ตอนที่ 3
เช้าวันต่อมา ข่าวมู่เซียวหลันฟื้นคืนสติ หายจากอาการปัญญาอ่อนได้แพร่กระจายไปทั่วจวนอ๋อง อี้จวิ้นอ๋องที่เพิ่งกลับจากประชุมเช้าได้ข่าวก็เลิกคิ้วแปลกใจ ชายหนุ่มกางแขนให้สาวใช้เปลี่ยนเสื้อนอกพลางเอ่ยถามเสียงเรียบ “หายดีจริงหรือ”
“แม่นางหลิวผู้พี่มาแจ้งเมื่อเช้าขอรับ” พ่อบ้านตอบด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจเพราะเขาเองก็ยังไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง
อี้จวิ้นอ๋องพยักหน้า สะบัดชายแขนเสื้อแล้วจึงเดินนำออกไป “ชายารองเป็อย่างไรบ้าง
พ่อบ้านเหลือบมองเส้นทางที่อี้จวิ้นอ๋องเดินไปแวบหนึ่งแล้วจึงตอบด้วยท่าทางระมัดระวัง “อาการดีขึ้นมากขอรับ เพียงแต่ร่างกายอ่อนแอ หากตั้งครรภ์อีกครั้งอาจเสี่ยงต่อภาวะตกเื” พูดจบก็เหลือบตามองอี้จวิ้นอ๋องด้วยความหวาดเกรงก่อนกล่าวต่อ “ท่านอ๋อง ไม่ทราบว่าเื่นี้ต้องแจ้งทางจวนแม่ทัพมู่หรือไม่ขอรับ”
อี้จวิ้นอ๋องขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “บอกว่าชายารองหกล้มก็พอ”
พ่อบ้านรับคำ ท่าทีของท่านอ๋องชัดเจนยิ่งนักว่าเข้าข้างชายาเอก เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานไม่ว่าอย่างไรก็มีเพียงแค่พวกนางสองพี่น้องที่อยู่ด้วยกัน ชายารองหกล้ม ตกเื ส่วนที่ว่านางถูกชายาเอกผลักหรือไม่ก็มีเพียงพวกนางเท่านั้นที่รู้ ไม่มีทั้งหลักฐานและพยาน อาศัยคำพูดของชายารองเพียงอย่างเดียวท่านอ๋องย่อมไม่เชื่ออย่างแน่นอน ส่วนพระชายาเอกนั้น นิสัยเหมือนเด็ก ไม่รู้จักหนักเบาทั้งยังไม่ชอบหน้าชายารองเป็ทุนเดิม หากนางจะพลั้งมือผลักชายารองก็ถือว่ามีความเป็ไปได้หลายส่วนเลยทีเดียว ทว่าในเมื่อท่านอ๋องไม่้าสืบสาวราวเื่ เขาที่เป็พ่อบ้านก็ต้องทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด สงสารก็แต่ชายารองเท่านั้น ตกเืครั้งนี้ในภายภาคหน้าคงยากที่จะกลับมาตั้งครรภ์อย่างแน่นอน
ณ เรือนหรูอี้
“คารวะอี้จวิ้นอ๋อง” หลิวจื่อจิน สาวใช้ของมู่เซียวหลันประสานมือคำนับ “ท่านอ๋องมาเยี่ยมคุณหนูหรือเ้าคะ คุณหนูยังไม่ตื่นเ้าค่ะ เมื่อเช้ามีไข้ กินยาเสร็จก็หลับไปแล้ว”
