เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เล่มที่ 3 บทที่ 62 เรื่องน่าเศร้าของนักกิน

            ช่วงสองสามวันนี้หวังหรูเมิ่งมักมาเรือนสามแต่อาจเป็นเพราะใกล้สิ้นปี ไท่ไท่สามจึงค่อนข้างยุ่งไม่มีเวลาต้อนรับขับสู้นางแต่หวังหรูเมิ่งเองก็รู้ ถึงแม้จะยุ่งเพียงไหนก็สามารถปลีกตัวได้ หากเป็นไท่ไท่ใหญ่นางจะกล้าปฏิเสธบอกว่าตนเองยุ่งหรือ? 

            ทว่าตอนนี้ตนเองก็ทำอะไรไม่ได้จำต้องอดทน ใครให้เป้าหมายของนางคือฉีจือโจวกันเล่า

            หากซูเยียนหรันกลับเมืองหลวงแล้วรู้ว่านางมาอยู่ที่นี่เพราะเหตุใด ต้องไม่ไว้หน้านางอย่างแน่นอนแม้ไม่นับว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนต่างรู้ทั่วกัน แต่ปีนั้นซูเยียนหรันก็ตกหลุมรักฉีจือโจวอย่างไม่อาจควบคุมได้จริงๆถึงแม้กระทั่งแต่งงานออกไปแล้วนางก็ยังจงเกลียดจงชังพี่สะใภ้สามที่ไม่สามารถช่วยให้นางได้สมหวังกับฉีจือโจว 

            เรื่องนี้คนนอกอาจไม่ทราบแต่ไท่ไท่รองย่อมรู้ดี

            ด้วยเหตุนี้หวังหรูเมิ่งก็รู้เช่นกัน

            เฉียวเยว่เห็นสีหน้าวิตกกังวลของหวังหรูเมิ่งตั้งแต่กลับออกมาจากเรือนหลักนางมาครานี้เพื่อทอดสะพานให้ท่านลุง ท่านแม่แสดงท่าทีเฉยเมยกับนางคิดว่านางคงไม่พอใจมาก 

            แท้จริงแล้วเฉียวเยว่ก็ไม่เข้าใจอยู่บ้างเล็กน้อยได้ยินว่าสมัยโบราณจะไม่ทำเรื่องประเภทลักลอบพบกันเป็นการส่วนตัวสตรีล้วนต้องอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนประตูใหญ่ไม่ย่างประตูข้างไม่เหยียบรอวันแต่งงานรอเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวถึงจะได้รู้ว่าสามีของตนเองเป็นอย่างไรมิใช่หรือ?

            อีกอย่างถึงไม่เป็นเช่นนี้ก็ไปหาแม่สื่อแม่ชักให้ช่วยติดต่อให้ก็ได้ ใช่เรื่องที่นางจะมาด้วยตนเองเสียที่ไหนกัน 

            ไม่เข้าใจสักนิดเลยดูท่าเรื่องที่เล่าลือกันมาตั้งแต่สมัยโบราณจะไม่ครอบคลุมถึงต้าฉี

             เฉียวเยว่ค่อยรู้สึกดีขึ้นเบิกบานใจขึ้นมาบ้าง 

            "เฉียวเยว่?"หวังหรูเมิ่งยืนประจันหน้าอยู่กับเฉียวเยว่ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้ม "เจ้ากลับมาจากเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าแล้วหรือให้น้าอยู่เล่นเป็นเพื่อนดีหรือไม่ได้ยินว่าช่วงนี้เจ้ากำลังทำของขวัญให้ท่านอาหญิง น้าเก่งเรื่องการทำของขวัญอยู่นะ" 

            ตามกิจวัตรปรกติวันนี้ผู้อาวุโสฉีต้องมาเยือนนางขบริมฝีปาก ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องรั้งอยู่เรือนสามให้ได้ สองสามครั้งก่อนนางแสดงความประสงค์โดยบอกเป็นนัยแต่ไท่ไท่สามกลับทำไม่รู้ไม่ชี้ ครานี้คิดว่าจะพูดออกไปตรงๆนางไม่เชื่อว่าหากตนเองเป็นฝ่ายขอเข้าพบผู้อาวุโสฉีด้วยความเลื่อมใสศรัทธาผลสุดท้ายจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ตนเองต้องการ 

            แต่ไม่นึกว่าวันนี้ไท่ไท่สามจะไม่ให้เข้าพบซ้ำยังให้คนมาขวางบอกให้นางกลับไป

            "ไม่เอานี่คือของขวัญของพวกเรา ข้าต้องเก็บเป็นความลับ" เฉียวเยว่ตอบอย่างนุ่มนวล

            หวังหรูเมิ่งฉุนจัดไท่ไท่สามไม่เข้าใจเหตุผล เด็กก็ยังไม่รู้ความ

            "ไกวเยว่"เสียงบุรุษที่ค่อนข้างเย็นชาดังขึ้น เฉียวเยว่หันไปก่อนที่จะวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ "ท่านลุงท่านลุงมาได้อย่างไร?"

