*ความเดิมตอนที่แล้ว จูนที่โดนจับตัวไปก็ได้พี่ชายที่พบเจอกันที่ร้านบาร์ที่มีนามว่าบลานนิสเตอร์ได้เข้ามาช่วยชีวิตเอาไว้อย่างหวุดหวิด ส่วนคุณลุงหน้าดุก็โดนคาบไปกินเรียบร้อย*.."ไอ้กัปตันหน้าโง่! ทำไมถึงอยู่ในสภาพแบบนี้ล่ะ""ใจเย็นๆก่อนนาไวโอเล็ทต้า เดี๋ยวเด็กคนนี้ก็ตื่นหรอก""ช่างหัวไอ้เด็กนั่นมันซะสิ..แต่แกน่ะจะตายแล้วนะไอโง่เอ้ย""แต่ก็ยังไม่ตายหนิ""ยังจะมาพูดอีกเลือดออกตั้งขนาดนั้น แล้วนายล่ะแพนเซอร์! กัปตันเราบาดเจ็บขนาดนี้แต่นายกลับมานั่งหัวเราะอยู่งั้นเหรอ"แพนเซอร์นั่งหัวเราะอยู่ใต้โคนต้นไม้เสียงดังแทบทั่วทั้งป่า"พวกแกนี่มันใช้งานไม่ได้เลยจริงๆทั้งกัปตันทั้งรองกัปตันก็โง่กันทั้งหมดน่ะแหละ""เอ่อไวโอเล็ทต้า..ฉันว่านะแทนที่เธอจะมาหัวร้อนเนี่ยเธอไปตามหมอมาให้ฉันไม่ดีกว่างั้นเหรอ""เออนั่นสินะ ฉ..ฉันลืมไปเลย ข..ขอโทษนะกัปตัน"หลังจากพูดจบเธอก็ตะโดนเรียกหาหมอไปทั้งป่า เห้อ..แทนที่เธอจะวิ่งไปตามหมอมา "ลูกน้องของฉันนี่มันใช้ได้กันทุกคนเลยจริงๆแหะ"บลานรำพึงรำพัน
ไม่นานนักคุณหมอประจำกลุ่มก็มาถึง"โห ไม่อยากจะเชื่อเลยนะเนี่ยคุณแพนเซอร์ คุณดูสินานแค่ไหนแล้วที่กัปตันเราไม่ได้อยู่ในสภาพแบบนี้น่ะ"เขาพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจที่ได้เห็นกัปตันเขาอยู่ในสภาพแบบนี้"ใช่ไหมล่ะไนกี้ ฉันหัวเราะแทบตายเลยนะเนี่ยตอนที่เพิ่งมาเห็นครั้งแรกน่ะ""ภาพแบบนี้เห็นไม่บ่อยนะครับเนี่ย ผมแทบไม่อยากนึกถึงสภาพของคู่ต่อสู้ของเขาเลยว่าเป็นยังไง ในที่สุดก็มีวันนี้วันที่เห็นกัปตันของเรานอนจมกองเลือดเดินแทบไม่ได้""ก๊ากๆๆ"พวกลูกน้องของบลานที่มาทีหลังเมื่อได้เห็นสภาพของเขาแล้วก็ต่างหัวเราะ"ไอ้ไนกี้นายรีบมารักษาฉันซักทีสิวะฉันอายคนอื่นเขาน่ะ"
"ผัวะ""โอ้ยมันเจ็บนะครับคุณไวโอเล็ทต้า จู่ๆมาตีผมทำไมล่ะครับ""ก็ตีให้พวกแกหายบ้าน่ะสิ! พวกแกเป็นบ้าอะไรกันห้ะ! คนกำลังจะตายแต่กลับมานั่งหัวเราะกันเนี่ย"ไวโอเล็ทต้าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ"ใครก็ได้ช่วยพาเธอไปสงบสติก่อนซิ มันได้เวลาที่ผมจะซ้ำเติมแผล เอ้ย! รักษาแผลแล้วล่ะ"จากนั้นก็มีคนพาตัวไวโอเล็ทต้าไปที่อื่นก่อน"กว่าจะรักษาฉันได้นะ..