อี้จวิ้นอ๋องมองหลิวจื่อจิน แฝดผู้พี่ซึ่งเป็สาวใช้ติดตามมู่เซียวหลันแวบหนึ่งก่อนหรี่ตาครุ่นคิด เมื่อคืนสาวใช้รุ่นใหญ่ที่เฝ้าอยู่หน้าศาลบรรพชนให้การว่าพวกนางถูกคนล่อออกไปและคนผู้นั้นยังสะเดาะกลอนประตูด้วยการโบกมือเพียงครั้งเดียว แสดงว่ากำลังภายในล้ำลึกไม่ธรรมดา ด้วยเหตุนี้มู่เซียวหลันที่ถูกเขาสกัดจุดกำลังภายในเอาไว้ถึงได้วิ่งสะเปะสะปะออกจากห้องมาก่อนตกลงไปในสระบัว ว่าไปแล้วเื่นี้มีจุดน่าสงสัยหลายประการ เพราะหากกล่าวถึงวรยุทธ์ สาวใช้ฝาแฝดแซ่หลิวของมู่เซียวหลันถือว่าเยี่ยมยอด สาวใช้ร่างใหญ่ของจวนอ๋องที่เฝ้าอยู่หน้าศาลบรรพบุรุษย่อมมิใช่คู่ต่อสู้ของพวกนาง เพียงแต่...อี้จวิ้นอ๋องขมวดคิ้วคิดไม่ตก เขายังไม่ปักใจเชื่อว่าเื่เมื่อคืนเป็ฝีมือของสาวใช้พวกนี้ ชายหนุ่มละสายตาจากหลิวจื่อจินก่อนสาวเท้าเดินไปยังห้องนอนของมู่เซียวหลัน “ขอข้าเข้าไปดูนางสักหน่อย”
“เชิญท่านอ๋องเ้าค่ะ” หลิวจื่อจินผายมืออย่างสุภาพ
“ได้ยินว่านางหายดีแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยถาม
หลิวจื่อจินตอบด้วยน้ำเสียงยินดี “ใช่แล้วเ้าค่ะ เมื่อคืนตอนคุณหนูตื่นขึ้นมานางมีแววตาเปล่งประกาย พูดคุยเหมือนคนปกติทุกอย่าง พอได้พูดคุยก็ทราบว่าหายเป็ปกติแล้ว”
อี้จวิ้นอ๋องเดินเข้าไปในห้องนอนก่อนพิศมองหญิงสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียง นางมีเรือนร่างแบบบาง ใบหน้าขาวลออ งดงามเป็เอก ปีนี้อายุยี่สิบพอดี หากมิใช่พระราชเสาวนีย์ของฮองเฮา แน่นอนว่าคงมิได้ออกเรือน ตอนนี้คงจะใช้ชีวิตอยู่ในเรือนหลังของจวนแม่ทัพทั้งชีวิตสงบสุข เรียบง่ายไม่ต้องเผชิญหน้ากับเื่น่าปวดหัวใด ๆ แต่น่าเสียดายที่นางโชคร้ายถูกฮองเฮาดึงลงสู่น้ำครำอันลึกล้ำบ่อนี้อย่างไม่รู้เื่รู้ราว เดิมทีเขาสามารถเลี้ยงดูนางให้สุขสบายไปจนตาย ทว่าตอนนี้สถานะมารดาของนางได้ถูกแพร่ออกมาแล้ว...
ด้านโม่หลันรู้สึกตัวั้แ่ชายหนุ่มเดินเข้าห้องมาแล้ว ด้วยไม่รู้ว่าควรเผชิญหน้ากับเขาเช่นไรนางจึงนอนหลับตาอยู่เช่นเดิม ในความทรงจำของมู่เซียวหลัน อี้จวิ้นอ๋องคือชายหนุ่มที่นางชื่นชอบ มิใช่เชิงชู้สาวแต่ชอบเพราะเขาเอาขนมและของเล่นมาให้บ่อย ๆ นางชอบที่เขาพูดคุยกับนางด้วยความอ่อนโยน ใจเย็นและใจดี มิได้มีท่าทีรังเกียจหรือดูถูกเหยียดหยามเฉกเช่นคนอื่น ๆ และที่สำคัญคือเขาหน้าตาดี รูปโฉมหล่อเหลา องอาจ มู่เซียวหลันที่มีสมองของเด็กสามสี่ขวบจึงมองเขาเป็พี่ชายคนสนิท ตามติดเสมือนหางน้อย ๆ ของอี้จวิ้นอ๋องเลยทีเดียว ความทรงจำของนางที่มีต่อเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมและชื่นชอบของเด็กหญิงที่มีต่อพี่ชายรูปงาม ทว่ายามนี้นางคือโม่หลัน เมื่อมองย้อนกลับไปอีกครานางพลันสงสัยว่าเหตุใดอี้จวิ้นอ๋องถึงเข้ามาตีสนิทกับนาง ทำไมถึงดีกับนางทั้ง ๆ ที่มิได้เป็ญาติสนิทหรือว่ารู้จักกันมาก่อน
