุณเอกจะหลงรักเธองั้นเหรอ?”
น้ำเสียงเหยียดหยามนั้นทำให้ญาณวดีโกรธแค้น แต่เธอทำอะไรไม่ได้ เธอรู้ว่าชัญญาพูดความจริง เอกวัฒน์ไม่สนใจเธอเลย ไม่แม้แต่จะชายตามอง
“ฉันไม่อยากเถียงกับเธอ” ญาณวดีพูดเบาๆ
“ฉันหวังว่าคุณเอกวัฒน์จะรักเธอด้วยความจริงใจ ไม่ใช่เพราะเสน่ห์มนตร์ดำ” ญาณวดีแขวะ
“เธอพูดอะไรของเธอ ความจริงใจเหรอ?มันมีอยู่จริงเหรอในโลกใบนี้?” ชัญญาหัวเราะอย่างเย้ยหยัน
“สำหรับฉัน สิ่งสำคัญที่สุดคือ อำนาจ ฉัน้าควบคุมทุกสิ่งอย่าง” ชัญญามองเหยียด
“นี่เธอ...”
“ความรักมันไม่มีจริงหรอก อย่าโลกสวยนัก”
ชัญญายิ้มเย้ย ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้ญาณวดีเจ็บใจและเคียดแค้นอยู่คนเดียว
ห้องอาหารของบริษัท
อาคิราและณัฐรินีย์กำลังนั่งทานข้าวกลางวันด้วยกัน ทั้งคู่นั่งคุยเื่สัพเพเหระกันอยู่
“ฉันขอคุยด้วยคนสิ” ญาณวดีถือวิสาสะนั่งลงที่โต๊ะของทั้งคู่
“เฮ้ย อะไรของเธอเนี่ย” ณัฐรินีย์โวยวาย
“มีอะไร?” อาคิรายิงคำถามทันที
“เอ้า ไอ...”
“ฉันอยากให้ช่วย” ณาณวดีรู้สึกอับอายที่ต้องมาขอความช่วยเหลือจากคนที่เธอเคยมีเื่ทะเลาะด้วย
“เื่อะไร?”
“คือ...”
ญาณวดีเล่าเื่ที่สงสัยว่าชัญญาทำเสน่ห์ใส่เอกวัฒน์ให้ทั้งสองคนฟัง
“บ้าไปแล้ว ชัญญาเหรอจะทำเสน่ห์” ณัฐรินีย์แหกปากะโ ก่อนจะปิดปากตัวเอง
“เธอแน่ใจเหรอ?” อาคิราย้อนถาม
“ชัญญาพูดเอง”
“แล้วจะให้ช่วยยังไง?”
“หาหลักฐานให้หน่อย” ญาณวดีมองหน้าอาคิราและณัฐรินีย์
“ก็ได้”
“เอ้ย ไอ เอาจริงดิ” ณัฐรินีย์ท้วงเพื่อน
“ถือว่าทำบุญ” อาคิราหันไปบอกเพื่อน
“ขอบคุณนะ”
“แทนที่จะขอบคุณ เธอควรจัดการกับคุณไสยของเธอก่อนเหอะ” อาคิราย้อนทันที
“ฉัน..เปล่านะ”
“อย่าโกหก” อาคิราจ้องเขม็งจนทำให้ญาณวดีรู้สึกเกร็ง
“ได้สิ ฉันจะจัดการ” ญาณวดีดูเซื่องซึม ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“สัญญาด้วยว่าจะไม่ทำอีก”
ญาณวดีชะงักกับคำพูดของอาคิราที่ดังขึ้นมา
“ฉัน...สัญญา” ญาณวดีกัดริมฝีปาก ก่อนจะพูดออกมา และเดินจากไป
“ไอ จะช่วยมันทำไมอะ ก่อนหน้ามันหาเื่เธอ กะเอาเธอออกจากบริษัทนะ” ณัฐรินีย์ไม่เข้าใจเพื่อน
“ฉันรู้ แต่ถ้าไม่ช่วย เกิดเค้าเป็อะไรไป ฉันคงรู้สึกผิด”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ” ณัฐรินีย์ตาโต
“ก็อาจจะ...”
