วันถัดมา ม่านฟ้าพาฟ้ามาฝึกงานที่หน่วยรับสินค้า ซึ่งที่ห้างจะมีโกดังเก็บสินค้าให้ร้านต่างๆมาฝากสินค้าที่นี่ได้ ม่านฟ้าได้มอบหมายให้พรรณีซึ่งเป็หัวหน้าแผนกนี้เป็ผู้ดูแลฟ้าฝึกงานเป็เวลา 3 วัน ่เช้าพรรณีจึงอธิบายระบบงานพร้อมกับพาฟ้าไปดูงานตามจุดต่างๆ ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี จนกระทั่งมาเจอทิชาซึ่งเป็พนักงานตรวจรับสินค้าคนหนึ่ง สมัยก่อนฟ้าชอบพูดจาดูถูกทิชาว่าเป็สาวบ้านนอกบ้าง เหม็นกลิ่นปลาร้าบ้าง ทำให้ในตอนนี้ทิชาไม่ชอบหน้าฟ้าอย่างมาก ซึ่งฟ้าเองก็รู้สึกได้กับการแสดงออกของทิชา ในตอนที่พรรณีกำลังจะมอบหมายให้ทิชาเป็ผู้สอนงานฟ้าอยู่นั้น
“ให้คนอื่นเป็คนฝึกให้คุณฟ้าเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณฟ้าจะเหม็นกลิ่นปลาร้าไม่มีสมาธิในการฝึก”
พรรณีก็รู้ดีว่าทิชาไม่ชอบคุณฟ้า เลยพูดไม่ให้เสียบรรยากาศ “ทิชาคงไม่ว่าง งั้นไปฝึกกับญาดาซึ่งเป็พนักงานที่มีตำแหน่งเดียวกันกับทิชาไปก่อนนะคะ”
*******************************************
จากนั้นญาดาจึงสอนงานและอธิบายระบบงานของหน่วยนี้ให้คุณฟ้าฟัง จนกระทั่งเที่ยง
“่เช้ามีแค่นี้ก่อนนะคะ ค่อยต่อกัน่บ่าย คุณฟ้าไปทานข้าวได้ค่ะ”
“ฟ้าไม่รู้จะกินอะไรค่ะ ขอไปด้วยได้มั้ยคะ”
“คงไม่ดีมั้งคะ พวกเราจะไปกินส้มตำปูปลาร้าแถวท้ายตลาดค่ะ ไม่เหมาะกับคุณฟ้าหรอกค่ะ อีกอย่างทิชาก็…..”
ฟ้ารู้ทันทีว่า ทิชาก็คงไม่อยากให้ฟ้าไปกินด้วย ตนเองไม่รู้หรอกว่าเมื่อก่อนทำอะไรไว้กับทิชาไว้บ้าง แต่ในตอนนี้ตั้งใจว่าจะเป็เพื่อนกับทิชาให้ได้ “ขอฟ้าไปด้วยเถอะนะคะ เมื่อก่อนฟ้าทำอะไรผิดไป ต้องขอโทษด้วยจริงๆ”
ญาดาต้องจำใจพาฟ้ามากินส้มตำกับทิชาด้วย
ในใจทิชาคิดว่า “จะมาทำไมก็ไม่รู้ อย่างงี้ใครจะไปกินลง” เลยว่า “คุณฟ้าจะทนกลิ่นปลาร้าได้หรอคะ คุณไปทานอย่างอื่นดีมั้ย”
ฟ้าเลยพูดตรงๆ “เมื่อก่อนฟ้าต้องขอโทษทิชาด้วยนะคะ หากทำให้คุณโกรธจนถึงบัดนี้ แต่ตอนนี้ฟ้าจำอะไรก็ไม่ได้แล้ว และฟ้าอยากเป็เพื่อนกับทิชาค่ะ”
“ไม่ได้หรอกค่ะ คุณฟ้าเป็คนชั้นสูง มาเป็เพื่อนกับคนชั้นอย่างทิชาไม่ได้หรอก”
“เอาอย่างนี้มั้ยคะ พวกเรามาแข่งกินส้มตำปูปลาร้ากัน ใครทานหมดก่อนเป็ฝ่ายชนะ และหากฟ้าชนะ ทิชาต้องเป็เพื่อนกับฟ้า โดยลืมเื่ราวในอดีตที่ฟ้าทำไว้กับคุณทั้งหมด หรือว่า ทิชากลัวแพ้”
