ภัสราซักไซ้เื่ราวของทักษพรจนธเนศหัวเราะ “คุณแม่ครับ ผมไม่รู้รายละเอียดนะครับ ต้องถามณัฐ รายนั้นรู้ละเอียด”
“ได้ แม่โทรถามเอง” ภัสรากดโทรศัพท์หาเลขานุการคนสนิทของลูกชายคนโต
ณัฐวุฒิได้ยินว่าคุณภัสราอยากรู้เื่ของทักษพรก็อ้าปากค้าง
“ณัฐ ไม่ต้องบอกคุณธนาว่าฉันถามนะ รีบบอกมาเร็วเข้าเธอรู้อะไรบ้าง?”
ณัฐวุฒิรีบหลบหามุมเหมาะ พอเห็นว่าบอสของตนกำลังพูดคุยกับ ทักษพรอยู่ก็รีบเล่าเื่ตนเองรู้ทั้งหมดให้มารดาของเ้านายฟัง
ภัสรากดวางโทรศัพท์แล้วยิ้มกริ่ม “จะว่าไป เื่มันก็เข้าเค้าอยู่นะ หนูผักบอกว่าแฟนไปเรียนต่อต่างประเทศ ตัวเองมารู้ทีหลังว่าตั้งท้อง นับระยะกับอายุแล้ว ปีนี้เธออายุยี่สิบหก สี่ปีก่อนตอนที่ท้องก็คือ่ยี่สิบสอง เรียนปีสุดท้ายพอดี เธอไม่เปิดเผยชื่อแฟนและไม่เคยมีคนเคยเห็นรูป อาจจะเป็ไปได้ว่าเธอท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ”
ธเนศตวัดสายตามองหน้ามารดา “คุณแม่พูดมีเหตุผลครับ ตอนนี้ผมอยากจะรู้อีกอย่างคือสูติบัตรลูกชายของเธอระบุชื่อพ่อไว้ไหม? ถ้าไม่ระบุก็คงเป็อย่างคุณแม่ว่าคือเธอ ท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ”
“ณัฐบอกว่าให้นักสืบไปดูให้แล้ว ส่วนแม่ แม่มีวิธีทดสอบง่ายๆ อยู่นะ”
“ยังไงครับ?”
“ไปให้ถึงโรงเรียนของน้องพืชก่อนเดี๋ยวรู้เอง”
รถตู้สีดำคันใหญ่หรูหราจอดที่หน้ารั้วโรงเรียน สองแม่ลูกที่แต่งกายดูแล้วรู้ระดับก้าวลงมาจากรถแล้วเดินเข้าไปแจ้งว่าขอพบผู้อำนวยการโรงเรียน เ้าหน้าที่ด้านหน้ารีบเดินนำเข้าไปถึงห้องผู้อำนวยการ
หญิงสาวร่างระหง ใบหน้าแฉล้มแต่งหน้าบางๆ ถักเปียเดี่ยวยาวเกือบถึงเอวในชุดสีน้ำตาลอ่อนเรียบร้อยเดินมาเปิดประตูกระจกพร้อมกับยิ้มรับ
“สวัสดีค่ะ เชิญข้างในก่อน” เธอผายมือไปยังเก้าอี้นุ่มแล้วเดินอ้อมไปนั่งโต๊ะผู้อำนวยการ
ธเนศอ่านชื่อเธอจากป้ายบนโต๊ะ ‘ปาลิตา’ ในใจเขาก็คิดว่าผู้อำนวยการดูอายุยังน้อยทั้งยังสาวและสวยด้วย
“ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรคะ?”
พนักงานหญิงคนเมื่อครู่รีบไปหาน้ำเย็นมาเสิร์ฟคนทั้งสามแล้วเดินออกไปข้างนอก ภัสราหยิบเอาพาสปอร์ตจากกระเป๋าสะพายราคาสูงพอๆ กับรถยนต์ธรรมดาหนึ่งคันออกมายื่นให้กับปาลิตา
“ดิฉันเพิ่งมาจากประเทศอังกฤษค่ะ มาตามหาหลานชายตัวน้อย”
ปาลิตาหยิบพาสปอร์ตออกมาเปิดดู เธอพลิกดูตราประทับที่แสดงว่าผู้หญิงตรงหน้าเดินทางออกจากประเทศอังกฤษและเข้าประเทศไทยแล้วขมวดคิ้ว
“หลานชาย? หลานชายคนไหนคะ?”