“โอ้ย เออ ช่างมันๆ ว่าแต่วันนี้หนุ่มหล่อมารับรึเปล่าน่ะ” ณัฐรินีย์เปลี่ยนเื่ทันที ส่งยิ้มล้อเลียนให้เพื่อน
“นี่แน่ะ” อาคิราดีดหน้าผากเพื่อนตัวดี
“โอ๊ย ฉันพูดเื่จริงนี่นา” ณัฐรินีย์คลำหน้าผากป้อยๆ
“มาย่ะ”
“แหม...ั้แ่ไปดินเนอร์วันนั้น หนุ่มหล่อก็มารับทุกวันเลยน้า” ณัฐรินีย์หยอกเย้า
“เอ้อ...” อาคิราเผลอยกมือขึ้นแตะเปลือกตา
“เป็ไร เจ็บตาเหรอ?” ณัฐรินีย์งง จ้องหน้าเพื่อน
“ปะ...เปล่าๆ พูดมากจริง” อาคิราหน้าแดงบอกปัดเพื่อน
“อ้าว ไม่สบายหรอ หน้าแดงเชียว”
“ไปทำงานได้แล้วน่ะ” อาคิราแก้เก้อ ลุกขึ้น และรีบเดินไปทางลิฟท์ทันที
ณ อาศรมในป่าลึกแห่งหนึ่ง
กานต์รวีพาชัญญามาหาอาจารย์มั่น เป็หมอทำคุณไสย เธอรู้จักหมอคุณไสยนี้เป็การส่วนตัว เพราะเธอเคยขอความช่วยเหลือมาก่อนหน้าแล้ว
เมื่อไปถึงตำหนักอาศรม กานต์รวีก็พาชัญญาเข้าไปพบกับอาจารย์มั่นแบบเป็การส่วนตัว
“แม่หนู ของดีเต็มตัวเลยนี่” อาจารย์มั่นทักขึ้นทันทีเมื่อเห็นหน้าชัญญา
“อาจารย์รู้ดีจังนะคะ” ชัญญายิ้มหวาน
“หึหึ แม่หนู คนที่เ้าอยากได้ ก็ได้มาแล้ว จะเอาอะไรอีกล่ะ”
“ฉัน้ากำจัดผู้หญิงคนหนึ่งค่ะ”
“เธอขวางทางความรักของฉัน” ชัญญาบอกเสียงเรียบ
“ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่ายนะ” อาจารย์มั่นยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
“ฉันพร้อมจ่ายค่ะ”
“ฮ่าๆ ดี ดี” อาจารย์มั่นหัวเราะเสียงดัง
“ไอ้ดำ เอาของสิ่งนั้นมาซิ”
เมื่ออาจารย์ได้เครื่องรางของขลัง เขาก็เริ่มบริกรรมคาถา เสียงร้องของสัตว์ดังก้องไปทั่วป่า
ชัญญาและกานต์รวีรู้สึกขนลุก แต่พวกเธอก็อดทนรอจนเสร็จพิธีกรรม
“เอ้า แม่หนูมานี่” อาจารย์มั่นกวักมือเรียกชัญญา
“นี่คืออะไรคะ?” ชัญญารับเครื่องรางที่อยู่ในถุงดำมาถือไว้
“มันคือผีพรายชื่อ ริน”
“ถ้าอยากสั่งให้มันทำอะไร ก็ท่องคาถาบทนี้ แล้วก็พูดสั่งการมัน” อาจารย์มั่นส่งบทคาถาให้ชัญญา
“แล้วต้องบูชายังไงคะ”
“ทุกวันโกน เ้าต้องหาเืวัวมาเลี้ยงมัน หยดเืหนึ่ง หยด ก็พอ”
“เมื่อเ้าสมหวังแล้ว ก็ให้นำมาคืนข้า”
“ได้ค่ะ” ชัญญารับคำ