ทิชาไม่ชอบให้ใครมาหยาม เลยว่า “ได้ค่ะ แล้วคุณฟ้าอย่ามาเสียใจภายหลังแล้วกัน”
เมื่อถึงร้านส้มตำ ได้สั่งส้มตำปูปลาร้าใส่พริก 15 เม็ด มา 3 จาน สำหรับคนละจาน แต่ญาดานั้นทานปกติไม่ได้แข่งด้วยและต้องเป็กรรมการให้ทั้งสองคน ทั้งสองคนคิดว่าฟ้าซึ่งไม่เคยทานมาก่อนจะกินหมดไปได้อย่างไร ก็พากันแอบห่วงฟ้าอยู่บ้าง
เมื่อเกมเริ่มต้นขึ้น ทั้งสองพากันแข่งกินส้มตำ แต่ไม่ได้ถึงกับกินเร็วขนาดนั้น เพราะส้มตำเผ็ดพอสมควร ที่คาดไม่ถึงคือฟ้ากลับกินปกติเหมือนคนกินประจำอยู่แล้ว ทิชากลัวแพ้เลยรีบจะกินให้หมด แต่แล้วก็สำลักพริก ต้องรีบดื่มน้ำกันยกใหญ่ และแล้วฟ้าก็เป็ฝ่ายชนะ
“พวกเราเป็เพื่อนกันแล้วนะทิชา”
“ค่ะๆ ทั้งสองคนเป็เพื่อนกันแล้ว แต่ญาดาว่าพากันเตรียมหยูกเตรียมยาไว้เลยดีมั้ยคะ กินเยอะซะขนาดนี้ไม่พ้นต้องท้องเสียแน่ๆ”
ทิชารู้สึกแสบคอ ไม่อยากพูดมาก เลยได้แต่พยักหน้ายอมรับ และพอถึงเวลาจ่ายตังค์ ทิชาพบว่ากระเป๋าตังค์ตนเองหาย “ทำไงดีกระเป๋าตังค์หาย” พูดด้วยใบหน้าตื่น
“เล่นมุกมั้ยเนี่ย ทิชา”
“จริงๆญาดา ทำไงดี บัตรสำคัญทุกสิ่งอยู่ในนั้น”
“ฟ้าว่าตอนนี้ พวกเราลองกลับไปที่ทำงานก่อน แล้วทิชาค่อยๆนึกดู เผื่อลืมที่ไหน”
“เฮ้ย ตอนเช้าจำได้ว่ายังเห็นกระเป๋าตังค์อยู่ในกระเป๋าถือตลอด และไม่ได้หยิบขึ้นมาอีกเลยจนกระทั่งมาถึงตอนนี้นี่แหละ”
“เดี๋ยวฟ้าจะพาทิชาไปอายัดบัตร ATM ก่อน แล้วค่อยไปติดต่อหน่วยรักษาความปลอดภัย เพื่อดูกล้องวงจรปิด ส่วนญาดาไปบอกพี่พรรณีเื่นี้ และบอกว่าฟ้าและทิชาขอลางาน่บ่ายนะ”
“จะดีหรอฟ้า มันเป็เื่ของทิชาไม่เห็นต้องช่วยขนาดนี้เลย”
“ไม่แน่นะทิชา ที่ห้างนี้อาจจะมีโจร และโจรคนนี้ก็อาจจะกำลังไปขโมยของคนอื่นอยู่ ถ้าเราจับโจรได้ คนอื่นก็จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนไง”
ทั้งสองเห็นด้วยกับฟ้า เลยยินยอมทำตามที่ฟ้าบอก
*******************************************
ณ หน่วยรักษาความปลอดภัยประจำห้างฯ
ทุกคนที่ทำงานในห้างจะรู้จักคุณฟ้าลดา เพราะสมัยก่อนฟ้าจะประกาศให้คนอื่นรู้ว่าฟ้ากับพันรบเป็แฟนกัน เมื่อยามเห็นคุณฟ้ามาก็ให้การต้อนร้บและให้ความร่วมมืออย่างดี ยินยอมให้ทั้งสองคนดูกล้องวงจรปิด โดยเฉพาะจอทีวีที่แสดงภาพตรงหน่วยตรวจรับสินค้า ย้อนเวลาไปั้แ่ตอนเช้าที่ทิชาเข้ามาทำงาน
