สวนสัตว์์ ตั้งอยู่บนเทือกเขาหยานหลี่
นกกระเรียน์กว่า 10 ตัว กำลังรวมตัวกันอยู่ที่นั่น
นกกระเรียน์ เป็สัตว์์ที่ถูกเทพสร้างขึ้น ดังนั้นมันจึงเป็สัตว์ิญญาชั้นสูงที่ค่อนข้างมีเกียรติมาก มันมีนิสัยจู้จี้เรียกได้ว่าค่อนข้างเื่มากทีเดียว อาหารชนิดไหนที่ไม่เลิศรส หรือ ถูกรสชาติของมัน จะไม่ยอมกินเด็ดขาด มันชอบกินพฤกษา์ และ สมบัติ์บางชนิดเป็พิเศษ ซึ่งโดยปกติแล้วพฤกษาเ่าั้ จะมีเฉพาะผู้บ่มเพาะพลังเท่านั้นที่จะกินมัน พวกมันเป็สัตว์์ประเภทสัตว์ิญญา ที่มีเืของสัตว์์ ไหลเวียนอยู่ในกายของมัน
ตามตำนานเล่าขานกันว่า สัตว์์นั้นมีความแข็งแกร่งมากกว่ามาร หรือ ปีศาจมาก มันสามารถบินผ่านเวหา บินลอดโพรงใต้พิภพ แล้วยังสามารถเคลื่อนย้ายมหาสมุทร และ แม่น้ำได้ด้วย เพราะความแข็งแรงอันน่าเหลือเชื่อของมัน! ั หงส์ และ กิเลน มันคือตัวอย่างของสัตว์์
“เสิ่น อู๋เต้า เ้าผู้นี้เป็ใคร?” หลังจากพวกเขาทั้งสองถูกสังเกตเห็น ทันใดนั้นก็มีบุรุษรูปร่างสูงใหญ่กำยำ เข้ามาล้อมตัวพวกเขาเอาไว้ทันที ท่าทางของคนพวกนี้แสดงออกถึงความมุ่งร้าย พวกเขาทั้งหมดอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ ความแข็งแกร่งล้วนมาจากการฝึกตนบ่มเพาะพลังมาเป็เวลานานหลายปี ดังนั้นร่างกายของพวกเขาจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และ แข็งแกร่งราวกับโคถึกก็ไม่ปาน
“หากคนพวกนี้อยู่ภายในอาณาจักรมนุษย์ พวกเขาจะต้องอยู่ในระดับแม่ทัพเป็แน่!” อู่ อวี้ ตกตะลึง! นี่ขนาดเป็เพียงแค่ผู้รับใช้ต่ำต้อยอยู่ภายในอาณาจักรเทพ์เท่านั้น หากคนเหล่านี้อยู่ในอาณาจักรของมนุษย์แล้วล่ะก็ อาจจะเป็หนึ่งในผู้ทรงพลังมากที่สุด!
“หลานชายผู้นี้มีนามว่า อู่ อวี้ เ้านิกายเป็ผู้พาตัวเขามา.” เสิ่น อู๋เต้า เป็ผู้รับใช้ที่เก่าแก่ที่สุดของที่นี่ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้รับความเคารพยำเกรงสักเท่าใดนัก
“เ้านิกาย งั้นเหรอ? ฮ่า ๆ ๆ ๆ! ตาแก่ อย่ามาล้อพวกข้าเล่น!” เหล่าผู้รับใช้หนุ่ม ต่างะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขัน ไม่นานนักชายคนหนึ่งก็ก้าวเท้าออกมา ดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะเป็ผู้นำของกลุ่ม “หากมันผู้นี้ถูกเ้านิกายพามาจริง เช่นนั้นแล้วมันก็ต้องเป็ผู้มีพร์ ในเหล่าของผู้มีพร์ ถ้าเช่นนั้นข้าจะทดสอบมันว่าเป็อย่างที่เ้าพูดจริง หรือ ไม่”
บุรุษผู้นี้มีนามว่าจ้าวชวน เป็หนึ่งในร้อยของผู้รับใช้ที่อยู่ภายในหุบเขาหยานหลี่ ในปีนี้เขามีอายุครบ 30 ปี พอดิบพอดี ทั้งยังมีข่าวลือหนาหูมาว่า พลังของเขาอยู่ในระดับชั้นฟ้าขั้น 4 “สละร่างมนุษย์” เป็ผู้เชี่ยวชาญยุทธในด้าน “การเสริมสร้างความแข็งแกร่งภายใน”
“ไม่ได้!” เสิ่น อู๋เต้า ย้ายร่างบอบบางของตัวเองก้าวมาข้างหน้า เพื่อปกป้อง อู่ อวี้ จากเหล่าอันธพาล “เขาถูกลอบวางยาพิษ ขณะอยู่ภายในอาณาจักรมนุษย์ เลยทำให้สูญเสียวรยุทธไปจนหมดสิ้น! ถือว่าข้าขอร้อง อย่าทำร้ายเขาเลย!”