            พอหวังหรูเมิ่งได้เห็นหัวใจพลันเกิดความตื่นเต้น สวรรค์ไม่เพิกเฉยต่อคนที่มีความตั้งใจโดยแท้นางพินิจฉีจือโจวตั้งแต่หัวจรดเท้า เดิมทีคิดว่าบุรุษผู้นี้มีหน้าที่การงานใหญ่โตจึงทำให้ผู้อื่นนิยมชมชอบแต่เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตา นางก็เข้าใจได้ในบัดดลว่าเหตุใดถึงมีคนแล่นเข้าหาเขาราวกับฝูงเป็ด

            ที่แท้ก็เป็นบุรุษรูปงามมากคนหนึ่ง 

            ฉีจือโจวเห็นเด็กน้อยกำลังคุยอยู่กับใครบางคนแต่ไกลอากาศหนาวเย็นแบบนี้ยังลากเด็กออกมาคุยข้างนอกฉีจือโจวบังเกิดความเดียดฉันท์คนผู้นี้อยู่ในใจ ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็รู้ความประสงค์ของสตรีผู้นี้แล้วด้วย

            "หนาวหรือไม่?"ฉีจือโจวอุ้มเฉียวเยว่ขึ้นมา

            เฉียวเยว่หอมแก้มเขาหนึ่งฟอดแล้วตอบอย่างประจบเอาใจ "แค่เห็นท่านลุงข้าก็ไม่หนาวแล้วล่ะ"

            ฉีจือโจวยิ้มเล็กน้อย "เฉียวเยว่รู้จักเอาใจลุง"

            หวังหรูเมิ่งถูกเพิกเฉยก็กัดริมฝีปากหลังจากนั้นก็เอ่ยทักทาย แล้วยอบกายเล็กน้อยอย่างนุ่มนวล "เสนาบดีฉี" 

            ฉีจือโจวพยักหน้าอย่างเย็นชาก่อนจะอุ้มเฉียวเยว่เข้าไปด้านใน

            หวังหรูเมิ่งมองตามเงาหลังของเขาไปมุมปากขยับเล็กน้อยคล้ายอยากจะเอ่ยวาจา แต่สุดท้ายก็ไร้ผลรู้สึกผิดหวังอยู่หลายส่วน 

            เห็นคนเดินไปแล้วหวังหรูเมิ่งก็จำต้องกลับเรือนสอง

            ไท่ไท่รองเห็นสีหน้าของนางดูผิดปรกติก็ถามไถ่ "วันนี้เจ้าเป็นอะไรไปอีกล่ะ?" 

            ช่วงแรกหวังหรูเมิ่งยังสามารถนิ่งเฉยได้อยู่แต่สิ้นปีใกล้เข้ามาทุกที ประกอบกับซูเยียนหรันก็กำลังจะกลับมาแล้วพวกนางจะไม่อนาทรร้อนใจได้อย่างไร

            "ไปเจอตะปูมาอีกแล้วล่ะสิเจ้าคิดจะทำเช่นไร" ไท่ไท่รองถาม

            หวังหรูเมิ่งเงยดวงหน้าหยาดเยิ้มขึ้นมา "เมื่อครู่ข้าเจอฉีจือโจวแล้ว"สายตาของนางเต็มไปด้วยความชื่นชมหลงใหล "เป็นบุรุษที่ยอดเยี่ยมเหลือเกิน"

            ปรกติบุรุษเพียงมีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โตหน่อยก็เพียงพอที่จะทำให้สตรีเกิดความนิยมชมชอบแล้วแต่ฉีจือโจวกลับหน้าตาดีด้วย ยิ่งทำให้คนรู้สึกเจริญตาเจริญใจ 