ระหว่างที่ดูอยู่นั้น ฟ้าเห็นมีชายคนหนึ่งด้อมๆ มองๆ แถวหน่วยรับสินค้าเหมือนมาสำรวจอะไรบางอย่าง เลยถามทิชาว่า “คนนี้เป็ใครหรอ ทิชารู้จักมั้ย”
“เขาเคยเป็ลูกน้องเก่าคุณพรรณี แต่โดนไล่ออกไปแล้ว เพราะเขาแอบขโมยสินค้าอยู่บ่อยๆ”
“เขาไม่ทำงานแล้วทำไมยังอยู่นี่ล่ะ”
“สงสัยเขาคงมาหาคนรู้จักหรือเพื่อนในนี้มั้ง” ทิชาพูดแบบไม่สนใจอะไร เพราะตั้งใจจะหาคนร้ายขโมยเงินตน
และแล้วก็เห็น่หนึ่งที่ทิชาวางกระเป๋าถือไว้ตรงม้านั่ง สักพักก็เดินไปเข้าไปห้องน้ำโดยลืมพกกระเป๋าถือไปด้วย โจรวัยรุ่นย่องเข้าไปขโมยกระเป๋าเงินของทิชา กล้องพอจับหน้าได้ ฟ้าจึงให้ทิชาใช้มือถืออัดวีดีโอไว้เพื่อแจ้งตำรวจ
“ทิชาไปแจ้งตำรวจเถอะนะ ถ้าแจ้งเร็วและจับคนร้ายได้ อาจได้ของทั้งหมดคืนมา”
“จะได้คืนหรอฟ้า”
“อย่าดูถูกตำรวจเลยทิชา คอยดูสิ” “ทิชาไปเถอะ เดี๋ยวฟ้ากลับไปฝึกงานกับญาดาต่อนะ”
*******************************************
หลังจากนั้นสองคนก็แยกย้าย ฟ้าฝึกงานจนเสร็จประมาณห้าโมงเย็น คิดในใจว่า “ทำไมต้องไปรอผู้ชายจนถึงทุ่มนึงด้วย อยากกลับบ้านเองจัง” เดินถึงแถวๆร้านกาแฟเมื่อวาน
และในขณะเดียวกัน พันรบกับม่านฟ้าชวนกันมาซื้อกาแฟสด เพื่อผ่อนคลายก่อนกลับขึ้นไปทำงานต่อ ทั้งสองเดินออกมาจากร้านกาแฟพร้อมกัน อยู่ดีๆก็เห็นฟ้ากำลังเดินอย่างรวดเร็วมุ่งตรงเข้ามาหาทั้งสองคน เป็ความเคยชินที่พันรบจะคอยปกป้องม่านฟ้าไว้โดยเอาตัวไปบังม่านฟ้า เพราะสมัยก่อนฟ้าชอบอาละวาดเวลาทั้งสองเดินหรืออยู่ด้วยกัน
และแล้วฟ้าก็เดินผ่านทั้งสองคนไปอย่างไม่สนใจ ฟ้ากลับมุ่งตรงไปหาทิชาที่กำลังเดินมา พร้อมกับกอดคอแบบสนิทสนมกันมาก ท่ามกลางความแปลกใจของพันรบและม่านฟ้า
“เป็ไงบ้างทิชา ได้คืนมั้ย”
ทิชาแกล้งทำหน้าเศร้า แต่แล้วก็บอกว่า “ได้คืนครบทุกอย่าง”
ทั้งสองคนพากันเฮเสียงดัง
“เล่ามา เล่ามา ด่วนๆ”
“ตำรวจไปเจอคนร้ายกำลังจะล้วงกระเป๋าผู้หญิงคนหนึ่งพอดี เลยจับได้คาหนังคาเขาเลยแหละ”
“เห็นมั้ย เห็นมั้ย ตำรวจเก่งๆมีเยอะนะ”
“พรุ่งนี้เที่ยงจะพาไปเลี้ยงข้าวนะฟ้า”
“ไม่ต้องพรุ่งนี้แล้ว ตอนนี้เลย ฟ้าตาลายหิวข้าวมาก พาไปกินข้าวหน่อย ที่ไหนก็ได้”
“ไปไป กินข้าวมันไก่นะ ร้านนี้อร่อย อยู่ท้ายตลาดใกล้ๆนี่เอง”
พันรบเห็นภาพที่ฟ้าให้ความสนิทสนมกับพนักงานตนเองก็ยิ่งแปลกใจ เพราะสมัยก่อนฟ้าชอบพูดจาดูถูกคนอื่น แต่ก็ทำได้เพียงเดินกลับไปทำงานต่อ ค่อยสอบถามตอนไปส่งฟ้าที่บ้าน
