บทที่ 28 คนของข้า?
ถึงแม้ในใจซ่งเส้าเส้าจะรู้สึกกังวล แต่ภายนอกนางยังดูสงบมาก
"สาวน้อย เ้ารู้หรือไม่ว่าที่นี่เป็อาณาเขตของใคร"
"รู้เ้าค่ะ"
"รู้แล้วเหตุใดเ้าถึง..."
"ที่นี่ก็คือดินแดนของฝ่าาไม่ใช่หรือเ้าคะ"
เถ้าแก่โจว "..."
สาวน้อยผู้นี้กล้าเอาฝ่าามาอ้าง แล้วข้าจะเถียงอย่างไร!
ประเสริฐนัก! ข้ากับเ้าจะได้เห็นดีกัน!
ซ่งเส้าเส้าเห็นเถ้าแก่โจวพูดไม่ออก จึงยืดอกขึ้น "เถ้าแก่โจว ข้าพูดผิดหรือเ้าคะ"
"สาวน้อย เ้านี่ปากเก่งนักนะ!"
"เถ้าแก่โจวล้อกันเล่นแล้วเ้าค่ะ" ซ่งเส้าเส้าพูดด้วยรอยยิ้ม
ปากเก่งหรือ? ท่านป้าใหญ่เฉินก็เคยพูดกับนางประมาณนี้เหมือนกัน เส้าเส้าในนิยายน่ะอ่อนแอเกินไปจึงถูกบีบคั้นจนต้องตาย แล้วซ่งเส้าเส้าคนปัจจุบันจะยอมให้ตัวเองพบจุดจบเช่นเดิมได้อย่างไรเล่า?
"สาวน้อย เงินเ้าจะจ่ายหรือไม่จ่าย"
ซ่งเส้าเส้า "..."
พูดมากมาตั้งนาน ในที่สุดก็เข้าเื่เสียที
"เถ้าแก่โจว ท่านพูดแบบนี้ได้อย่างไร ข้าก็ไม่ได้ไปขายที่โรงเตี๊ยมของท่าน จะให้ข้าจ่ายเงินได้อย่างไรเ้าคะ"
บางครั้งซ่งเส้าเส้าก็อดชื่นชมตัวเองไม่ได้ นางปากเก่งจริงๆ แต่ก็ไม่แปลก เพราะคนดีมักถูกรังแก
"ตาแก่ เ้าดูเด็กคนนี้สิ ปากแข็งจริงๆ เหตุใดเ้าไม่เตือนนางบ้างเล่า ว่าถ้าทำให้ข้าไม่พอใจแล้วจะเป็อย่างไร"
ซ่งเส้าเส้า "..."
"เถ้าแก่โจว เด็กคนนี้ยังเล็กอยู่เลย ปล่อยนางไปเถอะนะขอรับ" ชายชราพยายามขอร้องแทนซ่งเส้าเส้า
"สาวน้อย เ้าดูไม่สำนึกเลยนะ!"
ซ่งเส้าเส้ายังคงแสร้งทำเป็ใจเย็น
"พวกเ้าไป! จับมัน ตีให้มันขายของในเมืองนี้ไม่ได้อีก!"
"ขอรับ!"
"ขอรับ!"
"..."
ลูกน้องของเถ้าแก่โจวตอบรับด้วยน้ำเสียงอันดัง ซ่งเส้าเส้าย่อตัวกำหมัด สองเท้าหยั่งแน่นกับพื้น ตั้งท่าเตรียมสู้ให้ถึงที่สุด
แน่นอน การหนีแต่แรกอาจเป็ตัวเลือกที่ดีกว่า แต่นางไม่รู้จะหนีไปทำไม ต่อให้รอดไปได้ก็ค้าขายต่อไม่ได้อยู่ดี เช่นนั้นอยู่ทนสู้ดีกว่า หากสู้ไม่ได้ก็ตายไปเถิด เผื่อว่านางจะได้กลับสู่ที่ศตวรรษที่ 21
จะเป็ห่วงก็แต่พ่อซ่งแม่ซ่ง และพี่ชายซ่ง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ชีวิตความเป็อยู่ของตระกูลซ่งก็ดีขึ้นมากแล้ว ต่อให้ไม่มีนาง ตระกูลซ่งก็คงไม่ลำบากเหมือนแต่ก่อน
ใน่เวลาสั้นๆนี้ ความคิดมากมายไหลเข้ามาในหัวซ่งเส้าเส้า สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกเหลือเชื่อที่สุดก็คือ เวลานี้นางกลับคิดถึงลู่เฉินโม่ คนที่นางไม่เกี่ยวข้องด้วยเลย อีกทั้งชาติที่แล้วยังเป็คนฆ่านางอีก
"ช่างเถอะ ช่างเถอะ คนเราเกิดมาก็ต้องตายอยู่แล้ว เช่นนั้นหากตาย ขอตายแบบสู้สุดใจดีกว่า เช่นนี้ถือว่าข้าไม่ตายอย่างไร้ค่าแล้วใช่หรือไม่?"
ซ่งเส้าเส้าพึมพำกับตัวเอง
"ก็ลองดูสิว่าใครกล้าแตะต้องนาง!"
เพียงเสี้ยวพริบตาก่อนที่การตะลุมบอนจะเกิดขึ้น
ซ่งเส้าเส้าไม่คาดหวังเลยว่าจะมีคนเอ่ยปากขึ้นอย่างกะทันหัน
ปรากฏว่ามีวีรบุรุษขี่เมฆสีรุ้งมาช่วยนางจริงๆ และวีรบุรุษคนนี้ก็คือ ...
ซ่งเส้าเส้าค่อยๆเหลียวหลังไปมอง และพบว่าคนตรงหน้าก็คือ ... ลู่เฉินโม่!
ลู่เฉินโม่มากับเหยียนหลีลั่ว และกรมทหารองครักษ์คนอื่นๆ คล้ายว่ากำลังปฏิบัติหน้าที่
"ผู้ใดตาบอดกล้ามาขัดขวางข้า!" เถ้าแก่โจว เดินแหวกกลุ่มลูกน้องออกมาจากข้างหลังอย่างไม่พอใจ
แต่พอเห็นลู่เฉินโม่ เขาก็รีบก้มหัวลงทันที สองมือหนึ่งคว่ำหนึ่งหงาย ประกบกันเบื้องหน้า ท่าทางโอหังสลายหายไปหมดสิ้น กลายเป็นอบน้อมขึ้นมาทันที
"ที่แท้ก็ท่านผู้บัญชาการและท่านรอง เป็ผู้น้อยเองที่ตาบอด เป็ผู้น้อยที่ตาบอดเองขอรับ"
ซ่งเส้าเส้า "..."
เถ้าแก่โจวนี่มันพวกขี้ขลาดชัดๆ พอเห็นคนแข็งแกร่งกว่า ก็ทำตัวเฉกเช่นเดียวกับสุนัขเจอเ้าของ กระดิกหางดูน่าสมเพชนัก
"เถ้าแก่โจว ข้าจำได้ว่าข้ากับท่านผู้บัญชาการเคยบอกเ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าทำเช่นนี้อีก"
เหยียนหลีลั่วเดินเข้าไปใกล้ๆ ส่วนลู่เฉินโม่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม สายตาเขามองแต่ซ่งเส้าเส้า ซ่งเส้าเส้าเดิมกำลังยิ้มอยู่ แต่พอเห็นสายตาของลู่เฉินโม่นางก็รีบหุบยิ้มทันที
สายตาของลู่เฉินโม่ไม่ทราบ้าสื่อว่าอย่างไร เส้าเส้าเดาว่าเขาอาจกำลังตำหนินาง แต่มันก็ไม่เชิงซะทีเดียว เพราะลึกๆข้างในนางเห็นประกายของความเป็ห่วงสะท้อนอยู่ กระนั้นยามนี้นางรู้ดีว่าไม่ควรทำตัวเหลวไหล
"ท่านรอง ข้าเห็นว่าสาวน้อยคนนี้พึ่งจะมาเปิดร้านข้าก็เลย..."
"เ้าก็เลยมาเก็บค่าคุ้มครองสินะ!"
ลู่เฉินโม่พูดจบก็เดินเข้าไปใกล้ๆซ่งเส้าเส้า นี่เป็ครั้งแรกที่เส้าเส้ารู้สึกว่าเสียงของลู่เฉินโม่มีเสน่ห์ขนาดนี้ เหตุใดก่อนหน้านี้นางถึงไม่เคยสังเกตเห็นนะ? ซ่งเส้าเส้าถึงกับเคลิบเคลิ้ม
"ท่านผู้บัญชาการ นี่ ... นี่ ... คือเื่นี้ ... ข้าไม่รู้จริงๆขอรับว่าสาวน้อยคนนี้เป็คนของท่าน!"
คนของเขาหรือ? ซ่งเส้าเส้าแหงนหน้ามองลู่เฉินโม่ที่อยู่ข้างๆ แต่ลู่เฉินโม่ไม่ได้ปฏิเสธ นี่หมายความว่าอย่างไร? ั้แ่เมื่อไหร่ที่นางกลายเป็คนของลู่เฉินโม่ นี่ ... นี่ ... นี่ มันทำลายชื่อเสียงของนางชัดๆ!
