มอบความตายให้หม่อมฉันเถิดพ่ะย่ะค่ะ
ทั้งสิ่งที่ชายหนุ่มพูดออกมาสร้างความตกตะลึงและใให้คนในห้องทรงอักษรอย่างมากร่างสูงใหญ่ของเขาหมอบลงกับพื้น ร้องขอความเห็นใจจากโอรส์ที่จ้องเข้าั์ตาเบิกโพลง ร่างกายซวนเซต้องให้กงกงช่วยพยุง
“ซานไท่เ้าพูดสิ่งใดออกมารู้ตัวหรือไม่”
“เสด็จพี่หึ ครั้งนี้น่าจะเป็ครั้งแรกที่กระหม่อมเรียกพระองค์เช่นนี้และอาจจะเป็ครั้งสุดท้ายเช่นกันที่ได้เรียกพระองค์ทุกอย่างที่พูดไปกระหม่อมรู้ตัวและคิดดีแล้วหากสักวันพระองค์รักใครอย่างสุดหัวใจพระองค์จะเข้าใจเอง”
“แต่…”
“เสด็จพี่ที่ผ่านมากระหม่อมไม่เคย่ชิงสิ่งใดของพระองค์ ไม่ว่าจะบัลลังก์ อำนาจหรือความชอบ ซึ่งเื่พวกนี้คิดว่าพระองค์รู้ดีฉะนั้นพระองค์อย่าเกลี้ยกล่อมหม่อมฉันอีกเลย ได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
ซานไท่ร้องของพี่ชายก่อนจะระบายยิ้มอ่อนออกมาเพื่อคนเป็พี่พยักหน้ารับปากใบหน้าคมครามหันไปทางพระบิดาที่เวลานี้นิ่งค้างไปราวคนไร้อารมณ์ก่อนเขาจะยันกายลุกขึ้น ยิ้มทั้งน้ำตาที่ไหลอาบลงมาเต็มของแก้ม
“จากนี้ลูกคงไม่ได้อยู่ด้วยงานข้างกายพระองค์อีกต่อไปแล้วโปรดดูแลพระวรกายด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ ซานไท่ทูลลา”
พระเ้าไท่จงเหลือบมองโอรสน้ำตาปริ่ม ก่อนจะรีบหันพระพักตร์ไปทางอื่นเมื่อร่างของเขาลุกขึ้นแล้วเดินออกไปก่อนจะหันมองแล้วถอนหายใจ พร้อมรับผ้าจากกงกงข้างกายมาซับหัวตา
เพียงคืนเดียวเขาเสียโอรสถึงสองคน์ช่างใจร้ายยิ่งนัก
“ฝ่าาขัดขวางหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ต้อง”
“แล้วสตรีนางนั้นล่ะพ่ะย่ะค่ะ”วังกงกงอดจะเอ่ยถามถึงนางโลมต้องโทษปะาไม่ได้สายตาห่วงใยมองโอรส์ที่เขาทำงานข้างกายมานานยี่สิบปีอย่างห่วงและไม่กล้าคาดเดา
“ปล่อยนางไป”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หนึ่งบุรุษหนึ่งอาชาควบออกจากประตูวังหลวง ฝ่าความมืดยามราตรีเพื่อมุ่งหน้ากลับเซียงตูหาคนรัก แม้อากาศยามค่ำคืนจะหนาวเหน็บ วังเวงแต่เขากลับอบอุ่นในหัวใจและโล่งอย่างไม่เคยเป็
ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มมองป้ายเมืองเซียงตูตาเป็ประกาย แม้จะเหนื่อยล้าเพราะอดนอนมาหลายวันแต่สิ่งที่แลกมานั้นนับว่าคุ้มค่ายิ่ง
รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าคมครามก่อนเขาจะกระตุกบังเหียนเร่งจังหวะควบม้าเข้าไปในเมือง ย๊า ย๊าอาชาพันธุ์ดีควบตรงไปยังหอหรงเซียนเพราะคิดว่าเวลานี้คนรักน่าจะช่วยมารดาฟื้นฟูที่แห่งนั้นอยู่เป็แน่และเป็ดั่งคาด เมื่อเขาเห็นร่างบอบบางในชุดสีสันสดใสกำลังยืนชี้นิ้วสั่งการอยู่ด้านหน้าอาคารไม่พลันรอยยิ้มเต็มไปด้วยความคิดถึงก็แย้มเต็มใบหน้าก่อนจะหันมองสถานที่เป็จุดเริ่มต้นของเขาแล้วนางตอนนี้อาคารบางส่วนได้รับการซ่อมแซมไปแล้ว ชั้นสามชั้นสี่ก็เริ่มมีการก่อสร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งครั้งนี้ดูจะยิ่งใหญ่กว่าเดิม
