“ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณคุณคริสโตเฟอร์มากที่เป็ธุระประสานงานกับทางตำรวจจนสามารถจับตัวคนร้ายได้”ภานุที่ตอนนี้อยู่ในชุดอยู่บ้านสบายๆ เอ่ยขึ้นมาเรียบๆด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความจริงใจกับชายหนุ่มลูกครึ่งซึ่งเป็ทั้งลูกน้องและเพื่อนสนิทของน้องชาย
“ครับ... ผมก็ได้นายวินนั่นแหละที่ช่วยแจ้งเบาะแสติดตามความคืบหน้าให้”คริสโตเฟอร์ยิ้มรับแล้วหันไปพยักหน้าให้กับนาวิน
“เอาเป็ว่าผมขอบคุณทุกๆ คนด้วยก็แล้วกัน”
คนเป็ประธานใหญ่มองสบตาทุกคนในห้องแล้วเอ่ยตัดบทอย่างเรียบๆแต่แฝงไปด้วยความจริงใจที่ทุกคนก็สามารถััได้
“แล้วเมื่อคืนน้องป่านเป็ยังไงบ้างคะคุณวิน” ยุพาเอ่ยถามด้วยนึกเป็ห่วงหญิงสาวที่ถูกปองร้ายเมื่อคืนนี้
“กลับมาถึงเธอก็เป็ไข้จนไม่ได้สติน่ะ...ตอนนี้คงดีขึ้นแล้วมั้งได้กำลังใจดีนิ” นาวินบอกพลางเหลือบตามองเพื่อนรักแวบเดียวก่อนจะหันไปจ้องเขม็งที่คนเป็พี่เมื่อนึกถึงเื่เมื่อเช้านี้
คำตอบที่ดูประชดประชันของนาวินทำให้ทุกคนหันมองหน้ากันไปมาอย่างงงๆยกเว้นแต่ภานุที่เขาก็จ้องตาอีกฝ่ายอย่างเอาเป็เอาตายเช่นกัน ‘ั้แ่เช้าที่เจอหน้ากันดูเหมือนนาวินจะจ้องหาเื่เขาตลอด… ไม่พอใจกันด้วยเื่อะไรก็ไม่รู้’ภานุคิดก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“เอ่อ... งั้นลุงว่าเรามาคุยเื่คดีความกันดีกว่านะ” ทนายสมภพรีบเอ่ยแทรกขึ้นมาเมื่อเห็นสองพี่น้องมีท่าทีแข็งข้อใส่กันอีกเหมือนเช่นทุกครั้ง
“ครับคุณลุง... ว่ามาได้เลย ผมเองก็มีเื่จะหารือด้วยเหมือนกัน” ภานุบอกพลางนึกถึงเื่ที่ตัวเองถูกวางยาเมื่อคืนนี้ที่เขาก็้ารู้เหมือนกันว่าคนร้ายจะใช่กลุ่มเดียวกับที่ถูกจับตัวได้หรือเปล่า
“เมื่อคืนเราจับคนร้ายได้ทั้งหมด 4 คน โดย 2 คนแรกเราจับได้ขณะที่พวกมันกำลังจะลักพาตัวหนูป่าน ส่วนอีก 2 คนเราจับได้ในบริเวณงานซึ่งพวกมันให้การรับสารภาพกับตำรวจว่ามาดักรอเพื่อจะลักพาตัวคุณภานุ”
“หือ ลักพาตัวผมเนี่ยนะครับคุณลุง” เ้าตัวทำหน้ามึนงงแล้วย้อนถามเพื่อความแน่ใจ
“ใช่ครับ”
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากผู้าุโซึ่งมีหน้าที่จัดการเื่คดีความแล้วทำให้ภานุถึงกับอึ้งไปชั่วครู่ด้วยความไม่คาดคิด...ใครกันกล้าทำกับเขาแบบนี้ ทั้งๆที่เขาก็ดำเนินธุรกิจด้วยความสุจริตซื่อตรงมาโดยตลอด
“ใครเป็คนสั่งพวกมันมา” เสียงเข้มที่แสดงถึงความโกรธจัดถามออกมาตรงๆอย่างไม่อ้อมค้อม และนั่นทำให้ทั้งทนายสมภพ คริสโตเฟอร์ และยุพาหันมองสบตากันด้วยความลังเล ก่อนจะเหลือบไปมองที่นาวินเป็คนสุดท้ายอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ใคร!?” ภานุมองการกระทำของทุกคนแล้วย้อนถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงขู่กระชากน้อยๆ
“ทั้งหมดให้การตรงกันว่าคุณนิลณีย์เป็ผู้ว่าจ้างครับ”
ผู้าุโตัดสินใจเพียงครู่ก่อนจะเอ่ยคำตอบออกไปพร้อมทั้งสบตานาวินเป็เชิงขอโทษเพราะรู้ดีว่าคนที่ถูกกล่าวหานั้นเป็หญิงสาวคู่ควงของเขา
“นีล่าน่ะเหรอ?” นาวินลุกขึ้นนั่งตัวตรงแล้วพูดขึ้นมาลอยๆเหมือนไม่ค่อยมั่นใจนัก
“ใช่ และตอนนี้เธอก็หายตัวไปแล้วด้วย ติดต่อไม่ได้ ที่หอพักก็ไม่มีที่คอนโดก็ไม่อยู่... หายสาบสูญอย่างรวดเร็ว” คริสโตเฟอร์เป็คนตอบคำถามนั้นของนาวินแล้วหันมองทุกคนไปด้วย
ภานุจ้องคนเป็น้องตาเขียวปัดอย่างนึกไม่พอใจที่คนสนิทของอีกฝ่ายมาสร้างความเดือดร้อนแบบนี้ก่อนจะหันไปถามผู้าุโถึงความคืบหน้าของคดีความ
“แล้วทางตำรวจว่ายังไงบ้างครับ”
“เอ่อ...”
อาการลังเลพร้อมทั้งเหลือบมองนาวินเป็ระยะๆทำให้เ้าตัวรู้ดีว่าอีกฝ่ายคงเกรงใจหากจะพูดถึงคนสนิทของเขาในทางที่ไม่ดี
“ว่าไปตามกฎหมายเถอะครับ ผมไม่มีปัญหาอะไรหรอก ผิดก็ว่ากันไปตามผิดเพราะเธอกับผมเราไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว” นาวินเอ่ยบอกเรียบๆเขาเองก็นึกโกรธเธอด้วยเหมือนกันที่คิดจะทำร้ายหญิงสาวในดวงใจของเขา
เมื่อได้ยินเ้านายน้อยออกตัวเปิดทางให้แบบนี้ทนายสมภพจึงตัดความลังเลแล้วบอกเล่าเื่คดีความในขั้นต่อไปตามตรง
“ภายใน 3 วันถ้าคุณนิลณีย์ไม่มามอบตัวก็จะออกหมายจับครับ ส่วนคนร้ายยังฝากขังเอาไว้ก่อนเพื่อรอมาปรึกษากับคุณภานุว่าจะเอายังไงดี”
“ถ้าสอบสวนแล้วเป็แค่ลูกจ้างหิวเงินก็ให้ประกันตัวไปเถอะผมไม่ติดใจอะไรหรอก แต่คนสั่งการผมจะเอาเื่ให้ถึงที่สุด” ภานุบอกการตัดสินใจของตัวเองอย่างเด็ดขาดก่อนจะหันไปจ้องนาวินด้วยประกายตาวาวโรจน์ในประโยคสุดท้าย
“เอ่อ คุณภานุครับ...ไม่ทราบว่าเมื่อคืนหลังออกไปจากโรงแรมแล้วคุณมีอาการผิดปกติอะไรหรือเปล่าครับ”คริสโตเฟอร์เอ่ยถามถึงสิ่งที่ค้างคาใจทันทีเมื่อได้ข้อตกลงเื่คดีความแล้ว
“ก็นี่แหละที่ผม้าจะหารือกับทุกคน... ผมถูกวางยา”
ภานุถอนหายใจแรงๆแล้วมองหน้าทุกคนอย่างขอความเห็น
“ยา! ยาอะไรคะ แล้วร้ายแรงหรือเปล่า คุณภานุได้รับอันตรายหรือเปล่าคะ”ยุพาโพล่งออกมาเสียงตื่นด้วยอาการใ พอๆกับทุกคนที่หันไปมองทางภานุเป็ตาเดียว
“ไม่ใช่ยาพิษอะไรหรอกคุณยุพา... ยาปลุกเซ็กส์น่ะ ผมหาทางออกได้” คนถูกวางยาตอบแบบปัดๆ อย่างไม่ใส่ใจแต่คนฟังถึงกับอุทานออกมาพร้อมกันด้วยนึกสงสัยกับทางออกของเขา
“หะ!!! หือ...?”
