นักเรียนภายในห้องเรียนของชั้นปี 3 C กำลังนั่งฟังอาจารย์กลอเรียพูดถึงวิชาที่ต้องเรียน รวมไปถึงการจัดตำแหน่งที่นั่งภายในห้องเรียนด้วยซึ่งอาจารย์กลอเรียได้แจ้งให้ทุกคนทราบว่า แผนผังที่นั่งภายในห้องนั้นอาจารย์ได้เป็คนจัดให้เรียบร้อยแล้วโดยได้นำแผนผังที่นั่งติดไว้ที่บอร์ดด้านข้างของกระดานดำด้านหน้าห้องและให้นักเรียนทุกคนใช้เวลาในชั่วโมงโฮมรูมนี้ทำการเปลี่ยนที่นั่งตามแผนผังให้เสร็จสิ้น เพื่อจะได้เรียนวิชาต่อไป
เมื่ออาจารย์ชี้แจงเสร็จนักเรียนทุกคนในห้องก็ลุกฮือเดินไปด้านหน้าห้องเพื่อดูแผนผังที่นั่งมีเพียงคิมหันต์ และนักเรียนอีกจำนวนหนึ่งเท่านั้น ที่ไม่ได้ลุกไปดูในทันทีแต่ยังคงนั่งอยู่ด้านหลังของห้องไม่ขยับเขยื้อนใดๆ
“เฮ้! คิม ไม่ไปดูที่นั่งใหม่เหรอวะ ?”
ไมค์หรือไมเคิลเพื่อนร่วมชมรมบาสเกตบอลเดียวกับคิมหันต์และเป็เพื่อนร่วมห้องในปีที่ 3 นี้ด้วย ลากเก้าอี้ของโต๊ะข้างๆ มานั่ง พร้อมกับถามเขา
“ไว้ก่อน ี้เีแทรกคนเข้าไปดู”
คิมหันต์เอามือท้าวคางและพยักพเยิดบอกเพื่อนของเขาไปทางด้านหน้าห้องสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาไม่ค่อยสบอารมณ์มากนักจากเื่ครู่
“กะละ ฉันเลยดูมาให้เรียบร้อยแล้ว”
ไมค์พอจะมองอารมณ์ของคิมหันต์ออก แม้เขามักจะแสดงสีหน้านิ่งเฉยแต่จากการที่เป็เพื่อนกันมา 2 ปี ทำให้เขาพอรู้ว่า เพื่อนกำลังอารมณ์เสียอยู่
คิมหันต์พยักหน้าให้เล็กน้อย ก่อนจะเอนตัวไปพิงพนักของเก้าอี้ด้านหลังเอามือกอดอกไว้ สายตามองไปยังนักเรียนหญิงจับกลุ่มกรี๊ดกร๊าดด้านหน้าห้อง
“ฉันนั่งตรงไหนวะ?”
คิมหันต์หันไปถามไมค์อย่างกะทันหันทำให้ไมค์ซึ่งกำลังจ้องมองที่หญิงสาวผมยาวคนหนึ่งที่ยืนโดดเด่นเป็สง่าด้านหน้าห้องถึงกับสะดุ้งสุดตัว
“เอ๊อะ...เอ๋อ....อ๋อ! เอ่อ..แกนั่งด้านหลังห้อง ติดริมหน้าต่างที่แกชอบน่ะ”
“ก็ดี อย่างน้อยก็มีเื่นี้ที่ถือเป็เื่ดีสำหรับฉันน่ะ”
การเปลี่ยนย้ายที่นั่งใช้เวลาไม่นานมากนักนักเรียนแต่ละคนต่างหยิบกระเป๋านักเรียนหรือเป้สะพายของตัวเองและเดินไปยังที่นั่งใหม่ตามแผนผังคิมหันต์นั้นเดินตรงไปยังที่นั่งด้านหลังของห้องซึ่งติดกับหน้าต่างด้านซ้ายและทำให้เขาสามารถมองออกไปเห็นรอบ บริเวณภายในโรงเรียนได้อย่างชัดเจนและสามารถมองเห็นลานด้านหน้าของทางเข้าโรงเรียนซึ่งมีรูปปั้นของ Saint Helena ตั้งเด่นเป็สง่าอยู่
เมื่อนักเรียนทุกคนต่างพากันแยกย้ายนั่งตามที่นั่งใหม่ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว อาจารย์ฟรองเซียร์ซึ่งเป็อาจารย์สอนวิชาภูมิศาสตร์ของประเทศฝรั่งเศสก็เดินเข้ามาภายในห้องเพื่อเริ่มการเรียนคาบแรกของปี 3 ในเทอมนี้คิมหันต์หยิบหนังสือขึ้นมาเพื่อเปิดอ่านตามที่อาจารย์สอน ก่อนจะเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่นั่งด้านข้างขวาของเขา ยังไม่มีใครมานั่ง
เอ…. เราจำได้ว่าตอนที่ดูจำนวนของนักเรียนเมื่อตอนประกาศแยกห้องเรียน ห้อง 3 C นี้จำนวนนักเรียนเท่ากับจำนวนโต๊ะในห้องนี่นา
หรือเราจะจำผิด ? ไม่น่าจะใช่แฮะ ถ้าอย่างนั้นนักเรียนในห้องนี้หายไปไหนหนึ่งคนกันหว่า ?