โม่หลันครุ่นคิดสงสัยเผลอขมวดคิ้วเล็กน้อย อี้จวิ้นอ๋องที่กำลังถามไถ่หลิวจื่อจินเกี่ยวกับอาการของโม่หลันทันเห็นหัวคิ้วของหญิงสาวขมวดมุ่นเข้าพอดี ขนตานางกระพือสั่นไหวทว่ายังคงไม่ยอมลืมตา เขา้รู้สึกแปลกใจ แต่ท่าทางเช่นนี้ดูทีคงหายเป็ปกติแล้วกระมัง เพราะหากเป็แต่ก่อน นางต้องลืมตาขึ้นมาถลึงใส่เขาแล้วนอนหันหลังให้พลางบอกว่านางโกรธแล้ว ไม่รักพี่ชายอี้จวิ้นอ๋องแล้ว เมื่อวานเขาสั่งลงโทษกักบริเวณนางที่ศาลบรรพชน นางทั้งขัดขืนร้องไห้โวยวาย แม้สงสารเพียงใดแต่เขาจำเป็ต้องทำ อย่างน้อยก็เพื่อจัดการปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน เดิมทีคิดปล่อยนางออกมาั้แ่เมื่อคืนแต่ใครจะรู้ว่ามู่เซียวหลันที่ถูกเขาสกัดจุดลมปราณกลับวิ่งหนีออกมาเองจนพลัดตกลงไปในสระบัว
“หลันหลันหายดีก็ดีแล้ว ดูแลนางให้ดี กินยาให้ครบ หากมีอะไรก็ให้คนไปแจ้งพ่อบ้าน” อี้จวิ้นอ๋องสั่งหลิวจื่อจินพลางคลี่ยิ้มมองมู่เซียวหลันด้วยสายตาอ่อนโยนระคนขบขัน
“ทราบแล้วเ้าค่ะ” หลิวจื่อจินรับคำ ไม่ต้องให้ท่านอ๋องสั่งนางก็ต้องดูแลคุณหนูให้ดีอยู่แล้ว
“พี่สาว มู่ฮูหยินมาเยี่ยมคุณหนูเ้าค่ะ” หลิวจื่อจี้ แฝดผู้น้องเดินเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง นางเอ่ยพลางบุ้ยปากไปยังหน้าประตู ทันใดนั้นพ่อบ้านใหญ่ก็เดินพลางผายมือพลางให้แก่มู่ฮูหยินที่มีกลุ่มสาวใช้ตามมาอีกสี่คน “มู่ฮูหยินเชิญด้านในขอรับ”
หลิวจื่อจินแค่นลมออกจมูกอย่างไม่สบอารมณ์ พ่อบ้านใหญ่จวนอ๋องช่างฉอเลาะเสียจริง พำนักอยู่ในจวนแห่งนี้มาเกือบปีคนที่นางขัดหูขัดตามากที่สุดก็คือพ่อบ้านผู้นี้แหละ
ฉินซื่อหรือมู่ฮูหยิน แม่ใหญ่ของมู่เซียวหลันเดินขึ้นหน้าด้วยท่าทางงามสง่า หยุดอยู่หน้าอี้จวิ้นอ๋องก่อนย่อกายทำความเคารพ “ถวายพระพรท่านอ๋องเพคะ พอดีหม่อมฉันมาเยี่ยมอวี่เอ๋อร์จึงแวะมาเยี่ยมหลันหลันด้วย ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เสียมารยาทแล้ว”