ไอ้ไนกี้""ตั้งแต่ผมเข้าร่วมกลุ่มมาก็มีไม่กี่ครั้งเองนะครับเนี่ยที่คุณอยู่ในสภาพแบบนี้น่ะ เอ่อ..งั้นผมขอถามหน่อยได้ไหมครับว่าไอ้ลุงหน้าโง่ๆนั่นมันมีพลังอะไรงั้นเหรอครับคุณถึงบาดเจ็บขนาดนี้เลย""เอ่อ...อย่าเสียงดังไปล่ะ..ฉันเห็นว่าแกเป็นหมอหรอกนะจึงจะบอกสาเหตุน่ะ""ครับ ว่ามาได้เลย""คือไอ้ลุงนั่นมันก็ไม่มีอะไรหรอก..แต่ฉันโดนหมีโจวแบร์ตีเอาหน่ะ""เอ๋? อะไรนะครับ..หมีโจวแบร์ คือคุณจะบอกว่าคุณ! โดน! หมี! โจว! แบร์! เล่น! งาน! งั้น! เหรอ! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ""ห๊ะอะไรนะไนกี้ กัปตันเราโดนหมีโจวแบร์เล่นงานเรอะ กระจอกจัด ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ""เฮ้อ..ไอ้เวรเอ้ยฉันสาบายเลยว่าฉันจะหาหมอคนใหม่ให้ได้"จากนั่นทุกคนก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนานรวมกระทั่งตัวของบลานเองด้วย..บ้าบอจริงๆ...หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านล่วงเลยไปเป็นปี ฤดูหนาวก็มาถึง ผมกับพวกคนของพี่บลานพวกเราสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก ในระยะเวลาที่ผ่านไปนี้ผมก็โตขึ้น ทุกคนในกลุ่มของพี่บลานก็แก่ขึ้น ผมเคารพในตัวของพี่บลานอย่างมากล้นในฐานะของไอดอลของการเป็นกลุ่มซีกเกอร์ในดวงใจของผม
ผมได้ฟังเรื่องราวการผจญภัยต่างๆของกลุ่มของพี่บลานอย่างมากมาย ในระเวลาหนึ่งปีที่ผ่านไปนี้ในทุกๆวันผมต้องบังคับให้ใครก็ได้คนหนึ่งในกลุ่มเล่าเรื่องการผจญภัยต่างๆออกมา เช่น ผู้คนส่วนใหญ่ใช้จะใช้[โบวคาร์]หรือเรียกง่ายๆว่ารถถ้วยน่ะแหละ มันเป็นรถที่มีรูปร่างคล้ายเรือเพียงแค่มันมีล้อ และด้านบนสามารถสร้างห้องต่างๆได้ ซึ่งกลุ่มซีกเกอร์ก็จะใช้ยานพาหนะประเภทนี้เดินทาง
ซึ่งคนที่เล่าเรื่องราวให้ผมฟังบ่อยที่สุดก็คือตัวพี่บลานเองน่ะแหละ ผมฟังเรื่องเล่าจนพวกเขาไม่มีอะไรจะพูดต่อเชียวล่ะ
แน่นอนว่าผมต้องส่งใบสมัครเข้ากลุ่มของเขาอยู่แล้วล่ะ และก็แน่นอนเหมือนกันว่าผมก็โดนปฏิเสธทุกครั้ง อืม..กี่ครั้งแล้วนะที่ผมขอเข้าร่วมกลุ่มของพี่บลาน น่าจะประมาณรอบที่ 998 แล้วล่ะมั้ง และครั้งนี้จะเป็นรอบที่ 999.."เฮ้บลาน! ครั้งนี้แหละผมจะพิสูจน์ตัวเองให้ได้เลยว่าผมนั้นแข็งแกร่งเพียงใด""ฮ่าๆวันนี้จะโชว์อะไรอีกล่ะ""ไอ้เด็กนี่ข้อดีของมันคือมันไม่เหนื่อยเลยจริงๆ ฮ่าๆ""ทุกคน! ตั้งใจดูความแข็งแกร่งของฉันให้ดีนะ ฉันจะต่อยกำแพงร้านเหล่านี่ให้ร้าวไปเลย""เฮ้ๆใจเย็นก่อนสิ เดี๋ยวคุณมาอาโนะก็โกรธหรอก""นายไม่ต้องห่วงไปหรอกบลาน ยังไงมันก็ไม่แม้แต่ร้าวอะนะ ถ้ามันพังจริงๆฉันจ่ายให้เองเลยเอ้า ฮ่าๆๆ"ทุกคนหัวเราะกันใหญ่"ได้เลย นายได้เงินหมดตัวแน่ๆ"ผมหายใจเข้าลึกสุดปอด พยายามที่จะเบ่งพลังออกมาที่หมัด แต่นี่ก็เป็นแค่การแสดงล่ะนะ เพราะผมได้เตรียมกำแพงปลอมไว้แล้ว แค่ต่อยนิดเดียวก็ร้าวแล้วล่ะ ฮิฮิ
"ย๊ากกก!""เฮ้ๆนี่นายเอาจริงเรอะนั่น"
'นายคอยดูให้ดีเถอะบลาน..แล้วนายจะรู้สึกถึงพลังของฉัน'
"โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย""เฮ้อ..ฉันว่าแล้วไอ้เด็กโง่เอ้ย""เอาเยอะจริงๆไอเด็กนี่ เอ้าพวกเรา ชน! ฮ่าๆๆๆๆ"ทันใดนั้นพี่มาอาโนะก็เข้ามา"เอ๋..จูนทำไมทำหน้าเจ็บแบบนั้นล่ะ""มือผมคงหักแล้วน่ะครับ โอ้ยยยยยย""แล้วทำไมเป็นแบบนั้นล่ะจูน เจ็บมากเลยงั้นเหรอ""เดี๋ยวผมดูแผลให้เองละกันครับคุณมาอาโนะ"พี่ไนกี้ก็เข้ามาช่วยผม"พอดีเขาอยากพิสูจน์ตัวเองโดดยการต่อยกำแพงนี่ให้แตกน่ะครับ""เอ๋...เหมือนพี่จะจำได้นะว่าเมื่อเช้าพี่เห็นเหมือนเป็นบอร์ดไม้ที่ทาสีเหมือนกำแพงวางเอาไว้ตรงที่จูนต่อยเลย พี่คิดว่ามันคือขยะเลยเออออกไปหน้าร้านแล้วน่ะ""อ้าวไอ้หนูนี่มันเล่นตุกติกแม้กระทั่งเรื่องที่จะเข้ากลุ่มเลยหรือนี่ ฉันชอบเด็กนี่แหะพาเขาเข้ากลุ่มเถอะกัปตัน"เมื่อผมได้ยินคำนี้ความเจ็บปวดก็หายไปเลย "ม่ายอาวอะ"แน่นอนว่าเขาปฏิเสธ"โถ่เว้ย! รอบหน้าฉันไม่พลาดแน่ไอ้พี่บลาน"
เวลาผ่านไป การมองเห็นพี่บลานก็ลดต่ำลง ใช่..ผลข้างเคียงจากบาดแผลที่เขาช่วยผมไว้ มันทำลายกระดูกสันหลังของเขาบางส่วน ถ้าเป็นคนธรรมดาก็คงไม่พิการก็กลายเป็นปุ๋ยไปซะแล้ว แน่นอนว่าผลข้างเคียงนั้นมันทำให้ดดวงตาของเขาเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะบอกผมเลย
ณ ร้านเหล้าของพี่มาอาโนะ"ท..ทำไมตาของพี่เปลี่ยนสีไปเป็นแบบนั้นล่ะพี่บลาน""อ๋อนี่น่ะเรอะ แฟชั่นน่ะแฟชั่น""แฟชั่น?""เอ่อจะว่ายังไงดดีล่ะ แฟชั่นมันก็คือรูปแบบการแต่งกายอย่างนึงน่ะ"ก็มีหลายครั้งที่พี่บลานพูดภาษาแปลกๆเขาบอกว่าถ้าอยากรู้ที่มาก็ให้เข้าไปในเมืองให้ได้"แต่ทำไมผมถึงรู้สึกแปลกๆจังเลยล่ะ และอีกอย่างนึง..""หืม..""ทำไมพี่ไม่สบตาผมเลยล่ะ!"ผมตะโกนออกไปเสียงดัง"เอ..ก็ ก็กำลังสบตาอยู่นิ""ห๊ะ..ผมว่าไม่นะ"
พี่ไวโอเล็ทต้าก็เดินเข้ามาใกล้ๆผม"พี่บลานสุดเท่ของนายน่ะ เขาตาบอดสนิทไปแล้วน่ะ""เอ๋???? ทำไมกันล่ะ""ก็เพราะช่วยเธอเมื่อปีที่แล้วไงล่ะ จำไม่ได้แล้วเรอะ""พอได้แล้วน่าไวโอเล็ทต้า"พี่บลานทำเสียงดุ"ยังไงเขาก็ควรรู้นะกัปตัน เราไม่ควรหลอกเค้า""อืม...ก็อย่างที่ได้ยินแหละจูน ฉันมองอะไรไม่ค่อยเห็นแล้วน่ะ""ห๊ะ?? นานแค่ไหนแล้ว""ก็..มันก็ค่อยๆแย่ลงไปเรื่อยน่ะ""บ้าเอ้ย! ทำไมถึงไม่คิดจะบอกผมซักคำนึงเลย""ใจเย็นก่อนน่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก""ตาบอดแบบนี้แล้วมันจะไปทำอะไรได้วะ!"
ผมตะโกนประโยคนั้นออกมาเสียงดังด้วยความโกรธ ผมร้องไห้ หลากหลายอารมณ์เข้ามาปะทะใจของผม ผมรู้สึกน้อยใจทำไมเขาถึงไม่บอกผม ผมเสียใจที่ดวงตาของพี่ชายที่ผมรักต้องหายไปเพราะผม พอผมตะโกนประโยคนั้นออกไปจนจบภายในร้านก็มีเพียงเสียงหัวเราะของเพื่อนๆของพี่บลาน
นี่เขาตาบอดเลยนะ ทำไมถึงยังหัวเราะกันอยู่ล่ะไอพวกบ้า?
ทำไมฤดูหนาวครั้งนี้มันถึงหนาวกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมาเลยนะ ปกติในวันที่หิมะตกแบบนี้ ผมมักจะออกมาวิ่งท้าหนาวเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ตัวเองได้อย่างสบายๆอยู่แล้ว แต่คราวนี้มันกลับกัน ความหนาวนั้นมันซึมลึกเข้าไปถึงหัวใจของผม ผมวิ่งออกมาจากบาร์ ไปให้ไกล ไกล ไกลพอที่จะจะขจัดความโศกเศร้านี้ให้หายไป 'ทำไมหิมะตกหนักแบบนี้นะ''ทำไมพี่เขาถึงต้องช่วยเราด้วยนะ''ปล่อยให้ตายๆไปก็ไม่น่าจะใช่ปัญหานี่''ยังไงเดิมทีชีวิตผมมันก็ไม่มีอะไรพิเศษอยู่แล้ว''ทำไมกันนะ? ทำไมกัน?'
ผมได้แต่คิดแล้วนอนลงบนกองหิมะที่เย็นเฉียบ อากาศหนาวเหน็บทำให้น้ำตาที่ไหลอยู่บนแผ่นหน้าของผมนั้นเริ่มที่จะแข็งตัว จนกัดใบหน้าของผม
"ระวังจะเป็นหวัดเอานะ"
เอ๋? ที่ตรงนี้ไม่น่าจะมีใครรู้จักนี่ แถมเวลาแบบนี้ใครกันที่มา หรือว่า...
"ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกนายนะจูน ฉันไม่อยากให้นายคิดมาก"
เขาคือพี่บลานนั่นเอง เขามาพร้อมกับคบเพลิงหนึ่งอันที่อบอุ่นสุดๆในเวลาที่หนาวเหน็บแบบนี้
"ไอบ้าเอ้ย! ตาบอดแบบนั้นแล้วยังมาเดินในป่าแบบนี้อีก เดี๋ยวก็ได้ตกหน้าผาตายหรอก""ฮ่าๆ ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกจูน เป็นห่วงตัวนายเองเถอะ""เป็นห่วงตัวฉันเองงั้นเหรอ เป็นห่วงตัวพี่เองไปเถอะ ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคนที่ตาบอดหรอกนะ""ทำไมกันล่ะ?""ทำไมงั้นเหรอ ก็ตาบอดแบบนี้แล้วจะไปสู้ใครได้กันล่ะวะ""ฮ่าๆนี่แหละคือเหตุผลที่ฉันไม่ว่านายขึ้นรถของฉันยังไงล่ะ นายรู้จักโลกน้อยเกินไป""แล้วมันยังไงกันล่ะ""ตอนนี้เธออายุ 10 ขวบสินะ อืม..ฉันก็เคยรู้จักคนอายุเท่านายที่แข็งแกร่งมากๆเลยด้วย""?""ก็ฉันชวนเขาขึ้นรถของฉันน่ะสิ แต่เขาปฏิเสธฉันน่ะ""แล้วจะมาพูดทำไม จะยั่วโมโหฉันงั้นเหรอ""นิยามความแข็งแกร่งของนายคืออะไรล่ะจูน""ก็มีพลังเยอะๆ เยอะซะจนต่อยนายให้ล้มไปเลยน่ะ""ฮ่าๆๆๆ งั้นหรอกเรอะ""...""แต่เสียใจด้วยนะนิยามคำว่าแข็งแกร่งของฉันก็คือการที่ได้รู้จักโลกนี้เยอะๆยังไงล่ะ""...""นายต้องอย่าลืมนะว่าสิ่งที่นายใฝ่ฝันจะเป็นเหมือนฉันน่ะมันคือซีกเกอร์ ซึ่งมันหมายความว่าพวกเราก็คือผู้ค้นหา..ผู้ค้นหาความเป็นจริงของโลกใบนี้ยังไงล่ะ""โถ่เว้ยพูดอะไรก็ไม่รู้แล้วตาบอดแบบนี้จะไปมองเห็นทางอะไรเห็นกันล่ะ""ตอนนี้นายยังเด็กเกินไปแฮะ แต่ถึงยังไงฉันจะแสดงให้นายเห็นเอง""อะไรล่ะ"หลังจากพูดพูดจบพี่บลานเขาก็หยิบมีดจากกระเป๋าที่คาดอกไว้อยู่ของเขาออกมา แล้วโยนมันมาที่ปลายเท้าของผม
เขาบอกให้ผมหยิบมีดเล่มนั้นขึ้นมาแล้วแทงเขาให้โดน เขาจะทำเพียงแค่นั่งขัดสมาธิลงบนพื้นหิมะ แล้วอุดหูของตัวเองเอาไว้"จะบ้าหรือไง! อยากตายงั้นเหรอ?""ถ้านายสามารถใช้มีดนั่นทำบาดแผลบนตัวฉันได้เพียงหน่อยเดียว ฉันก็จะพานายขึ้นรถของฉันล่ะ""แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ"
ผมจับมีดนั้นไว้ด้วยสองมือของผมด้วยความมั่นคง พร้อมเตรียมพุ่งเข้าไปปักกลางอกของเขา
ผมเข้าไปใกล้เต็มที..บ้าจริง นี่จะให้เราเอามีดนี่ปักอกเขาจริงๆน่ะเหรอ ถ้าเขาตายล่ะ?
อะไรมันจะง่ายดายขนาดนี้? กับอีแค่คนตาบอด ให้อภัยผมด้วยนะพี่บลาน
"ฟุ่บ"ผมพุ่งตัวเข้าไปปักตรงกลางอกของพี่บลานแต่ทำไมตอนนี้ผมถึงหน้าคะมำไปกับหิมะล่ะ'ข..เขาหลบได้งั้นเหรอ บ..บ้าน่า'"ได้ยังไงกัน????""ฮ่าๆฉันให้เวลานายฆ่าฉันได้ทั้งวันจนกว่านายจะเหนื่อยเลย..เอาสิ""พูดเองนะ!"
