[จบ] โชคชะตานำพารักหวนคืนกลับสู่ยุค 80

    บทที่ 32 โชคชะตาที่เปลี่ยนไป (รีไรท์)

            บทที่ 32 โชคชะตาที่เปลี่ยนไป (รีไรท์)

            ต้าเหวินโหร่วในตอนนี้จับจ้องไปยังดวงหน้าของหลิวไป๋ฮวาที่กำลังปูฟูกนอนสะอาดลงพื้นห่างจากเตียงนอนของเธอด้วยระยะที่เหมาะสม ก่อนที่ดวงหน้างดงามจะช้อขึ้นมองใบหน้าคมคายด้วยท่าทีที่ยังคงประหม่า 

            “คุณนอนตรงนี้ได้เลยนะเหวินโหร่ว” ต้าเหวินโหร่วพยักหน้ารับ ครั้นที่เห็นว่าหลิวไป๋ฮวาเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียง ต้าเหวินโหร่วก็หยักยิ้มออกมาทว่าเขากลับยังคงนั่งอยู่ที่เดิมเช่นนั้นจนหญิงสาวอดที่จะเอ่ยถามออกไปไม่ได้

            “คุณไม่นอนเหรอ”

            “ผมยังไม่ค่อยง่วงเท่าไหร่ คุณนอนก่อนเถอะ” หลิวไป๋ฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าขึ้นลง เพียงไม่นานเปลือกตาที่เคยหนักอึ้งก็ปิดลงในที่สุด เพราะความเมื่อยล้าที่เธอต้องเผชิญมาทั้งวัน ทำให้ร่างกายของเธอเข้าสู่การพักผ่อนเสียที

            ต่างจากต้าเหวินโหร่วโดยสิ้นเชิง เขาเพียงขยับร่างกายล้มตัวลงนอนบนฟูกเก่า ๆ โดยใช้ลำแขนแกร่งหนุนนอน ในขณะที่ดวงตาคู่คมก็ช้อนมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวอย่างไม่อาจละสายตาไปมองอย่างอื่นได้เลย ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มออกมา เมื่อใบหน้าในยามหลับใหลของหลิวไป๋ฮวาดูจิ้มลิ้มยิ่งนัก 

            ไม่รู้ว่าเนิ่นนานเพียงใดที่ชายหนุ่มยังคงเอาแต่เฝ้ามอง จดจ้องไปยังดวงหน้าสวยนี้ คล้ายกับว่าเขากำลังเก็บรายละเอียดบนใบหน้างดงามอย่างไรอย่างนั้น กระทั่งไม่รู้ตัวเลยว่าเขานั้นเผลอผล็อยหลับไปตั้งแต่เมื่อใด

            เช้าวันต่อมา…

            ต้าเหวินโหร่วกลับบ้านไปตั้งแต่เช้ามืดที่ผ่านมา ในขณะที่หลิวไป๋ฮวายังคงใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านไม่ได้ออกไปไหน ซึ่งก็มีเรื่องที่น่าแปลกอยู่อย่างหนึ่งที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนั้น ไม่มีชาวบ้านคนใดได้รับรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งที่สถานที่เกิดเหตุใกล้โรงแสดงมากขนาดนั้น แต่ไม่มีผู้ใดได้รับข่าวจากการที่หลิวไป๋ฮวาถูกทำร้าย และถูกวางยาเลยสักคน หรือนั่นจะหมายความว่าเธอสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเธอได้แล้วเช่นนั้นหรือ?

    แม้จะรู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่ก็ยังมีสิ่งที่ทำให้หลิวไป๋ฮวาต้องคิดต่อ เลขาธิการพรรคหมู่บ้านถูกต้าเหวินโหร่วทำร้ายจนปางตายขนาดนั้น ไม่นานเรื่องนี้จะต้องแพร่ไปทั่วทั้งหมู่บ้านแน่นอน

    จากนิสัยของจางไฉ่หงที่ห่วงหน้าตาของตนเองมาก เขาไม่มีทางปริปากบอกสาเหตุที่แท้จริงของบาดแผลเหล่านั้นแน่ ทว่าเขาจะกลับมาแก้แค้นต้าเหวินโหร่วเมื่อใดก็ไม่อาจรู้ได้เลย

