นางร้ายป้ายแดง [ บุรามฉัตร ]

    บทที่ 4 [ 2 ]

    กว่าที่ชายหนุ่มเมารักจะหยุดพร่ำรำพัน  กว่าที่จะนอนอย่างสงบไร้เสียงคร่ำครวญกว่าที่เธอจะจับตาดูเขาว่าจะไม่ตื่นมาทำมิดีมิร้ายจนตัวเองมั่นใจก็ปาไปหลายนาที...แต่เสียงเอื้อนเอ่ยอู้อี้จับใจความได้ยากก็ไม่สามารถทำให้โรยทรายกระจ่างแจ้งว่าตกลงสิ่งที่หลุดออกจากปากชายหนุ่มนั้นเป็๲เ๱ื่๵๹ของคนผิดหวังในความรักใช่หรือไม่

                โรยทรายได้แต่ถอนใจที่ไม่สามารถถ่ายถอนความรู้สึกของคนสูญเสียความรักได้ทำได้ก็แต่เพียง...มอง...มองหน้าชายคนหนึ่งที่มาแย่งที่หลับที่นอนของเธอเพราะเมาจนไร้สติ

                    “เฮ้อ!” นั่งถอนหายใจอยู่บนโซฟาในห้องนอนที่คืนนี้คงจะเป็๲ที่นอนจำเป็๲สำหรับเธอเมื่อแบ่งเอาหมอนหนุนศีรษะมาจากเตียงหนึ่งใบพร้อมกับหยิบผ้าห่มสำรองในตู้ออกมาห่มคลุมกายยามค่ำคืน

                    นั่งมองชายหนุ่มอย่างรู้สึกอะไรบางอย่างที่ตัวเองก็บอกไม่ถูก...มองจนเผลอหลับไป๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

                    มาสะดุ้งตื่นในตอนสายของวันรุ่งขึ้นเมื่อแสงจากดวงอาทิตย์เคลื่อนคล้อยทแยงพาดผ่านกระจกใสเข้ามากระทบเปลือกตาที่กำลังปิดสนิทจนรู้สึกรำคาญใจแต่แสงจ้าจากสุริยาก็ไม่วุ่นวายใจเท่ากับเสียงของชายหนุ่มที่เมาพับคนเมื่อคืนเริ่มรู้สึกตัวแล้วร้องโวยวายขึ้นมาทันที เมื่อพบเห็นสภาพของตนเองในร่างเกือบเปลือยมีเพียงบ็อกเซอร์ตัวโปรดสวมอยู่

                    จะไม่ให้เขารู้สึกประหลาดใจได้อย่างไรในเมื่อตื่นมาเจอตัวเองในสภาพเช่นนั้น ในห้องนอนที่หันมองรอบห้อง มองจนทั่วห้องก็ไม่คุ้นตาและเริ่มแน่ใจว่าไม่ใช่ห้องของตัวเอง

                    แล้วเมื่อร่างกำยำนั้นหันมาทางหญิงสาวที่นอนหลับใหลอยู่บนโซฟาก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกของเขาแตกตื่นยิ่งขึ้น จนต้องร้อง๻ะโ๠๲ออกมาจนเสียงหลง

                    “คุณจะร้องโวยวายอะไรของคุณเนี่ย”

                    เมื่อเสียงแหกปากน่าจะเป็๲ของเธอมากกว่าแต่มันดันกลายเป็๲เสียงของชายหนุ่มที่ร้องเฮ้ยดังลั่นอย่างกับคนเสียศูนย์

                    เธอต่างหากที่ต้องโวยวายใส่เขาที่เมื่อคืนเกือบต้องเป็๞ฝ่ายสูญเสียความเป็๞สาวแก่เขา...เมื่อเธอพูดใส่หน้าเขาให้เงียบเขาจึงสงบเสียงลงก่อนจะอ้าปากถาม

                    “ผมมาอยู่ที่ห้องนี้ได้ยังไง...นี่ห้องคุณเหรอ”

                    แค่ถาม...ทำไมต้องมองเธอด้วยสายตาแปลกๆอย่างกับว่าเธอเป็๞ฝ่ายไปฉุดกระชากลากถูให้เขาเข้ามาในห้องเสียอย่างนั้นละ

                    “ห้องฉันน่ะสิ” ผู้พูดจ้องหน้ากลับ “แล้วเมื่อคืนคุณก็เมามาก”

                    แค่บอกว่าเมามากชายหนุ่มก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงมาอยู่ในห้องนี้ได้...เขายกมือขึ้นสูงก่อนจะใช้สันมือตบหน้าผากของตนเองคล้ายกับเรียกสติ

                    “แล้ว...แล้วเมื่อคืนผมทำอะไรน่าเกลียดไปบ้าง”คนพูดอ้อมแอ้มถาม

                    “เ๹ื่๪๫น่าเกลียด คุณน่ะทำแน่”

                    “หมายความว่าผม...”ความหมายของชายหนุ่มตามที่คิดก็คือเขาล่วงละเมิดสิทธิ์ความเป็๲หญิงของเธอหรือเปล่าหากความคิดของโรยทรายกลับเป็๲เ๱ื่๵๹น่าเกลียดที่กองเลอะเทอะจนเต็มเตียง

            ...มันคนละความเข้าใจกันเลย...

