กว่าที่ชายหนุ่มเมารักจะหยุดพร่ำรำพัน กว่าที่จะนอนอย่างสงบไร้เสียงคร่ำครวญกว่าที่เธอจะจับตาดูเขาว่าจะไม่ตื่นมาทำมิดีมิร้ายจนตัวเองมั่นใจก็ปาไปหลายนาที...แต่เสียงเอื้อนเอ่ยอู้อี้จับใจความได้ยากก็ไม่สามารถทำให้โรยทรายกระจ่างแจ้งว่าตกลงสิ่งที่หลุดออกจากปากชายหนุ่มนั้นเป็เื่ของคนผิดหวังในความรักใช่หรือไม่
โรยทรายได้แต่ถอนใจที่ไม่สามารถถ่ายถอนความรู้สึกของคนสูญเสียความรักได้ทำได้ก็แต่เพียง...มอง...มองหน้าชายคนหนึ่งที่มาแย่งที่หลับที่นอนของเธอเพราะเมาจนไร้สติ
“เฮ้อ!” นั่งถอนหายใจอยู่บนโซฟาในห้องนอนที่คืนนี้คงจะเป็ที่นอนจำเป็สำหรับเธอเมื่อแบ่งเอาหมอนหนุนศีรษะมาจากเตียงหนึ่งใบพร้อมกับหยิบผ้าห่มสำรองในตู้ออกมาห่มคลุมกายยามค่ำคืน
นั่งมองชายหนุ่มอย่างรู้สึกอะไรบางอย่างที่ตัวเองก็บอกไม่ถูก...มองจนเผลอหลับไปั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
มาสะดุ้งตื่นในตอนสายของวันรุ่งขึ้นเมื่อแสงจากดวงอาทิตย์เคลื่อนคล้อยทแยงพาดผ่านกระจกใสเข้ามากระทบเปลือกตาที่กำลังปิดสนิทจนรู้สึกรำคาญใจแต่แสงจ้าจากสุริยาก็ไม่วุ่นวายใจเท่ากับเสียงของชายหนุ่มที่เมาพับคนเมื่อคืนเริ่มรู้สึกตัวแล้วร้องโวยวายขึ้นมาทันที เมื่อพบเห็นสภาพของตนเองในร่างเกือบเปลือยมีเพียงบ็อกเซอร์ตัวโปรดสวมอยู่
จะไม่ให้เขารู้สึกประหลาดใจได้อย่างไรในเมื่อตื่นมาเจอตัวเองในสภาพเช่นนั้น ในห้องนอนที่หันมองรอบห้อง มองจนทั่วห้องก็ไม่คุ้นตาและเริ่มแน่ใจว่าไม่ใช่ห้องของตัวเอง
แล้วเมื่อร่างกำยำนั้นหันมาทางหญิงสาวที่นอนหลับใหลอยู่บนโซฟาก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกของเขาแตกตื่นยิ่งขึ้น จนต้องร้องะโออกมาจนเสียงหลง
“คุณจะร้องโวยวายอะไรของคุณเนี่ย”
เมื่อเสียงแหกปากน่าจะเป็ของเธอมากกว่าแต่มันดันกลายเป็เสียงของชายหนุ่มที่ร้องเฮ้ยดังลั่นอย่างกับคนเสียศูนย์
เธอต่างหากที่ต้องโวยวายใส่เขาที่เมื่อคืนเกือบต้องเป็ฝ่ายสูญเสียความเป็สาวแก่เขา...เมื่อเธอพูดใส่หน้าเขาให้เงียบเขาจึงสงบเสียงลงก่อนจะอ้าปากถาม
“ผมมาอยู่ที่ห้องนี้ได้ยังไง...นี่ห้องคุณเหรอ”
แค่ถาม...ทำไมต้องมองเธอด้วยสายตาแปลกๆอย่างกับว่าเธอเป็ฝ่ายไปฉุดกระชากลากถูให้เขาเข้ามาในห้องเสียอย่างนั้นละ
“ห้องฉันน่ะสิ” ผู้พูดจ้องหน้ากลับ “แล้วเมื่อคืนคุณก็เมามาก”
แค่บอกว่าเมามากชายหนุ่มก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงมาอยู่ในห้องนี้ได้...เขายกมือขึ้นสูงก่อนจะใช้สันมือตบหน้าผากของตนเองคล้ายกับเรียกสติ
“แล้ว...แล้วเมื่อคืนผมทำอะไรน่าเกลียดไปบ้าง”คนพูดอ้อมแอ้มถาม
“เื่น่าเกลียด คุณน่ะทำแน่”
“หมายความว่าผม...”ความหมายของชายหนุ่มตามที่คิดก็คือเขาล่วงละเมิดสิทธิ์ความเป็หญิงของเธอหรือเปล่าหากความคิดของโรยทรายกลับเป็เื่น่าเกลียดที่กองเลอะเทอะจนเต็มเตียง
...มันคนละความเข้าใจกันเลย...