“ท่านอ๋อง”
เขาหันไปมองทางด้านหลังก่อนจะะโลงจากม้าแล้วยื่นเชือกให้องครักษ์ข้างกายที่อยู่กันมาแต่เยาว์เช่นเดียวกันกับสตรีร่างเล็กที่หันมองไปทางเสียงที่องครักษ์เซียวเรียกรอยยิ้มดีใจปรากฏขึ้นบนใบหน้านางก่อนร่างบอบบางจะทิ้งทุกอย่างวิ่งไปทางชายร่างสูงที่นางคิดถึง
“ท่านอ๋องงงง”
ซานไท่ยิ้มหัวกับท่าทางคล้ายเด็กของคนตัวเล็กที่อ้าแขนวิ่งอ้าแขนพุ่งมาทางเขา ก่อนจะอ้าแขนรับร่างเล็กที่กระโจนเข้ามา
“ท่านอ๋องพระองค์กลับมาแล้ว”
“ใช่ข้ากลับมาแล้วระหว่างที่ข้าไม่อยู่เ้าซุกซนหรือไม่”
“ซุกซนอะไรกันหม่อมฉันไม่เคยทำเื่เช่นนั้นอยู่แล้ว”
“ข้าจะลองเชื่อดูสักครั้งแล้วกัน”สายตาห่วงหา เอ็นดูมองใบหน้าออดอ้อนพลางลูบกลุ่มผมหนาของคนที่เอนตัวยิ้มน่ารักให้เขาก่อนจะผละออกพากันเดินไปทางหน้าหอหรงเซียนที่ตนนี้เต็มไปด้วยแรงงานที่มาซ่อมแซมหอให้กลับมาใช้งในได้อย่างเก่า
“แล้วนี่หอซ่อมแซมไปถึงไหนแล้ว”
“อืมน่าจะอีกสองเดินก็เปิดได้แล้วเพคะ”
“จากนี้เ้าไม่ต้องใช้าาศัพท์กับข้าแล้วนะข้าไม่ใช่อ๋องแล้ว”
อีหรานเงยมองคนสูงกว่าอย่างใแต่นางกลับได้รับรอยยิ้มขบขันและท่าทีไม่แยแสราวเื่ที่เอ่ยออกมานั้นไม่สลักสำคัญอะไร
“พระองค์หมายความว่าอย่างไรกัน”
“ก็ตามที่บอกข้าไม่ได้เป็อ๋องแล้ว ไม่มีอำนาจ แต่ก็ยังพอมีเงินอยู่บ้างแต่ก็อาจจะไม่สามารถให้เ้าได้มากอย่างก่อนใน่แรกเป็เช่นนี้แล้วเ้ายังจะยินดีอยู่กับข้าหรือไม่”ซานไท่มองสีหน้าตกตะลึงของคนตัวเล็กอย่างหวั่นใจไม่ได้เพราะจุดเริ่มต้นของนางและเขานั้นไม่ได้เหมือนเช่นบุรุษ สตรีคนอื่นจึงอดไม่ได้ที่จะหวั่นแม้เตรียมใจมาบ้างแล้วก็ตาม
“เช่นนั้นข้าให้เองเดือนละสองร้อยตำลึงข้าให้ได้ เห็นอย่างนี้ข้ารวยมากน้า”
ทว่าสิ่งที่หญิงสาวพูดออกมากลับผิดไปจากที่เขาคิดเพราะไม่เพียงนางจะไม่พูดถ้อยคำซึ้งกินใจแล้ว นางยังเชิดหน้า ยกอกตบบ่าเขาแล้วพูดออกมาด้วยท่าทางโอ้อวด ทั้งยังปรับตัวอย่างรวดเร็วพูดกับเขาเช่นคนธรรมได้อย่างลื่นไหล ไม่ติดขัดราวคุ้นชินอย่างดี
วะ วะฮ่าฮ่าชายหนุ่มอดจะหัวเราะลั่นออกมาไม่ได้ เขาลืมไปได้อย่างไรว่านางคือหลิวอี้หรานสตรีที่ั้แ่วันแรกจนตอนนี้ไม่เคยมีสิ่งใดเป็อย่างที่คาดเลยสักครั้ง
“ได้!ไหนๆ ข้าต้องลงทุนการค้าใหม่ อย่างไรก็ขอคุณหนูจูช่วยดูแลข้าด้วย”
“รับรองท่านจะไม่มีทางอดหากอยู่กับข้า” ซานไท่มองคนตัวเล็กที่ยิ้มร่าอ้าแขนกว้างรอเขาซบอกด้วยท่าทางทะเล้นแต่แทนที่เขาจะแสดงท่าทางบ่ายเบี่ยงไม่ยินยอมกลับยิ้มกว้างเล่นตามน้ำไปกับนางซบร่างเล็กอย่างไม่อิดออด กลายเป็ภาพที่คนทั่วไปเห็นคือ ท่านอ๋องย่อตัวให้คุณหนูหลิวโอบกอดท่ามกลางสายตาผู้คนอย่างไม่อาย
