กู้ชิงเฉิงไม่อาจสนใจสิ่งใดได้อีกต่อไปนางอุ้มกู้จิ่งเซวียนเอาไว้ แล้วหันหลังเดินจากไปทันทีและทิ้งให้โม่อวี้เฉินยืนอึ้งอยู่เพียงลำพัง
ทว่าโม่อวี้เฉินไม่ได้ถือตนเป็นคนนอกเพราะนี่คืออาณาเขตของภรรยาเขา! เขาจึงรีบตามไปติดๆ “ข้าจะไปกับเจ้าหรือบางทีข้าอาจช่วยเจ้าได้”
กู้จิ่งเซวียนเบิกตากลมโตและจ้องมองด้วยความประหลาดใจ “ท่านแม่ท่านจัดการองค์รัชทายาทได้แล้วหรือขอรับ?”
“องค์รัชทายาทโปรดรอสักครู่” กู้ชิงเฉิงบีบก้นเล็กๆของกู้จิ่งเซวียนเบาๆ เพื่อให้เขาหยุดพูดจาเหลวไหลนางรู้สึกว่าสถานการณ์ในตอนนี้แปลกพิกลนัก เหตุใดพระเอกผู้นี้จึงไม่ไล่ตามนางเอกกลับมาติดตามนางร้ายเช่นนางไม่ลดละเช่นนี้?
“ข้าช่วยเจ้าได้” โม่อวี้เฉินกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย
“ไม่จำเป็น” กู้ชิงเฉิงไม่ต้องการให้เขาหยั่งรู้ความลับของสวนหรูอี้มากนัก
กู้จิ่งเซวียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกระซิบกับกู้ชิงเฉิง “ท่านแม่หากท่านอาหยวนคลุ้มคลั่งขึ้นมา ท่านอาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอย่างน้อยมีท่านพ่อในอนาคตผู้นี้อยู่ด้วย ก็อาจช่วยท่านได้นะขอรับ”
“เปลี่ยนคำว่าท่านพ่อในอนาคตเสีย” กู้ชิงเฉิงกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์นางรู้สึกว่าตนเองคงจะเลี้ยงบุตรชายผู้นี้เสียคนแล้ว
“ท่านแม่ ท่านพ่อผู้นี้ไม่ใช่ท่านเป็นคนเลือกให้เซวียนเอ๋อร์หรอกหรือขอรับ?ข้ากำลังสนับสนุนท่านนะ!” กู้จิ่งเซวียนกล่าวอย่างไร้เดียงสาแต่ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความจริงจัง ดูราวกับว่าเขากำลังคิดถึงอนาคตของนาง
ด้วยพลังภายในของโม่อวี้เฉินย่อมได้ยินบทสนทนาของสองแม่ลูกอย่างชัดเจนในเวลานี้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายิ่งลึกซึ้งขึ้นหลายส่วนเขารู้สึกว่าสามารถใช้บุตรชายแท้ๆ ของเขาเป็นประโยชน์ได้
สมแล้วที่เป็นบุตรชายของเขาจึงคอยพูดจาเข้าข้างเขาอยู่เสมอถึงแม้ตอนแรกเด็กน้อยผู้นี้จะกล่าววาจาเสียดแทงเขาอย่างไร้ความปรานีก็ตาม!
“ไม่ต้อง!” กู้ชิงเฉิงชายตามองกู้จิ่งเซวียน “เจ้าจงอยู่ที่หอคุณธรรมในอีกสักครู่ ห้ามก้าวออกไปไหนแม้เพียงครึ่งก้าวและอีกอย่าง จงอยู่ให้ห่างจากองค์รัชทายาทด้วย”
“เหตุใดเล่าขอรับ?” กู้จิ่งเซวียนไม่อาจเข้าใจได้“ท่านแม่ ข้าคิดว่าองค์รัชทายาทดีมากจริงๆ นะขอรับ”
“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเขาพาผู้หญิงอย่างกู้ตงหลิงมาอาละวาดที่อันหยวนถัง”กู้ชิงเฉิงกล่าวเสียงต่ำ “เพียงแค่ได้ขนมเจ้าก็ถูกซื้อใจไปแล้ว ช่างไม่มั่นคงเอาเสียเลย”
นางหันกลับไปแต่กลับเห็นโม่อวี้เฉินตามหลังมา จึงขมวดคิ้วแน่น “องค์รัชทายาทหากท่านไม่มีธุระใด ก็เสด็จกลับไปเถิดข้าจะไม่เอาความที่ท่านบุกรุกสวนหรูอี้โดยพลการ”
“ข้าจะไปได้อย่างไร ภรรยาและลูกของข้าอยู่ที่นี่ ข้าไม่ไป” แท้จริงแล้วโม่อวี้เฉินรู้สึกกังวลเกี่ยวกับเรื่องหยวนจิ่วเพราะกู้จิ่งเซวียนกล่าวว่า หากหยวนจิ่วคลุ้มคลั่งกู้ชิงเฉิงอาจไม่สามารถต้านทานได้
กู้จิ่งเซวียนอ้าปากค้างเด็กน้อยถึงกับพูดอะไรไม่ออก ปกติแล้ว คำพูดของเขาก็ทำให้คนแทบกระอักเลือดแล้วแต่ดูเหมือนองค์รัชทายาทจะร้ายกาจยิ่งกว่าเขาเสียอีก
“โม่อวี้เฉิน หากท่านยังกล้าพูดจาเหลวไหลอีกข้าจะไม่ไว้หน้าท่านอีกต่อไป...” กู้ชิงเฉิงกล่าวเสียงเย็นชานางยำเกรงฐานะพระเอกของเขา จึงอดทนมาครั้งแล้วครั้งเล่าแต่กลับทำให้เขาได้ใจยิ่งขึ้น
ทว่าโม่อวี้เฉินกลับยิ้ม“ข้าอยากเห็นยิ่งนัก ว่าเจ้าจะไม่ไว้หน้าข้าอย่างไร”
เขาไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยสิ่งที่เขาต้องการจะทำ ไม่มีผู้ใดสามารถขัดขวางได้ยิ่งทำให้โทสะในใจของกู้ชิงเฉิงพลุ่งพล่านไม่หยุดหย่อน
“ท่านแม่ ท่านพ่อองค์รัชทายาท อย่าทะเลาะกันเลยขอรับ” กู้จิ่งเซวียนโบกมือเล็กๆ กล่าวอย่างผู้ใหญ่ตัวน้อย “ทางหยวนจิ่วน่ากลัวมาก ไปดูก่อนเถิดขอรับ”
ฝีมือของหยวนจิ่วก็ไม่ธรรมดาเช่นกันหากเขาไม่มีสติ กู้ชิงเฉิงอาจเสียเปรียบได้ ในเวลานั้นเสียงดังสนั่นก็ดังขึ้นจากด้านหน้า
กู้ชิงเฉิงไม่มีเวลาจะโต้เถียงกับโม่อวี้เฉินมากนักนางรีบก้าวเดินไปอย่างรวดเร็ว
“ท่านหมอกู้ ท่านหมอกู้...” ในเวลานั้นเด็กน้อยหลายคนวิ่งเข้ามา “ท่านอาหยวนจิ่วทำร้ายคนแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้นกู้ชิงเฉิงไม่กล้าลังเลอีกต่อไป นางเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