อี้จวิ้นอ๋องเบี่ยงกายหลบเล็กน้อยก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ “มู่ฮูหยินเกรงใจไปแล้ว ชายาทั้งสองประสบอุบัติเหตุเล็กน้อย เปิ่นหวังกำลังจะส่งคนไปแจ้งที่จวนแม่ทัพอยู่พอดี ในเมื่อท่านมาแล้วเช่นนั้นก็อยู่เป็เพื่อนพวกนางเถิด”
ฉินซื่ออึ้งไปเล็กน้อย บุตรสาวนางตกเืเสียบุตรในอุทร แต่อี้จวิ้นอ๋องกลับบอกว่าเื่เล็กน้อย แม้โกรธแต่นางก็ยังส่งยิ้มบางอ่อนโยนไปให้ “ท่านอ๋องเกรงใจไปแล้ว”
หลิวจื่อจี้ลอบเบ้ปาก กล่าวเสียงเรียบ “เมื่อคืนคุณหนูตกน้ำ มีไข้สูง ตอนนี้กำลังหลับอยู่เ้าค่ะ เชิญมู่ฮูหยินกลับไปเถิด”
“ได้ข่าวว่านางหายดีแล้ว? เกิดอะไรขึ้นกันแน่” ฉินซื่อราวกับฟังคำไล่ไม่เข้าหู นางเอ่ยถามเื่สำคัญ ในใจไม่นึกเชื่อสักนิดว่ามู่เซียวหลันจะหายเป็ปกติแล้ว ปัญญาอ่อนมายี่สิบ อยู่ดี ๆ ก็เกิดหายขึ้นมา คิดอย่างไรนางก็ไม่อยากเชื่อ ต้องเป็สาวใช้ตัวดีพวกนี้แน่นอนที่คิดหาข้ออ้างเพื่อบ่ายเบี่ยงความสนใจของท่านอ๋อง
หลิวจื่อจี้ไม่ตอบ ผายมือไปทางประตูใหญ่
ฉินซื่อเห็นท่าทียโสโอหังของนางก็ให้โกรธกรุ่น นึกถึงบุตรสาวที่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียง นางพลันดวงตาแดงก่ำ ถอนหายใจพลางยกผ้าขึ้นซับหางตา “แม่นางหลิว เมื่อวานอวี่เอ๋อร์เพิ่งเกิดเื่ เมื่อคืนหลันหลันก็มาตกน้ำไปอีก พอเช้ามาเ้าก็บอกว่านางหายจากปัญญาอ่อน ที่นี่มิใช่จวนแม่ทัพ จะพูดจาอันใดก็ต้องระวังไว้บ้าง” ว่าจบก็หันไปยิ้มขอตัวกับอี้จวิ้นอ๋อง “หลันหลันสติไม่ดีมาแต่เกิด พอมารดานางจากไปก็เหลือไว้แต่สาวใช้พวกนี้ พวกนางถูกหลันหลันตามใจมานานอาจพูดจาเหลวไหลไปบ้าง ขอท่านอ๋องอย่าได้เก็บมาใส่ใจ เวลาไม่เช้าแล้วหม่อมฉันขอตัวเข้าไปดูนางสักหน่อยเพคะ”
ฉินซื่อเพิ่งยกเท้า หลิวจื่อจินพลันปาดหน้าเข้ามาขวาง “มู่ฮูหยินได้โปรดกลับไปเถิด คุณหนูกำลังพักผ่อน ไม่สะดวกให้ท่านเข้าไปพูดคุย”
“เ้า...” ฉินซื่อผงะ
หลิวจื่อจินยืนปักหลักนิ่งไม่ไหวติง ฉินซื่อทำอันใดไม่ได้จึงหันมองอี้จวิ้นอ๋อง “ท่านอ๋องดูเอาเถิด สาวใช้ของหลันหลันช่างเหิมเกริมเหลือเกิน ั้แ่น้องหญิงจากไปพวกนางก็ยิ่งทำตัวไร้มารยาท ไม่สนใจกฎระเบียบมากขึ้นทุกที ยามนี้ถึงได้สั่งสอนหลันหลันจนกลายเป็อะไรไปแล้ว เื่ผลักอวี่เอ๋อร์จนตกเื ต้องเป็พวกเ้าที่สั่งสอนให้นางทำใช่หรือไม่”