“นี่ค่าตอบแทนค่ะ” กานต์รวีหยิบเงินแสนออกจากกระเป๋าส่งให้อาจารย์มั่น
“แม่หนู จำคำข้าไว้นะ ทุกอย่างมีราคาต้องจ่าย”
“ทราบแล้วค่ะ” ชัญญายิ้มหวาน ก่อนจะก้มลงกราบอาจารย์มั่น และออกจากอาศรมพร้อมกับกานต์รวี
ในขณะเดียวกัน
ณัฐรินีย์และอาคิรากำลังค้นหาอะไรบางอย่างที่โต๊ะของชัญญา เป็โชคดีของพวกเธอที่วันนี้ชัญญาลางาน และเอกวัฒน์ติดประชุมกับลูกค้าข้างนอกบริษัท
เนื่องจากทั้งสองคนเป็เพื่อนที่ค่อนข้างสนิทกับชัญญา คนในออฟฟิศจึงไม่ได้สนใจในสิ่งที่ทั้งคู่กำลังทำ
“หาไม่เจอเลยอะ”
ณัฐรินีย์แทบจะหมดแรง หลังจากหาอยู่เป็ชั่วโมง ก็ยังไม่เห็นวี่แววของหลักฐานที่้า
“ถ้าเป็เธอ เธอจะเก็บของที่อยากซ่อนไว้ตรงไหน” อยู่ๆ อาคิราที่ยืนมองนิ่งๆ ก็ถามณัฐรินีย์ขึ้นมา
“ถ้าเป็ฉันเหรอ...คงเก็บใส่กล่องไม่ให้ใครเจอล่ะมั้ง”
“อืม....ถ้างั้น....”
อาคิราใช้มือลูบไปที่โต๊ะของชัญญา ก่อนจะดึงลิ้นชักด้านล่างออกมาจากโต๊ะ เมื่อก้มลงไปมอง ก็พบกับสมุดบันทึกเล่มหนึ่งอยู่ใต้ลิ้นชักที่ดึงออกมา
“เจอแล้ว” อาคิรายิ้มออกมา
“งั้นก็เผ่นกันเหอะ” ณัฐรินีย์พูด พลางใส่ลิ้นชักกลับเข้าไปที่เดิม จากนั้นทั้งคู่ก็รีบเดินลงไปด้านล่างของตึกทันที
ณ ร้านอาหารริมถนน
“วันนี้เธอไปทำอะไรมา?” กฤตินถามขณะที่อาคิรากำลังจะสั่งอาหาร
“ห๊ะ? อะไรเหรอ?” อาคิราตีมึนไม่ตอบ
“เฉไฉเหรอ?” กฤตินเอื้อมมือไปดึงแก้มข้างนึงของเธอ
“โอ๊ยๆๆ จะแก้มจะยืดแล้ว”
“ว่าไง?” กฤตินยอมปล่อยมือ
“สั่งข้าวก่อนน้า หิวแล้ว” อาคิราโอดครวญ ก่อนจะเรียกพนักงานร้านมาสั่งอาหาร
“เล่ามา”
กฤตินถามเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบจ้องมองอาคิราเขม็ง
“เอ้อ....คือ..”
อาคิรายอมเล่าหมดเปลือก ซึ่งบางครั้งเธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมถึงยอมเล่าทุกเื่ให้กฤตินฟัง เขาดูมีพลังบางอย่างที่ดูน่าเกรงขาม และเธอปฏิเสธเขาไม่ได้ซักครั้ง
“เธอนี่น้า”
“โอ๊ยๆๆๆ เจะน้า”
กฤตินโมโห ยื่นมือสองข้างไปดึงแก้มของอาคิรา ก่อนจะปล่อยมือออก เขามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความระอาใจ
“เธอไม่กลัวโดนจับได้รึไง?”