ภานุยกมือขึ้นเสยผมตัวเองลวกๆแก้อาการเขินเล็กๆ พร้อมทั้งเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาจับจ้องของทุกคน
“เอ่อ กะ ก็แค่หาผู้หญิงสักคนไปนอนโรงแรมมันไม่ใช่เื่ยากสำหรับผมหรอกน่า”
“อ่อ... ค่ะๆ เอ้อ! แล้วน้องแก้วตาล่ะคะคุณภานุ” ยุพายิ้มเจือนๆกับคำตอบของเ้านายหนุ่มก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเขาออกไปกับแก้วตาสาวน้อยนักศึกษาฝึกงานที่ขอติดตามไปด้วยเธอจึงนึกเป็ห่วงฝ่ายนั้นขึ้นมา
“ผมไปส่งเธอเรียบร้อยแล้วถึงเริ่มมีอาการน่ะ” ภานุตอบเรียบๆแต่ยังหลบสายตาของทุกคนอย่างมีพิรุธ ‘ให้ตายสิ… ั้แ่เกิดมาไม่เคยต้องมานั่งโกหกในเื่ที่ตัวเองต้องรับผิดชอบแบบนี้เลยแต่มันจำเป็จริงๆ’ ภานุนึกในใจอย่างคนรู้สึกผิด
“งั้นก็คงไม่ผิดตัวแล้วล่ะครับ... นีล่าเป็คนวางแผนและสั่งการเื่นี้ทั้งหมด”จู่ๆคริสโตเฟอร์ก็พูดขึ้นมาเหมือนรู้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทุกคนยังไม่รู้
“ช่วยขยายความทีคุณคริส” ภานุสงสัย
“ครับคุณภานุผมเห็นนีล่าเอายาอะไรบางอย่างใส่ลงไปในแก้วแชมเปญที่พนักงานเสิร์ฟถือขึ้นไปให้พวกคุณบนเวทีแต่ตอนนั้นผมห้ามไม่ทัน ก็เลยสั่งให้เพื่อนๆนักบินสามสี่คนช่วยกันตามประกบคอยดูแลคุณทุกฝีก้าว”
คริสโตเฟอร์เล่าเหตุการณ์ที่เขาเห็นให้ภานุและทุกคนฟังอย่างไม่ปิดบังแม้หญิงสาวตัวต้นเหตุจะเป็เพื่อนสนิทที่คบหากันมานานก็ตาม
“อ่อ มิน่าล่ะ ตอนที่ผมเข้าห้องน้ำถึงได้มีผู้ชายตัวใหญ่ๆสามสี่คนป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ห่าง แต่ก็คุ้นๆ ว่าเป็พนักงานของเรานี่แหละผมก็เลยไม่ได้เอะใจอะไรมาก... ยังไงผมต้องขอบคุณคุณคริสอีกครั้งนะครับ” ภานุกล่าวขอบคุณเพื่อนรักของน้องชายอีกครั้งด้วยความจริงใจ
“ครับ ไม่เป็ไร... ผมยินดีอยู่แล้ว ว่าแต่ คุณเคยมีปัญหาอะไรกับนีล่าหรือเปล่าครับเธอถึงได้คิดจะทำร้ายคุณและก็ เอ่อ คู่หมั้น” คริสโตเฟอร์เอ่ยถามผู้บริหารหนุ่มด้วยความสงสัยส่วนคำพูดในประโยคท้ายนั้นเขาเหลือบตาไปมองนาวินแวบหนึ่งเป็เชิงขอโทษที่พูดแทงใจดำอีกฝ่าย
“ก็อย่างที่ผมเคยเตือนนายวินนั่นแหละ... ผู้หญิงคนนี้พิษสงร้ายกาจทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูง หวังรวยทางลัดอย่างไม่ลืมหูลืมตา”
ภานุใช้น้ำเสียงกระแทกกระทั้นต่อว่าหญิงสาวตัวต้นเหตุพร้อมทั้งมองหน้าคนเป็น้องด้วยแววจริงจังสั่งสอน
“พี่จะสื่ออะไรกันแน่ พูดออกมาตรงๆ เลยดีกว่า”
นาวินฮึดฮัดอย่างนึกฉุนที่คนเป็พี่พูดจาเหมือนจะเหน็บแนมประชดประชันเขา
อาการปั้นปึงของน้องชายทำให้ภานุถอนหายใจออกมาหนักๆด้วยนึกระอาที่คนเป็น้องไม่เคยเข้าใจในความหวังดีของเขาเลยสักครั้งจากนั้นก็หันมาเล่าเหตุการณ์คืนนั้นให้ทุกคนได้ฟัง...เขาได้พบกับนิลณีย์ในผับแห่งหนึ่งโดยบังเอิญและเธอก็พยายามยั่วยวนใช้มารยาหลอกล่อเขาต่างๆ นาๆ โดยไม่คิดถึงศีลธรรมจรรยาและด้วยความโกรธที่เธอคิดจะจับเขาและน้องชายเขาจึงแกล้งยอมตามน้ำพาเธอเข้าโรงแรมก่อนจะสลัดเธอทิ้งให้อารมณ์ค้างกลางคันอย่างไม่ไยดีและนั่นคงทำให้เธอทั้งโกรธและอับอายมาก ถึงได้คิดแผนชั่วร้ายมาแก้แค้นเอาคืนเขาแบบนี้
