“อีกสองวันจะมีงานเลี้ยงฉลองรับตำแหน่งของบุตรชายท่านเสนาบดีขอรับข้านำเทียบเชิญมาให้กุ้ยเจินขอรับ”หยางเจี๋ยเอ่ยพร้อมกับมองไปที่กุ้ยเจินที่ตอนนี้นั่งอยู่ข้างๆมารดาของตน
“เจินเออร์เ้าว่าอย่างไรสนใจไปร่วมงานหรือไม่”นางซือหันมาเอ่ยถามกุ้นเจินเสียงอ่อน
“มะรืนข้าวางแผนไปเยี่ยมอาเหวินกับเฟิ่งเออร์เ้าค่ะไม่ทราบว่าท่านแม่สนใจไปกับข้าหรือไม่เ้าคะ”กุ้ยเจินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่แม่สามีของตนด้วยสายตาอ่อนโยน
“แม่ต้องไปด้วยอยู่แล้วสิ”นางซือหันมาเอ่ยกับกุ้ยเจินด้วยสีหน้ายินดี
“แล้วข้าเล่าขอรับท่านแม่”หยางเจี๋ยเอ่ยถามมารดาของตนด้วยสายตาไม่พอใจ
“เ้าก็ไปกับลูกเมียของเ้าสิ”นางซือเอ่ยพร้อมกับมองมาที่บุตรชายอย่างไม่ใส่ใจนางหันกลับมาเอ่ยจัดแจงเลือกของฝากและเสือผ้าของใช้ต่างๆให้กับหลานสาวทั้งสองของตน
“แต่คนที่จะออกงานได้ต้องเป็ฮูหยินเอกนะขอรับ”หยางเจี๋ยเอ่ยกับมารดาของตนด้วยสีหน้าไม่ยินยอม
“แล้วงานเลี้ยงร้อยวันของคุณชายน้อยคหบดีเจาไม่ใช่ว่าเ้าก็พาฮูหยินรองของเ้าไปไม่ใช่หรือ”นางซือเอ่ยพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างสบายใจไม่คิดนำความไม่สบายใจของบุตรชายของนางมาคิดให้หนักใจ
“นั้นมันงานของพ่อค้าคหบดีแต่นี้มีแต่บรรดาขุนนางจะให้ข้านำบุตรสาวของหอโคมเขียวไปออกงานด้วยได้เช่นไรขอรับ”หยางเจี๋ยเผลอเอ่ยความในใจของตนออกมาซึ่งเป็สิ่งที่สร้างความขบขันให้กับนางซือเป็อย่างมาก
“ฮ่าๆอาเจี๋ยเ้าเพิ่งทำให้แม่หัวเราะได้ในรอบหลายปีเลยทีเดียวเ้ายังจำได้หรือไม่ยามนั้นแม่ก็พูดเช่นนี้เสวี่ยเหม่ยเหนียงเป็เพียงบุตรสาวของนางโลมเ้าไม่สามารถนำนางขึ้นมาตบแต่งอย่างเชิดหน้าชูตาได้ต่อให้นางจะวางตัวเป็เทพธิดาลอยตัวเหนือผู้คนแต่ความจริงก็คือนางเป็เพียงลูกของนางโลมเท่านั้นตอนนั้นเ้าพร่ำบอกว่าจะถอนหมั้นกับเจินเออร์แล้วไปแต่งกับเสวี่ยเหม่ยเหนียงเพื่อ้ายกนางมาเป็ฮูหยินเอกแล้วตอนนี้เ้าเพียงแค่พานางไปออกงานกลับเพิ่งมารู้สึกอับอายหรือช่างน่าขันเสียจริง”นางซือเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ
“ท่านแม่น้ำชาเ้าค่ะ”กุ้ยเจินที่นั่งอยู่ข้างๆ นางซื่อเอ่ยพร้อมกับส่งน้ำชาให้กับแม่สามีของตนด้วยแววตารักใคร่
“อะแฮ่ม”หยางเจี๋ยที่ไม่ได้รีบน้ำชาที่ชงโดยกุ้ยเจินกระแอมออกมาเบาๆด้วยหวังว่าภรรยาของตนจะมีน้ำใจหยิบยื่นน้ำชาอุ่นๆมาให้เขาสักจอกสองจอกก็ยังดีแต่อนิจจาความดำมืดในใจของกุ้ยเจินมีมากกว่าที่เขามากนักเมื่อนางแสร้งมองเลยไปที่สาวใช้ในห้องราวกับว่าเขาเป็เพียงธาตุอากาศก็ไม่ปาน
“เช่นนั้นข้าขอออกไปเยี่ยมลูกๆด้วยได้หรือไม่ขอรับ”หยางเจี๋ยที่เริ่มรู้สึกผิดที่ยังไม่เคยเลี้ยงดูอุ้มชูบุตรฝาแฝดทั้งสองของเขาเลย
“เ้าเอาเวลาไปดูแลเมียกับลูกรักของเ้าเถอะอาเหวินกับเฟิ่งเออร์ข้ากับเจินเออร์ดูแลได้” นางซือเอ่ยปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิด
“ท่านแม่”หยางเจี๋ยมองมาที่มารดาของตนด้วยแววตาเศร้าแต่เมื่อเขามองไปที่กุ้ยเจินเขาก็ต้องรู้สึกวูบโหวงที่ใจเมื่อแววตาของกุ้ยเจินที่มองมาที่เขามีแต่เพียงความว่างเปล่าเท่านั้น
“ไปเถอะแม่อยากพักผ่อนแล้ว” นางซื่อที่เห็นท่าทางไม่ยินยอมของบุตรชายตนได้แต่โบกมือไล่เบาๆ
“เจินเออร์เราจะเอาขนมไปฝากเด็กๆให้มากหน่อยแม่ได้รู้มาว่าเ้าอาวาสจะให้อาเหวินกับเฟิ่งเออร์ช่วยเหลือชาวบ้านทุกสามวันไม่รู้ว่าหลานๆของข้าจะเหนื่อยมากเพียงใด เช่นนั้นเ้าสมควรซื้อขนมไปฝากเด็กๆให้มากๆหน่อยก็แล้วกัน”นางซือเอ่ยพร้อมกับมองไปที่สะใภ้ของตนด้วยแววตาพอใจเมื่อพบว่ากุ้ยเจินได้เขียนจำนวนขนมหวานเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า
งานฉลองรับตำแหน่งขุนนางขั้นห้าของบุตรชายเสนาบดี
“ข้าน้อยคาราวะท่านเสนาบดีขอรับ”หยางเจี๋ยเอ่ยพร้อมกับโค้งคำนับชายชราตรงหน้าด้วยรอยยิ้มกว้างเพราะระหว่างเขากับเสนาบดีตรงหน้ามีความสัมพันธ์ค่อนข้างดี
“ไม่พบกันนานเลยแม่ทัพไป๋สบายดีหรือไม่” เสนาบดีเหยียนเอ่ยถามหยางเจี๋ยด้วยน้ำเสียงเป็กันเอง
“วันนี้พาเสวี่ยเหม่ยเหนียงมางานข้าหรือแล้วกุ้ยเจินเล่าอยู่ที่ใด” เสนาบดีเหยียนเอ่ยพร้อมกับมองมาที่หยางเจี๋ยด้วยแววตาไม่ชอบใจเพราะเสนาบดีเหยียนนั้นมีความสนิทสนมกับจินซือเฉิงบิดาของจินกุ้ยเจินพอสมควร