เมื่อได้ยินคำพูดของหนีเจียเอ๋อร์ชายหนุ่มจึงแสยะยิ้มร้าย พลางกล่าวว่า “สวีซื่อนั้น เชื่อเรื่องผีสางเทวดามาก”
สือหวู่ที่ยืนอยู่ข้างๆผงกศีรษะเห็นด้วย “ใช่ขอรับ! สวีซื่อจะต้องตกใจมากเป็นแน่หากคุณหนูหนีที่นางเข้าใจว่าตายไปแล้ว มาปรากฏตัวตรงหน้า”
หนีเจียเอ๋อร์หันไปมองโจวชิงหวาและสือหวู่ก่อนพยักหน้า “เอาละเช่นนั้นก็ใช้วิธีนี้ก็แล้วกัน!”
หัวหน้ากลุ่มนักฆ่าสวมหน้ากากได้แต่ลอบกลืนน้ำลายด้วยความหวาดหวั่น ไม่อยากนึกเลย ว่าคนทั้งสามจะทำอย่างไรกับตน
หากลืมไปได้ ว่าตรงนี้ยังมีเขานั่งอยู่อีกคนก็จะดีมาก...
แต่เหมือนฟ้าจะไม่เห็นใจเพราะจู่ๆ สือหวู่ก็หันไปเอ่ยกับโจวชิงหวา เพื่อขอนำตัวหัวหน้ากลุ่มชายชุดดำไปทรมานให้สาสมกับที่พวกเขาได้กระทำต่อหนีเจียเอ๋อร์
ชายหนุ่มมีท่าทีลังเลเล็กน้อย “อืม... อย่าให้ถึงตายก็แล้วกันเขายังมีประโยชน์กับแผนการของเราอยู่”
“ขอรับนายท่าน!”
ไม่นาน ก็มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมาจากด้านนอก
หนีเจียเอ๋อร์ส่ายหน้าพลางพูด “คุณชายโจวเจ้าช่างโหดร้ายจริงๆ!”
โจวชิงหวามองก่อนจะไหวไหล่ “ก็เหมือนเจ้านั่นแหละ!”
…
เช้าวันต่อมา
วันนี้เป็นวันหยุดของนายท่านหนีดังนั้นเขาจึงตั้งใจว่าจะพาสวีซื่อ ซึ่งกำลังท้องอ่อนๆ มาไหว้พระที่วัดซ่างชิงตามคำขอของนางตั้งแต่ที่สวีซื่อตั้งครรภ์ลูกคนนี้ นายท่านหนีก็ดูแลนางเป็นอย่างดี เหมือนกับตอนที่พวกเขาแต่งงานกันใหม่ๆ
เมื่อนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาแรกๆหลังพวกเขาแต่งงานกัน แม้จะเป็นการแต่งงานที่พ่อแม่จัดการให้แต่นายท่านหนีก็ดูแลนางเป็นอย่างดี จนกระทั่งสามปีให้หลัง ทางตระกูลหนีก็บังคับให้นายท่านหนีแต่งอนุภรรยาเข้าจวนมาสามคนซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเว่ยอี๋เหนียง
ด้วยความริษยา อนุภรรยาอีกสองคนจึงถูกสวีซื่อลอบสังหารแต่นายท่านหนีกลับมิได้สอบสวนเอาความ ทั้งยังปล่อยให้เรื่องค่อยๆ เงียบหายไป สุดท้ายจึงเหลือเพียงเว่ยอี๋เหนียงที่นายท่านหนีรักและหวงแหนมาก จึงพยายามปกป้องนางมาโดยตลอด
นอกจากจะได้ครอบครองหัวใจสามีแล้วเว่ยอี๋เหนียงก็ยังทำหน้าที่ของตนได้ดี และยังมีบุตรชายหญิงให้อีกด้วย
ต่างกับนาง ที่ต้องพยายามอย่างมากกว่าจะตั้งท้องหนีจวิ้นหว่านได้ นางจึงอิจฉาเว่ยอี๋เหนียงยิ่งนัก...
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้วนางกำลังตั้งครรภ์อีกครั้ง และคราวนี้ นางจะมีลูกชายให้กับนายท่านหนี ดังนั้น เขาจึงดูแลนางอย่างดีราวกับไข่ในหิน
สวีซื่อมองใบหน้าของสามีผู้เป็นที่รักอย่างไม่ละสายตา
จนนายท่านหนีรู้สึกได้เขาจึงหันกลับมามอง นางพลันหลบสายตาทันที
เขาดึงมือภรรยามากุมไว้ “ฉินเอ๋อร์ หลายปีที่ผ่านมาข้าเอาแต่ละเลยเจ้า เจ้าคงจะโกรธข้ามากใช่หรือไม่?”
นานแล้วที่นางไม่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกตนเช่นนี้ สวีซื่อเอนตัวพิงไหล่ของนายท่านหนี ก่อนตอบด้วยความดีใจ “ขอแค่นายท่านยังอยู่ตรงนี้ฉินเอ๋อร์ก็พอใจแล้วเจ้าค่ะ”
นางเกลียดเว่ยอี๋เหนียงที่มาแย่งทุกสิ่งทุกอย่างของตนไป
แต่ตอนนี้หนีเจียเอ๋อร์บุตรสาวของอีกฝ่ายได้ตายไปแล้ว เหลือเพียงหนีเจียเฮ่อ... นางอยากให้พวกมันตายๆ ไปเสียให้หมด
เพียงเท่านี้ ตระกูลหนีก็จะตกเป็นของบุตรชายนางสวีซูฉินผู้นี้!
