"ผมว่าพอแค่นี้เถอะ"
เสียงทุ่มเบาๆดังขึ้นด้านหลังของนางเดาจากน้ำเสียงก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเป็ใคร
กันต์ถอดเสื้อของเขาคลุมลงบนหัวของผู้เป็พี่ไว้จนมิดชิด มองไม่เห็นอะไรเลย เขาไม่อยากให้เธอทนมองภาพของคนที่ทำเธอเสียใจอีกแล้ว
"ผมขอพาพี่ผมกลับนะครับ ดึกมากแล้ว"
กันต์เอ่ยทิ้งท้ายแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายของนางมาสะพายไว้ก่อนจะเดินโอบร่างบองของพี่สาวเดินออกไปจากร้าน
เมื่อเดินออกมาจากร้านแล้วกันต์ก็เริ่มรู้สึกว่าคนที่เขาโอบอยู่นั้นสั่นเทาไปทั้งตัว รับรู้ได้ทันทีว่าใบหน้าใต้เสื้อคลุมของเขานั่นคงเต็มไปด้วยน้ำตาหมดแล้ว มือหนายกเสื้อขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าหวานแดงก่ำเพราะร้องไห้อย่างหนัก กันต์ดึงพี่สาวของเขาเข้ามากอดไว้เต็มอก ลูบแผ่นหลังเล็กช้าๆบอกให้เธอรู้ว่ายังมีเขาอยู่
ญาติผู้พี่ของเขาคนนี้เกิดมาท่ามกลางความรักของทุกคนรอบข้าง แม่ของเขาก็รักเธอราวกับลูกสาวคนโต ถึงแม่ของพี่เขาจะแต่งงานใหม่ แต่ก็ยิ่งทำให้เธอได้รับความรักมากขึ้นกว่าเดิมเป็เท่าตัว เพราะอย่างนั้นเธอจึงตั้งใจมาเสมอว่าหากเธอมีคนที่เธออยากจะมอบความรักให้แล้วละก็ เธอจะทำให้เขาได้รับเหมือนที่เธอได้รับความรักมาตลอด เขาอดอิจฉาผู้ชายคนนั้นของเธอไม่ได้ แต่บังเอิญ!! คนนั้นดันโง่ไปหน่อย แค่ได้รับความรักจากพี่สาวเขาก็เหมือนได้โลกทั้งใบน่ะแหละ
คล้อยหลังกันต์พานางออกไป ร่างสูงของฟ้านั่งเหม่อมองแก้วน้ำเปล่าในมือนิ่ง เขาไม่เคยบอกเธอเลยว่าแพ้แอลกอฮอล์ ไม่เคยบอกว่าอะไรเธอเลย มีแต่เธอที่คอยสังเกตและตามถามจากเพื่อนสนิทของเขาไปทั่วว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร เธอไม่เคยทำให้เขารู้สึกเหงาเลยสักนิด หนึ่งปีมานี้ไม่ว่าจะเจอเื่อะไรเขาก็ผ่านมันมาได้ แค่มองไปหลังจากเขาก็เจอเธอได้เสมอ คนที่ยิ้มให้เขาตลอดเวลาที่เจอหน้ากัน บางครั้งเขาก็สงสัยทำไมเธอถึงชอบเขานะ แต่ก็ไม่เคยได้คำตอบเลยสักครั้ง
"ผมไปเข้าห้องน้ำนะ"
ปากบอกไปอย่างนั้นแต่ผมกลับมาเดินอยู่ทางออกด้านหลัง ยืนมองร่างบางที่คุ้นเคยยืนอยู่ในอ้อมกอดของคนอื่น ใจผมราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบจนเจ็บไปหมดผมตัดใจเดินกลับเข้าไปข้างใน
"เฮ้ย!เดินไม่มีตาหรือไงว่ะ ตีนกูก็ไม่มีตาเหมือนกันนะ"
"..."
"อ้าว! กูก็นึกว่าใครที่แท้ ก็ไอ้แมงดานี่เอง ไงว่ะโดนเขี่ยทิ้งหรือยังอ่ะ"
ร่างสูงของฟ้าชนเข้ากับร่างของนนท์ที่เดินมากับเพื่อนอีกสามคน รอยยิ้มร้ายกาจกับคำพูดเหยียดหยามถูกพ่นออกมาจากปากของนนท์
"เสือก"
"อ้าวมึงด่ากูเหรอ!" มือหนากระชากคอเสื้อของฟ้าอย่างแรง
"กูยืนอยู่หน้าใครละ กูด่าหมามั้ง" ฟ้ายิ้มมุมปากอย่างไม่เกรงกลัว
"ไอ้ยาจกเอ้ย!!"
