ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมลานกว้างข้างลำธารกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งรุนแรงขึ้นเมื่อสายลมพัดผ่านร่างของศิษย์หน้าบากพรรคอีกาโลหิตสั่นสะท้านอย่างรุนแรงภายใต้ฝ่าเท้าของหลินเทียนมันมองดูแขนขวาที่ขาดกระเด็นและซากศพของพวกพ้องที่ถูกฟันขาดสะบั้นด้วยความสยดสยองความเ็ปแสนสาหัสที่แล่นเข้าสู่ประสาทแทบจะทำให้มันสิ้นสติแต่แรงกดจากฝ่าเท้าของหลินเทียนที่กดลงบนยอดอกกลับดึงสติของมันกลับมาในความทรมาน
"ข้า...ข้าบอกแล้ว... อย่าฆ่าข้า..." ศิษย์หน้าบากสำลักเื พูดเสียงสั่นเครือ"พรรค... พรรคอีกาโลหิตกำลังระดมกำลังไปที่เมืองชิงเฟิง...เพราะได้รับข่าวว่า 'แผนที่เส้นทางลับสู่สุสานกระบี่โบราณ' จะถูกนำออกมาประมูลที่โรงประมูลฟ้าขจีในอีกสามวันข้างหน้า...ส่วนผู้นำพรรค... 'ประมุขเหยี่ยวโลหิต' ก็นำยอดฝีมือไปกบดานอยู่ที่ตำหนักลับนอกเมือง... ข้าบอกหมดแล้ว...ปล่อยข้าไปเถอะ..."
หลินเทียนหรี่ตาลงสุสานกระบี่โบราณงั้นหรือ?คำบอกเล่านี้สอดคล้องกับสิ่งที่ปู่กู่ทิ้งไว้ให้เขาก่อนตาย"แล้วเื่การกวาดล้างหมู่บ้านหมอกครามล่ะ? ใครเป็คนสั่งการ"
"ข้าไม่รู้...ข้าเป็เพียงศิษย์ระดับล่าง..." ศิษย์หน้าบากอ้อนวอนด้วยสายตาสิ้นหวัง"แต่... แต่ข้าเห็นรองเ้าสำนัก 'ฉินกง' เป็คนนำกลุ่มอีกาแดงออกไปปฏิบัติงานนอกสถานที่เมื่อครึ่งปีก่อน...น่าจะเป็เขาที่รับคำสั่งตรงจากประมุข..."
"ฉินกงงั้นรึ..."หลินเทียนพึมพำ ชื่อนี้ถูกสลักลงในบัญชีแค้นของเขาทันที เขาค่อยๆถอนปราณกระบี่สีครามกลับคืนสู่ด้ามไม้หักศิษย์หน้าบากเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกคิดว่าตนเองจะรอดพ้นจากมัจจุราชผู้นี้แล้ว
"ข้าบอกว่าจะให้เ้าตายอย่างสมบูรณ์แบบ"หลินเทียนกล่าวเสียงเย็น ก่อนจะสะบัดนิ้วเบาๆปราณกระบี่เล็กละเอียดดุจเข็มพุ่งทะลวงเข้ากลางหว่างคิ้วของศิษย์หน้าบากอย่างแม่นยำมันสิ้นใจตายในทันทีโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องออกมาร่างกายยังคงมีอวัยวะครบถ้วนดั่งที่เขาได้เอ่ยไว้
หลินเทียนหันไปมองหญิงสาวในชุดฟ้าที่นั่งตัวสั่นอยู่ไม่ไกลนางคือ "ซูเหยียน"ศิษย์สำนักบุปผา์ที่บังเอิญหลบหนีการตามล่ามาเจอกับเขานางรีบพยุงกายลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นให้เรียบร้อยก่อนจะประสานมือคารวะหลินเทียนด้วยความซาบซึ้ง
"ขอบคุณท่านจอมยุทธ์ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือหากไม่ได้ท่าน...ข้าน้อยซูเหยียนคงต้องพบกับชะตากรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย"นางกล่าวด้วยเสียงหวานแต่แฝงไปด้วยความหวั่นเกรง นางััได้ถึงปราณสังหารที่เย็นเยียบจากชายหนุ่มชุดหนังสัตว์ผู้นี้มันรุนแรงและลึกลับจนนางไม่กล้าแม้แต่จะถามชื่อ
"ข้าไม่ได้ช่วยเ้าข้าแค่ฆ่าสุนัขที่ข้าเกลียดเท่านั้น" หลินเทียนตอบโดยไม่มองหน้า"เ้าปลอดภัยแล้ว รีบหนีไปซะ ป่าแห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่ผู้ฝึกตนระดับต่ำอย่างเ้าจะอยู่ได้นาน"
ซูเหยียนชะงักไปเล็กน้อยกับความเ็าของเขาแต่นางก็เข้าใจดีว่ายอดฝีมือมักมีนิสัยสันโดษนางหยิบแผ่นหยกสีขาวนวลชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ"นี่คือป้ายหยกประจำตัวของข้าหากวันใดท่านจอมยุทธ์ได้ผ่านไปยังสำนักบุปผา์ โปรดแสดงป้ายนี้ ข้าน้อยจะตอบแทนบุญคุณท่านอย่างสุดกำลังเ้าค่ะ"