            หญิงสาวที่นั่งเล่นที่ชานหน้าบ้าน ลากมองไปยังชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา ก่อนที่ริมฝีปากอวบอิ่มจะคลี่ยิ้มส่งไปให้ชาวบ้านคนหนึ่งที่ในอ้อมแขนคือตะกร้าที่ใส่ข้าวโพดเอาไว้จนแทบจะล้น ในขณะที่ใกล้กันก็เป็นเด็กน้อยที่หอบฝักข้าวโพดที่ผู้เป็นแม่ทำร่วงหล่นเอาไว้ตามทางจนเต็มอ้อมแขนเล็ก ๆ บุคคลทั้งสองตรงเข้ามายืนประชิดหน้ารั้วบ้านของหลิวไป๋ฮวาโดยไร้ซึ่งความลังเล

            “ไป๋ฮวา มาเอาข้าวโพดไปต้มสิ วันนี้ข้าวโพดที่ไร่แก่เต็มที่พอดี” หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใจดี หยิบข้าวโพดในตะกร้าส่งให้หลิวไป๋ฮวาไปเสียเยอะ จนหญิงสาวแทบจะหอบหิ้วเอาไว้ไม่หมด

            “แค่นี้ก็เยอะมากแล้ว ฉันอยู่ตามลำพังคงจะทานไม่หมด”

            “พี่ไป๋ฮวาเอาไปอีกเยอะ ๆ เลยสิ หากทานไม่หมดก็แบ่งไว้ทำอาหาร หรือทำขนมอย่างอื่นก็ได้” เด็กน้อยเอ่ยประโยคนั้นออกมา อีกทั้งยังหอบเอาข้าวโพดที่อยู่ในอ้อมแขนน้อย ๆ ของตนให้หลิวไป๋ฮวาไปจนหมด หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มกว้างออกมา

            “เยอะเช่นนี้ก็ต้องหาของมาแลกเปลี่ยนกันเสียหน่อย จะให้รับอยู่ฝ่ายเดียวได้อย่างไรกัน” 

            ”รอพี่ตรงนี้ครู่เดียว เดี๋ยวพี่จะรีบกลับมา” หลิวไป๋ฮวาเอ่ยออกไปเช่นนั้น ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในบ้านขณะที่ในอ้อมแขนก็เต็มไปด้วยฝักข้าวโพดแก่หลากสี เพียงไม่นานก็กลับมาพร้อมกับถุงที่อยู่ในมือ

            “พี่มีผ้าเช็ดหน้าปักลายเป็ดน้อยเอาไว้ เธอเอาไปใช้ได้เลย” 

            เด็กน้อยรับผ้าเช็ดหน้านั้นมาถือ ก่อนที่บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยนั้นจะมีรอยยิ้มขึ้นให้เห็นในทันทีที่ผ้าเช็ดหน้าผืนที่ว่าถูกคลี่ออก ผ้าเช็ดหน้าลายเป็ดน้อยที่มีขนกระจุกอยู่กลางหัว อีกทั้งดวงตาที่มองกันไปคนละทิศละทางนั้น แม้หน้าตาจะดูตลกแต่ก็น่ารักอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

            “ขอบคุณนะพี่ไป๋ฮวา ฉันจะใช้เป็นอย่างดีเลย”

            “ดีมาก”

            หญิงวัยกลางคนมองดูลูกน้อยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันกลับมามองเธอและเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “จะว่าไปแล้ว รู้ข่าวท่านเลขาธิการหมู่บ้านบ้างหรือเปล่าไป๋ฮวา?” 

            หลิวไป๋ฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นชะงัก เธอขมวดคิ้วขึ้นมาในทันทีที่ได้ยินข่าวของไอ้เลขาธิการพรรคหมู่บ้านคนนี้ ตอนแรกเธอก็เข้าใจว่าไม่มีใครรู้เรื่องนี้เสียอีก แต่หากคิดในมุมกลับกันชาวบ้านรู้เรื่องนี้ก็ดีแล้วล่ะ ทุกคนจะได้เห็นธาตุแท้ของมันสักที ว่ามันหื่นกาม บ้าเด็กสาวมากแค่ไหน

            “เห็นชาวบ้านล่ำลือกันว่าท่านเลขาธิการพรรคไปมีเรื่องชกต่อยกับอันธพาลในวันชิวอิกเพราะแย่งผู้หญิงกันน่ะ ตอนนี้ไปพักรักษาตัวในเมืองหลวง อาการคงจะสาหัสน่าดู”

            “เป็นเช่นนั้นเหรอ” น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยออกไปช่างแผ่วเบาด้วยความน่าเสียดาย เพราะข่าวที่ควรจะได้รับคือไอ้เลขาธิการพรรคหัวงูคนนั้นถูกกระทืบกล่องดวงใจจนตายต่างหากล่ะ

