บทที่ 12 จับเต่าในโอ่ง
ราตรีเข้าใกล้ยามจื่อ ท้องฟ้ามืดมิด ลมพัดแรง ทั่วทั้งหมู่บ้านเงียบสงัด
เงาดำหลายร่างปรากฏที่หน้าบ้านของหมออวี๋
"หัวหน้าใหญ่ เด็กชายที่พวกเรา้าจับตัวอยู่ที่นี่" หลี่ซานปีนข้ามกำแพงชี้ไปที่ห้องทางทิศตะวันออกของลานบ้าน
โฉวิและคนอื่น ๆ ก็ปีนกำแพงตามมา ย่องเท้าลงสู่พื้นอย่างแ่เบาราวกับแมว
พวกเขาแบ่งออกเป็หลายกลุ่ม กลุ่มหนึ่งไปปิดปากชาวบ้านทีละบ้าน อีกกลุ่มไปปล้นสะดมทรัพย์สิน
ส่วนโฉวินำคนมาจับตัวเซวียเช่อด้วยตนเอง
ตอนกลางวันพวกเขาเที่ยวสืบถามในหมู่บ้านจนรู้ที่พักของเซวียเช่อแล้ว
ตอนนี้การจับตัวจึงง่ายดายราวกับล้วงของในกระเป๋า
เมื่อจับตัวได้แล้ว พวกเขาจะจุดไฟเผาทั้งเขาลูกนี้
โฉวิสั่งการ "ไปจับตัวเด็กนั่นมา ก่อนยามจื่อต้องให้ยาถอนพิษ ท่านผู้สูงศักดิ์้าตัวเขาที่ยังมีชีวิต"
หลี่ซานนำหน้าผลักประตูห้องทางทิศตะวันออกเข้าไป ก่อนจะตรงดิ่งไปที่เตียง
เขาเห็นเงาร่างหนึ่งนอนอยู่บนเตียงอย่างราง ๆ เอื้อมมือเปิดม่านเตียงขึ้นทันทีเพื่อจะลักพาตัวคนผู้นั้นไป
ตอนที่หลี่ซานกำลังจะกระชากผ้าห่มออก จู่ ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งพุ่งออกมาจากใต้ผ้าห่ม คว้าลำคอของหลี่ซานไว้อย่างรวดเร็ว!
ผ้าห่มเลื่อนหล่น เผยให้เห็นร่างที่ลุกขึ้นนั่งเป็สตรีนางหนึ่ง
"อึก...เ้า...เ้า..."
ใบหน้าของหลี่ซานแดงก่ำเพราะถูกบีบคอ พยายามจะต่อสู้ แต่กลับพบว่าตนเองไม่มีเรี่ยวแรง แม้แต่จะแกะมือที่บีบคอออกก็ยังทำไม่ได้
นอกม่านเตียง โฉวิและคนอื่น ๆ ต่างอ้าปากค้าง
พวกเขาอยากจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่แขนขากลับไม่ฟังคำสั่ง ราวกับถูกถอดออกไป
ที่หน้าอกพลันรู้สึกเจ็บแปลบเป็ระยะ จากนั้นความเ็ปก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างราวกับเถาวัลย์
"หัวหน้าใหญ่ พวกเราจะทำอย่างไรดี?"
เหงื่อเย็นผุดซึมทั่วหน้าผากของโฉวิ "มีกับดัก รีบถอยก่อน!"
ขณะที่ทุกคนกำลังพยายามเคลื่อนตัวออกไปอย่างยากลำบาก จู่ ๆ ก็เห็นแสงไฟสว่างจ้าที่ประตู
ชาวบ้านสิบกว่าคนถือคบเพลิง ล้อมบ้านหลังนี้จนแน่นขนัด
ห่าวเหรินก้าวออกมาจากฝูงชน ระหว่างคิ้วของเขาทอประกายดั่งแสงจันทร์อันเยือกเย็น
"หัวหน้าใหญ่แห่งค่ายชิงเสออุตส่าห์มาถึงหมู่บ้านต่ำต้อยของพวกเรา ไม่ทราบว่ามีสิ่งใดจะชี้แนะหรือ?”
หน้ากากจอมปลอมบนใบหน้าของโฉวิแตกสลายในที่สุด เขามองผู้คนตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อ
"เหตุใดพวกเ้าถึง... เป็ไปไม่ได้ พวกเ้าล้วนกินอาหารเข้าไปแล้ว ในนั้นข้าใส่..."