หลินเทียนรับป้ายหยกมาอย่างเสียไม่ได้เขาไม่ได้ใส่ใจเื่บุญคุณนักแต่ป้ายนี้อาจจะมีประโยชน์ในการแฝงตัวเข้าหาข่าวสารในอนาคตเขาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะทะยานร่างหายวับไปในพงไม้ทิ้งซูเหยียนให้ยืนมองตามด้วยความฉงนและศรัทธา
การเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองชิงเฟิงดำเนินต่อไปอีกสองวันหลินเทียนไม่ได้รีบเร่งนักเขาใช้เวลาไปกับการโคจรลมปราณและทดลองใช้ประสาทััใหม่ๆ ของเขาเขาพบว่าเมื่อเขาสงบจิตใจจนถึงขีดสุดเขาสามารถััได้ถึงแรงสั่นะเืของใบไม้ห่างออกไปนับร้อยเมตร และััได้ถึง'เส้นสายพลังงาน'ของสิ่งมีชีวิตรอบตัวนี่คืออานุภาพที่แท้จริงของวิชากระบี่ไร้ลักษณ์ที่เน้นการรับรู้ผ่านความว่างเปล่า
จนกระทั่งในเช้าวันที่สามกำแพงเมืองสีเทาขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้าเมืองชิงเฟิงตั้งตระหง่านอยู่กลางที่ราบกว้างใหญ่ มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลโอบล้อมดั่งัอารักขาประตูเมืองสูงเสียดฟ้ามีทหารยามในชุดเกราะเงาวับคอยตรวจตราอย่างเข้มงวดผู้คนนับหมื่นทั้งพ่อค้า จอมยุทธ์พเนจรและชาวบ้านธรรมดาเดินเบียดเสียดเข้าออกประตูเมืองอย่างคึกคัก
หลินเทียนจัดแจงชุดหนังสัตว์ของเขาให้ดูเรียบร้อยขึ้นเล็กน้อยเขาใช้ปราณปกปิดระดับพลังยุทธ์ที่แท้จริงเอาไว้ให้ดูเหมือนเป็เพียงนายพรานป่าที่โชคดีรอดชีวิตมาจากแนวป่าลึกเขาเดินผ่านประตูเมืองมาได้อย่างง่ายดายหลังจากจ่ายสินบนเป็เศษเงินเล็กน้อยที่เขาค้นพบจากศพของศิษย์พรรคอีกาโลหิต
ภายในเมืองชิงเฟิงช่างแตกต่างจากป่าลึกและหมู่บ้านที่เขารู้จักเสียงะโขายของของพ่อค้า กลิ่นหอมของอาหารรสเลิศที่โชยมาจากโรงเตี๊ยมและการตกแต่งร้านรวงด้วยโคมไฟสีสันสวยงามทำให้หลินเทียนรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะแต่ความมึนงงนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวเมื่อเขาสังเกตเห็นชายชุดดำเดินปะปนอยู่ท่ามกลางฝูงชนเป็ระยะๆพวกมันคือศิษย์พรรคอีกาโลหิตที่แฝงตัวมาจริงๆ
เป้าหมายแรกของเขาคือ"โรงเตี๊ยมเมฆาขจี"สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็แหล่งชุมนุมข่าวสารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลินเทียนเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมที่กว้างขวาง บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยจอมยุทธ์ที่แบกอาวุธนานาชนิดบ้างก็นั่งดื่มสุราพูดคุยกันอย่างเสียงดัง บ้างก็นั่งเงียบๆราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
หลินเทียนเลือกโต๊ะที่มุมมืดและเงียบสงบที่สุดเขาสั่งสุราง่ายๆ และอาหารเพียงเล็กน้อย ทันทีที่เขานั่งลงประสาทััของเขาก็ขยายออกไปครอบคลุมคนทั้งโรงเตี๊ยมเสียงกระซิบกระซาบจากโต๊ะข้างๆ ลอยเข้าหูของเขาอย่างชัดเจน
"เ้าได้ยินข่าวเื่งานประมูลที่โรงประมูลฟ้าขจีหรือยัง? ข้าได้ข่าวมาว่าแผนที่สุสานกระบี่ไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะถูกนำมาประมูลนะ"ชายร่างผอมคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อน
"ยังมีอะไรอีกรึ?" อีกคนถามอย่างสนใจ
"เศษเสี้ยวของ'กระบี่พลิกฟ้า'ยังไงล่ะ!ว่ากันว่ามันคือชิ้นส่วนที่แตกกระจายออกมาจากกระบี่เทพโบราณใครที่ได้มันจะสามารถััถึงเจตนารมณ์กระบี่ในตำนานได้"
หลินเทียนหูผึ่งทันทีกระบี่พลิกฟ้า? นั่นคือชื่อที่ผู้เฒ่ากู่เอ่ยถึงก่อนตายและมันอาจจะเกี่ยวข้องกับด้ามกระบี่หักในมือของเขา เขากำด้ามไม้หักใต้โต๊ะแน่นขึ้นความกระหายใคร่รู้และความตื่นเต้นเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