พอถึงเวลาทุ่มนึง ฟ้าเดินมาถึงก็เห็นอานนท์ซึ่งเป็เลขาหน้าห้องกำลังจะกลับพอดี
“กลับแล้วหรอคะ คุณอานนท์”
“งานผมเสร็จพอดีครับ คุณฟ้า”
“คุณอานนท์มีแฟนหรือยังคะ”
พันรบกำลังจะเปิดประตูก็ได้ยินคำถามนี้พอดี
“อะไรนะครับคุณฟ้า ทำไมถามผมอย่างนั้น คือ ผมยังไม่มีแฟนครับ”
“ไม่น่าเชื่อ เห็นคุณขยันขนาดนี้ อาจจะเตรียมตัวแต่งงานค่ะ อย่าถือสาฟ้าเลย” ฟ้ากำลังจะพูดต่อ ก็ได้ยินเสียงกระแอมของพันรบ
“พี่ว่าพวกเรากลับกันเถอะ”
“ฟ้าไปก่อนนะคะคุณอานนท์ เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”
ระหว่างที่ทั้งสองนั่งรถกลับบ้านด้วยกัน ในใจพันรบคิดว่า “ทำไมฟ้าไม่เคยพูดจาเป็กันเองกับพี่เลยนะ” และตอนนี้บรรยากาศก็ยิ่งเงียบเข้าไปใหญ่ เลยถามฟ้าอย่างไม่มองหน้า “พี่ว่าวันนี้ฟ้าให้ความสนิทสนมกับพนักงานของพี่มากเกินไปนะ”
……………..(ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ)
พันรบเลยหันไปมอง กลับเห็นฟ้านอนหลับศีรษะพิงไปทางด้านประตูรถ พันรบได้แต่ขับรถจนถึงบ้านของฟ้า “ฟ้าตื่นเถอะครับ ถึงแล้ว”
ฟ้าพูดแบบงัวเงีย “อ๋อค่ะ พี่พันรบ ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง ลากันตรงนี้เลยนะคะ สวัสดีค่ะ” ฟ้าเลยรีบลงไปจากรถและเดินเข้าไปโดยไม่สนใจพันรบเลย
พันรบไม่เคยชินกับการโดนฟ้าเมินใส่ รู้สึกปวดใจอยู่ไม่น้อย
*******************************************
เช้าวันถัดมา กลับเกิดเื่ใหญ่ขึ้นที่ห้างของพันรบ มีเ้าของร้านเสื้อผ้าแจ้งว่า เสื้อผ้าที่ฝากไว้ที่โกดังของห้างหายไปจำนวนมาก เลยจะมาเอาเื่กับพันรบ พันรบได้ขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอสืบต้นสายปลายเหตุเสียก่อน ค่อยติดต่อเ้าของร้านคนนั้นกลับไปอีกที
พันรบรีบสั่งให้พรรณีหัวหน้าแผนกรับสินค้ามาพบเพื่อสอบถาม
“มันเกิดอะไรขึ้น พรรณี”
“ทำไมสินค้าของลูกค้าที่มาฝากของ ถึงหายไปอย่างนี้”
“เมื่อวาน ดิฉันตรวจเช็คของแล้วนะคะ พบว่ายังอยู่ครบถ้วนจริงๆค่ะ”
“แต่ในวันนี้ มีลูกค้ามาโวยวายเื่สินค้านะ กุญแจโกดังก็มีเพียงเธอกับฉันเท่านั้นที่มี ไม่น่าที่จะมีใครเข้ามาเอาไปได้ ถ้าคุณอยากจะสารภาพ ก็สารภาพมาเถอะ”
“พรรณีไม่รู้เื่จริงๆค่ะ พรรณีไม่ได้ขโมยอะไรไปด้วย”
พันรบถอนหายใจ “เอาล่ะ ผมเห็นคุณทำงานที่นี่มานาน เลยจะให้โอกาสคุณย้ายไปทำงานที่ห้างสาขาชลบุรีแทนก็แล้วกัน”