“มู่ฮูหยินกล่าวเกินไปหน่อยแล้วกระมัง เหตุการณ์เมื่อวานเป็อย่างไรคุณหนูรองย่อมรู้ดีที่สุด นางล้มเอง ตกเืเอง จากนั้นก็ร่ำไห้โวยวายใส่ร้ายคุณหนูของข้า นางทำอะไร วางแผนอะไรไว้ อย่าคิดว่าไม่มีใครรู้เห็น” หลิวจื่อจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ กับมู่ฮูหยินผู้นี้นางไม่จำเป็ต้องเกรงใจ หากสตรีผู้นี้เก็บหัวเก็บหางมีมารยาทเหมือนตอนที่นายหญิงยังอยู่ นางก็คงไว้หน้าบ้าง น่าเสียดายที่หลังจากนายหญิงจากไปฉินซื่อผู้นี้ก็เปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็หลังมือ ที่ยังมีชีวิตรอดมาทุกวันนี้ล้วนเป็เพราะพวกนางเห็นแก่แม่ทัพมู่เท่านั้น
ฉินซื่อได้ยินก็นิ่งค้างไปชั่วขณะ ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธและอับอาย นางกำมือแน่นก่อนแค่นเสียงเย็นออกมา “เหลวไหล อวี่เอ๋อร์จะทำเช่นนั้นทำไม เห็นอยู่ว่าเป็หลันหลันที่ผลักนางแต่พวกเ้ากลับพูดจากลับดำเป็ขาว มาตอนนี้ยังแต่งเื่ว่าหลันหลันหายจากปัญญาอ่อนอีก พวกเ้าคิดหลอกใครกัน”
อี้จวิ้นอ๋องยืนฟังด้วยสีหนาเรียบเฉย ท่าทางประหนึ่งเื่เหล่านี้หาได้เกี่ยวอันใดกับเขาไม่ ส่วนหลิวจื่อจี้ฟังวาจาของฉินซื่อจบก็ให้โกรธเคือง สองมือกำเป็หมัดแน่น “มู่ฮูหยินกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”
หลิวจื่อจินส่งสายตาห้ามปราม ฉินซื่อยิ้มเยาะ “พวกเ้าช่างโอหังยิ่งนัก หลอกลวงเ้านายให้ทำความผิด หลันหลันสติปัญญาไม่ดี ถ้าหากไม่ใช่พวกเ้าสั่งสอน นางจะกลายเป็เด็กนิสัยเสียเช่นนี้ได้อย่างไร ความผิดที่นางทำย่อมมีสาเหตุมาจากพวกเ้าทั้งนั้น ทำไม ยังไม่ยอมรับผิดอีกหรือ พ่อบ้านเจา” นางหันไปเอ่ยกับพ่อบ้าน
“ขอรับ” พ่อบ้านเจารีบขานรับด้วยท่าทางสุภาพ หางตาเหลือบมองอี้จวิ้นอ๋องผู้เป็เ้านายแวบหนึ่ง เห็นชายหนุ่มยืนนิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจาก็นึกในใจว่าหรือผู้เป็นายคงอยากสั่งสอนสาวใช้พวกนี้เช่นกัน ครั้นคิดได้ดังนั้นเขาเดินขึ้นหน้าประสานมือให้ฉินซื่อ “มู่ฮูหยินมีอันใดให้รับใช้ขอรับ”
“สาวใช้สองคนนี้หลอกลวงเ้านาย ความผิดนี้ไม่อาจให้อภัยเด็ดขาด แต่ในเมื่อหลันหลันแต่งงานออกเรือนแล้ว พวกนางย่อมกลายเป็คนของจวนอ๋อง ข้าฮูหยินไม่อาจยุ่งได้ เช่นนั้นคงต้องรบกวนพ่อบ้านสั่งสอนพวกนางด้วยเ้าค่ะ”