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่า เสิ่น อู๋เต้า จะออกหน้าปกป้องเขาถึงเพียงนี้ ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกทำร้าย จากผู้รับใช้ร่างกายกำยำเหล่านี้ ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งในความเมตตาอย่างยิ่ง และ เขาจะต้องตอบแทนบุญคุณที่ได้รับ ให้มากกว่าเป็พันเท่า! ถ้าไม่ได้ท่านลุงเสิ่นออกหน้ารับแทน ผู้มาใหม่เช่นเขาคงไม่อาจหลีกเลี่ยงการปะทะไปได้ แม้ว่าจะพึ่งเคยพบหน้ากันเป็ครั้งแรกก็ตาม
“หึ พิการ! ข้าหาใส่ใจไม่ ต่อให้มันจะเป็คนพิกลพิการก็ตาม ถ้าข้าไม่เห็นผลงานของมัน แล้วมันทำงานได้แค่เพียงเล็กน้อย มันจะต้องเอาชีวิตของมันมาแลก เพราะข้า จ้าวชวน ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่จะเอาคนพิการเยี่ยงนี้ขึ้นมาเป็ผู้รับใช้ ท่านซู ซ่างเซียนไว้วางใจในตัวของข้า ท่านได้มอบหมายให้ข้าเป็ผู้ดูแลสวนสัตว์์แห่งนี้!” จ้าวชวนกล่าวอย่างวางท่า
“หัวหน้าจ้าวโปรดวางใจ เขาทำงานน้อยกว่ากำหนด 1 ชิ้น ข้าก็จะทำเพิ่ม เพื่อชดเชยให้อีก 1 ชิ้น!”
“เ้าแน่ใจเรอะว่าจะทำเช่นนั้นได้ ด้วยสภาพร่างกายที่แก่ชราเยี่ยงนี้?” จ้าวชวนยิ้มอย่างชั่วร้าย จากนั้นก็หันหลังกลับพร้อมกับร้องะโว่า “พี่น้องทั้งหลาย ในวันนี้ท่านซู ซ่างเซียน และ เหล่าสหายจะมาเยี่ยมชมสวนของพวกเรา ดังนั้นพวกเ้าอย่ามัวชักช้ารีบดูแลกระเรียน์ให้ดีที่สุด หากเกิดเื่ร้ายแรงขึ้น พวกเ้าต้องแลกด้วยชีวิตอันน่าสมเพชของพวกเ้า!”
“รับทราบ หัวหน้าจ้าว!”
อู่ อวี้ คิดว่า ในเมื่อจ้าวชวนมีหน้าที่สำคัญต้องรับผิดชอบ ดังนั้นเวลานี้เขาคงไม่ปล่อยให้ลูกน้องของตัวเอง มาสร้างปัญหายุ่งยากกับชายชรา และ คนพิการ
หลังจากจ้าวชวนกำลังพูดคุยกับพวกลูกน้อง ไม่นานนักเขาก็ได้ยินเสียงกระพือปีกมาจากฟากฟ้า พรึ่บ ๆ ๆ ๆ แคว๊กกก ๆ ๆ ทันใดนั้นกระเรียนั์ไม่กี่ตัว ก็บินร่อนลงมาสู่สวนสัตว์์ จากนั้นชายหนุ่ม และ หญิงสาวหลายคน ก็ะโลงมาจากหลังของพวกมัน
ชาว์แต่ละคนยังดูอ่อนเยาว์ พวกเขาต่างมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับ อู่ อวี้ สวมใส่อาภรณ์ และ เครื่องประดับดูหรูหราอลังการ เหล่าบุรุษทุกคนล้วนดูเจิดจ้ากล้าหาญ ร่างกายเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งจิติญญา ส่วนสตรีมีรูปลักษณ์สง่างาม ผิวพรรณผุดผ่องเรียบเนียน ขาวผุดผ่องราวกับหิมะ พวกเขาพูดคุยกันอย่างมีความสุขสนุกสนาน โดยไม่แยแสต่อสิ่งใดในโลก ทำให้ผู้ได้พบเห็นต่างริษยา กับชีวิตอันไร้ซึ่งความกังวลต่อสิ่งใดเช่นนี้
“หากข้าไม่สามารถใช้พลังจิติญญาได้ ข้าก็ไม่อาจเป็ดั่งเฉกเช่นพวกเขาได้”
อู่ อวี้ ทำตามคำสั่งของลุงเสิ่นอย่างเคร่งครัด เมื่อเขาพบเห็นชาว์ เขาจึงรีบก้มหน้าคำนับ และ ไม่มองพวกเขาแบบตรง ๆ หากเขาทำสิ่งใดบุ่มบ่ามออกไปเทพเซียนเหล่านี้ จะต้องลงโทษเขา!