โฉวิพูดได้ครึ่งเดียว จู่ ๆ ก็หันไปะโใส่ทางของหลี่ซาน
"หลี่ซาน! เ้ากล้าทรยศข้า!"
ฮวาเอ้อร์เหนียงหัวเราะเยาะพลางเดินออกมาจากหลังม่าน ในมือยังบีบคอหลี่ซานที่เกือบจะหมดลมหายใจ
หลี่ซานหน้าแดงก่ำ สั่นศีรษะสุดกำลัง "ไม่... ไม่..."
เขาสาบาน เขาใส่ยาพิษลงไปจริง ๆ เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมชาวบ้านพวกนี้ถึงยังยืนอยู่ได้อย่างปกติ
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่รู้ว่าทำไมตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาถึงถูกเปิดเผย
ฮวาเอ้อร์เหนียงหัวเราะเยาะพลางโยนหลี่ซานลงพื้น ใบหน้าของนางถูกแสงไฟนอกประตูส่องให้เห็นความเย้ายวนบางส่วน
"พวกเ้าวางยาพิษต่อหน้าย่าทวดของเ้าเชียวรึ!"
ปลายนิ้วของฮวาเอ้อร์เหนียงพลิกไปมา ในมือปรากฏโอสถเม็ดสีเทาขาวราวกับมายากล นางตั้งใจจะยัดเข้าปากโฉวิ
ห่าวเหรินเอ่ยปราม "ฮวาเอ้อร์เหนียง รอก่อน คนผู้นี้ต้องเก็บไว้สอบสวนให้ละเอียด"
โฉวิค่อย ๆ หมุนคอที่แข็งเกร็ง เมื่อเห็นโอสถยามจื่อในมือของฮวาเอ้อร์เหนียง ความคิดที่แทบเป็ไปไม่ได้ก็แวบเข้ามาในสมอง
"เ้า... เ้าแซ่ฮวา? ตระกูลฮวาแห่งหุบเขาอู่ตู๋?"
ฮวาเอ้อร์เหนียงเลิกคิ้ว บีบโอสถยามจื่อในมือจนแหลกละเอียด
"โอสถยามจื่อนี่น่ะ ตอนเด็กข้ากินเป็ขนมยังรู้สึกว่าจืดเกินไปเลย"
ตระกูลฮวาแห่งหุบเขาอู่ตู๋ คือสำนักพิษอันดับหนึ่งในยุทธภพ ไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก
แม้แต่โอสถยามจื่อของค่ายชิงเสอก็เป็สูตรที่โฉวิต้องจ่ายเงินมหาศาล ฝากคนผ่านหลายทอดกว่าจะได้วิธีปรุงโอสถจื่อเย่มาจากหุบเขาอู่ตู๋
ในยุทธภพมีคำเล่าลือว่า ตระกูลฮวามีกฎบรรพบุรุษว่า ทายาทผู้ปรุงยาพิษห้ามออกจากหุบเขาอู่ตู๋ ด้วยเหตุนี้ผู้คนตระกูลฮวาจึงไม่เคยปรากฏตัวในยุทธภพ ลึกลับยิ่งนัก
แล้วเหตุใดคนตระกูลฮวาจึงมาปรากฏตัวในถิ่นทุรกันดารเช่นนี้?