สิ้นคำบอกเล่าของภานุทุกคนต่างหันมองหน้ากันไปมาอย่างอึ้งๆในความร้ายกาจของแอร์โฮสเตสสาวที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนว่าเธอจะกล้าทำอะไรเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้
“แล้วเอ่อ... คุณวินพอจะทราบไหมครับว่าคุณนิลณีย์จะไปที่ไหนได้อีกบ้าง”
ทนายสมภพเอ่ยถามกับชายหนุ่มที่น่าจะรู้ความเป็ไปและประวัติของหญิงสาวคนร้ายได้ดีกว่าใคร...แต่ก็เปล่าเลย นอกจากนาวินจะไม่รู้เื่อะไรเกี่ยวกับนิลณีย์แล้วเขายังมีท่าทีไม่สนใจกับสิ่งที่เธอต้องเผชิญหลังจากนี้อีกด้วย
“ผมทราบแต่ว่าแม่ของเธอเป็คนไทย แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็คนที่ไหนครับ”
“งั้นคงต้องปล่อยให้เป็หน้าที่ของตำรวจไปก็แล้วกัน”
ภานุตัดบทออกมาอย่าง้าจะยุติข้อหารือในเื่ของนางมารร้ายคนนี้ก่อนจะหันไปถามถึงข่าวสารของสื่อมวลชนแทน
“มีนักข่าวรู้เื่นี้บ้างหรือเปล่า”
“มีได้ยินบ้างระแคะระคายแต่คงไม่ชัดเจนนักที่สำคัญเราก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะสืบหาขุดคุ้ยกันต่อหรือเปล่าลุงว่าทางที่ดี่นี้คุณภานุอย่าเผชิญหน้ากับนักข่าวจะดีกว่า” ทนายสมภพเอ่ยเตือนด้วยความเป็ห่วงในชื่อเสียงของเ้านายหนุ่ม
“แล้วผมไม่ต้องออกไปทำงานทำการกันหรือไง” ภานุเปรยออกมาอย่างนึกฉุนกับเื่วุ่นวายที่จะตามมา
“กลางเดือนหน้ามีประชุมที่สาขาเชียงใหม่ลุงว่าคุณภานุเดินทางไปเร็วหน่อยก็ดีนะครับและถือโอกาสตรวจดูงานที่นั่นไปด้วยเลยอย่างน้อยสักสองสามสัปดาห์ ให้เื่ทางนี้เงียบก่อนแล้วค่อยกลับมาจะดีกว่า”
ทนายาุโผู้ทรงคุณวุฒิออกความเห็นแนะนำหาทางออกให้ผู้บริหารหนุ่มด้วยความจงรักและหวังดี
ภานุนิ่งไปนานกับคำแนะนำของทนายาุโที่เขารักและเคารพไม่ต่างจากบิดาซึ่งเขามั่นใจว่าคำชี้แนะของอีกฝ่ายล้วนเป็สิ่งที่ถูกต้องและควรรับฟังไว้เสมอเมื่อคิดว่าต้องจากหญิงสาวผู้เป็ภรรยาไปหัวใจดวงแกร่งก็รู้สึกวูบโหวงขึ้นมาทันที...เขาไม่มีวันปล่อยเธอไว้ตามลำพังที่นี่แน่ แก้วตา
“ครับ งั้นตกลงผมจะไปเชียงใหม่ั้แ่เย็นนี้เลยคุณยุพาจองตั๋วเครื่องบินให้ผมสองที่” ภานุบอกการตัดสินใจของตัวเองแล้วหันไปออกคำสั่งกับเลขาสาวที่นั่งอ้าปากค้างด้วยความใกับความรวดเร็วของผู้เป็เ้านาย
“เอ่อ มันไม่เร็วไปหน่อยหรือครับคุณภานุ ลุงว่ารอพรุ่งนี้...” ทนายสมภพเอ่ยยังไม่ทันจบประโยคคนมีอำนาจสั่งการก็พูดย้ำขึ้นมาอีก
“วันนี้แหละครับ ผมตัดสินใจแล้ว”
“แล้วคุณภานุจะไปกับใครคะ เอ่อ... ยุพาจะได้จองที่นั่งให้ถูกน่ะค่ะ”ยุพาถามด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นอย่างนึกหวั่นเพราะกลัวว่าจะเป็ตัวเองที่ต้องเดินทางไปกับเ้านายหนุ่มในภาวะเร่งด่วนแบบนี้ซึ่งเธอก็หวังว่าอย่าให้เป็เช่นนั้นเลย
“แก้วตา...” ภานุบอกเสียงชัดเจนแต่เจือไปด้วยความขัดเขินเล็กๆในแววตาที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น
“ห๊า!!!”