“ฝากเด็กคนนี้ไว้กับข้าเถิด” โม่อวี้เฉินหยุดชะงักพลางเอื้อมมือไปรับกู้จิ่งเซวียน
“ไม่ต้องห่วงข้าหรอก ท่านไปช่วยท่านแม่เถิด” กู้จิ่งเซวียนผลักโม่อวี้เฉินเบาๆ“ท่านอาหยวนจิ่วคลุ้มคลั่งหนักกว่าครั้งก่อนมากนัก”
กู้ชิงเฉิงไม่รู้สึกกังวลใจเมื่อมอบกู้จิ่งเซวียนให้อยู่ในความดูแลของโม่อวี้เฉินนางเคยเห็นหยวนจิ่วคลุ้มคลั่งมาก่อน ยอมรับว่าน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
เดิมทีนางห้ามปรามไม่ให้เขาปรุงยาพิษแต่เขากลับไม่เชื่อฟังคำสั่งของนาง ยังดีที่นางมาทันไม่เช่นนั้นกู้จิ่งเซวียนคงตกอยู่ในอันตรายเป็นแน่
“หยวนจิ่วเป็นเช่นนี้บ่อยครั้ง เจ้ายังกล้าปล่อยลูกไว้ที่นี่อีกหรือ”โม่อวี้เฉินวางกู้จิ่งเซวียนลงในที่ที่ปลอดภัยก่อนจะรีบตามมาด้วยท่าทีตำหนิ
“ปกติเขาไม่เคยเป็นเช่นนี้ นี่เป็นเหตุสุดวิสัย” กู้ชิงเฉิงเชื่อว่าด้วยความสามารถของกู้จิ่งเซวียนแม้หยวนจิ่วจะคลุ้มคลั่งก็ย่อมไม่เป็นอันตราย เพราะเขาสืบทอดศักยภาพจากนางถึงเป็นเพียงเด็กน้อยวัยห้าขวบ แต่สติปัญญาและความสามารถเหนือกว่าคนทั่วไปมากนัก
ตอนนี้ฝีมือของกู้จิ่งเซวียนยังไม่อาจเทียบเท่ากู้ชิงเฉิงและโม่อวี้เฉินได้แต่ก็สามารถต่อกรกับหูเอ้อร์และจินซานได้อย่างสูสี หากฝึกฝนอีกสองสามปีย่อมไล่ตามกู้ชิงเฉิงได้ทันแน่นอน
โม่อวี้เฉินยังคงกังวล“หากเจ้ากลับตำหนักบูรพาแล้วทุกอย่างก็จะดีเองคนที่นั่นจะดูแลเซวียนเอ๋อร์เป็นอย่างดี”
“คนของข้าก็ดูแลเซวียนเอ๋อร์ได้!” กู้ชิงเฉิงไม่พอใจตอนนี้บุรุษผู้นี้กลับฉวยโอกาสเอาเปรียบนาง
“คนของข้าไว้ใจได้มากกว่าคนของเจ้า” โม่อวี้เฉินรู้สึกว่าหูเอ้อร์และจินซานนั้นเป็นเพียงนักเลงอันธพาลมีนิสัยเกเรมากเกินไป อาจจะสอนให้กู้จิ่งเซวียนเสียคนได้
“ลูกของข้า ไม่จำเป็นต้องให้ท่านเข้ามายุ่ง” กู้ชิงเฉิงเร่งฝีเท้าด้วยความเป็นห่วงอาการของหยวนจิ่ว
“เขาก็คือบุตรชายของข้า”
“ไม่ใช่!”
“กู้ชิงเฉิง เจ้าเกรงกลัวข้าหรือไร” โม่อวี้เฉินกัดฟันแน่นสตรีนางนี้คงจะลืมไปแล้วกระมังว่าเคยติดตามเขาไม่ห่างอย่างไรทั้งยังลืมเลือนว่านางใช้ตระกูลไป๋บังคับเขาให้แต่งงานกับนางวางยาเขาจนตั้งครรภ์... ช่างไร้ความรับผิดชอบยิ่งนัก
มีบุตรชายแล้วกลับไม่ต้องการสามี!