“ใช่...คุณทำให้ฉันลำบากใจที่สุด ที่ต้อง...ถอดกางเกงคุณ”
โรยทรายค้อนปะหลับปะเหลือกเมื่อต้องนึกถึงเมื่อคืนไม่รู้ตอนถอดกางเกงมือไม้เกิดเผลอไผลไปโดนอะไรต่อมิอะไรของเขาบ้าง
“ผมขอโทษ...ผมไม่ได้ตั้งใจ เมื่อคืนผมเมามาก...ผมไม่รู้ตัวจริงๆ”
เขาพูดอย่างสำนึกผิด...หรือว่าพูดอย่างผู้ชายที่ชอบแก้ตัวกันนะ
“คุณไม่ต้องมาขอโทษขอโพยฉันเลย...ยังไงวันนี้คุณก็ต้องรับผิดชอบ” ผู้พูดหมายถึงผ้าปูเตียงที่สุดยอดของคราบอ้วกเกรอะกรัง และคิดว่าอย่างไรเขาก็ต้องเป็คนรับผิดชอบเอาไปส่งซักให้
แต่คนฟังนี่สิกำลังตีความไปอีกเื่
โดมทองเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าเขาต้องรับผิดชอบในเื่เมื่อคืน เพราะเขาคิดว่าเมื่อคืนเขาได้ล่วงเกินความเป็สุภาพสตรีของเธอ
เขาเองเป็คนไม่เ้าชู้เมื่อรักใครก็คิดจริงจังกับผู้หญิงคนนั้นเสมอ แล้วเลือกคบทีละคน ไม่เคยคิดคบใครหลายคนซ้อนกันเป็พรวนเหมือนอย่างที่ดาราในปัจจุบันนิยมทำกัน...บ้างก็เอาไว้บริหารเสน่ห์บ้างก็เอาไว้แก้ขัด บ้างก็ไม่คิดจริงจังต่อกัน ซึ่งเป็เหตุผลหลายหลาก
แต่สำหรับเขา...ไม่ใช่คนแบบนั้น...ดังนั้นเมื่อถูกบอกเลิกจากปาหนันมันทำให้เขารู้สึกว่าเขาต้องระบายออกด้วยการดื่มเพื่อลืมทุกข์...แต่ก็ไม่ทันคิดว่าความเมามายจะทำให้เกิดทุกข์กับผู้หญิงที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่
“คุณไม่ต้องห่วงนะ ผมจะรับผิดชอบคุณเอง”เขาจ้องมองหญิงสาวด้วยแววตามุ่งมั่น
“เอ้า...เอาไป...ก็ดีถ้าคิดจะรับผิดชอบ”
โรยทรายลุกพรวดจากโซฟาที่นั่งอยู่เดินออกไปหยิบผ้าปูที่นอนที่กองม้วนส่งกลิ่นโชยออกมาจากนอกระเบียงส่งยื่นให้เขาพร้อมเบี่ยงหน้าพยายามฝืนกลั้นกลิ่นอันไม่พึงประสงค์
“ไม่ต้องมามองหน้าเลย...รับไปซะ...นี่แหละคือสิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบ”
เขายื่นแขนออกไปรับอย่างงงงวยก่อนจะส่งคำถามทางสายตาจนอีกฝ่ายต้องสาธยาย
“เมื่อคืนคุณเมามาก แล้วจู่ๆก็พุ่งเข้ามานอนบนเตียงในห้องฉันปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น...แล้วที่สำคัญยังมาสร้างงานไว้บนเตียงอย่างที่เห็นนี่แหละ”
คนเล่าไม่กล้าเล่าถึงรอยจูบแรกที่เกือบประทับลงไป...ใครจะกล้าพูด...มันเป็เื่น่าเกลียดแค่ตอนนี้แอบคิดขึ้นมาก็กระอักกระอ่วนใจเป็ที่สุด
“คุณรู้แล้วก็กลับห้องคุณไปได้แล้ว”
พูดจบเธอก็รีบผลักไสไล่ส่งเขาทันทีเขาเองก็เหมือนความคิดความอ่านยังคงไม่เข้าที่แต่ก็ลุกจากเตียงเดินไปเปิดประตูออกอย่างว่าง่าย เดินกลับไปพร้อมกับผ้าปูเตียงและกองเสื้อผ้าของเขาเอง
คราวนี้โดมทองมาหยุดยืนหน้าห้อง2018 ซึ่งเป็ห้องของตัวเอง แล้วก็ลงมือไขประตูห้อง ก่อนจะก้าวเข้าไปก็หันไปยังต้นเสียงที่โผล่หน้าออกมาจากห้อง
“ตกลงคุณชื่ออะไร...ฉันยังไม่รู้เลย”
คนถูกถามยิ้มเจื่อนก่อนจะตอบ“ผมชื่อโดมทองครับ...เรียกสั้นๆว่าโดม”
ถึงตอนนี้เมื่อได้รู้จักชื่อเขาแล้วก็ไม่เห็นว่าตัวเขาจะเป็คนขี้หงุดหงิด ดูไร้อารมณ์เหมือนเมื่อวานเลยสักนิด...โรยทรายได้แต่อมยิ้มเมื่อหมุนตัวกลับเข้ามาในห้องของตนเผลอยิ้มอย่างที่ไม่รู้ตัวว่าใจที่หายสั่นไปแล้ว มันกลับรู้สึกตึกตักขึ้นอีกแบบ
///////////////////////////////////////