เมื่อกี้มันอาจจะแค่บังเอิญน่า...ไม่โดนเลย???? ทำไมกัน?? ร..เราก็ใช้มีดนี่โจมตีไปที่เขาแล้วแต่ยังไงมันก็ไม่โดน ทั้งๆที่เขาก็นั่งอยู่นิ่งแบบนั้น บ้าเอ้ย!
ข..เขายิ้ม เขายิ้มทำไมกัน"ฮ่าๆนายเหนื่อยแล้วเหรอจูน ทำไมตอนนี้ถึงไม่ปากดีซะแล้วล่ะ""นี่พี่ทำอะไรกับมีดเล่มนี้รึเปลาน่ะ""ถ้านายคิดแบบนั้นนายจะใช้หมัดจะใช้ไม้ใช้อะไรก็ได้เลยนะตามใจเลย แต่ผลมันก็คงจะเหมือนเดิมแหละ"
อะไรกัน???มันเป็นไปได้ยังไง เขาตาบอดนะแล้วทำไมถึงหลบการโจมตีเราเหมือนมองเห็นเลยล่ะ"นายคงจะอยากรู้สินะว่าเกิดอะไรขึ้น""พี่ทำได้ยังไง""ตอนนี้นายคงจะใจเย็นลงแล้วสินะ""...""อืม..จะว่ายังไงดีล่ะ นายน่ะชอบพึ่งปัจจัยภายมากเกินไป""...""การต่อสู้น่ะเขาต้องใช้[ใจ]ในการโจมตีและป้องกัน""ไอ้ของแบบนั้นมันจะใช้ทำอะไรได้กัน""ก็น่าจะเห็นแล้วนี่""ไม่เห็นจะเข้าใจเลย""ต่อไปนายก็จะได้เรียนรู้เองหละ""แล้วทำไมพี่ไม่สอนผมล่ะ""เฮ้อ...เรื่องนี้ฉันก็ยังไม่ได้บอกนายสินะ""...""ถ้าฉันบอกก็อย่าโกรธกันล่ะ""บอกมาสิ""พวกเราจะไปจากหมู่บ้านนี้..จากเมืองนี้แล้วน่ะ พวกเราจะเดินทางกันต่อแล้ว""ว่าไงนะ?".....
ฤดูหนาวนี่มันแย่จริงๆ มันเป็นฤดูแห่งการสูญเสียหรือยังไงกันนะ? คงไม่ต้องพูดถึงความเศร้าโศกเสียใจที่เกิดขึ้นกับผมหลังจากนั้นหรอกนะ......3 วันให้หลัง.."นี่ เป็นลูกผู้ชายน่ะอย่าเอาแต่ร้องไห้สิ""ฮึกๆๆ ผมไม่อยากให้ไปเลย อยู่ที่นี่ต่อเถอะนะ"ผมพูดไปพลางร้องไห้โฮ"อืม...น่าเสียดายนะ คนที่จะบอกให้หยุดหรือไปต่อก็มีแค่กัปตันเท่านั้นล่ะ""ฮือๆๆ""แทนที่จะขอให้อยู่ต่อทำไมไม่ไปขอขึ้นรถกับพวกเรากับกัปตันล่ะ""ไม่ล่ะ ผมไม่มีทางที่จะเป็นลูกน้องของคนที่ตาบอดหรอกนะ""ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"พี่ไวโอเล็ทต้าหัวเราะกับคำตอบของผม"ถึงตาจะบอดแต่เขาก็ยังแข็งแกร่งนะ""ฮึ..ไม่หรอก"ผมทำหน้าเบื่อหน่าย