อย่างไรก็ตาม ท่าทางที่หวาดกลัวของเถ้าแก่โจวตอนนี้ดูน่าขันจริงๆ
"เถ้าแก่โจว เ้าพูดแบบนี้ได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่คนของท่านผู้บัญชาการ เ้าก็จะรังแกนางงั้นหรือ"
ซ่งเส้าเส้าได้ยินคำพูดของเหยียนหลีลั่วก็แอบยิ้มออกมา เหมาะสมแล้วที่เขาสนิทกับพี่ชายของนาง จริงๆแล้วคำว่า "ปากเก่ง" นี้สมควรต้องยกให้เขาต่างหาก
"นี่ ... นี่ ... นี่ ... ท่านผู้บัญชาการ ท่านรอง พวกท่านล้อข้าเล่นแล้วขอรับ"
เถ้าแก่โจวยิ้มแห้งๆ เขาอยากจะร้องไห้แต่ก็ไม่มีน้ำตา!
"เถ้าแก่โจว วันนี้เ้าคงเดินมาเยอะแล้วใช่หรือไม่ พักผ่อนเสียหน่อยเป็ไร?" เหยียนหลีลั่วถามต่อ
"อืม ... อ๊ะ ... ท่านรอง นี่ท่าน้าจะสื่ออันใด?" เถ้าแก่โจวงงไปหมด
"เถ้าแก่โจว ทำงานหนักเช่นนี้ ข้าคงต้องแสดงน้ำใจกันบ้าง เช่นนั้นเอาอย่างนี้เป็ไร ท่านไปพักผ่อนที่กรมทหารองครักษ์เหนือสักสองสามวัน" เหยียนหลีลั่วพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หากไม่ใช่เพราะชุดที่เขาใส่ คงไม่มีใครเชื่อว่าเขาเป็กรมทหารองครักษ์
"นี่ ... ท่านผู้บัญชาการ ท่านรอง โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยขอรับ!"
"..."
เถ้าแก่โจวคุกเข่าลงกับพื้นดังปึ้ก ร้องอ้อนวอนไม่หยุด
"พาไปที่กรมทหารองครักษ์เหนือ!"
ลู่เฉินโม่พูดด้วยน้ำเสียงเ็าและดุดัน โดยไม่มองเถ้าแก่โจว
"ไว้ชีวิตข้าด้วยขอรับ ข้ารู้ผิดแล้ว ข้ารู้ผิดแล้วขอรับ!"
"ท่านผู้บัญชาการ!"
"ท่านรอง!"
"..."
หลังจากที่เถ้าแก่โจวถูกพาตัวไปแล้ว ชาวบ้านที่อยู่รอบๆก็ต่างพากันปรบมือชื่นชม
ลู่เฉินโม่ที่อยู่ข้างๆเส้าเส้าเอ่ยขึ้น
"สาวน้อย มาค้าขายเป็วันที่สองแล้วใช่หรือไม่?"
"ใช่เ้าค่ะ เอ๊ะ .. แล้วท่านทราบได้อย่างไร?"
"เ้านี่มันบ้าบิ่นจริงๆ เพิ่งจะมาวันที่สองก็กล้าทำเช่นนี้ หากข้ากับหลี่ลั่วไม่ผ่านมาพอดี เ้ารู้หรือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..."
ซ่งเส้าเส้ายังไม่ทันตั้งตัว ลู่เฉินโม่ก็พูดมาเป็ชุดเหมือนกับปืนกล แต่ซ่งเส้าเส้าดูออกว่าลู่เฉินโม่โกรธจริงๆ
แต่เขาจะโกรธทำไม? แล้วทำไมเขาถึงได้มาสนใจนาง? ซ่งเส้าเส้าคิดไม่ตก ลู่เฉินโม่ก็คิดไม่ตกเช่นกัน
ซึ่งหลังจากวันนี้ไป ลู่เฉินโม่จะต้องรู้สึกเสียใจกับเื่ในครั้งนี้ เขามารู้ตัวภายหลังว่าตนเองทำเกินไปหน่อย และในภายภาคหน้า มันจะกล้ายเป็เื่ที่ซ่งเส้าเส้าหยิกยกขึ้นมาล้อเลียนเขาบ่อยๆหลังมื้ออาหาร
"ก็ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า ว่าเถ้าแก่โจวจะใจร้ายขนาดนี้..."
ซ่งเส้าเส้าเห็นลู่เฉินโม่โกรธก็ไม่กล้าเถียง ได้แต่ก้มหน้า มุบมิบปากเบาๆ
"ข้าได้ยินนะว่าเ้าพูดอะไร"