มัดหนักของนนท์กระแทกเข้ามุมปากของฟ้าอย่างจัง ชายหนุ่มเซไปเล็กน้อยเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มกวนๆไปให้อีกฝ่าย นนท์ยิ่งเดือดดาลเข้าไปอีก ไอ้สวะนี่ยังมีหน้ายิ้มอีก
"มึงยังยิ้มได้อีกเหรอ หึ! ดูซิมึงจะยิ้มได้อีกนานแค่ไหน เฮ้ย!มึงเล่นมันหน่อยเว้ย"
นนท์เรียกเพื่อนเข้าตะลุมบอนกันยกใหญ่ ฟ้าไม่คิดที่จะตอบโต้เลยสักนิด เขาคิดแค่ว่า จะให้ความเ็ปทางกายลบล้างความเ็ปในใจสักเล็กน้อยก็ยังดี เพราะเขาเจ็บเหลือเกิน
"เฮ้ย! มึงทำไรน้องกู!!" รุ่นพี่ร่วมคณะของเขาวิ่งเข้ามาช่วยแล้วพยุงเขาขึ้นจากพื้นก่อนจะมีการพูดคุยกัน รุ่นพี่ของเขาเป็ผู้ใหญ่แล้วไม่คิดจะต่อยตีอีกแล้วจึงได้แต่ตักเตือนพวกของนนท์ไปว่าถ้ายังทำแบบนี้อีกพวกเขาไม่ยอมแน่
ฟ้าเดินเข้ามาในบ้านพักด้วยสภาพสะบักสะบอมใบหน้ามีรอยช้ำหลายจุด เขาเดินอย่างกับไร้เรี่ยวแรงทรุดตัวลงนั่งลงบนขั้นบัดไดทางขึ้นบ้าน ดวงตาคมเหม่อมองไร้ทิศทาง
เขาพอแล้ว ก็ไม่อยากได้ยินมันอีกแล้ว เขาเหนื่อยแล้วจริงๆ
หลังจากที่ผมตัดสินใจกับตัวเองได้แล้วก็เริ่มไปไหนมาไหนกับแป้งอย่างเปิดเผย คำพูดและสายตาดูถูกพวกนั่นเริ่มหายไป ผมคิดกับตัวเองว่าดีแล้ว แบบนี้ดีแล้ว
วันนี้เป็วันที่ผมมาเรียนเช้ากว่าทุกวันเพื่อนทั้งสามคนยังไม่มา ปกติผมจะเข้าไปปลุกพวกมันแล้วออกมาเรียนพร้อมกัน แต่เมื่อคืนพวกมันหนีไปนอนหอสาวกันหมด ผมเลยต้องมาคนเดียว
"พี่ฟ้า"
ผมหันไปตามเสียงเรียกก็เห็นถุงเดิมที่แสนคุ้นตาถูกยื่นมาตรงหน้า ใจผมกระตุกวูบ ผมยืนขึ้นมาเผชิญหน้ากับคนตัวเล็กกว่า ผมจดจ้องดวงหน้าหวานของคนตรงหน้าเอาไว้ราวกับจะให้มันฝังเข้าไปยังส่วนลึกที่สุดของความทรงจำผม รอยยิ้มหวานฝืดฝืนเต็มที มันไม่สดใสเหมือนวันแรกที่เธอส่งมาให้ผมอีกแล้ว มันเป็เพราะผมเองที่ทำให้มันหายไป
"..."
"..."