จากนั้นพี่บลานที่เตรียมของเสร็จสรรพเตรียมที่จะจัดขบวนรถของตัวเองเพื่อที่จะมุ่งหน้าต่อก็เดินลงมาจากรถเพื่อมาคุยกับผม"วันนี้ก็ยังร้องไห้แฮะ แต่ก็แปลกจริงๆสองสามวันมานี้ไม่คิดจะขอขึ้นรถเลยเรอะ""ไม่ล่ะผมตั้งใจแล้วว่าผมจะตั้งกลุ่มของตัวเอง ผมไม่สนใจหัวหน้าที่ตาบอดหรอกนะ""ฮ่าๆก็แจ๋วดีนี่" คุณวิชัยกับพี่มาอาโนะก็เดินมา"ฉันคิดว่าเธอจะคิดได้ซะอีกนะเนี่ยที่เธอบอกว่าจะไม่ขอเข้ากลุ่มของไอ้เด็กบลานนี่ แต่สุดท้ายก็ยังที่จะต้องการสร้างกลุ่มของตัวเอง ฉันล่ะปวดหัวกับเธอจริงๆจูนเอ้ย"คุณวิชัยเข้ามาว่าผมตามเคย"ฮ่าๆแต่ผมคิดว่าเขาทำได้นะครับคุณวิชัย อาจจะดีกว่าผมด้วยซ้ำ""แกน่ะเงียบไปเลยไอ้บลานเพราะแกน่ะแหละมามอมเมาให้เด็กมันเป็นแบบนี้น่ะ""ฮ่าๆ ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจนะครับ""พูดกับไอ้พวกซีกเกอร์นี่เหนื่อยใจจริงๆ""แต่ยังไงผมก็ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่่างสำหรับการพักร้อนครั้งนี้ของผมนะครับคุณวิชัย พี่มาอาโนะ ทั้งหมู่บ้านนี้ก็มีเพียงแค่สองท่านเท่านั้นล่ะที่ต้อนรับผม""ใครต้อนรับแกฟะ รีบๆออกไปจากหมู่บ้านฉันได้แล้วนะเฟ้ย"คุณวิชัยรีบไล่"ฮ่าๆยังไงก็อย่าลืมแวะกลับมาอีกนะบลาน"พี่มาอาโนะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานพลางยิ้มไป"แน่นอนผมสัญญาว่าผมจะมาที่นี่อีกแต่ไม่รู้อีกนานแค่ไหนอะนะ""ไม่ต้องกลับมาแล้ว ไปให้พ้นซะ!!"คุณวิชัยขี้ดุจริงๆ
พี่บลานก็ขึ้นไปบนขบวนรถ พวกเพื่อนๆของพี่บลานทุกคนก็ดูเตรียมพร้อมสำหรับการผจญภัยต่อไปของพวกเขา เมื่อล้อของขบวนรถเริ่มขยับ น้ำตาของผมก็ไหลรินเหมือนผมต้องเสียคนสำคัญไปอีกครั้งหนึ่ง"จูนนนนนนนนน!"พี่บลานตะโกนเรียกผมจากบนขบวนรถ"Desire น่ะจะเป็นของจริงหรือไม่นั้นก็ไม่สำคัญหรอกนะ เพราะพวกเราคือซีกเกอร์ยังไงล่ะ ยังจำได้ใช่ไหมหน้าที่ของซีกเกอร์ก็คือตามหาความจริงให้ได้"พี่บลานตะโกนด้วยเสียงที่อาจจะได้ยินไปทั้งหมู่บ้าน ผมที่ร้องไห้อยู่นั้นก็ก้มหน้าขึ้นมาฟัง"ตั้งใจฝึกฝนให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น รวบรวมพวกพ้องที่ไว้ใจได้ให้ได้ ในภายภาคหน้าของการเดินทางนั้นนายอาจจะเจอผู้คนมากมายที่อาจจะกลายมาเป็นศัตรูของนาย นายกับพวกพ้องต้องฝ่าฟันมันมาให้ได้นะ!"ผมสับสนไปหมด ผมทั้งเสียใจจาการจากไปของพี่เขาและผมก็ยังรู้ฮึดสู้ด้วยคำพูดของพี่เขา"และถ้านายยังอยากจะขึ้นขบวนรถของฉันล่ะก็ ฉันจะไปรอนายอยู่ที่ที่แสนไกลภายใต้ผืนฟ้าแห่งนี้ และถ้าวันนั้นมาถึงก็ช่วยให้คำตอบฉันใหม่ล่ะ ฉันจะรอนะ เข้าใจใช่ไหม!""