            "พี่สาวข้าต้องแต่งให้ฉีจือโจวให้ได้" หวังหรูเมิ่งกล่าว

            เสียงของนางหนักแน่นขึ้นมาความคิดของนางตอนนี้แตกต่างไปจากเดิมแล้วตอนแรกนางเพียงคาดหวังที่จะได้ตำแหน่งฐานะที่ดีทว่าบัดนี้กลับยิ่งต้องตาต้องใจคนผู้นั้น 

            ในเมื่อเต็มใจนางย่อมไม่คิดจะล้มเลิกแม้แต่น้อย 

            "พี่สาวท่านช่วยข้าคิดหาวิธีหน่อยสิ ยังมีวิธีไหนอีกบ้างที่เรือนสามของพวกเขาจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวด้วย"

             จุดนี้หวังหรูเมิ่งรู้ดีนางเคยมีความคิดจะเข้าหาเด็กน้อยเหล่านั้น ทว่าแม้แต่เด็กเล็กๆยังเต็มไปด้วยกลอุบาย

            "ข้าต้องคิดให้ดีๆแต่เวลาของข้าเหลือไม่มากแล้ว พี่สาว ท่านว่าพวกเราควรจะทำอย่างไรถึงจะดีที่สุด"

            แม้หวังหรูเมิ่งจะเป็นคนเฉียบแหลมแต่ยามนี้กลับละล้าละลัง

            ไท่ไท่รองอับจนวาจาไปชั่วขณะ

            หรงเยว่ยืนฟังอยู่หน้าประตูแล้วจากไปอย่างเงียบเชียบ นางกัดริมฝีปาก ไม่รู้จะพูดอย่างไรดีนางได้ยินผู้อื่นพูดว่าท่านน้ามาที่นี่เพราะมีจิตคิดหมายต่อเสนาบดีฉีแต่นางยังไม่อยากจะเชื่อ แม้ว่าท่านน้าจะไม่ได้สนิทกับนางมากนักแต่ก็นับว่าเป็นคนในครอบครัว เป็นน้าแท้ๆ ของนางเอง 

            แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ผู้อื่นล้วนพูดถูกเผง หรงเยว่รู้สึกไม่สบายใจนางไม่ปรารถนาให้ท่านน้าของตนเองเฝ้าแต่คิดวางแผนการจะแต่งงานกับท่านลุงของเฉียวเยว่ทั้งวี่ทั้งวันแม้ว่าผู้อื่นจะดีแล้วอย่างไร สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ชอบท่าน! 

            ยิ่งไปกว่านั้นเป็นสตรีแต่กลับไม่สงวนท่าทีแม้แต่น้อยไม่น่าแปลกใจที่จะถูกผู้อื่นรังเกียจ

            หรงเยว่คิดเช่นนี้ก็ค่อยๆเยื้องย่างไปเรือนสาม ถึงแม้ว่าเรือนสามจะมีคนเฝ้าอยู่หลายคนแต่พวกเขามิได้เคร่งครัดมากกับเด็กๆ 

            หลังจากรายงานแล้วหรงเยว่ก็ถูกพาเข้ามาที่ห้องหนังสือของเฉียวเยว่เดินมาถึงหน้าประตูก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของเฉียวเยว่ดังมาจากในห้อง 

            พอนางเข้าประตูมาเฉียวเยว่ก็ดีใจมาก "พี่หญิงหรงเยว่รีบเข้ามานั่งท่านมาได้อย่างไร คิดถึงน้องสาวที่งดงามดุจบุปผาชวนให้คนหลงรักอย่างข้าใช่หรือไม่?" 

            ยังไม่ลืมชมก้นเหม็นๆของตนเอง

            หรงเยว่ไม่ค่อยไปไหนมาไหนกับพี่สาวน้องสาวคนอื่นๆครานี้นางเพียงเดินมาเรื่อยเปื่อยไร้จุดหมาย 

            แต่พอมายืนอยู่ตรงนี้พลันรู้สึกเก้อเขินอยู่หลายส่วนและท่านลุงฉีที่เล่าลือกันก็ไม่อยู่ที่นี่

            เฉียวเยว่เห็นนางเหม่อลอยก็ทำตาปริบๆ "ท่านเคลิบเคลิ้มกับความงดงามของข้าอีกแล้วหรือ?น่าลำบากใจจริงๆ พวกท่านชมชอบข้า จนข้ารู้สึกว่าตนเองเป็นเทพธิดาน้อยที่ใครเห็นใครก็รักไปจริงๆแล้ว"

            นางชมตนเองเช่นนี้ทุกวันหรงเยว่ฟังจนชินเสียแล้ว 

            พอเห็นเฉียวเยว่กำลังทำงานฝีมือนางก็เอ่ยถาม "นี่คือของที่เจ้าจะมอบให้ท่านอาหรือ?"