“ศิษย์พี่ซู เรามาวันนี้ก็เพื่อเรียนรู้วิถีแห่งเต๋า และ การบ่มเพาะพลังเพิ่มเติม!”
รอยยิ้มฉาบบนใบหน้าของเหล่าเทพเซียน ขณะที่พวกเขาก้าวเข้าไปยังตำหนักหยานหลี่ โดยไม่แยแสผู้รับใช้ที่อยู่รอบตัว
หลังจากพวกเขาผละตัวออกไป จ้าวชวนก็ะโสั่งว่า “พวกเ้ารีบดูแลกระเรียนให้ดี, ดูแลกระเรียนให้ดี!”
แม้ เสิ่น อู๋เต้า ไม่ได้สั่งสอน อู่ อวี้ ดูแลกระเรียน์ด้วยวาจา แต่เขากลับสั่งสอน อู่ อวี้ ผ่านการปฏิบัติโดยตรง เสิ่น อู๋เต้า แสดงวิธีการเลี้ยงดูกระเรียน์อย่างถูกต้อง ค่อย ๆ ผ่านการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน เวลานี้ อู่ อวี้ เริ่มเรียนรู้ และ เข้าใจกฎระเบียบของที่นี่มากยิ่งขึ้น ดังนั้นเขาต้องหมั่นฝึกฝนให้หนักมากขึ้น ต้องทำงานให้รวดเร็ว และ ขยันขันแข็ง เพื่อที่จะได้ไม่สร้างปัญหาให้แก่ลุงเสิ่น
ผ่านไปชั่วกะพริบตาก็ถึงยามพลบค่ำ การให้ความรู้ในเื่วิถีแห่งเต๋าของ ซู หยานหลี่ ได้เสร็จสิ้นลงในที่สุด
อู่ อวี้ คาดการว่าเวลานี้เหล่าเทพเซียน คงกำลังทยอยออกจากหุบเขา เขากับลุงเสิ่นกำลังเอนกาย อยู่บนก้อนศิลาสีเขียวขนาดใหญ่ และ พูดคุยกันเกี่ยวกับอาณาจักรเทพ์ ราวกับพ่อลูกก็ไม่ปาน เวลานี้ อู่ อวี้ มีความรู้เข้าใจเกี่ยวกับอาณาจักรเทพ์ และ การบ่มเพาะพลังขึ้นมาก อีกทั้งทำให้เขาล่วงรู้ถึงอดีตภูมิหลังของลุงเสิ่นมากขึ้นอีกด้วย ทันใดนั้นเสียง ๆ หนึ่งก็ดังขึ้น แคว๊กกก ๆ ๆ ทั้งสองต่างประหลาดใจ แล้วรีบหันหัวมองตามที่มาของเสียงทันที แต่แล้วก็เกิดสิ่งไม่คาดคิดขึ้น แพร๊ดดดด แปร๊ดดดด!!! กระเรียนั์ปล่อยของเสียออกจากทวารหนักของมัน อุจจาระของมันกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่
“กระเรียน์ของแขก นายหญิง!”