…
วัดซ่างชิง
หลายปีที่ผ่านมาวัดแห่งนี้ได้ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ โดยมีโจวชิงหวาเป็นผู้ดูแลจัดการทั้งหมด
ดังนั้น เมื่อเหล่าพระภิกษุเห็นชายหนุ่มจึงพากันทักทายด้วยความยินดี
เจ้าอาวาสค้อมตัวเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “คุณชายโจวจะมาที่วัดซ่างชิง ก็น่าจะส่งจดหมายมาบอกอาตมาก่อน”
โจวชิงหวาโค้งคํานับ แล้วจึงเอ่ย “มิต้องสุภาพขนาดนั้นหรอกขอรับวันนี้ที่ชิงหวามา ก็เพราะสหายมีเรื่องเดือดร้อน ต้องการหาที่พักพิง ไม่ทราบว่าท่านพอจะช่วยได้หรือไม่?”
ได้ยินเช่นนั้น เจาอาวาสก็ลังเลไปครู่หนึ่งเพราะการให้สตรีเข้ามาหลบอยู่ที่นี่ ก็เหมือนจะไม่สมควรแต่ในเมื่อโจวชิงหวาขอความช่วยเหลือ จึงต้องละเว้นให้ “อมิตาพุทธ เชิญตามมาทางนี้”
หนีเจียเอ๋อร์โค้งคำนับก่อนเดินตามไป
ส่วนโจวชิงหวาก็สั่งให้สือหวู่พาหัวหน้ากลุ่มบุรุษสวมหน้ากากไปรอพบสวีซื่อตามนัดหมาย
ทั้งยังสั่งให้พลธนู กระจายกำลังเข้าปิดล้อมบริเวณนี้เอาไว้
…
ผ่านไปหนึ่งก้านธูป
หนีเจียเอ๋อร์ตอนนี้ก็แต่งหน้าเสร็จโจวชิงหวาจึงมารับนางไปหลบที่ม่านหลังพระพุทธรูป
ไม่ช้า นายท่านหนีสวีซื่อ และหลินมามา ก็มาถึงวัดซ่างชิง เจ้าอาวาสเข้ามาทักทาย ก่อนที่นายท่านหนีจะถูกดึงตัวออกไป
หนีเจียเอ๋อร์ลอบมองสวีซื่อผ่านช่องว่างระหว่างผ้าม่าน
นางแสยะยิ้ม แล้วดึงผ้าคลุมผมออกก้มหน้าลง และจับจ้องไปยังสวีซื่อด้วยสายตาอาฆาตแค้น
เมื่อหลินมามาหันมาเห็นก็กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
“อ๊า...กรี๊ด… คุณหนูรอง!”
สวีซื่อที่อยู่ข้างๆ เงยหน้าขึ้นและเห็นร่างของหนีเจียเอ๋อร์เช่นกัน
หนีเจียเอ๋อร์อยู่ในชุดสีขาวใบหน้าซีดเซียว ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาอันหมองหม่นคู่นั้น จับจ้องมาที่นางอย่างน่ากลัวจนสวีซื่อแทบจะหยุดหายใจ
“ท่านแม่คืนชีวิตของข้ามา...” เสียงยานคางของหนีเจียเอ๋อร์ดังขึ้นพลางยื่นมือขาวซีดตรงมาที่นาง
“ไม่… ไม่… ไม่ใช่ข้านะ ข้ามิได้สังหารเจ้า...” สวีซื่อกุมหน้าท้องของตนเอาไว้ พลางกรีดร้องเสียงดัง
ส่วนหลินมามาที่อยู่ข้างๆตอนนี้เป็นลมล้มฟุบไปแล้ว
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้นภายในวิหารเหล่าพระภิกษุก็รีบวิ่งมาดู แต่ถูกโจวชิงหวารั้งเอาไว้ ดังนั้นทุกคนจึงต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
นิ้วทั้งห้าของหนีเจียเอ๋อร์กางออกทำทีจะบีบคอสวีซื่อ “เอาชีวิตของข้าคืนมา… เอาคืนมา...”
เพื่อรักษาลูกในท้องเอาไว้สวีซื่อจึงวิ่งหน้าตั้งออกมาจากวิหาร
พอหลินมามาฟื้นขึ้นมาจึงมองไปที่ผ้าม่านอีกครั้ง แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า
เมื่อแหงนหน้ามองพระพุทธรูปดวงตาของพระองค์ได้ทอดมองลงมานั้น ดั่งจะล่วงรู้ถึงบาปที่นางได้กระทำลงไป
หลินมามาตกใจยิ่งนัก รีบคุกเข่าก้มหน้าลงชิดพื้น ก่อนร้องไห้โฮออกมา
อีกด้านหนึ่งสวีซื่อที่วิ่งหนีออกไป ก็ชนเข้ากับนายท่านหนี นางกอดสามีแน่น แล้วส่งเสียงกรีดร้องราวกับคนสติ
เห็นเช่นนั้น นายท่านหนีก็ขมวดคิ้วแน่น
ไม่ช้า หลินมามาก็ตามออกมาแล้วปลอบสวีซื่อพลางเอาแต่เอ่ยซ้ำๆ ว่าสิ่งที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น
หนีเจียเอ๋อร์ตายเป็นผีไปแล้วจะเข้ามาในวัดได้อย่างไร?
ดังนั้น ทุกอย่างย่อมเป็นเพียงภาพลวงตา...