กู้ชิงเฉิงขมวดคิ้วไม่เอ่ยอันใดตอบกลับ นางรู้ว่าคำพูดเหล่านี้ไม่มีความหมายอันใดดูท่าบุรุษผู้นี้คงไม่ยอมรามือ
เขาสามารถตามมาถึงที่นี่ได้ทั้งยังทะลวงผ่านค่ายกลด้านนอกสวนหรูอี้เข้ามาได้ แสดงว่าไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้วเว้นเสียแต่จะมีผู้ที่สามารถปราบเขาให้ออกไปได้ไม่เช่นนั้นก็อย่าหวังว่าจะสลัดเขาหลุดได้เลย
เบื้องหน้าหยวนจิ่วใบหน้าดำคล้ำคล้ายกำลังอดทนอย่างสุดกำลังทว่าเขาไม่อาจอดทนได้อีกต่อไปแล้วเขากำลังโขกศีรษะลงบนโต๊ะหินเบื้องหน้าไม่หยุดยั้ง
ศีรษะของเขาแตกจนเลือดไหลอาบหน้า ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ดูน่าหวาดกลัวยิ่งนัก
“ท่านสามารถหยุดเขาได้หรือไม่?” กู้ชิงเฉิงเอ่ยถามโม่อวี้เฉินด้วยแววตาจริงจัง
“ได้!” โม่อวี้เฉินตอบอย่างเยือกเย็นพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “หากข้าไม่อยู่เจ้าจะจัดการกับเขาอย่างไร”
“ข้ามีวิธีของข้าเอง” ดวงตาของกู้ชิงเฉิงเปล่งประกายเจิดจ้าราวกับสามารถดึงดูดผู้คนให้หลงใหลได้ในทันที
โม่อวี้เฉินรู้ว่านางน่าจะมีความสามารถในวิชาสะกดจิตทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญ
เพียงแต่นางไม่ค่อยยอมใช้มันง่ายๆราวกับเกรงกลัวสิ่งใดอยู่ แท้จริงแล้วกู้ชิงเฉิงเพียงไม่สนใจที่จะใช้วิชานี้ทว่านางกลับเข้าใจวิชานี้เป็นอย่างดี
“นายหญิง อย่าเข้ามา!” หยวนจิ่วร้องตะโกนขณะโขกศีรษะลงบนโต๊ะหินไม่หยุดขณะนั้น โต๊ะหินแตกแยกเป็นเสี่ยงๆร่างของหยวนจิ่วเปรอะเปื้อนเลือดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
โม่อวี้เฉินรู้สึกจนปัญญาหยวนจิ่วผู้นี้ไม่ได้ทำร้ายผู้อื่น หากแต่ทำร้ายตัวเองเช่นนี้ก็ยังคงน่าหวาดกลัวยิ่งนัก ย่อมจะทำร้ายผู้คนรอบข้างได้เช่นกัน
โม่อวี้เฉินก้าวไปข้างหน้ายกมือขึ้นตบไหล่หยวนจิ่ว แต่ทันทีที่เข้าใกล้ กลับถูกหยวนจิ่วสะบัดออกอย่างแรงดวงตาสีแดงฉานหันมองโม่อวี้เฉิน ดูลึกล้ำและน่ากลัวยิ่งนัก
โม่อวี้เฉินที่ไม่ได้ระวังตัวเกือบจะถูกผลักกระเด็นออกไปโชคดีที่พลังภายในของเขากล้าแข็ง เขาจับแขนของหยวนจิ่วไว้ได้จากนั้นดึงผ้าคาดเอวของเขามาผูกรัดด้วยพลังภายในหลายรอบจนหยวนจิ่วที่กำลังจะต่อสู้ถูกมัดไว้แน่น
“มัดเขาไว้ สะกดจุดชีพจร” กู้ชิงเฉิงตะโกนเสียงต่ำนางเริ่มร้อนใจเล็กน้อย หากนางลงมือเองคงไม่ง่ายดายเช่นนี้เป็นแน่ครั้งที่แล้วนางเองก็ได้รับบาดเจ็บ ทว่าไม่รุนแรงนัก
มีโม่อวี้เฉินอยู่ด้วยวันนี้นางคงจะรอดพ้นจากอันตรายได้อย่างปลอดภัย