อีกครั้งที่ทุกคนอุทานออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยไม่คาดคิดว่าคนที่ผู้บริหารหนุ่มจะพาไปด้วยนั้นจะเป็หญิงสาวที่เขาคอยแต่จะหาเื่หยิกกัดกันมาตลอด
“ทำไม... ก็เธอเป็เด็กฝึกงาน ผมจะเอาไปใช้งานไม่ได้เหรอน้องป่านก็กำลังไม่สบาย หรือคุณจะไปเองล่ะคุณยุพา”
“อะ เอ่อ มะ ไม่ไปค่ะ ไม่ไป ให้น้องแก้วไปดีกว่าค่ะ” ยุพาละล่ำละลักรีบออกปากปฏิเสธทันควัน
ภานุส่ายหน้าน้อยๆให้กับอาการร้อนรนของเลขาสาวซึ่งเขารู้ดีว่าเธอไม่ชอบไปต่างจังหวัดหรือออกไปปฏิบัติงานข้างนอกเท่าไรนักจากนั้นก็หันไปฝากงานกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง
“ผมฝากเื่คดีความด้วยนะครับคุณลุง ส่วนนายวินฉันฝากดูแลงานแทนฉันด้วยอะไรที่ตัดสินใจได้ก็ทำไปเลย อะไรที่ไม่แน่ใจก็ถามคุณลุงหรือถ้ารอได้ก็รอให้ฉันกลับมาก่อน”
เมื่อเห็นว่าผู้าุโตอบรับคำสั่งของเขาแล้วเหลือแต่นาวินเท่านั้นที่เอาแต่นั่งเฉยทำเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่สั่งเขาจึงเอ่ยย้ำออกไปลอยๆ
“ใครมีปัญหาอะไรอีกไหม”
ได้ผล...เพราะคราวนี้นาวินพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ แล้วเหน็บแนมคนเป็พี่อย่างยียวน
“ฮึ ใครจะกล้า ก็ใหญ่คับฟ้าซะขนาดนั้น”
“นายวิน!”
ยังไม่ทันที่ภานุจะพูดอะไรต่อนาวินก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วยกมือไหว้กล่าวลาบุคคลในห้องพร้อมทั้งเอ่ยไล่เพื่อนรักให้ออกไปด้วยกัน
“ผมลานะครับคุณลุง คุณยุพา... ไปสิคริส จะนั่งอยู่ทำไม”
“อ้าว เห้ย เดี๋ยวเส้ จะไปกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ”
คริสโตเฟอร์ออกอาการมึนงงและทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะก่อนจะรีบหันไปกล่าวลาทุกคนในห้องเมื่อเหลือบไปเห็นตาดุๆ ของนาวิน
“งั้นผมขอลานะครับทุกคน”
กล่าวจบร่างสูงของนักบินหนุ่มลูกครึ่งก็ตรงดิ่งตามเพื่อนรักออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
นาวินเดินนำคริสโตเฟอร์ขึ้นมาที่ห้องนอนของตัวเองก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตัวยาวในมุมพักผ่อนแล้วหันไปหยิบรีโมททีวีขึ้นมากดเปิดเลื่อนช่องเปลี่ยนไปมาด้วยอาการเซ็งๆ
“แกเป็อะไรวะไอ้วิน ฉันเห็นจ้องจะกัดคุณภานุอยู่ตลอดเวลาน่ะ” คนเป็แขกเอ่ยถามขณะเดินตามเ้าของห้องเข้าไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้าม
“ไม่รู้... ฉันก็เป็ของฉันแบบนี้แหละ” นาวินตอบปัดๆโดยไม่ได้หันไปมองคนถาม
คริสโตเฟอร์ส่ายหน้าอย่างนึกเบื่อหน่ายกับอาการปั้นปึงไม่ลงรอยกันของสองพี่น้องที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีก็สรรหาแต่เื่มาทะเลาะกันได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ
“เออ แล้วเื่น้องป่านล่ะ เมื่อคืนแกจัดการยังไงกับเธอ” จู่ๆ คนอยากรู้ก็โพล่งคำถามออกไปตรงๆอย่างไม่อ้อมค้อมจนคนฟังถึงกับสะดุ้งตั้งตัวแทบไม่ทัน
“กะ ก็แบบนั้นแหละ” นาวินตอบตะกุกตะกักขยับตัวเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
“งั้นก็แสดงว่าแกกับน้องป่าน...” คริสโตเฟอร์ทิ้งคำพูดเอาไว้ในเชิงที่เข้าใจตรงกันพร้อมทั้งชี้มือหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างล้อเลียนก่อนจะเปลี่ยนเป็นิ่งงันเมื่อเจอประโยคต่อไปของเพื่อนรัก
“ได้แค่ตัวแต่ไม่ได้หัวใจมันจะไปมีประโยชน์อะไรวะ”
“เฮ้อ... วิน แกเชื่อฉันสิว่าน้องป่านก็มีใจรักชอบในตัวแก เผลอๆจะรักมากเสียด้วยซ้ำ ฉันมองผู้หญิงมาเยอะไม่พลาดหรอก”
ผู้เชี่ยวชาญในเชิงรักเอ่ยบอกอย่างมั่นใจ...หลายครั้งที่เขาแอบเห็นสายป่านส่งสายตาหวานซึ้งมองนาวินโดยไม่รู้ตัวและเขาก็เชื่อว่าสองคนนี้ต้องมีใจตรงกันเพียงแต่ยังไม่ได้เปิดอกพูดกันตรงๆเท่านั้นเอง
“แกรู้ได้ยังไง” นาวินเหลือบตามองอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยเชื่อใจนัก
“เออน่า... ซิกซ์เซ้นส์น่ะ แกเข้าใจป่ะ เซ้นส์ของฉันมันบอกแบบนั้น”
“แล้วไอ้ซิกซ์เซ้นส์อะไรของแกน่ะ มันบอกไหมว่าทำไมเธอถึงยังคิดจะแต่งงานกับพี่นุทั้งๆ ที่ฉันเป็ผู้ชายคนแรกของเธอ” นาวินสวนกลับอย่างนึกฉุนเมื่อนึกถึงเื่ราวที่เขาพบเจอมาเมื่อเช้านี้มันเริ่มสร้างความหงุดหงิดให้เขาอีกครั้ง
“แกถามเธอแล้วเหรอ” คนฟังขมวดคิ้วแล้วย้อนถามออกไปเหมือนจะเตือนสติอีกฝ่ายมากกว่า
“ก็ไม่เชิงน่ะ” คนขี้โมโหตอบเสียงอ่อนลงเล็กน้อย...จะว่าไปเขาก็ไม่ได้ฟังคำพูดของเธอเลยด้วยซ้ำ
“เห็นไหม... ฉันว่าแล้ว แกน่ะหุนหันใจร้อนคิดไปเองมากกว่า”
“แต่...”
น้ำเสียงของนาวินที่เตรียมจะเอ่ยคัดค้านนั้นถูกกลืนหายไปทันทีเมื่อเจอประโยคต่อไปของคนตรงหน้า
“เฮ้อ... สองพี่น้องผู้บริหารใหญ่แห่งสายการบินระดับเอเชียเก่งแต่เื่ธุรกิจ ส่วนเื่รักนี่สอบตกกันทั้งคู่” คนมีเซ้นส์และเชี่ยวชาญในด้านความรักเอ่ยออกมาเรียบๆแต่แฝงไปด้วยอาการประชดประชันเล็กน้อย
“หือ... แล้วทำไมต้องสองพี่น้องด้วยวะ” นาวินขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
“ฉันว่าคุณภานุกับแก้วตาต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นแน่ๆบางทีสองคนนี้อาจจะลงเอ่ยกันแล้วก็ได้”
คริสโตเฟอร์พูดพร้อมทั้งยกมือขึ้นลูบคางตัวเองเหมือนกำลังใช้ความคิดเขาสังเกตเห็นแววตาอ่อนโยนระคนเขินอายน้อยๆ ของภานุเวลาที่เอ่ยถึงแก้วตาซึ่งมันแตกต่างไปจากทุกครั้งที่ผ่านมา... บางทีเมื่อคืนนี้มันอาจจะเกิดเหตุการณ์พลิกล็อกขึ้นก็เป็ได้
“ไม่มีทางน่ะ สองคนนี้เจอหน้ากันได้ที่ไหนแค่ได้ยินเสียงยังแทบจะกระโจนกัดกันอยู่แล้ว”
นาวินคัดค้านหัวชนฝากับความคิดของอีกฝ่ายที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางเป็ไปได้แน่ๆ
“แต่หลังจากนี้ ฉันว่าต้องเปลี่ยนเป็กระโจนกอดกันเสียมากกว่าละมั้ง ฮึฮึ”คนมีเซ้นส์พูดกลั้วหัวเราะในลำคอ
“ฮื้อ... แกนี่เพี้ยนไปใหญ่แล้ว”
เ้าของห้องเอ่ยต่อว่าคนเป็เพื่อนอย่างไม่จริงจังนักแล้วหันไปสนใจกับจอทีวีแทน
“อ้าว ไม่เชื่อแกก็รอดูสิ ไปเชียงใหม่คราวนี้กลับมาต้องมีอะไรดีๆ แน่”
“เออ พ่อคนเก่ง พ่อนักรักผู้เชี่ยวชาญซิกซ์เซ้นส์ และความรักของตัวเองล่ะไม่มีเซ้นส์กับเค้าบ้างหรือไง” นาวินนึกหมั่นไส้ในความมั่นอกมั่นใจของเพื่อนรักจนต้องเอ่ยเหน็บแนมกลับไป
“น่า... ฉันยังหวงแหนชีวิตโสดของฉันอยู่ แกไม่ต้องยุ่งหรอกน่ะเอาเวลา่ที่คุณภานุไม่อยู่ไปพูดคุยปรับความเข้าใจกับน้องป่านให้รู้เื่ซะจะได้ไม่ต้องมานั่งฮึดฮัดอารมณ์เสียอยู่แบบนี้” คริสโตเฟอร์บอกปัดในเื่ของตัวเองก่อนจะเอ่ยแนะนำอีกฝ่ายด้วยความจริงใจ
“รู้แล้วน่า... พูดมากจริง แกเป็เพื่อนหรือเป็พ่อฉันวะเนี่ย” นาวินทำเสียงเอือมระอาประชดประชันคนตรงหน้าอย่างไม่จริงจังนักก่อนที่ทั้งสองจะหัวเราะออกมาพร้อมกันเหมือนคนที่รู้ใจกันมานาน
“จะว่าไปคุณภานุนี่ก็โหดถึงพริกถึงขิงจริงๆ นะกล้าจัดการยัยนีล่าจนเธอโกรธจัดขนาดนี้ได้”
จู่ๆคริสโตเฟอร์ก็ชวนเปลี่ยนเื่คุยเสียดื้อๆ ด้วยนึกเศร้าใจที่หญิงสาวเพื่อนสนิทคิดทำเื่เลวร้ายเช่นนี้
“ฉันว่านีล่าไม่หยุดเท่านี้หรอก หากตำรวจยังตามจับเธอไม่ได้เธอคงหาทางกลับมาเอาคืนพวกเราแน่” นาวินบอกออกมาด้วยสีหน้าที่เป็กังวลเล็กน้อย...เขาคบกับเธอมานานจนรู้ดีว่าหญิงสาวเป็คนเอาชนะและไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ
“เฮ้อ... หาเื่ใส่ตัวแท้ๆ ยัยนีล่า คราวนี้ได้ติดคุกหัวโตแน่เพื่อน”
คริสโตเฟอร์เปรยออกมาลอยๆอย่างคนปลงตก ก่อนที่ทั้งคู่จะถอนหายใจยาวออกมาพร้อมกัน...ในเมื่อเธอเลือกทางเดินแบบนี้ก็คงต้องปล่อยให้เป็ไปตามชะตากรรมของเธอ
บ้านไม้หลังเล็กในถิ่นทุรกันดารนอกเมืองกาญจนบุรีนางมารร้ายที่กำลังหลบหนีความผิดครั้งใหญ่ในชีวิตหอบเสื้อผ้าข้าวของที่จำเป็มาขออาศัยอยู่กับญาติทางฝั่งมารดาซึ่งเธอค้นเจอในกระเป๋าที่เคยจดเอาไว้นานแล้ว
หลังจากสูญเสียมารดาอันเป็ที่รักไปเมื่อสิบห้าปีก่อนบิดาของเธอซึ่งเป็ชาวเกาหลีก็มารับตัวเธอไปอยู่ด้วยและเธอก็ไม่ได้ติดต่อกับใครที่ไหนในเมืองไทยอีกเลยจนกระทั่งวันนี้
“นี่นังนิล แกจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนห๊ะแม่คุณตะวันขึ้นจนเลยกลางหัวไปแล้วเนี่ย”
สายหยุดหญิงหม้ายวัยห้าสิบร้องเรียกหลานสาวที่จากไปกว่าสิบปี จู่ๆก็โผล่มาขออาศัยอยู่ด้วยกลางดึกอย่างกะทันหัน
“โอ๊ย... อะไรนักหนาเนี่ยป้า ฉันเพิ่งมาถึงเมื่อตอนใกล้รุ่งนี่เองนะจะโวยวายทำไม น่ารำคาญจริง” นิลณีย์งัวเงียะโบอกผู้ที่มีศักดิ์เป็ป้าแท้ๆของเธอด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“เออ งั้นเอ็งก็หาข้าวกินเองก็แล้วกัน ข้าจะออกไปขายผักที่ตลาด”
คนเป็ป้าเดินมาหยุดที่หน้าประตูแล้วพูดบอกกับคนในห้องที่ยังนอนสะลึมสะลืออยู่บนเตียงไม้เก่าๆ
“เดี๋ยวสิป้า แล้วป้าทำอะไรไว้ให้ฉันกินบ้างล่ะ” คนนอนรีบลุกขึ้นมานั่งแล้วถามกลับไปเสียงอู้อี้ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกหิวแล้วเหมือนกัน
“มีข้าวในหม้อ แล้วก็ผักกับน้ำพริกปลาย่าง แค่นั้นแหละ”
สายหยุดยืนเท้าสะเอวกระแทกเสียงบอกหลานสาวอย่างไม่ค่อยพอใจนัก‘หายหัวไปเป็สิบๆ ปีไม่เคยเหลียวแลพอกลับมาจะเรียกร้องเอานั่นเอานี่อีกหรือไง’ คนเป็ป้านึกต่อว่าหลานสาวด้วยความโกรธเคืองอยู่ลึกๆ
“โอ๊ย... ของพวกนั้นฉันกินไม่ลงหรอก ขยะแขยง อะ...ป้าเอาเงินนี่ไปซื้อหมูซื้อไก่มาทำของดีๆ ให้ฉันกินหน่อย”
นิลณีย์ทำท่าสะอิดสะเอียนกับเมนูอาหารที่คนเป็ป้าบอกก่อนจะหันไปคว้ากระเป๋าแล้วหยิบเงินที่มีมูลค่ามากที่สุดส่งให้
สายหยุดเหลือบเห็นเงินในกระเป๋าของหลานสาวแล้วตาลุกวาวด้วยความโลภที่ไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิตก่อนจะรีบเดินไปคว้าหยิบเงินที่อีกฝ่ายส่งให้มาถือไว้
“ได้ๆ ได้สิ... เห้ย นี่เอ็งมีเงินใช้มากมายขนาดนี้เลยเหรอวะนังนิล”คนอยากได้เงินทำตาโตละล่ำละลักถามด้วยความดีใจ
“นีล่า... บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกนีล่า ไม่รู้จักจำ” นิลณีย์จิกตาทำเสียงฮึดฮัดใส่อย่างอารมณ์เสีย
“เออๆ ข้าขอโทษ ก็มันไม่ชินนี่หว่า... และเอ็งทำงานอะไรวะถึงได้มีเงินมากมายอย่างนี้น่ะ”
“ฉันเป็แอร์โฮสเตสน่ะ รู้จักไหมล่ะป้า ผู้หญิงที่แต่งตัวสวยๆเดินไปเดินมาบนเครื่องบินน่ะ” คนตอบหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างหยันๆ
“เออ ข้าก็เคยได้ยินในทีวีนั่นแหละวะ เพิ่งจะเห็นตัวเป็ๆ ก็วันนี้แหละและนี่เอ็งจะมาอยู่กี่วันล่ะ” เ้าของบ้านเอ่ยถามต่อเพื่อหวังเงินในกระเป๋าของหลานสาว
“ยังไม่รู้... ฉันทะเลาะกับผัวก็เลยหนีมาน่ะ” นิลณีย์สะบัดหน้าพรืดแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น
“อ้าว... แล้วผัวเอ็ง...” ยังไม่ทันที่เ้าของบ้านจะพูดจบเสียงผู้อาศัยก็แว๊ดขึ้นมาทันที
“โอ๊ย... อย่าถามมากได้ไหม ฉันหิวแล้ว รีบๆ ไปหาข้าวให้ฉันกินสิ”
“เออๆ ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ” สายหยุดรีบออกปากรับคำโดยไวแล้วตรงดิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ว่าหลานสาวเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้ว
พอลับร่างท้วมของหญิงวัยห้าสิบผู้มีศักดิ์เป็ป้านิลณีย์ก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปเดินมาสำรวจบริเวณบ้านไม้เก่าๆที่เธอพอจดจำได้บ้างแต่ก็เลือนรางเต็มที
“บ้านช่องก็ทรุดโทรมสกปรกจะพังแหล่ไม่พังแหล่ น้ำท่าฟืนไฟก็ไม่สะดวก ฮึย!...เป็เพราะพวกแกแท้ๆ เชียว ทำให้ฉันต้องมาตกระกำลำบากแบบนี้... คอยดูนะฉันจะหาทางแก้แค้นพวกแกให้ได้”
นิลณีย์ยืนเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันเอ่ยคาดโทษออกมาด้วยความโกรธแค้นชิงชังตอนนี้เธอต้องหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่สักพักก่อนแล้วค่อยคิดแผนการขึ้นมาใหม่เธอยังพอมีเงินเหลือติดตัวอยู่บ้างและมันก็คงมากพอที่จะใช้ว่าจ้างคนมาช่วยงานเธออีกครั้งคราวนี้ต้องหาพวกมืออาชีพหน่อยไม่ใช่พวกมือสมัครเล่นอย่างคราวที่แล้วที่พอเจอตำรวจก็วิ่งไปให้จับกันง่ายๆ แบบนั้น
...........................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
ขอบคุณค่ะ
^_^