หลิวจื่อจินย่อมรู้ว่าฉินซื่อกำลังคิดทำอะไร ตอนอยู่จวนแม่ทัพทำอะไรพวกนางไม่ได้ ยามนี้คงคิดอยากยืมมือคนของจวนอ๋องสั่งสอนพวกนางกระมัง นางเดินขึ้นหน้าพลางยกแขนกันหลิวจื่อจี้ผู้เป็น้องสาว ส่งสายตาห้ามปรามก่อนมองฉินซื่อจากนั้นจึงมองไปยังพ่อบ้านเจา “พ่อบ้านเจา เดิมทีเื่นี้ไม่ควรกลายเป็เื่ใหญ่ ข้ารู้ว่าท่านไม่ชอบพวกข้า ทว่าท่านต้องคิดให้ดี” พูดจบก็ปลดกระบี่ที่คาดอยู่บนเอว กำด้วยกระบี่ชี้ไปด้านหน้า
อี้จวิ้นอ๋องมองหลิวจื่อจิน คิดในใจว่านางช่างโอหังจริง ๆ ไม่ตอบรับไม่อธิบายก็ใช้กำลังตัดสินปัญหา สมแล้วที่เป็ศิษย์พรรคเพลิงจันทรา ซึ่งหากไม่นับมามาสองคนนั้น เขาก็อยากรู้เช่นกันว่าสาวใช้ที่หยางเว่ยหลิงทิ้งไว้ให้บุตรสาวจะมีความสามารถมากเพียงใด พ่อบ้านเจาเห็นอี้จวิ้นอ๋องยังคงยืนนิ่งก็คิดว่าเขาอนุญาต ชายหนุ่มโบกมือหนึ่งครั้ง องครักษ์สองคนพลันปรากฏกาย “จับพวกนางสองคน”
หลิวจื่อจินแค่นยิ้มเยาะหยัน ตวัดสายตาเ็าให้แก่องครักษ์พลางรอให้ทั้งสองเริ่มก่อน องครักษ์ทั้งสองได้รับสัญญาณจากพ่อบ้านเจาก็ตั้งกระบี่พุ่งเข้าใส่หลิวจื่อจินทันที ทว่าผ่านไปเพียงสองกระบวนท่าบุรุษสองคนก็กระเด็นออกมา ล้มกลิ้งไม่เป็ท่า อี้จวิ้นอ๋องหรี่ตาลงด้วยสีหน้าแปลกใจและใ ผู้ฝึกปราณระดับสองขั้นห้า! นางเพิ่งอายุเท่าไรเอง!
พ่อบ้านเจามองหลิวจื่อจินด้วยสีหน้าแฝงความเหี้ยมเกรียม เขาโบกมืออีกครั้ง ยามนี้ชายชุดดำอีกสองนายก็เดินออกมา กลิ่นอายของทั้งสองไม่เหมือนองครักษ์สองคนก่อนหน้า รอบกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายการสังหาร หลิวจื่อจินหรี่ตาก่อนยกมุมปากเล็กน้อย สองมือกำเป็หมัดแน่น เืลมในกายพลุ่งพล่าน นานมาแล้วที่นางไม่เคยได้ประมือกับยอดฝีมือ ด้านหลิวจื่อจี้สะบัดแส้เตรียมพร้อม รู้ว่าครั้งนี้พี่สาวไม่อาจรับมือทั้งสองคนพร้อมกัน นางตั้งท่าเตรียมพร้อมก่อนฟาดแส้ออกไปด้วยความรวดเร็ว สำหรับนางเริ่มก่อนย่อมถือว่าได้เปรียบ
กลางลานกว้างเกิดการต่อสู้เสียงดัง ทว่ากลับมิได้แลดูวุ่นวาย มู่ฮูหยินยืนมองการต่อสู้ตัวสั่นเทา มือทั้งสองเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อใจนางยามนี้ไม่เหลือความกระหยิ่มอีกต่อไป แม้โกรธเคืองแต่มากกว่านั้นคือความตื่นตระหนกและหวาดกลัวที่ค่อยคืบคลานเข้าสู่จิตใจ แค่สองสาวใช้เด็กยังมีฝีมือปานนี้ มิน่าสามีนางถึงได้ย้ำนักหนาว่าอย่าได้หาเื่มู่เซียวหลัน
ภายในเรือนนอน โม่หลันฟังเสียงการต่อสู้ด้วยท่าทางสงบนิ่ง สายตาทั้งคู่มองไปยังข้างเตียงด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