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เอาไปคืนไง” อาคิราแก้ตัวเสียงอ่อย
“เอามาดูสิ”
“อะ” อาคิราส่งสมุดบันทึกให้อย่างว่าง่าย
กฤตินรับไปเปิดดูผ่านๆ เขาก็พบว่าในสมุดบันทึกนั้นเต็มไปด้วยสูตรเสน่ห์มนตร์ดำต่างๆ ที่น่าจะหายสาบสูญไปแล้ว
“เฮ้อ เธอไม่ควรยุ่งเื่พวกนี้เลยนะ” กฤตินปิดสมุดบันทึกวางไว้ข้างตัว
“มันคืออะไร สูตรทำยาเสน่ห์จริงปะ?” ดวงตาของอาคิราเป็ประกายเต็มไปด้วยความอยากรู้
“ไม่ต้องอยากรู้เลย” กฤตินเอาสมุดบันทึกเคาะศีรษะสาวน้อยจอมซนเบาๆ
“อ้าว”
“ฉันขอเก็บไว้ก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้เอามาให้ แล้วเธอเอาไปคืนที่เดิมซะนะ” กฤตินวางสมุดไว้ข้างตัวไม่คืนให้อาคิรา
“โหย...ขี้โกง กะไว้ดูคนเดียวล่ะสิ” อาคิราบ่นพึมพำเบาๆ
“เดี๋ยวเถอะ ยังไม่สะสางเื่ที่เธอไปทำมาเลยนะ”
“โอ๊ยยย รู้แล้วๆ” กฤตินบีบจมูก อาคิราแกล้งโอดครวญ
“ทานข้าวเถอะ เดี๋ยวถึงบ้านดึก อาเธอจะเป็ห่วง”
กฤตินตัดบทง่ายๆ อาคิราได้แต่ฮึดฮัดอยู่ในลำคอ แต่เธอก็ยอมทานข้าวโดยดี
ณ ห้องสมุดส่วนตัวของกฤติน
กฤตินนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังเก่าๆ ในห้องสมุดส่วนตัวของเขา แสงไฟจากโคมตะเกียงโบราณส่องสว่างใบหน้าของเขา ดวงตาของเขากำลังจดจ่อกับสมุดบันทึกโบราณที่วางอยู่บนโต๊ะ
สมุดบันทึกเล่มนี้ปกคลุมด้วยหนังสีน้ำตาลเก่าๆ ปกปิดด้วยลวดลายทองคำซีดจาง หน้ากระดาษสีเหลืองอมน้ำตาลเต็มไปด้วยอักษรไทยโบราณที่เขียนด้วยหมึกสีดำ กฤตินใช้ปลายนิ้วของเขาค่อยๆ ลูบไล้ตัวอักษรเ่าั้
กฤตินเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เมื่อเขาอ่านสูตรต่างๆ อย่างละเอียด ก็รู้สึกว่าคุ้นตากับสูตรพวกนี้
กฤตินพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ อ่านสูตรต่างๆ อย่างตั้งใจ เขารู้สึกถึงพลังงานด้านมืดที่แผ่ออกจากสมุดบันทึก รู้สึกถึงความชั่วร้ายที่แฝงอยู่ภายใน
“เสน่ห์มนตร์ดำ...พลังที่ยิ่งใหญ่..แต่ก็อันตราย..” กฤตินพึมพำกับตัวเอง
กฤตินหันไปหยิบหนังสือเกี่ยวกับเวทมนตร์โบราณจากชั้นหนังสือด้านหลังออกมาอ่านอยู่สักครู่ จากนั้นเขาก็เอามือแตะที่หน้าหนึ่งในสมุดบันทึก
กฤตินหลับตาลง พึมพำคาถาอย่างแ่เบา พลังงานสีขาวสว่างจ้าเปล่งออกมาจากฝ่ามือของเขาไหลไปรวมกับอักษรไทยโบราณบนหน้ากระดาษ
แสงสว่างค่อยๆ จางลง เมื่อกฤตินลืมตาขึ้น เขามองดูหน้ากระดาษนั้นอีกครั้ง รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าของเขา
กฤตินเปลี่ยนแปลงสูตรเสน่ห์มนตร์ดำสำเร็จแล้ว
“ดูท่าทาง...คืนนี้คงยาวนาน..” กฤตินยิ้มกับตัวเอง