โฉวิยังคิดไม่ทันกระจ่าง ก็มีเสียงดังโครมครามจากนอกประตู ตามด้วยเสียงครวญคราง
ลูกน้องที่โฉวิส่งไปฆ่าปิดปากและค้นหาของมีค่าบนูเาถูกมัดอย่างแ่า และถูกโยนกองรวมกันอยู่หน้าประตู
ทุกคนหน้าตาบวมช้ำ ร่างกายอ่อนระทวย
อู่อิงเหนียงและอาเป่าเดินอยู่ท้ายสุด อู่อิงเหนียงถือหอกด้ามยาวพู่แดง ปลายหอกเสียบงูราวสิบตัวประดุจไม้เสียบเนื้อ
อาเป่าคาบงูตัวหนึ่งกำลังฉีกกัดอยู่
อู่อิงเหนียงสะบัดหอก เดินอย่างสง่างามไปข้างกายห่าวเหริน
"อาเหริน ทุกคนอยู่ที่นี่หมดแล้ว ไม่ขาดไปแม้แต่คนเดียว”
ห่าวเหรินมองไปทางอู่อิงเหนียงด้วยสายตาอ่อนโยนชั่วครู่
"ขอบคุณเ้ามาก อิงเหนียง"
โฉวิไม่รู้ว่าตัวตนของตนถูกเปิดเผยั้แ่เมื่อใด แต่ตอนนี้การคิดถึงเื่นี้ก็ไร้ความหมายแล้ว สายเกินไปเสียแล้ว
เขาขบฟันกราม ดวงตาแดงก่ำแฝงความบ้าคลั่ง
"นับว่าพวกเ้ามีความสามารถอยู่บ้าง ข้าโฉวิพ่ายแพ้ในวันนี้ก็ไม่ถือว่าไร้เหตุผล แต่ผู้สูงศักดิ์เบื้องบนของพวกเราค่ายชิงเสอนั้น ไม่ใช่ผู้ที่พวกเ้าจะล่วงเกินได้"
แววตาของห่าวเหรินเรียบเฉยดุจผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น น้ำเสียงราวกับหยกที่แตกละเอียดกระทบกับหิน
"หากท่านโฉวไม่รังเกียจ ข้าก็ขอรับฟังด้วยความเคารพ"
จากนั้น น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็เ็าทันที
"จับพวกมันไปขังที่โรงเหล้าหลังเขา สอบสวนจนกว่าจะยอมพูดความจริง"
โฉวิเห็นว่าไม่มีทางถอยแล้ว ลำคอของเขากระเพื่อมขึ้นลง จู่ ๆ ก็อ้าปากพ่นอาวุธลับขนาดเท่าเมล็ดพุทราออกมา พุ่งตรงไปที่ห่าวเหริน!
อู่อิงเหนียงมือไวตาไว แขนเกร็ง ออกแรงกระชากห่าวเหรินมาอย่างรวดเร็ว หลบอาวุธลับได้อย่างหวุดหวิด
ขณะที่ใจยังไม่ทันคลายความกังวล ก็ได้ยินเสียงของซูจือจือดังมาจากด้านหลัง
"ท่านพ่อ ท่านแม่"
อู่อิงเหนียงหันหลังไป เห็นขอบคมของอาวุธลับกรีดผ่านกระแสลมในความมืด หลังจากเฉียดผ่านห่าวเหรินไป ก็พุ่งตรงไปยังทิศทางที่ซูจือจือกำลังวิ่งมา
ชาวบ้านที่อยู่ในที่เกิดเหตุต่างสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
"จือจือ!"
"อย่าเข้ามา!"
"หลบ!!!"
แม้แต่ขงหวู่ก็ะโอย่างร้อนรนพลางวิ่ง "อ้า อ้า!"
อาเป่าส่งเสียงร้องแหลม กางปีกโผบินไปตามลม
มีเพียงซูจือจือเท่านั้นที่ไม่ตื่นตระหนก
นางวิ่งไปอย่างกระตือรือร้น วันนี้เซวียเช่อเล่าเื่การจับเต่าในโอ่งให้นางฟัง นางจึงตั้งใจจะมาดูความสนุกในคืนนี้ เกือบจะหลับเลยเวลาไปแล้ว
ขณะที่นางเพิ่งจะร้องเรียกบิดามารดา เท้าก็ไปเหยียบก้อนหินกลม ๆ เข้า ร่างกายล้มไปข้างหน้าอย่างกะทันหัน
"โอ๊ย!"
ซูจือจือล้มลงอย่างจัง เจ็บจนต้องร้องครวญคราง
มีบางสิ่งบินผ่านเหนือศีรษะนางไปด้วยเสียง 'วี้ด' แต่นางไม่ทันสังเกตเห็น
ชาวบ้านที่วิ่งมาล้อมรอบซูจือจือไว้ สีหน้ายังไม่หายใ
"จือจือ เจ็บตรงไหนหรือไม่ มีตรงไหนที่เจ็บหรือไม่?" อู่อิงเหนียงโอบอุ้มบุตรสาวไว้ในอ้อมอก
ซูจือจือเงยหน้าเล็ก ๆ ที่เปื้อนหญ้าเขียวและโคลนขึ้นมา ดวงตากลมโตฉายแววงุนงง
"ท่านแม่ พวกท่านจับเต่าในโอ่งได้หรือยังเ้าคะ?"