“คุณพันรบคะ อย่าย้ายพรรณีเลยนะคะ ครอบครัวพรรณีก็อยู่นี่ พรรณีไม่ได้ขโมยอะไรไปจริงๆนะคะ”
“เชิญออกไปครับ คุณพรรณี”
พรรณีเดินออกมาอย่างเศร้าสร้อย ได้แต่เตรียมเก็บข้าวของย้ายที่ทำงาน
*******************************************
ข่าวพรรณีโดนย้ายแพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งรู้ไปถึง ญาดา ฟ้าและทิชา
“จริงๆหรอทิชา ที่พี่พรรณีโดนย้าย”
“จริงๆฟ้า ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะเป็คนขโมยของ เธอเป็คนซื่อสัตย์ ทำงานละเอียดรอบคอบมาตลอดนะ”
“ญาดาก็เห็นด้วยกับทิชา นะฟ้า คุณพรรณีไม่ใช่คนแบบนั้น”
ฟ้านึกขึ้นได้ว่าตอนดูกล้องวงจรปิดกับทิชา ได้เห็นผู้ชายคนที่เป็ลูกน้องเก่าของพรรณีทำตัวลับๆล่อๆ เลยถามย้ำอีกครั้ง “แน่ใจใช่มั้ยว่า คุณพรรณีไม่ใช่ขโมย”
ทั้งสองพยักหน้า “ใช่ พวกเราไม่เชื่อแน่นอน”
ฟ้าเลยลองเสี่ยงดู “งั้นฟ้าจะลองไปคุยกับพี่พันรบก่อน แต่ไม่ชัวร์นะว่าฟ้าจะช่วยอะไรได้”
วันนี้พันรบรู้สึกหงุดหงิดมาก สั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าพบเด็ดขาด
“คุณอานนท์คะ ฟ้ามาขอพบพี่พันรบค่ะ”
“เอ่อ คุณฟ้าครับ ตอนนี้คุณพันรบสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าพบเด็ดขาดครับ”
“ฟ้ามีเื่สำคัญจริงๆนะคะ ขอฟ้าเข้าพบเถอะ เดี๋ยวฟ้ารับผิดชอบเอง”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ฉันสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าพบไง” น้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
“ใจเย็นๆค่ะพี่พันรบ ฟ้าเองค่ะ ฟ้ามีเื่สำคัญจะคุยกับพี่จริงๆค่ะ”
“เชิญนั่งฟ้า ว่ามาเร็วๆ พี่ไม่มีเวลามาก”
“เริ่มเื่เลยนะคะ คือ ฟ้าไม่เชื่อว่าคุณพรรณีจะเป็คนขโมยสินค้าค่ะ”
“แต่ของก็หายไปแล้วนะฟ้า เื่แบบนี้ใช้ความรู้สึกส่วนตัวไม่ได้หรอก มันต้องมีหลักฐานเท่านั้น”
“งั้นฟ้าขอดูกล้องวงจรปิดค่ะ ฟ้าจะแสดงหลักฐานให้ดู”
“มันต้องใช้เวลาในการดูนะฟ้า เดี๋ยวทุ่มนึงฟ้าก็จะกลับกับพี่แล้ว”
“พี่พันรบกลับได้เลย ฟ้าจะดูกล้องวงจรปิดกับทิชาให้ทั้งคืน และบอกคุณพ่อว่าขอค้างบ้านเพื่อนค่ะ พี่พันรบไม่ต้องห่วงนะคะ”
“ได้ เมื่อฟ้าตัดสินใจแล้ว แต่ถ้าเห็นพรรณีเป็ขโมยก็อย่าเสียใจภายหลังก็แล้วกัน”