ก่อนที่ร่างใหญ่จะโอบเอวเล็กยืนตัวเต็มความสูงแล้วหมุนไปรอบๆพร้อมเสียงหัวเราะดังลั่นของทั้งสองจนผู้คนรอบข้างมองภาพนั่นแล้วยิ้มตามอย่างมีความสุข
หลังซานไท่กลับมาถึงเซียงตูได้เพียงหนึ่งวันเขาก็ได้ยินข่าวเื่องค์ชายสี่ คิดคตติดสินบน ลอบปลงพระชนม์โดนโทษเนรเทศไปแดนเหนือเป็ทาสในเหมือง ส่วนเสนาบดีไป๋ผู้สมคบคิดยั่วยุองค์ชายใช้อำนาจในทางมิชอบต้องโทษปะา บุรุษในสกุลโดนเนรเทศไปเป็ทาสในเหมือง ส่วนสตรีและเด็กให้กลับบ้านเกิดคนรุ่นหลังถัดไปสามชั่วอายุห้ามสอบขุนนางและรับราชการฮองเฮาสกุลไป๋ถูกปลดออกจากตำแหน่ง สำนึกตนในตำหนักเย็นไปชั่วชีวิต
ส่วนสนมเกาหลังได้รับรู้เื่โอรสมีปากเสียงกับฮ่องเต้ในห้องทรงอักษรขั้นขอให้ฝ่าาปลดออกจากสกุล ลดขั้นเป็สามัญชนก็เสียพระทัยและรู้สึกผิดอย่างหนักขังตัวเองอยู่ในตำหนักคัดพระคัมภีร์ไม่ต้อนรับแขก
รวมถึงจูฝูอันที่หลังได้ยินเื่ราวครั้งนั้นนางก็เริ่มถอยห่าง ใช้ชีวิตเช่นสตรีมีเงิน ไม่ง้อบุรุษเพียงไม่นานนางก็ได้แต่งงานกับบุตรชายคู่ค้าของตระกูล
แต่ทั้งหมดนี้กลับไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรุ่ยอ๋องสักนิดไม่ว่าจะเื่การปลดออกจากตำแหน่งขับออกจากการเป็เชื้อพระวงศ์หรือแม้แต่สั่งงดเว้นราชการก็ไม่ทุกอย่างเป็ปกติจนซานไท่แปลกใจราวกับว่าเื่ที่ฮ่องเต้ขุ่นเคืองคำพูดของเขาไม่เคยมีมาก่อน
แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่สนใจใช้ชีวิตเช่นคนใหม่ เช้าออกไปช่วยหลิวอีหรานดูแลควบคุมการซ่อมแซมหอหรงเซียนและเริ่มกิจการร้านค้าที่รวบรวมข้าวของจากต่างแดนส่วนกลางคืนก็ช่วยดูแลปรนนิบัตินางอย่างเช่นเวลานี้ที่เขากำลังบีบนวดร่างกายบอบบางอย่างเอาใจ
“ทางนั้นทางนั้นอร้า.. นั่นแหละ”
ซานไท่ยกยิ้มมุมปากส่ายหน้าจนปัญญากับคนมากเล่ห์พยายามหลอกล่อเขาให้บีบนวดร่างกายนางไม่หยุดโดยอ้างเื่จ่ายเงินเลี้ยงเขาทั้งที่จริง ๆ แล้วเขายังไม่ได้รับเงินจากนางเลยสักเหมาแต่ถึงจะรู้ว่าโดนนางหลอกเขาก็ไม่คิดจะขัด ปล่อยนางเล่นจนพอใจ ก่อนจะเรียกคืนทั้งหมดคราวเดียวตอนนางต้องครวญครางใต้ร่างเขา
“อื้อออร้า..อื้อออ ตรงนั้นมันอืม”
ซานไท่ชะเง้อมองใบหน้าเคลิบเคลิ้มพลางยกยิ้มพอใจมือสากใหญ่ร้อนระอุเพิ่มแรงกดพร้อมไล้ไปตามแนวสันกระดูกเรียงสวยจากที่ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้านิ่มก็แทรกเข้าไปด้านในััผิวเนื้อนุ่มมืออุ่นไม่ต่างฝ่ามือเขาที่ไล้ไปทั่วแผ่นหลังของนาง
“ท่านพี่อื้ออร้า”
“เ้าไม่เรียกข้าว่า..นายโลมแล้วหรือ”
“อร้าอื้อออ ไม่ ข้าไม่เรียกแล้ว ท่านพี่ อื้ออนายท่าน อื้อออ”กายเล็กบิดเร่าตามฝ่ามืออุ่นที่เลื่อนจากข้างหลังผ่านมาข้างหน้า
“ข้าเป็นายท่านแล้วเ้าเป็อะไรบอกข้ามาสิ”
“อร้า..นางโลมข้านางโลมของท่านอื้อ”
“ไม่เป็หงส์เหนือัภรรยาผู้กุมอำนาจแล้วหรือ”
“อื้ออเป็ ข้าเป็ทั้งภรรยาทั้งนายโลมของท่าน อร้า”
“ดี!
ภรรยานางโลมของข้า”
จบบริบูรณ์