แต่ความสงบของเขาก็ถูกรบกวนเมื่อกลุ่มชายหนุ่มท่าทางยโสในชุดไหมหรูหราเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมนำโดยคุณชายหน้ามนที่ถือพัดจีบในมือพวกเขาเดินตรงมาที่โต๊ะของหลินเทียนอย่างไร้มรรยาท
"เฮ้!ไอ้คนป่า ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างเ้า ลุกออกไปซะ โต๊ะนี้ข้าจองไว้แล้ว"ชายหนุ่มที่เป็ลูกน้องตะคอกใส่หลินเทียน พร้อมกับเอื้อมมือจะมาปัดจอกสุราของเขา
หลินเทียนยังคงนิ่งเฉยเขาเพียงแค่จิบสุราเบาๆ ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง "โรงเตี๊ยมมีที่ตั้งมากมายหากเ้ามีตา ก็ควรไปหาที่อื่น"
"เ้ากล้าดียังไง!รู้ไหมว่านี่คือคุณชายหวัง บุตรชายของเ้าเมืองชิงเฟิง!"ชายหนุ่มคนเดิมโกรธจัดจนหน้าแดง เขาชักดาบสั้นที่เอวออกมาหวังจะข่มขู่
บรรยากาศในโรงเตี๊ยมพลันเงียบกริบสายตาทุกคู่จับจ้องมาที่จุดเดียว หลินเทียนวางจอกสุราลงช้าๆ เขาไม่ได้ใช้มือจับดาบแต่ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์เพียงเล็กน้อยก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างจอกสุราบนโต๊ะพลันแตกร้าวเป็ลายใยแมงมุมโดยไม่มีใครแตะต้อง
"ไสหัวไปก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ..." หลินเทียนกล่าวด้วยเสียงที่เย็นเยียบจนทำเอาอากาศรอบโต๊ะเย็นลงหลายองศา
คุณชายหวังที่ยืนดูอยู่เริ่มััได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็นเขารู้สึกเหมือนมีใบมีดคมกริบนับพันเล่มจ่ออยู่ที่ิัของเขาเหงื่อเย็นไหลย้อยลงตามไรผม เขารู้ทันทีว่าชายในชุดหนังสัตว์คนนี้ไม่ใช่คนป่าธรรมดาแต่เป็ยอดฝีมือที่ปกปิดพลังเอาไว้
"ชิ!ฝากไว้ก่อนเถอะ... พวกเราไป!"คุณชายหวังพยายามรักษาหน้าด้วยการสะบัดหน้าหนีและพาลูกน้องเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
หลินเทียนไม่ได้สนใจพวกสุนัขเฝ้าเมืองเ่าั้เขาหันกลับมาพิจารณาข้อมูลที่ได้รับ สุสานกระบี่ แผนที่ และงานประมูลทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกสามวันและเขารู้ดีว่าพรรคอีกาโลหิตจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมา
ขณะที่เขากำลังจะลุกออกจากโรงเตี๊ยมสายตาของเขาเหลือบไปเห็นชายชราคนหนึ่งในชุดมอซอนั่งอยู่ที่โต๊ะไกลออกไปชายชราผู้นั้นกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาที่ลึกล้ำและรอยยิ้มที่ชวนให้ขนลุกก่อนจะยกจอกสุราขึ้นเป็การคารวะให้เขาหลินเทียนรู้สึกประหลาดใจเพราะประสาทััของเขาตรวจจับความแข็งแกร่งของชายชราผู้นี้ไม่ได้เลยราวกับว่าเขาเป็เพียงอากาศธาตุ
"คนผู้นี้...ไม่ธรรมดา" หลินเทียนคิดในใจเขารีบเดินออกจากโรงเตี๊ยมและมุ่งหน้าไปยังที่พักราคาถูกเพื่อเตรียมตัวสำหรับภารกิจที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม
คืนนั้นท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังห้องพักแคบๆ หลินเทียนนั่งสมาธิและหยิบด้ามกระบี่หักออกมาวางตรงหน้าเขาพบว่าด้ามกระบี่สั่นไหวเบาๆ ราวกับมันััได้ถึง "พี่น้อง"ของมันที่อยู่ไม่ไกลในเมืองแห่งนี้ความกระหายในการชำระแค้นและการก้าวสู่จุดสูงสุดของวิถีกระบี่กำลังขับเคลื่อนให้เขาเดินหน้าเข้าสู่วังวนแห่งการนองเืที่รออยู่เบื้องหน้า
ปฐมบทของการชิงชัยในเมืองชิงเฟิงได้เริ่มต้นขึ้นแล้วและหลินเทียน... คือตัวแปรที่จะพลิกหมากกระดานนี้ให้พินาศสิ้น!