“เอาเป็ว่าพี่พันรบอนุญาตแล้วนะคะ ขอให้ระงับการย้ายพรรณีไปก่อน จนกว่าฟ้าจะดูกล้องวงจรปิดเสร็จค่ะ” แล้วฟ้าก็รีบเดินกลับไปทันที
*******************************************
ที่หน่วยรักษาความปลอดภัย
“พวกเราต้องดูทั้งคืนเลยหรอฟ้า”
“อ้าว ไหนทิชาอยากช่วยคุณพรรณีไง”
“จ้าจ้า ก็ได้ โชคดีนะที่บ้านพักพนักงานอยู่ใกล้ๆห้าง”
“นั่นแหละ ถ้าดูเสร็จ ฟ้าจะได้ไปค้างห้องทิชาไง”
“ห้องฉันรก อย่าว่าทีหลังก็แล้วกัน”
ทั้งสองดูไปจนกระทั่งสามทุ่ม
“ฟ้า! ทิชาหิวแล้วน่ะ ขอไปหาอะไรกินก่อนนะ เอาอะไรมั้ย”
“ขอกาแฟแก้วนึงแล้วกัน”
ฟ้าดูกล้องวงจรปิดจนกระทั่งเห็นชายคนที่เป็ลูกน้องเก่าของพรรณีพาพรรคพวกเข้ามาขโมยสินค้าอย่างชำนาญ เพราะชายคนนั้นได้มาสำรวจที่ทางไว้ก่อนแล้ว ฟ้าเลยกดหยุดไว้ตรงนี้ ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องและเสียงคนเดินเข้ามา
ฟ้าที่นั่งเก้าอี้หมุนอยู่ก็หมุนตัวไปกอดคนด้านหลังทันที
ฟ้าหลับตาพูดด้วยความดีใจ “เห็นมั้ยฟ้าบอกแล้ว ต้องเป็ชายคนนี้นี่แหละที่เป็คนขโมย คุณพรรณีเป็ผู้บริสุทธิ์จริงๆด้วย”
พอฟ้าลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นทิชายืนอยู่หน้าห้องถือกาแฟค้างอยู่อย่างนั้น ในใจฟ้าคิดว่า “อ้าว แล้วคนที่กอดตรงสะโพกคนนี้ เขาเป็ใครกันล่ะ” เลยเงยหน้าขึ้นไป “อ้าว พี่พันรบ” ฟ้ารีบปล่อยแขนทันที “ฟ้าขอโทษค่ะ ฟ้าคิดว่าเป็ทิชา”
พันรบแอบขำปฏิกิริยาของฟ้า แต่ทำเป็เคร่งขรึม “อื้อ เห็นคนร้ายตัวจริงแล้ว เดี๋ยวพี่จะส่งคลิปวีดีโอนี้ไปให้พี่พงศ์เทพเอง ฟ้าไปพักกินกาแฟกับเพื่อนเถอะ แต่อย่างไรพี่ก็จะไปส่งฟ้ากลับบ้าน”
ฟ้าเขินที่กอดผิดคน ก็เลยไม่พูดอะไร เดินไปหาทิชาทันที
ทิชาพูดแบบกระซิบ “โหๆ หน้าแดงเลยนะ ฟินเลยใช่มั้ยล่ะ”
“บ้าหรอทิชา ไม่เรียกซักคำ กอดผิดคนเลยง่ะ”
ระหว่างนั้นพันรบจึงติดต่อผู้กองพงศ์เทพ เพื่อดำเนินการเอาผิดกับคนร้ายตัวจริง สักพักก็พาฟ้ากลับบ้าน
“พี่ขอบคุณฟ้ามากเลยนะ ที่ช่วยให้จับคนร้ายตัวจริงได้ และไม่ต้องเสียพนักงานดีๆอย่างพรรณีไป”
“ค่ะ”
“และพี่ต้องขอโทษฟ้าเื่เมื่อกลางวัน พี่อารมณ์เสียมากไปหน่อย”
“ไม่เป็ไรค่ะ อย่าคิดมากเลยนะคะ มาถึงบ้านพอดี พี่พันรบขับรถดีๆนะคะ ฟ้าขอลาตรงนี้”
พันรบรอให้ฟ้าเข้าไปในบ้านเรียบร้อย ค่อยออกรถจากไป “ในตอนนี้ฟ้าเปลี่ยนไปอย่างมาก ห่วงใยและช่วยเหลือคนอื่น ไม่เอาแต่ใจเหมือนแต่ก่อน และเมินใส่พี่เสียด้วย…”