เราทั้งสองต่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ผมยื่นมือออกไปรับถุงจากมือเธอมาถือไว้ เมื่อผมรับไว้แล้วเธอก็ก้มหน้าเดินจากไปโดยไปพูดอะไรอีกเลย
ขาแกร่งที่เคยยืนอย่างมั่นคงก็ทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งอย่างหมดสิ้นแล้วทุกสิ่ง "พอใจมึงแล้วหรือยังฟ้า"
วันนี้มาถึงแล้วสินะ ั์ตาคู่นั้นที่จ้องมาที่ผม รอยยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตาของเธอ สรรพนามที่เปลี่ยนไป ทำให้ผมรู้แล้วว่า "เธอกำลังจะปล่อยมือจากผมแล้ว"
"มึงว่ามันจะไหวป่าวว่ะ" ดินแดนหันหน้าไปถามกล้าอย่างเคร่งเครียด
"ไม่ไหวแล้วไงว่ะ มันทำตัวเอง"
กล้าหันไปมองฟ้านั่งซึมเศร้าอยู่ในห้องไม่ยอมไปเรียนมาหลายวันแล้ว ดีที่่นี้มีกิจกรรมกีฬาพวกเขาเลยมีข้ออ้างกับอาจารย์ว่ามันมีซ้อม แต่หากมันยังหมดอาลัยตายอยากแบบนี้มีหวังแย่แน่ๆ
"แต่มันน่าสงสารนะเว้ย ถ้ามันเลือกเกิดได้มันคงไม่ต้องปล่อยมือจากสิ่งที่เป็หลักยึดเดียวของมันแบบนี้หรอก"
"โชคชะตามักเล่นตลกอย่างนี้แหละ"
กล้าส่ายหัวอย่างหมดหนทาง เขาก็เห็นใจมันเหมือนกันครอบครัวเขาเองถึงจะไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่ก็อยู่กันแบบอบอุ่นไม่เคยขาดอะไร แต่กับไอ้ฟ้าไม่ มันเกิดมาในครอบครัวที่เรียกได้ว่าไม่มีอะไรเลย พอแม่มันเสียพ่อมันก็ไม่เอาอะไรเลย กินเหล้าไม่สนใจแม้แต่คนเป็ลูก มันเป็คนได้ในทุกวันนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว หากเป็เขาไม่แน่ว่าอาจจะเสียคนไปกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ มันกลายเป็คนไม่มีความฝัน เป้าหมายจริงๆ ในชีวิตคืออะไรก็ไม่รู้ มันเพียงแค่ใช้ชีวิตไปวันๆ เท่านั้น จะมีก็แต่่ก่อนหน้านี้ที่มันดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบาง นั่นเป็่ที่มันบอกพวกเขาว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมาตามตื้อมันแรกๆ มันหนีแทบตายสุดท้ายก็ไปนั่งรอน้องเขาทุกวัน มันดูมีความสุขมากรอยยิ้มที่พวกผมไม่เคยเห็นมักจะยกยิ้มออกมาหลังจากที่น้องเดินจากไปแล้ว แต่แค่นั้นเพื่อนผมก็มีความสุขไปทั้งวันแล้ว
เห้ออ...พอมาตอนนี้เหมือนมันกลับไปแย่ยิ่งกว่าเดิมอีก มันนั่งนิ่งๆ ข้าวก็กินมั้งไปกินมั้ง หากวันไหนพวกผมไม่บังคับแม่งก็คงไม่กิน บางครั้งผมก็ไม่อยากเข้าใจมันเลยสักนิด แต่ก็นั่นแหละ ผมเข้าใจมันดี ผมแค่อยากให้มันเปลี่ยนความคิดสักหน่อย มันน่าจะดีขึ้นไม่น้อย
"กูมาแล้วๆ มันเป็ไงบ้างว่ะ"
ฝ้ายในชุดสูทอย่างเป็ทางการวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในบ้านอย่างไม่เกรงใจชุดมันเลยสักนิด
"เหมือนเดิม แต่ดูแย่ลงกว่าเมื่อวานวันนี้ลอยกว่าปกติเรียกตั้งนานกว่าจะหัน"
"เหรอว่ะ งั้นพวกมึงอยู่เป็เพื่อนมันไปนะอย่าปล่อยแม่งไว้คนเดียว เดี๋ยวกูไปงานแป๊ปเดียว เสร็จแล้วจะกลับมานอนเป็เพื่อน"
"เออๆ"
"เคๆ กูไปละ"
เขาทั้งสองมองฝ้ายวิ่งออกจากบ้านไปแล้วหันกลับมาดูซากอารยธรรมสิ่งมีชีวิตที่เป็คนแต่ไม่มีหัวใจของเพื่อนต่อไป