ครับ!!!"ผมตอบด้วยใจหนักแน่น"เอานี่ไป!"พี่บลานถอดกระเป๋าคาดอกที่เขาใส่อยู่ตลอดออกมาแล้วโยนลงมาให้ผม"ฮึบ!"ผมกระโดดไปรับโดยไม่ให้เปื้อนดิน"ฉันขอฝากของที่ฉันหวงที่สุดไว้ที่นายก็แล้วกัน เมื่อไรที่วันนั้นมาถึงฉันก็จะขอรับมันกลับไปนะ""ครับ!!!"ผมใส่มันโดดยไม่ลังเล พี่บลานก็ยิ้มพร้อมกับความห่างของสองเราเรื่อยๆ
ขบวนรถก็ค่อยจากไปพี่บลานและผองเพื่อนทุกคนก็โบกมือลาให้กับผม คุณวิชัยและพี่มาอาโนะ ภาพของพี่บลานที่กำลังจากไปนั้นช่างงดงามและยิ่งใหญ่ ยังไงซักวันนึงผมจะต้องตามรอยให้เป็นอย่างพี่เขาให้ได้"ผมจะเป็นทรูซีกเกอร์ให้ได้เลย!!!!!!!"ผมตะโกนด้วยเสียงที่ดัง หนักแน่นไปด้วยความภูมิใจ"โอ!!!"พี่บลานตะโกนพร้อมกับยิ้มไป..แล้วขบวนรถนั้นก็ลับไกลออกไปจนมองไม่เห็นอีกเลย...และตั้งแต่นั้นผมก็ตั้งใจฝึกฝน..สร้างโบวคาร์ของตัวเองทีละน้อยๆ..รอซักวันนึงที่ผมพร้อมที่จะออกเดินทาง..ค้นหาความจริงของโลกใบนี้..ขอบคุณนะ..คุณแรงบัลดาลใจของผม.........ทำไมถึงเข้าไปช่วยน่ะเหรอ? ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกนะ..เขาคล้ายกับน้องชายของฉันน่ะและฉันก็มองเห็นถึงความพิเศษในตัวของเขา ความพิเศษนั้นพิเศษซะจนแค่ดวงตากับนิ้วมือที่หายไปของฉันก็ยังเทียบค่าไม่ได้เชียวล่ะ เอ๋?..ไม่เชื่องั้นเหรอ ซักวันนายจะได้เห็นมันเองแหละ..ยุคสมัยของเขาน่ะ -บลานนิสเตอร์ โกลด์เมริท-
ถึงแม้ชายผู้ปลุกพลังใจของผมจะจากไปแต่อุดมการณ์ในใจของผมหนักแน่นซะยิ่งกว่าโลกทั้งใบ ติดตามเรื่องราวการเดินทางของผมในช่วงปัจจุบันในตอนต่อไปตอน [เอาชีวิตรอดในคืนแรก]
-จากผู้เขียน-ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านเรื่องราวของดิฉันกันด้วยนะคะ ในตอนนี้ดิฉันก็ได้เปลี่ยนแปลงวิธีเขียนวิธีการใช้สัญลักษณ์ต่างๆ มีความคิดเห็นอย่างไรก็ลองคอมเมนต์เข้ามากันได้นะคะ และแน่นอนว่าตอนถัดๆไปก็น่าจะมีการเปลี่ยนอีกน่ะแหละ(ฮา) และเหตุผลที่ตอนนี้ลงเร็วกว่าปกติก็เพราะว่าดิฉันอารมณ์ดี ก็..แค่นั้นแหละ5555 เพียงแค่เห็นตัวเลขคนเข้ามาอ่านก็ทำให้ดิฉันมีไฟในการเขียนต่อไปแล้วล่ะค่ะ บัยยคุณหญิงอาราดา