8 2-2
บทที่16 โหมโรงเมียหลวงปะทะเมียน้อย
หลินเสี่ยวอวี่ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวอะไรสักอย่าง จู่ๆก็ถูกยัดเงินก้อนใหญ่ใส่ลงไปในอ้อมแขนตัวเองเช่นนี้ เธอก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก
“พี่กู่...”
จางอวิ๋นม่านเร่งออกตัวเตรียมห้ามปรามทันที แต่กลับถูกกู่เฉินโบกมือขัดจังหวะอย่างรู้ทันเสียก่อน
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เสี่ยวม่าน ก็เธอบอกเองนี่ว่าเงินก้อนนี้ฉันมีสิทธิ์ทำอะไรกับมันก็ได้ไม่ใช่เหรอ? เสี่ยวอวี่ ลุงขอถามอะไรหน่อยนะ ถูกใจของขวัญชิ้นนี้มั้ย?”
กู่เฉินคลี่ยิ้มพร้อมกับหันไปถามเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าสนุกสนาน
หลินเสี่ยวอวี่ที่กำลังกอดเงินก้อนโตไว้ในอ้อมแขน ถึงกับยิ้มยิงฟันกว้างจนแทบมองไม่เห็นดวงตา พร้อมผงกศีรษะหงึกๆตอบรับโดยแทบไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ!
“อ่อ พี่กู่คะ วันนี้ที่ฉันมาเพราะยังมีอีกเื่หนึ่งที่อยากจะรบกวนให้พี่ช่วยหน่อย”
“เสี่ยวม่าน ถ้ามีอะไรก็บอกผมมาเถอะ ขอเพียงช่วยได้ ผมยินดีช่วยแน่นอน”
กู่เฉินย้ำน้ำเสียงหนักแน่น ราวกับจะบอกว่าขอให้เธอเชื่อใจเขา
“ความจริงแล้ว ฉันตั้งใจจะพาเสี่ยวอวี่กับพี่สาวของเธออีกสองคนย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง แต่เพราะผู้ใหญ่บ้านไม่ยอมออกหนังสือรับรองการอยู่อาศัยระยะยาวให้สักที ฉันก็เลยอยากขอให้พี่กู่ช่วยออกหนังสือรับรองให้หน่อยค่ะ”
“เื่นั้นไม่มีปัญหา เดี๋ยวผมจะเขียนให้เดี๋ยวนี้เลย แล้วจะใช้ตราประทับของทางสถานีตำรวจประทับให้ด้วย”
เื่นี้นับว่าง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก กู่เฉินพยักหน้ารับคำพร้อมหันไปหยิบหนังสือรับรองออกมาจากลิ้นชักทันที ภายหลังเขียนชื่อแซ่ลงไปเรียบร้อยแล้ว ก็คว้าตราประทับขนาดใหญ่กระแทกกดเสียงดัง ‘ปัง’ ลงไปบนเอกสารทันที!’
“คุณลุงกู่ของหนูเก่งที่สุดเลยค่ะ!!”
หลินเสี่ยวอวี่ยื่นคอไปมองหนังสือรับรองที่เขียนด้วยลายมือบรรจงสวยงามของกู่เฉิน สาวน้อยถึงกับอดที่จะเอ่ยปากชมไม่ได้
“ฮ่าฮ่า ชมซะลุงตัวลอยเลยนะ ว่าแต่เสี่ยวอวี่สนใจจะมาช่วยลุงทำงานที่นี่มั้ยล่ะ?”
กู่เฉินพูดพลางอุ้มร่างของหลินเสี่ยวอวี่ลอยสูงขึ้นกลางอากาศ พร้อมหยอกเย้าเล่นกับเธอด้วยความรักใคร่เอ็นดู
จางอวิ๋นม่านเฝ้ามองภาพฉากตรงหน้า ได้เห็นทั้งลูกสาวตัวน้อยของเธอและกู่เฉินหัวเราะร่วนด้วยกันอย่างสนุกสนาน แทบจะในวินาทีเดียวกัน จู่ๆน้ำตาของเธอก็พลันเอ่อคลอและไหลออกมาอย่างเงียบๆ นี่แหละ...คือชีวิตที่ลูกสาวของเธอสมควรได้รับ
เมื่อหลินเสี่ยวอวี่เดินจูงมือแม่ออกมาจากห้องทำงานของผู้กำกับ ทั้งคู่ก็เหลือบไปเห็นหวงอิงที่เพิ่งเดินโซเซออกมาจากห้องขังเช่นกัน
เฝ้ามองสภาพมอมแมมของสะใภ้ใหญ่ในตอนนี้ สองแม่ลูกก็ถึงกับต้องตะลึงงัน ไม่เพียงผมเผ้าอีกฝ่ายจะยุ่งเหยิงไม่เป็ทรงแล้ว เสื้อผ้ายังยับยู่ยี่ มิหนำซ้ำบนใบหน้ายังมีรอยเล็บขีดข่วนอยู่เต็มไปหมด สีหน้าท่าทางยังดูคล้ายไม่สบอารมณ์อย่างมากเช่นกัน
[โอ้โห... สภาพยังกับไปสู้รบกับหมีป่ามา...]
[โชคดีแค่ไหนแล้วที่ฉันกับแม่ไม่ได้เข้าไปด้วย ไม่งั้นสภาพหลังออกมาคงไม่ต่างจากนังนี่เท่าไหร่นัก]
[ฮ่าฮ่าๆ าในครอบครัวมันช่างสนุกดีจริงๆ!]
จางอวิ๋นม่านรีบเก็บรอยยิ้มขบขันที่ฉายผ่านใบหน้าในบัดดล แสร้งทำท่าตื่นตูมใพร้อมวิ่งเข้าไปถามหาด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
“พี่สะใภ้ใหญ่! เกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย...หรือว่า...”