                    “ใช่...คุณทำให้ฉันลำบากใจที่สุด ที่ต้อง...ถอดกางเกงคุณ”

                    โรยทรายค้อนปะหลับปะเหลือกเมื่อต้องนึกถึงเมื่อคืนไม่รู้ตอนถอดกางเกงมือไม้เกิดเผลอไผลไปโดนอะไรต่อมิอะไรของเขาบ้าง

                    “ผมขอโทษ...ผมไม่ได้ตั้งใจ เมื่อคืนผมเมามาก...ผมไม่รู้ตัวจริงๆ”

                    เขาพูดอย่างสำนึกผิด...หรือว่าพูดอย่างผู้ชายที่ชอบแก้ตัวกันนะ

                    “คุณไม่ต้องมาขอโทษขอโพยฉันเลย...ยังไงวันนี้คุณก็ต้องรับผิดชอบ” ผู้พูดหมายถึงผ้าปูเตียงที่สุดยอดของคราบอ้วกเกรอะกรัง และคิดว่าอย่างไรเขาก็ต้องเป็๲คนรับผิดชอบเอาไปส่งซักให้

            แต่คนฟังนี่สิกำลังตีความไปอีกเ๹ื่๪๫

                    โดมทองเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าเขาต้องรับผิดชอบในเ๱ื่๵๹เมื่อคืน เพราะเขาคิดว่าเมื่อคืนเขาได้ล่วงเกินความเป็๲สุภาพสตรีของเธอ

                    เขาเองเป็๞คนไม่เ๯้าชู้เมื่อรักใครก็คิดจริงจังกับผู้หญิงคนนั้นเสมอ แล้วเลือกคบทีละคน ไม่เคยคิดคบใครหลายคนซ้อนกันเป็๞พรวนเหมือนอย่างที่ดาราในปัจจุบันนิยมทำกัน...บ้างก็เอาไว้บริหารเสน่ห์บ้างก็เอาไว้แก้ขัด บ้างก็ไม่คิดจริงจังต่อกัน ซึ่งเป็๞เหตุผลหลายหลาก

                    แต่สำหรับเขา...ไม่ใช่คนแบบนั้น...ดังนั้นเมื่อถูกบอกเลิกจากปาหนันมันทำให้เขารู้สึกว่าเขาต้องระบายออกด้วยการดื่มเพื่อลืมทุกข์...แต่ก็ไม่ทันคิดว่าความเมามายจะทำให้เกิดทุกข์กับผู้หญิงที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่

                    “คุณไม่ต้องห่วงนะ ผมจะรับผิดชอบคุณเอง”เขาจ้องมองหญิงสาวด้วยแววตามุ่งมั่น

                    “เอ้า...เอาไป...ก็ดีถ้าคิดจะรับผิดชอบ”

                    โรยทรายลุกพรวดจากโซฟาที่นั่งอยู่เดินออกไปหยิบผ้าปูที่นอนที่กองม้วนส่งกลิ่นโชยออกมาจากนอกระเบียงส่งยื่นให้เขาพร้อมเบี่ยงหน้าพยายามฝืนกลั้นกลิ่นอันไม่พึงประสงค์

                    “ไม่ต้องมามองหน้าเลย...รับไปซะ...นี่แหละคือสิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบ”

                    เขายื่นแขนออกไปรับอย่างงงงวยก่อนจะส่งคำถามทางสายตาจนอีกฝ่ายต้องสาธยาย

                    “เมื่อคืนคุณเมามาก แล้วจู่ๆก็พุ่งเข้ามานอนบนเตียงในห้องฉันปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น...แล้วที่สำคัญยังมาสร้างงานไว้บนเตียงอย่างที่เห็นนี่แหละ”

                    คนเล่าไม่กล้าเล่าถึงรอยจูบแรกที่เกือบประทับลงไป...ใครจะกล้าพูด...มันเป็๞เ๹ื่๪๫น่าเกลียดแค่ตอนนี้แอบคิดขึ้นมาก็กระอักกระอ่วนใจเป็๞ที่สุด

                    “คุณรู้แล้วก็กลับห้องคุณไปได้แล้ว”

                    พูดจบเธอก็รีบผลักไสไล่ส่งเขาทันทีเขาเองก็เหมือนความคิดความอ่านยังคงไม่เข้าที่แต่ก็ลุกจากเตียงเดินไปเปิดประตูออกอย่างว่าง่าย เดินกลับไปพร้อมกับผ้าปูเตียงและกองเสื้อผ้าของเขาเอง

                    คราวนี้โดมทองมาหยุดยืนหน้าห้อง2018 ซึ่งเป็๲ห้องของตัวเอง แล้วก็ลงมือไขประตูห้อง ก่อนจะก้าวเข้าไปก็หันไปยังต้นเสียงที่โผล่หน้าออกมาจากห้อง

                    “ตกลงคุณชื่ออะไร...ฉันยังไม่รู้เลย”

                    คนถูกถามยิ้มเจื่อนก่อนจะตอบ“ผมชื่อโดมทองครับ...เรียกสั้นๆว่าโดม”

                    ถึงตอนนี้เมื่อได้รู้จักชื่อเขาแล้วก็ไม่เห็นว่าตัวเขาจะเป็๞คนขี้หงุดหงิด ดูไร้อารมณ์เหมือนเมื่อวานเลยสักนิด...โรยทรายได้แต่อมยิ้มเมื่อหมุนตัวกลับเข้ามาในห้องของตนเผลอยิ้มอย่างที่ไม่รู้ตัวว่าใจที่หายสั่นไปแล้ว มันกลับรู้สึกตึกตักขึ้นอีกแบบ

    ///////////////////////////////////////