ทุกอย่างเหมือนหยุดชะงักลงอย่างฉับพลัน ผู้รับใช้ทุกคนต่างประหลาดใจ สถานการณ์เริ่มตกสู่ความวุ่นวายโกลาหล และ ทำให้หัวใจของจ้าวชวนเริ่มสั่นสะท้าน ด้วยความหวาดกลัวจนลนลาน เป็เวลาเดียวกันที่หยานหลี่ลงมาจากตำหนัก ทันให้นางได้พบเห็นฉากอันน่าตื่นเต้นนี้
“เ้าตัวน้อยของข้า!”
บุรุษรูปงามก้าวลงมาจากกลุ่ม เขาแต่งกายด้วยชุดคลุมยาวสีขาวผ้าปักดอกสีดำ จี้หยกห้อยติดอยู่บนเอวของเขา เช่นเดียวกับอัญมณีที่ประดับประดาเรียงราย อยู่บนฝักกระบี่ด้านหลัง
“ผู้ใดดูแลกระเรียน์ของข้า!!!” ชายหนุ่มรูปงามะโออกมาด้วยความฉุนเฉียว เสียงของเขาดังกึกก้องจวนเกือบให้ เสิ่น อู๋เต้า ตกลงมาจากศิลาสีเขียวที่เขากำลังนอนเอนกายอยู่
อันที่จริงแล้วผู้รับใช้จะถูกสุ่มให้เลี้ยงนกกระเรียน เนื่องจากว่านกกระเรียนแต่ละตัวนั้นเหมือน ๆ กันหมด ไม่มีใครล่วงรู้ว่าตัวไหนมันกินอะไรเข้าไป? ดังนั้นเหตุการณ์ครั้งนี้ย่อมไม่ใช่ความผิดของผู้เลี้ยงดู แต่ต้องเป็อาหาร! บางทีอาหารอาจจะเก่า และ หมดอายุก็เป็ได้
“มันคือเ้า อู่ อวี้!” จ้าวชวนหน้าซีด ขณะร้องะโปัดไปให้ผู้อื่นทันที
“มันคือใครกัน อู่ อวี้?!” บุรุษรูปงามนาม ซือตู๋ จิน ถามขึ้นอย่างเ็า
คนรับใช้ทั้งหมดหันมองมาทาง อู่ อวี้ เป็ตาเดียว
อู่ อวี้ ยังใ เพราะไม่แน่ใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น หลังจากที่สายตาของทุกคนมองมาทางเขา นี่เป็ครั้งแรกของเขาสำหรับสถานที่แห่งนี้ เขาจึงไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็ปกติหรือไม่
“ไอ้สุนัขขี้เรื้อน! ตายยยซะ!”
ซือตู๋ จิน หยิบแส้ออกมาแล้วรีบวิ่งไปข้างหน้า เพื่อจะเฆี่ยน ตี อู่ อวี้ ให้ตายคามือ ระหว่างที่ซือตู๋ จิน เหวี่ยงแส้ขึ้นสูง พลังของมันทั้งรุนแรงและรวดเร็ว จนไม่มีผู้ใดทันได้อุดหูกำบังเสียงที่ดังกึกก้องของมัน อู่ อวี้ ไม่ทันได้รับรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เป็เพราะเหตุการณ์ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ทันใดนั้นผ้าตรงหน้าอกของเขาก็ะเิขึ้น ตู้มมมมม!!! เผยให้เห็นาแเหวอะหวะน่าสยดสยอง เืสีแดงสดพุ่งทะลักออกมาจากาแยาวตามรอยแส้ฟาดราวกับน้ำพุ พลังของมันรุนแรงมหาศาลผลักร่างของ อู่ อวี้ ลอยกระเด็นอัดกระแทกเข้ากับศิลาสีเขียวก้อนใหญ่ที่เขาเคยนอนเอนกายอย่างจัง ตู้มมมมม!!! พลังนั้นรุนแรงมากเสียจน ส่งผลให้เขาจวนเจียนใกล้ตาย
“ข้าเป็ผู้ดูแลนกกระเรียนตัวนั้นเอง!” เสิ่น อู๋เต้า รีบออกรับหน้าแทน เขายืนกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยร่างกายอันสั่นเทา
อู่ อวี้ ที่อยู่ใน่ความเป็ความตายจนสติแทบจะเลอะเลือนไปนั้น พอได้ยินลุงเสิ่นกล่าวเช่นนั้น ก็ทำให้ความเมตตาของท่านลุงเสิ่นครั้งนี้ มันได้ถูกจารึกลงในจิตใจของเขาทันที แต่เขาไม่้าให้ผู้อื่นมายุ่งเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากตัวเขา เวลานี้จ้าวชวน ที่เห็นเขาเป็แค่ขยะนั้นก็ได้โยนขี้ให้เขาออกมารับหน้าแทน ซือตู๋จินปาอาหารของกระเรียน์ใส่หน้าจ้าวชวน และ เสิ่น อู๋เต้า อย่าฉุนเฉียว
“เขาไม่มีส่วนในเื่นี้!”