“เฮ้ย! กินไรดีวะ ?”
ไมค์เดินมาตบบ่าคิมหันต์ที่กำลังนั่งเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างในขณะที่เปลี่ยนคาบเรียน
“ไม่รู้เหมือนกันว่ะ”
“เออ..แกรู้เปล่า ว่าฉันนั่งข้างใคร
“ใครวะ?”
“ก็ลอร่าไง …ลอร่าน่ะ”
ไมค์บอกคิมหันต์อย่างตื่นเต้นที่ได้นั่งข้างสาวที่เขาแอบมองอยู่เมื่อตอนเช้าแต่ดูเหมือนคิมหันต์จะไม่รู้จัก “ลอร่า” ของไมค์เลยแม้แต่น้อย
“เฮ้อ… แกรู้จักผู้หญิงคนไหนในโรงเรียนนี้มั่งวะนอกจาก “ออยเฟ่ย์” น่ะ”
ไมค์ถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจเมื่อเห็นเพื่อนของเขาไม่รู้จักลอร่าหญิงสาวที่มีความสวยสูสีกับออยเฟ่ย์
หากแต่ออยเฟ่ย์นั้นนิสัยดี อุปนิสัยร่าเริงและเป็ที่รักของเพื่อนๆและอาจารย์ ตรงข้ามกับลอร่าที่มีนิสัยค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง หยิ่งและชอบดูถูกคนอื่น ทำให้ทุกคนเทคะแนนให้กับออยเฟ่ย์ในการประกวดดาวของโรงเรียนปีนี้
คิมหันต์มองหน้าไมค์ด้วยสายตาเ็าสีหน้าบ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์นัก
“เอ่อ..แล้วคนที่นั่งข้างแกเป็ไงมั่งวะ ? ”
ไมค์รีบเปลี่ยนเื่ทันที เมื่อเห็นสายตาพิฆาตของเพื่อน
“ไม่รู้”
“เฮ้ย! เป็ไปไม่ได้”
“แล้วแกเห็นแมวซักตัวนั่งข้างกูมั้ย?”
“ถ้าฉันจำไม่ผิด คนนั่งข้างแกชื่อ มิ..มิ…มิยาเกะ เซร่า!”
ไมค์นิ่งนึกชื่ออยู่นานก่อนจะเอากำปั้นด้านขวาทุบไปที่ฝ่ามือด้านซ้ายของเขาเองเมื่อนึกออก
“มิยาเกะ เซร่า ? ”
“ใช่ รู้สึกเป็ลูกท่านทูตญี่ปุ่น ลูกครึ่งญี่ปุ่น-อังกฤษน่ะ”
ไมค์อธิบายให้เพื่อนฟัง และเนื่องจากเขาเป็คนกว้างขวางจึงรู้จักคนมากมาย
“ลูกครึ่งญี่ปุ่น-อังกฤษ?”
“แกจะสงสัยอะไรว้า แกเองก็เป็ลูกครึ่งไทย-เบลเยี่ยม”
ไมค์พูดเหน็บแนม เนื่องจากเขาเป็คนอังกฤษ และมาเรียนต่อที่ฝรั่งเศส เพราะพ่อของเขาต้องมาทำงานกับบริษัทในประเทศฝรั่งเศส
ส่วนแม่ของไมค์แยกทางกับพ่อ ั้แ่เขาอายุ 15 ปี และไปแต่งงานกับคนอื่น ไมค์จึงอยู่กับพ่อของเขาเพียงสองคนเท่านั้น
คิมหันต์นั่งนิ่ง พยายามนึกถึงหน้าตาของนักเรียนที่ชื่อ “มิยาเกะ เซร่า” ให้ออก
แต่นึกเท่าไหร่ ก็ไม่รู้สึกคุ้นเคยสักนิดและที่เขาอยากรู้เป็พิเศษอาจจะเป็เพราะว่าคำชื่อท้ายเสียงของนักเรียนคนนี้ช่างเหมือนกับเด็กหญิงที่อยู่ในความทรงจำของเขาเสียจริง