บ้านธนจิรกานต์สกุล
"แปลกๆ นะคะ"
ร่างอวบอ้วนของหญิงสาววัยทองประจำบ้านธนจิรกานต์สกุลเอ่ยพึมพัมออกมาเบา ระหว่างนำตัวแนบกับผนังห้องชะโงกหน้าไปมองร่างบางของคุณหนูของบ้านที่กำลังนั่งดูข่าวในทีวีตรงโซนห้องนั่งเล่น ใบหน้าหวานมองทีวีอย่างจดจ่อแต่กับนิ่งเกินไปราวกับว่าใจลอยหลุดไปตรงไหนแล้วก็ไม่ทราบได้
"ใช่ม่ะ คิดเหมือนกันใช่ไหม"
"ค่ะ แปลกจริงๆ แต่หมายถึงคุณท่านนะคะที่แปลก"
หญิงแม่บ้านหันไปว่าผู้เป็นายที่แอบชะโงกหน้าแอบดูคุณหนูเช่นเดียวกันกับเธอ
"เอ้า! ทำไมเป็ผมละป้า" คุณกานต์ทำหน้างอราวกับเด็กโดนขัดใจ
"ก็คุณท่านไม่เห็นหรือคะ ว่าคุณหนูดูแปลกมาสักพักแล้ว"
"เห็นซิครับ ก็นั่งใจลอยอยู่นั่นไง"
"เห้ออ เพียะ!! นี่แน่ะ"
"โอ้ยยย ป้าแววตีผมทำไมเนี่ย" ชายเ้าของบ้านร้องลั่นพร้อมกับลูบแขนตัวเองปรอยๆ ป้าแววถือว่าเป็หญิงอีกคนที่เขาเคารพนับถือเพราะป้าแววทำงานให้บ้านเขามาั้แ่รุ่นพ่อรุ่นแม่เขาแล้ว ลูกสาวเขาก็ได้ป้าแววนี่แหละที่คอยช่วยประคับประคองกันมาจนเติบโต
"ก็แทนที่จะไปถามคุณหนู ดันมาอยู่ตรงนี้ ไปค่ะไปดูคุณหนู" มือเหี่ยวดันหลังคุณพ่อชายของบ้านให้เข้าไปหาลูกสาว
"โอเคครับๆ"
ข่าวธุรกิจในทีวีถูกเปิดทิ้งไว้นานแล้ว แต่คนที่เปิดกลับนั่งให้ทีวีดูแทนเสียอย่างนั้น ร่างบางจ้องเหม่อมองไปด้านหน้าแต่กับไม่ได้ยินอะไรเลยสักนิด จิตใจล่องลอยไปหาคนที่เป็เ้าของหัวใจของเธอที่ตอนนี้จะเป็อย่างไรบ้างก็ไม่รู้ หลังจากวันนั้นที่เธอเอาของไปให้วันสุดท้าย เธอก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับฟ้าอีกเลย การปล่อยมือสำหรับเธอ คือการปล่อยจริงๆ ไม่ตามไปหา ไม่ส่อง และไม่ถามไถกับใครอีกแล้ว ไม่ใช่ว่าตัดใจได้แล้ว แต่เพราะเธอไม่ได้คิดจะตัดใจเลยต่างหากละ เธอยังจะรักเขาแบบนี้ต่อไป แต่แค่ไม่ไปวุ่นวายแล้ว ยอมรับแล้วว่ามันจบแล้ว รักเขาในมุมเงียบๆ ของเราก็พอ
"ไงจ้ะ คนสวยของพ่อ"
ร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อผู้เป็พ่อเดินมานั่งข้างเธอโดยไม่รู้ตัว เมื่อตั้งสติได้ก็หันไปส่งยิ้มให้ผู้เป็พ่อบางๆ
"อาการมันเป็ยังไงไหนบอกพ่อสิ"
คุณกานต์ลูบหัวเล็กของลูกสาวอย่างห่วงหวง เขาพอจะเดาได้ว่าเื่อะไร เอาตรงๆ ก็เขาสืบมาแล้วนั่นแหละ
"หนูเจ็บมากเลยค่ะ เจ็บที่ต้องปล่อย แต่ถ้าหนูยังวุ่นวายกับฟ้าเขาก็จะยิ่งเจ็บเหมือนกัน"
"คนเรานะลูก มีปมไม่เหมือนกัน ความคิดก็ต่างกัน ความยึดถือก็เลยไม่เท่ากัน เื่บางเื่สำหรับเราอาจจะมองว่าเป็เื่เล็ก แต่สำหรับเขามันคือเื่ยากที่สุดที่จะผ่านไปได้ ในเมื่อเรารู้แล้วว่าปมของเขาคืออะไร แล้วทำอะไรไม่ได้ก็ต้องปล่อย คนเดียวที่จะเปลี่ยนมันได้ก็คือเขาเอง"
"หนูรู้ค่ะพ่อ"
"สู้ๆ นะลูกเดี๋ยวมันจะดีขึ้น หรือให้พ่อหาคนใหม่ให้ดี"
"ไม่เอาหรอก พ่อหยุดคิดไปเลยนะคะ"
"ไม่ดีเหรอลูก เอาแบบที่สมัยนี้เขาชอบกันนะ แบบเกาหลีๆ ใช่ม่ะ"
"ไม่เอาค่ะพ่อ" นางหลุดขำออกมาในที่สุด
คนเป็พ่อเหมือนเห็นลูกสาวอารมณ์ดีขึ้นเขาก็วางใจไปเปราะหนึ่ง