ในตอนนี้อู่ อวี้ ก็ได้ลุกขึ้นยืน ไม่รู้ว่าเขาเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ในตอนนี้เขาก็ได้ผลักเสิ่น อู๋เต้า จนกระเด็นออกไป นี่คือสิ่งที่เขาพอจะทำได้ เขาจะไม่ยอมปล่อยให้ผู้อื่นต้องทนทุกข์ทรมานเพราะเขา
เวลานี้ อู่ อวี้ ไม่สนว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ หรือ ตาย แม้ว่าเขาจะสามารถเข้ามาอยู่ในอาณาจักรเทพ์ได้ แต่เขาก็หมดหวังที่จะได้เป็ชาว์ โชคชะตาฟ้าลิขิตบันดาลให้เขาเป็แค่สามัญชนธรรมดา ชีวิตที่เหลือของเขาจะเป็แค่เพียงคนต่ำศักดิ์ ใครจะหวังมีชีวิตเช่นนี้กัน
“มีความกล้าหาญไม่เลว! แต่ข้าเกลียดชัง คนโง่เง่าที่มีแค่ความกล้าหาญ แต่ไร้ซึ่งความสามารถที่สุด!” ซือตู๋จินได้แค่นเสียงออกมาอย่างเ็า ครานี้แส้ถูกยกขึ้นอีกครั้ง และ ถูกฟาดใส่ไปที่ร่างของ อู่ อวี้ อย่างจัง เพลี๊ยะ!!! แส้ถูกตวัดออกไปราวกับอสรพิษพุ่งฉกเหยื่อ ิัของเขาฉีกขาดทันที เผยให้เห็นเศษชิ้นเนื้อราวกับถูกสับละเอียดไหลปนเละมากับเื อั่ค ๆ พรวดดด!!!! อู่ อวี้ กระอักเืออกมา จากนั้นตัวของเขาก็ทรุดลงไปกับพื้นดิน ตรงหน้าอกของเขาเ็ปแสบร้อนดั่งถูกเพลิงแผดเผา อู่ อวี้ ต้อง ทนทุกข์ทรมานกับความเ็ป
“เฮ้อออ ... อู่ อวี้ ที่แต่แรกก็เป็แค่คนพิการอยู่แล้ว ต่อให้เขาต้องตายไปก็ไม่ได้มีผลกระทบมากมายนัก แต่พวกเราที่เหลือยังหนุ่มยังแน่นและยังไม่สามารถตายได้ เพราะพวกเรายังมีความสำคัญอย่างการคอยปรนนิบัติท่าน ชู ซ่างเซียน อยู่!” เหล่าผู้รับใช้ต่างผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“น่ากลัวยิ่งนัก! โชคดีที่มันไม่ใช่กระเรียนเหม่ยเอ๋อของข้า ไม่เช่นนั้นข้าคงต้องอกแตกตายอย่างแน่แท้! ก็ไม่แปลกที่ ซือตู๋จินจะฉุนเฉียวถึงเพียงนี้ สุนัขรับใช้เหล่านี้ไม่ต่างจากเศษขยะ ฆ่าพวกมันทิ้งเสียก็ดี ถือเป็การเชือดไก่ให้ลิงดู หากเราไม่ฆ่ามันผู้รับใช้คนอื่น ๆ จะหลาบจำได้เช่นไร?” ท่านเซียนหญิงกล่าวขึ้นมาอย่างแ่เบา
“ย่าาาา!!!”
หากซือตู๋้าที่จะฆ่าใครสักคน ก็ไม่มีผู้ใดสามารถห้ามเขาได้ จากนั้นเขาก็จะปิดฉากครั้งสุดท้าย ด้วยการฟาดแส้ใส่ไปยังกลางศีรษะของ อู่ อวี้ พลังของมันได้ผ่าลงศีรษะของเขาในทันที เพลี๊ยะ!!!!!
และนั่นมันทำให้สติของเขา มืดดับลงไปในทันที
..................................................................................................................................