จางอวิ๋นม่านยกสองมือป้องปากเสแสร้งทำเป็ตกอกใ พร้อมกับแสร้งร้องถามต่อด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม
“ระ-หรือว่า...เป็ฝีมือของคุณแม่? พี่อุตส่าห์หวังดีมาเยี่ยมแท้ๆ แต่ทำไมคุณแม่ถึงต้องลงไม้ลงมือกับพี่ด้วยล่ะ? ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ??”
ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘คุณแม่’ หลุดออกมาจากปากของเธอ ใบหน้าของหวงอิงก็ยิ่งบิดเบี้ยวอัปลักษณ์มากขึ้นเรื่อยๆ
‘นังเฒ่านั่น! กล้าดียังไงมาระบายอารมณ์ใส่ฉันแบบนี้! แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!!’
หวงอิงที่พยายามเสแสร้งรับบทเป็พี่สะใภ้ผู้แสนดี พยายามฝืนยิ้มอย่างสุดกำลัง แต่ดันเผลอฉีกยิ้มกว้างไปหน่อย จึงทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเคลื่อนขยับ จนรู้สึกแสบระบมไปทั่วทั้งใบหน้า
“อุ๊ย!...สะใภ้รอง ฉันเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ วันนี้หลินซงไหว้วานให้ฉันออกไปทำธุระในเมืองหน่อย คงจะกลับหมู่บ้านพร้อมพวกเธอไม่ได้แล้วล่ะจ้ะ”
ฟังผิวเผินน้ำเสียงที่หวงอิงเปล่งออกมาช่างแ่บางอ่อนโยน แต่ทว่าภายในใจกลับกำลังดูถูกเหยียดหยันจางอวิ๋นม่านอยู่ เธอมั่นอกมั่นใจอย่างยิ่งว่าตัวเองนั้นเหนือกว่าจางอวิ๋นม่านไม่รู้กี่ร้อยเท่า นั่นเพราะเธอเป็สะใภ้คนเดียวที่สามารถให้กำเนิดหลานชายคนโตของบ้านสกุลหลินได้ กระทั่งสามีของเธอเอง ก็ยังมีความสามารถเหนือกว่าสามีของนังหน้าโง่นี่ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า!
ส่วนจางอวิ๋นม่านน่ะเหรอ? ในสายตาของหวงอิง นอกจากหน้าตาที่สะสวยของเธอแล้ว ที่เหลือจางอวิ๋นม่านก็ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง!
แต่ตอนนี้ กลับเป็ตัวเธอเสียเองที่ต้องเสียหน้าพลาดพลั้งต่อหน้าขยะอย่างจางอวิ๋นม่าน หากต้องทนอยู่ให้ผู้หญิงชั้นต่ำแบบนั้นดูถูกดูแคลนต่อไป สู้เธอปลีกวิเวกกลับไปเงียบๆตามลำพังยังดีเสียกว่า! หาข้ออ้างโยนเหตุผลแก้ตัวแบบลวกๆไปแล้ว หวงอิงก็รีบหมุนตัวเดินจากไปทันที
“เดี๋ยวสิคะพี่สะใภ้ใหญ่? ทำไมถึงรีบขนาดนั้นล่ะ? ผู้กำกับกู่บอกว่า คุณแม่ยังต้องอยู่ในห้องขังต่ออีกหนึ่งอาทิตย์ถึงจะปล่อยตัวออกมาได้”
จางอวิ๋นม่านรีบเดินไล่หลังตามไปติดๆ ไม่ปล่อยให้แผ่นหลังของหวงอิงหายลับไปได้โดยง่าย
“รู้แล้วๆ! เดี๋ยวฉันจะกลับไปบอกหลินซงเอง!”
สิ้นเสียงตอบดังว่า หวงอิงก็เร่งฝีเท้าหายวับกลืนไปกับฝูงชนทันที!
จางอวิ๋นม่านลอบถอนหายใจออกมาแ่เบาด้วยความโล่งอก เธอที่กำลังคิดไม่ตกอยู่พอดีว่าจะใช้วิธีไหนกำจัดหวงอิงให้พ้นทางได้ และแล้วก็ดูเหมือนว่าครั้งนี้์จะเป็ใจ
เมื่อเป็อิสระจากผู้หญิงคนนั้นแล้ว อยากทำอะไรย่อมสบายขึ้นมาก!
“แม่คะ นี่เราจะไปไหนกันต่อคะ?”
หลินเสี่ยวอวี่ร้องถามด้วยความอยากรู้
“จากนี้เหรอจ๊ะ? เราก็จะไปดูบ้านเช่าแถวถนนเหอตงน่ะสิ!”
ทันทีที่เปล่งเสียงพูดคำว่า ‘ถนนเหอตง’ ออกมา จางอวิ๋นม่านก็แสยะยิ้มกว้างบ่งบอกถึงความหมายได้หลากหลาย
[ถนนเหอตง? ชื่อถนนคุ้นจังแฮะ...]
[อ่อใช่แล้ว! นั่นมันถนนที่ไอ้พ่อเฮงซวยกับชู้รักอยู่ด้วยกันไม่ใช่เหรอ?! เดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่าแม่จะไปเช่าบ้านอยู่ที่ถนนเหอตง??]
[เมียหลวงกับเมียน้อยบนถนนสายเดียวกัน? นี่มันหายนะระดับนรกชัดๆ!]
หลินเสี่ยวอวี่นึกภาพตามแล้วคิดถึงเื่ดีๆไม่ได้เลยจริงๆ แต่อีกใจก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเช่นกัน
อนาคตต่อจากนี้...แค่คิดก็สนุกเกินต้านแล้ว!