“น้องพืชค่ะ คุณครูคงจะไม่เคยเห็นคุณพ่อของน้องพืชใช่ไหมคะ?”
ปาลิตาพยักหน้าอย่างงงๆ
“ดูลูกชายดิฉันสิคะ เหมือนน้องพืชมากไหม?” ภัสราหันไปหาบุตรชาย “เนศ ถอดแว่นออกหน่อยสิลูก”
ธเนศถึงกับอึ้ง จู่ๆ เขาก็ถูกคุณแม่โยนความเป็พ่อของเด็กให้หน้าตาเฉย ภัสราแอบหยิกต้นขาลูกชายเบาๆ ธเนศที่กำลังจะอ้าปากคัดค้านจำต้องถอดแว่นตาออก เขามักจะสวมแว่นตากรองแสงในเวลาออกมาข้างนอก เพราะเมืองไทยแดดแรง เขาไม่ค่อยอยากให้ดวงตาสู้แสงมากนัก
ปาลิตาหันมามองชายหนุ่มที่เธอสะดุดตาั้แ่แรก เธออึ้งไปชั่วขณะ ตอนที่เขาถอดแว่นตาหล่อกว่าตอนใส่หลายเท่า ภัสราเห็นอาการของผู้อำนวยการสาวก็กลัวว่าเธอจะไม่เชื่อ จึงหยิบเอาแท็บเล็ตของลูกชายที่เธอยืมมาชั่วยาวจากกระเป๋าถือใบใหญ่ของตนเปิดรูปเด็กชายธนาธิปแล้วยื่นให้หญิงสาว
“คุณครูเปรียบเทียบดูสิคะ พวกเขาเหมือนกันมากเลยทีเดียว ดิฉันเสียใจที่ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นตั้งท้อง พอได้เห็นรูปหลานชายก็เกิดความสงสัยจึงอยากตามมาดูค่ะ พวกเราสองย่าหลานต้องพลัดพรากกันเพราะความเข้าใจผิดแท้ๆ”
ธเนศได้ยินมารดาทำน้ำเสียงสั่นเครือ ทั้งยังหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาก็ถึงกับตะลึง
‘คุณแม่เล่นสมบทบาทเกินไปแล้ว จู่ๆ กลายเป็ผู้ถูกทำร้ายจิตใจเฉย’
ปาลิตาดูภาพของเด็กชายธนาธิปแล้วเงยหน้าขึ้นดูผู้ชายตรงหน้า ในใจรู้สึกดิ่งวูบด้วยความเสียดาย รูปร่างหน้าตาของเขาถูกใจเธอมาก แต่เขามีลูกชายอายุสามขวบแล้ว
“เหมือนกันมากเลยค่ะ” น้ำเสียงเธอคล้ายเหม่อลอย
“คุณครู ดิฉันขอพบน้องพืชสักหน่อยได้ไหมคะ? ไม่ได้พาตัวไปนะ แค่อยากพบเฉยๆ แล้วคุณครูก็ไม่ต้องบอกแม่เด็กหรอก ดิฉันอยากพบหน้าหลานสักครั้งแค่นั้นเอง”
ปาลิตาเห็นสตรีสูงวัยใช้ผ้าซับน้ำตาก็ใจอ่อนยวบ
“คุณภัสราค่ะ ดิฉันขอคุยกับคุณครูประจำชั้นของธนาธิปสักแป๊บก่อนนะคะ” ปาลิตาลุกขึ้น เธอมองภัสราก็สีหน้าหงอยๆ แล้วเหลือบไปมองธเนศ ในใจนึกตำหนิที่เขาไม่แสดงความรักใคร่ในฐานะพ่อของเด็กออกมาสักนิด หรือว่าผู้ชายคนนี้อยากจะทิ้งลูกกับภรรยาแต่คนเป็ย่าไม่ยอม?
“ได้ค่ะ พวกเรายินดีรอ”
“แต่ดิฉันขอเรียนไว้ก่อนว่ายังไม่ได้รับอนุญาตจากคุณแม่ของเด็กดิฉันก็ยังให้เด็กพบคุณสองคนไม่ได้แต่ไปแอบๆ ดูก็พอได้ค่ะ”
ปาลิตากลัวจะเกิดปัญหา หากว่าแม่ของเด็กมาทราบภายหลัง แม้เธอจะเห็นใจคุณภัสราก็ตาม ส่วนพ่อของเด็กนั่น ถ้ามาคนเดียว เธอไม่มีทางให้เห็นเด็กโดยเด็ดขาด
“ดิฉันเข้าใจว่าคุณครูลำบากใจ แค่นี้ก็พอค่ะ”
ปาลิตาเดินไปอาคารเรียนของเด็กเตรียมอนุบาล เธอยื่นแท็บเล็ตของคุณภัสราที่ถือติดมือมาให้ครูห้องแรกดู “เด็กอยู่ห้องไหนคะ?”
“ห้องนี่ค่ะ น้องพืชคนนั้น” นิ้วของคุณครูประจำชั้นชี้ไปยังเด็กชายที่กำลังนั่งระบายสีอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้อง
ปาลิตามองตาม เด็กชายธนาธิปหน้าเหมือนคนเป็พ่อมาก ทั้งคิ้ว ตา และจมูก เธอจึงสอบถามเื่ครอบครัวของเด็กจากครูประจำชั้น ซึ่งก็ตรงกับที่คุณภัสราบอก
“ในสูติบัตรเด็กไม่ได้ระบุชื่อพ่อนะคะ คุณแม่น้องบอกว่าเลิกกันแล้วมารู้ทีหลังว่าท้อง ผู้ชายไปต่างประเทศั้แ่ก่อนเด็กเกิดค่ะ”
ปาลิตาเห็นเด็กน้อยใบหน้าน่ารักแล้วนึกแช่งชักธเนศในใจ
‘หน้าตาก็ดีแต่ใจดำ ทิ้งแฟนไปเรียนต่อ ปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวอยู่ตั้งหลายปีแล้วเพิ่งมาตามหา’
แม้ปาลิตาจะรู้ว่าไม่ใช่ความผิดของธเนศ แต่เพราะความผิดหวังที่เขามีลูกและภรรยาแล้วจึงอดจะพาลไม่ได้ หนำซ้ำแม่ของเขาพามาตามหาลูกด้วยความกระตือรือร้นแต่เขากลับมีท่าทีเนือยๆ จนน่ารังเกียจ
“งั้นปาจะพาคุณย่ากับคุณพ่อเขามาแอบดูน้องสักหน่อยนะคะ ในเมื่อผู้ปกครองโดยตรงยังไม่อนุญาต ปาก็ไม่กล้าให้เด็กพบคนอื่นค่ะ”
“ค่ะ แบบนี้ดีกว่า เอาไว้เขาตกลงกันกับคุณแม่ของน้องพืชได้แล้วค่อยให้พบกัน”
“น่าสงสารคุณย่าของเด็ก ท่านเดินทางไกลมาจากอังกฤษจะไม่ให้เห็นหน้าหลานชายเลยก็ดูจะใจดำเกินไป”
ปาลิตาเดินกลับมาที่ห้อง คืนแท็บเล็ตให้กับคุณภัสรา แล้วเชิญคนทั้งสองให้เดินตามเธอไปรอที่หน้าทางเดินเข้าโรงอาหาร
“อีกสักครู่ก็จะเดินแถวเข้ามาทานอาหารกันแล้วค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะชี้ให้ดู”
แถวของห้องเรียนเตรียมอนุบาลห้องแรกเดินเข้ามา สองแม่ลูกที่แอบอ้างเป็พ่อกับย่าชะเง้อคอมอง เด็กชายธนาธิปตัวค่อนข้างสูงจึงยืนอยู่เกือบท้ายแถว
“นั่นค่ะ น้องพืช”
ภัสรายิ้มกว้าง “หลานย่า น่ารักจริง”
ธเนศที่เห็นหน้าเด็กน้อยชัดๆ ถึงกับชะงัก เขารีบกระซิบกับมารดา “เหมือนมากครับคุณแม่ เหมือนหนูนาตอนเป็เด็กเลย มีแค่ปากที่ไม่เหมือน”
“ปากน่ะ น่าจะเหมือนแม่เขา”
ปาลิตาเห็นสายตาสตรีสูงวัยดูปลื้มปริ่มและเต็มไปด้วยความเมตตาก็รู้สึกดีใจแทนเด็กชายตัวน้อย ครูประจำชั้นบอกกับเธอว่าธนาธิปมักจะทำสายตาเศร้าเมื่อพูดถึงคุณพ่อ
‘ผมมีคุณพ่อหมอนข้างครับ คุณแม่บอกว่าคุณพ่อตัวจริงอยู่ไกลมาก มาหาผมไม่ได้ รอให้ผมโตขึ้น คุณพ่อก็จะมาหาเอง’
*****************
ไรเตอร์แนะนำนิยายเซ็ท
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE3OTAxNyI7fQ