            ยังทำไม่เสร็จแต่ดูออกว่าเป็นปิ่นไข่มุกชิ้นหนึ่ง 

            เฉียวเยว่พยักหน้ายิ้มตาหยี "ใช่แล้วพี่สาวรีบนั่งเร็ว"

            หลังจากนั้นก็เอ่ยถาม "ท่านคิดว่าสวยหรือไม่?"

            หรงเยว่ไม่เคยพูดถ้อยคำที่น่าฟังมาแต่ไหนแต่ไรย่อมตอบไปว่า "น่าเกลียด"

            เฉียวทำสีหน้าดีอกดีใจ "ประเสริฐยิ่งต้องสวยอย่างแน่นอน ข้านึกแล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้" 

            หรงเยว่หัวเราะพรืดออกมาไม่เข้าใจตรรกะของเฉียวเยว่แม้แต่น้อย เฉียวเยว่เดินวนเป็นวงกลมรอบตัวนาง "ท่านปากกับใจไม่ตรงกันที่สุดบอกว่าน่าเกลียด แสดงว่าต้องสวยมาก" 

            หรงเยว่ "..."

            หลังจากนิ่งไปสักพักนางก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "ท่านลุงของเจ้าล่ะ?"

            หลังจากถามออกไปแล้วก็รู้สึกว่าตนเองทำเกินขอบเขตนี่คือสิ่งที่ไม่ควรถาม พลันรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยแต่เฉียวเยว่เองกลับไม่รู้สึกว่าจะเป็นอะไร "ไปหาท่านพ่อแล้ว"

            เฉียวเยว่ทำท่าน้อยเนื้อต่ำใจดวงหน้าน้อยอวบอิ่มแลดูสลดหดหู่อยู่หลายส่วน "ก่อนท่านลุงจะไปยังบอกว่า เฉียวเยว่เด็กดี ไม่อนุญาตให้ไปแอบฟังฮึ พูดเหมือนกับข้าเป็นเด็กชอบแอบฟังผู้ใหญ่คุยกันอย่างนั้นแหละแท้จริงแล้วมิใช่เสียหน่อย"

            หรงเยว่รู้สึกปวดฟันเล็กน้อยเหตุใดจะไม่ใช่

            นางนี่แหละตัวดีเลย

            เห็นหรงเยว่เริ่มจะผ่อนคลายบ้างแล้วเฉียวเยว่ก็ขึ้นมานั่งขัดสมาธิ แล้วเริ่มเอ่ยปาก "พี่หญิงหรงเยว่ สำนักศึกษาสตรี...เรียนยากหรือไม่?"

            หรงเยว่เลิกคิ้ว "ไยเจ้าไม่ไปถามพี่สาวของตนเองเล่า?"

            เฉียวเยว่แค่นเสียงเยาะ "พี่หญิงหรงเยว่ช่างเขลายิ่งนักท่านไม่คิดบ้างเล่า พี่สาวของข้าเป็นคนเช่นไรนางเคยรู้สึกว่ามีเรื่องยากในโลกนี้ด้วยหรือ? ไม่ว่าสิ่งใดล้วนบอกว่าไม่ยากข้าถึงไม่อยากถามนาง"

            จะว่าไปนี่ก็เป็นเรื่องจริงซูอิ้งเยว่ไม่เคยรู้สึกว่าสิ่งใดเป็นเรื่องยากมาก่อน แต่พวกนางกลับไม่เหมือนกัน 

            "นับว่าดีใช้ได้ช่วงสองสามปีนี้หากเจ้าเพลาการเล่นลงหน่อย ก็จะไม่มีปัญหาอะไรมากมาย"

            เฉียวเยว่เกาศีรษะ "ข้าเปล่าเล่นเลยนะข้าเป็นเด็กดีที่มีความจริงจังมาก" นางถอนหายใจ"พวกท่านนี่ไม่รู้อะไรเลย"

            "เฉียวเยว่กำลังคุยอะไรอยู่?" 