            “อืม อีกไม่นานก็คงจะโดนทางการเรียกตัวไปสอบสวนเพราะทะเลาะวิวาทกันเรื่องชู้สาวถือว่าเป็นการทำผิดกฎร้ายแรงน่ะ” หญิงสาวที่ก่อนหน้ามีท่าทีร่าเริง เงียบลงถนัดตากับข่าวใหม่ที่เพิ่งได้รับ

            “ส่วนภรรยาของท่านเลขาธิการพรรคหมู่บ้านเอง ก็ต้องเดินทางไปมาเพราะต้องคอยดูแลสามีที่เจ็บหนักเช่นกัน ในหมู่บ้านเราตอนนี้ก็คงจะไร้คนปกครองไปชั่วคราว หากผลสอบสวนออกมาไม่อาจเป็นที่ให้อภัยได้ก็คงต้องมีการแต่งตั้งเลขาธิการพรรคหมู่บ้านคนใหม่มาทดแทน” 

            “เช่นนั้นฉันคงต้องขอตัวก่อนนะไป๋ฮวา วันนี้ยังมีงานอีกหลายอย่างที่ต้องทำ” หลิวไป๋ฮวาพยักหน้า ทอดมองสองแม่ลูกที่เดินห่างกันออกไป ทุกอย่างยังคงปกติเหมือนเช่นเคย จางไฉ่หงเลขาธิการพรรคหมู่บ้านหื่นกามคนนั้นถึงจะได้รับโทษทัณฑ์จากทางการ แต่ดูเหมือนว่าโทษที่ได้รับนั้นจะยังไม่สาสมพอ

            เธอพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเสียดาย แต่ถึงอย่างไรก็ถือว่าเธอได้ล้างแค้นให้กับตนเองแล้ว

    ร่างบอบบางของหลิวไป๋ฮวาในยามนี้ได้หอบหิ้วเอาเสื่อเพียงผืนเดียวที่มีอยู่ในบ้าน อีกทั้งยังหยิบตะกร้าที่ใส่พวกของกินเอาไว้มากมาย โดยที่หลัก ๆ ก็เป็นอาหารจากที่ชาวบ้านมาแบ่งปัน เดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่ไม่ค่อยมีใครใช้นัก เนื่องจากสถานที่ที่เธอต้องการจะไปพักผ่อน คือสถานที่ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักมากเท่าไหร่ ใช้เวลาเพียงไม่นานในการเดินทาง จนในที่สุดหญิงสาวก็เดินมาถึงริมเขาหลงซานที่มีต้นไม้น้อยใหญ่คอยให้ร่มเงา บรรยากาศจึงร่มรื่นและเหมาะแก่การพักผ่อนยิ่งนัก 

    เพียงแค่คิดว่าโชคชะตาของเธอได้พลิกผัน และคงไม่มีวันกลับไปมีจุดจบเช่นเดิมอีก ก็ทำให้หลิวไป๋ฮวามีความสุขเป็นอย่างมาก 

            เสื่อที่หยิบติดมาถูกปูทับต้นหญ้าสีเขียวอ่อนใต้ต้นหยางเหมยที่บัดนี้มีผลให้เห็นพอประปรายเพียงเท่านั้น ตะกร้าของกินที่หญิงสาวพกติดตัวมาถูกวางทับลงบนเสื่อเพื่อป้องกันไม่ให้ลมพัดปลิว ในขณะที่ตัวของหลิวไป๋ฮวาในตอนนี้นั้นเดินหากิ่งไม้ยาว ๆ ในบริเวณโดยรอบ หยางเหมยต้นนี้เป็นต้นเดียวกับที่ต้าเหวินโหร่วบอก เมื่อมีโอกาสก็อยากจะลองชิมดูว่ารสชาติหวานดีจริงหรือไม่ 

            เมื่อได้กิ่งไม้ที่มีความยาวพอสมควร และมีความแข็งแรงมากพอ ก็รีบใช้กิ่งไม้นั้น ตีลงไปบนลูกหยางเหมยที่มีสีแดงสวย และดูสมบูรณ์ที่สุด จนเพียงไม่นานเธอก็ได้หยางเหมยลูกนั้นมาครอบครอง 

            “อย่ามายุ่ง…” เสียงเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว และบ่งบอกถึงความไม่พอใจดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ ทำให้หลิวไป๋ฮวาจำต้องละสายตาจากลูกหยางเหมยในมือไปชั่วขณะ กวาดสายตามองหาต้นเสียง


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] โชคชะตานำพารักหวนคืนกลับสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน