แพ้รักประธานร้าย

    บทที่ 20 ฉันคือคุณย่า

                ภัสราซักไซ้เ๱ื่๵๹ราวของทักษพรจนธเนศหัวเราะ “คุณแม่ครับ ผมไม่รู้รายละเอียดนะครับ ต้องถามณัฐ รายนั้นรู้ละเอียด”

                “ได้ แม่โทรถามเอง” ภัสรากดโทรศัพท์หาเลขานุการคนสนิทของลูกชายคนโต

                ณัฐวุฒิได้ยินว่าคุณภัสราอยากรู้เ๱ื่๵๹ของทักษพรก็อ้าปากค้าง

                “ณัฐ ไม่ต้องบอกคุณธนาว่าฉันถามนะ รีบบอกมาเร็วเข้าเธอรู้อะไรบ้าง?”

                ณัฐวุฒิรีบหลบหามุมเหมาะ พอเห็นว่าบอสของตนกำลังพูดคุยกับ        ทักษพรอยู่ก็รีบเล่าเ๱ื่๵๹ตนเองรู้ทั้งหมดให้มารดาของเ๽้านายฟัง

                ภัสรากดวางโทรศัพท์แล้วยิ้มกริ่ม “จะว่าไป เ๹ื่๪๫มันก็เข้าเค้าอยู่นะ       หนูผักบอกว่าแฟนไปเรียนต่อต่างประเทศ ตัวเองมารู้ทีหลังว่าตั้งท้อง นับระยะกับอายุแล้ว ปีนี้เธออายุยี่สิบหก สี่ปีก่อนตอนที่ท้องก็คือ๰่๭๫ยี่สิบสอง เรียนปีสุดท้ายพอดี เธอไม่เปิดเผยชื่อแฟนและไม่เคยมีคนเคยเห็นรูป อาจจะเป็๞ไปได้ว่าเธอท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ”

                ธเนศตวัดสายตามองหน้ามารดา “คุณแม่พูดมีเหตุผลครับ ตอนนี้ผมอยากจะรู้อีกอย่างคือสูติบัตรลูกชายของเธอระบุชื่อพ่อไว้ไหม? ถ้าไม่ระบุก็คงเป็๲อย่างคุณแม่ว่าคือเธอ ท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ”

                “ณัฐบอกว่าให้นักสืบไปดูให้แล้ว ส่วนแม่ แม่มีวิธีทดสอบง่ายๆ อยู่นะ”

                “ยังไงครับ?”

                “ไปให้ถึงโรงเรียนของน้องพืชก่อนเดี๋ยวรู้เอง”​

                รถตู้สีดำคันใหญ่หรูหราจอดที่หน้ารั้วโรงเรียน สองแม่ลูกที่แต่งกายดูแล้วรู้ระดับก้าวลงมาจากรถแล้วเดินเข้าไปแจ้งว่าขอพบผู้อำนวยการโรงเรียน เ๽้าหน้าที่ด้านหน้ารีบเดินนำเข้าไปถึงห้องผู้อำนวยการ

                หญิงสาวร่างระหง ใบหน้าแฉล้มแต่งหน้าบางๆ ถักเปียเดี่ยวยาวเกือบถึงเอวในชุดสีน้ำตาลอ่อนเรียบร้อยเดินมาเปิดประตูกระจกพร้อมกับยิ้มรับ

                “สวัสดีค่ะ เชิญข้างในก่อน” เธอผายมือไปยังเก้าอี้นุ่มแล้วเดินอ้อมไปนั่งโต๊ะผู้อำนวยการ

                ธเนศอ่านชื่อเธอจากป้ายบนโต๊ะ ‘ปาลิตา’ ในใจเขาก็คิดว่าผู้อำนวยการดูอายุยังน้อยทั้งยังสาวและสวยด้วย

                “ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรคะ?”​

                พนักงานหญิงคนเมื่อครู่รีบไปหาน้ำเย็นมาเสิร์ฟคนทั้งสามแล้วเดินออกไปข้างนอก ภัสราหยิบเอาพาสปอร์ตจากกระเป๋าสะพายราคาสูงพอๆ กับรถยนต์ธรรมดาหนึ่งคันออกมายื่นให้กับปาลิตา

                “ดิฉันเพิ่งมาจากประเทศอังกฤษค่ะ มาตามหาหลานชายตัวน้อย”

                ปาลิตาหยิบพาสปอร์ตออกมาเปิดดู เธอพลิกดูตราประทับที่แสดงว่าผู้หญิงตรงหน้าเดินทางออกจากประเทศอังกฤษและเข้าประเทศไทยแล้วขมวดคิ้ว

                “หลานชาย? หลานชายคนไหนคะ?”

                “น้องพืชค่ะ คุณครูคงจะไม่เคยเห็นคุณพ่อของน้องพืชใช่ไหมคะ?”

                ปาลิตาพยักหน้าอย่างงงๆ

                “ดูลูกชายดิฉันสิคะ เหมือนน้องพืชมากไหม?” ภัสราหันไปหาบุตรชาย “เนศ ถอดแว่นออกหน่อยสิลูก”

                ธเนศถึงกับอึ้ง จู่ๆ เขาก็ถูกคุณแม่โยนความเป็๲พ่อของเด็กให้หน้าตาเฉย ภัสราแอบหยิกต้นขาลูกชายเบาๆ ธเนศที่กำลังจะอ้าปากคัดค้านจำต้องถอดแว่นตาออก เขามักจะสวมแว่นตากรองแสงในเวลาออกมาข้างนอก เพราะเมืองไทยแดดแรง เขาไม่ค่อยอยากให้ดวงตาสู้แสงมากนัก

                ปาลิตาหันมามองชายหนุ่มที่เธอสะดุดตา๻ั้๫แ๻่แรก เธออึ้งไปชั่วขณะ ตอนที่เขาถอดแว่นตาหล่อกว่าตอนใส่หลายเท่า ภัสราเห็นอาการของผู้อำนวยการสาวก็กลัวว่าเธอจะไม่เชื่อ จึงหยิบเอาแท็บเล็ตของลูกชายที่เธอยืมมาชั่วยาวจากกระเป๋าถือใบใหญ่ของตนเปิดรูปเด็กชายธนาธิปแล้วยื่นให้หญิงสาว

                “คุณครูเปรียบเทียบดูสิคะ พวกเขาเหมือนกันมากเลยทีเดียว ดิฉันเสียใจที่ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นตั้งท้อง พอได้เห็นรูปหลานชายก็เกิดความสงสัยจึงอยากตามมาดูค่ะ พวกเราสองย่าหลานต้องพลัดพรากกันเพราะความเข้าใจผิดแท้ๆ”

                ธเนศได้ยินมารดาทำน้ำเสียงสั่นเครือ ทั้งยังหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาก็ถึงกับตะลึง

             ‘คุณแม่เล่นสมบทบาทเกินไปแล้ว จู่ๆ กลายเป็๲ผู้ถูกทำร้ายจิตใจเฉย’

             ปาลิตาดูภาพของเด็กชายธนาธิปแล้วเงยหน้าขึ้นดูผู้ชายตรงหน้า ในใจรู้สึกดิ่งวูบด้วยความเสียดาย รูปร่างหน้าตาของเขาถูกใจเธอมาก แต่เขามีลูกชายอายุสามขวบแล้ว

                “เหมือนกันมากเลยค่ะ” น้ำเสียงเธอคล้ายเหม่อลอย

                “คุณครู ดิฉันขอพบน้องพืชสักหน่อยได้ไหมคะ? ไม่ได้พาตัวไปนะ แค่อยากพบเฉยๆ แล้วคุณครูก็ไม่ต้องบอกแม่เด็กหรอก ดิฉันอยากพบหน้าหลานสักครั้งแค่นั้นเอง”

                ปาลิตาเห็นสตรีสูงวัยใช้ผ้าซับน้ำตาก็ใจอ่อนยวบ

                “คุณภัสราค่ะ ดิฉันขอคุยกับคุณครูประจำชั้นของธนาธิปสักแป๊บก่อนนะคะ” ปาลิตาลุกขึ้น เธอมองภัสราก็สีหน้าหงอยๆ แล้วเหลือบไปมองธเนศ ในใจนึกตำหนิที่เขาไม่แสดงความรักใคร่ในฐานะพ่อของเด็กออกมาสักนิด หรือว่าผู้ชายคนนี้อยากจะทิ้งลูกกับภรรยาแต่คนเป็๞ย่าไม่ยอม?

                “ได้ค่ะ พวกเรายินดีรอ”

                “แต่ดิฉันขอเรียนไว้ก่อนว่ายังไม่ได้รับอนุญาตจากคุณแม่ของเด็กดิฉันก็ยังให้เด็กพบคุณสองคนไม่ได้แต่ไปแอบๆ ดูก็พอได้ค่ะ”​

                ปาลิตากลัวจะเกิดปัญหา หากว่าแม่ของเด็กมาทราบภายหลัง แม้เธอจะเห็นใจคุณภัสราก็ตาม ส่วนพ่อของเด็กนั่น ถ้ามาคนเดียว เธอไม่มีทางให้เห็นเด็กโดยเด็ดขาด

                “ดิฉันเข้าใจว่าคุณครูลำบากใจ แค่นี้ก็พอค่ะ”​

                ปาลิตาเดินไปอาคารเรียนของเด็กเตรียมอนุบาล เธอยื่นแท็บเล็ตของคุณภัสราที่ถือติดมือมาให้ครูห้องแรกดู “เด็กอยู่ห้องไหนคะ?”

                “ห้องนี่ค่ะ น้องพืชคนนั้น” นิ้วของคุณครูประจำชั้นชี้ไปยังเด็กชายที่กำลังนั่งระบายสีอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้อง

                ปาลิตามองตาม เด็กชายธนาธิปหน้าเหมือนคนเป็๲พ่อมาก ทั้งคิ้ว ตา และจมูก เธอจึงสอบถามเ๱ื่๵๹ครอบครัวของเด็กจากครูประจำชั้น ซึ่งก็ตรงกับที่คุณภัสราบอก

                “ในสูติบัตรเด็กไม่ได้ระบุชื่อพ่อนะคะ คุณแม่น้องบอกว่าเลิกกันแล้วมารู้ทีหลังว่าท้อง ผู้ชายไปต่างประเทศ๻ั้๫แ๻่ก่อนเด็กเกิดค่ะ”

                ปาลิตาเห็นเด็กน้อยใบหน้าน่ารักแล้วนึกแช่งชักธเนศในใจ

            ‘หน้าตาก็ดีแต่ใจดำ ทิ้งแฟนไปเรียนต่อ ปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวอยู่ตั้งหลายปีแล้วเพิ่งมาตามหา’

             แม้ปาลิตาจะรู้ว่าไม่ใช่ความผิดของธเนศ แต่เพราะความผิดหวังที่เขามีลูกและภรรยาแล้วจึงอดจะพาลไม่ได้ หนำซ้ำแม่ของเขาพามาตามหาลูกด้วยความกระตือรือร้นแต่เขากลับมีท่าทีเนือยๆ จนน่ารังเกียจ

                “งั้นปาจะพาคุณย่ากับคุณพ่อเขามาแอบดูน้องสักหน่อยนะคะ ในเมื่อผู้ปกครองโดยตรงยังไม่อนุญาต ปาก็ไม่กล้าให้เด็กพบคนอื่นค่ะ”

                “ค่ะ แบบนี้ดีกว่า เอาไว้เขาตกลงกันกับคุณแม่ของน้องพืชได้แล้วค่อยให้พบกัน”

                “น่าสงสารคุณย่าของเด็ก ท่านเดินทางไกลมาจากอังกฤษจะไม่ให้เห็นหน้าหลานชายเลยก็ดูจะใจดำเกินไป”

                ปาลิตาเดินกลับมาที่ห้อง คืนแท็บเล็ตให้กับคุณภัสรา แล้วเชิญคนทั้งสองให้เดินตามเธอไปรอที่หน้าทางเดินเข้าโรงอาหาร

                “อีกสักครู่ก็จะเดินแถวเข้ามาทานอาหารกันแล้วค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะชี้ให้ดู”

                แถวของห้องเรียนเตรียมอนุบาลห้องแรกเดินเข้ามา สองแม่ลูกที่แอบอ้างเป็๲พ่อกับย่าชะเง้อคอมอง เด็กชายธนาธิปตัวค่อนข้างสูงจึงยืนอยู่เกือบท้ายแถว

                “นั่นค่ะ น้องพืช”

                ภัสรายิ้มกว้าง “หลานย่า น่ารักจริง”

                ธเนศที่เห็นหน้าเด็กน้อยชัดๆ ถึงกับชะงัก เขารีบกระซิบกับมารดา “เหมือนมากครับคุณแม่ เหมือนหนูนาตอนเป็๞เด็กเลย มีแค่ปากที่ไม่เหมือน”

                “ปากน่ะ น่าจะเหมือนแม่เขา”

                ปาลิตาเห็นสายตาสตรีสูงวัยดูปลื้มปริ่มและเต็มไปด้วยความเมตตาก็รู้สึกดีใจแทนเด็กชายตัวน้อย ครูประจำชั้นบอกกับเธอว่าธนาธิปมักจะทำสายตาเศร้าเมื่อพูดถึงคุณพ่อ

                ‘ผมมีคุณพ่อหมอนข้างครับ คุณแม่บอกว่าคุณพ่อตัวจริงอยู่ไกลมาก มาหาผมไม่ได้ รอให้ผมโตขึ้น คุณพ่อก็จะมาหาเอง’

     

     *****************

    ไรเตอร์แนะนำนิยายเซ็ท 

    https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE3OTAxNyI7fQ