            ฉีจือโจวกลับมาแล้วหรงเยว่รีบลุกขึ้นคารวะ ชำเลืองมองเขาแวบหนึ่งไม่พูดอะไรอีกหลังจากนั้นก็รีบกลับทันที 

            "ท่านลุงทำให้พี่หญิงสามตกใจหนีไปแล้ว"เฉียวเยว่กล่าว

            ฉีจือโจวลูบพวงแก้มอวบของนาง "แน่ใจหรือว่านางมิได้ตกใจหนีไปเพราะเด็กตัวน้อยอย่างเจ้า" 

            "ไม่ใช่เสียหน่อย"เฉียวเยว่ท้วงติงทันควัน

            ฉีจือโจวกลับไม่ถามอันใดเพียงเอ่ยเสียงเรียบ "เจ้าบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ไกวเยว่ ลุงจะพาเจ้าออกไปเที่ยวข้างนอกดีหรือไม่?"

            เฉียวเยว่ดวงตาลุกวาวรีบถามทันที "ไปไหนหรือเจ้าคะ?"

            มุมปากของฉีจือโจวโค้งขึ้นอมยิ้ม "จวนหรงอ๋อง"

            ดวงหน้าของเฉียวเยว่เปลี่ยนเป็นรูปอักษร囧 ทันควันนางเกาเสื้อผ้าของตนเองพลางพูดตะกุกตะกัก "ทะ...ทำไมต้องไปจวนหรงอ๋องด้วยเล่า?" 

            ดวงหน้ามีความลังเลเจืออยู่นางรู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย หรงอ๋องผู้นั้นค่อนข้างจะน่ากลัว 

            ฉีจือโจวอมยิ้ม "ไม่ดีหรือ? ข้าได้ยินบิดาเจ้าบอกว่าเจ้าใคร่อยากชิมฝีมือการทำขนมของหรงอ๋องเมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้เป็นลุงจะไม่สนองความต้องการของเฉียวเยว่ได้อย่างไร?"

            เฉียวเยว่นึกดูแล้วตอบอย่างจริงจัง "แต่หรงอ๋องดูเป็นคนที่ไม่ควรเข้าไปข้องเกี่ยวด้วยอีกอย่างถึงพวกเราจะไป ก็ไม่แน่ว่าเขาจะลงมือทำของกินให้ด้วยตนเองเสียหน่อยถึงข้าจะตะกละเพียงไหน ก็ยังรักชีวิตตนเองอยู่นะเจ้าคะ" 

            ฉีจือโจวหัวเราะ "เจ้าเพิ่งห้าขวบ"

            เฉียวเยว่พยักหน้าหลังจากนั้นก็ส่ายหน้า

            ฉีจือโจวเลิกคิ้ว

            "อีกเดือนกว่าก็ปีใหม่ถึงเวลานั้นข้าก็หกขวบแล้ว" 

            เฉียวเยว่พึงพอใจมากที่ตนเองค่อยๆเติบโต "ข้าจะเป็นพี่สาวที่โตแล้ว"

            ฉีจือโจวอับจนถ้อยคำเขาบีบพวงแก้มน้อยของนาง "วันเกิดของเจ้าเป็นฤดูร้อนกว่าจะโตยังอีกนาน"

             เฉียวเยว่กลับไม่นำพาทั้งยังดูมีความสุขมาก "พ้นปีใหม่นี้ไปข้าก็โตแล้ว"

            "ข้าโตแล้วและยังเฉลียวฉลาด จึงมิอาจล่วงเกินหรงอ๋องได้"

            พูดได้ดี 

            ฉีจือโจวตอบอ้อแล้วอมยิ้ม "เมื่อเป็นเช่นนี้ไม่ไปก็ได้"

            ไม่ไป... ก็ได้

            เฉียวเยว่ฟังสี่คำนี้แล้วพลันรู้สึกปวดท้องขึ้นมา แท้จริงแล้ว... นางเองก็อยากไป

            เห็นสีหน้าสับสนว้าวุ่นของนางในที่สุดฉีจือโจวก็หัวเราะออกมา"ตกลงเจ้าจะไปข้างนอกกับลุงหรือไม่?"

            เฉียวเยว่ถอนหายใจ ตอบว่า "ไปสิเจ้าคะอันที่จริงข้าก็อยากไป"

            นางเอานิ้วชนกัน "ควบคุมพลังความอยากกินภายในใจของตนเองไม่อยู่"หลังจากนั้นก็ถอนหายใจออกมา "ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าของนักกินจริงๆ" 

            ฉีจือโจวสุดจะอดกลั้น หัวเราะออกมา 

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808