“เ้ามองข้าทำไม” ิญญาสาวที่ลอยอยู่ข้างเตียงถามเสียงสั่น
โม่หลันกลอกตา ยังมีหน้ามาถาม ไม่ใช่เ้าหรอกหรือที่เอาแต่จ้องข้าไม่วางตา โม่หลันที่มีประสาทััดีเป็พิเศษจึงนอนหลับไม่สนิท หากมิใช่เพราะฤทธิ์ยาที่กินไปเมื่อเช้า นางคงไม่ได้พักผ่อน และคาดว่ายามนี้สภาพร่างคงเหมือนดั่งสยงเมาที่ขอบตาดำคล้ำ ร่างกายอ่อนล้าหมดแรง ไข้ขึ้นสูงอยู่เช่นเดิม
“นี่ ข้างนอกสู้กันแล้วนะ เ้าไม่ไปดูหรือ” ิญญาสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล
โม่หลันส่ายหน้า ไยนางต้องไป หากสาวใช้สองคนนั้นสู้ไม่ได้ก็ถือว่าพวกนางสองคนไร้ความสามารถ คนไร้ประโยชน์เช่นนี้โม่หลันไม่้าให้อยู่ข้างกาย “ว่าแต่เ้าเถอะ เหตุใดถึงปรากฏให้ข้าเห็น” ไม่ไปผุดไปเกิด ผลุบ ๆ โผล่ ๆ เ้าคิดว่าข้าไม่ใหรือไร
“ข้า...” ิญญาสาวมีท่าทางประหม่า “ข้าไม่ได้ทำอันใดเลย เป็เ้าที่เห็นข้าเอง”
โม่หลันขมวดคิ้ว ไม่กระมัง นางถึงกับได้ดวงหยินหยางมองเห็นิญญามาด้วยหรือนี่ ์! ท่านช่างรักข้าเกินไปหรือไม่? โม่หลันมองไปรอบห้อง ทว่านางกลับมองไม่เห็นผู้ใด นอกจากิญญาสาวตนนี้นางก็มองไม่เห็นิญญาตนใด “เอาละ บอกมา เ้าเป็ใคร จวนอ๋องกว้างใหญ่ เ้ามาที่เรือนข้าทำไม”
ิญญาสาวมองไปข้างกายตนเอง “มิ่งเอ๋อร์เ้าออกไปดูสถานการณ์ข้างนอก มีอะไรให้รีบเข้ามารายงาน” กล่าวจบก็เงยหน้ามองโม่หลัน “พระชายาข้ามีนามว่าชิงหวั่น...”
โม่หลันขมวดคิ้วก่อนเอ่ยถาม “เดี๋ยวก่อน เมื่อครู่เ้าคุยกับผู้ใด”
ิญญาสาวทำหน้างุนงง “นางคือสาวใช้ของข้า ท่าน...ท่านไม่เห็นนางหรือ”
โม่หลันคิ้วกระตุก ตระหนักได้ทันใด “ที่แท้ข้าก็เห็นแค่เ้า เอาละ เ้าพูดต่อ”
“ข้ามีนามว่าชิงหวั่น เป็อนุภรรยาของอี้จวิ้นอ๋อง บุตรชายของข้าคือเหวินเกอเอ๋อร์”
โม่หลันพยักหน้าเข้าใจ ก่อนแต่งนางและมู่เซียวอวี่เข้าจวน อี้จวิ้นอ๋องก็มีหนึ่งชายารองและอีกหกอนุภรรยาอยู่ก่อนแล้ว และแน่นอนว่าบุรุษในวันยี่สิบแปดเช่นเขาย่อมต้องมีทายาทหลายคน เพียงแต่บุตรชายกลับมีเพียงคนเดียวซึ่งก็คือซือหม่าเหวินนั่นเอง โม่หลันมองชิงหวั่นด้วยความแปลกใจ ไม่คิดว่ามารดาของคุณชายน้อยจะเป็สตรีนอกเผ่าผู้งดงาม ผิวพรรณขาวนวล จมูกโด่งเป็สัน และยังมีดวงตาสีเทากระจ่างใส เรียกได้ว่างดงามตราตรึงจนไม่อาจละสายตา น่าเสียดายที่คนงามอายุสั้น คลอดบุตรชายแต่กลับไม่ได้เลี้ยงดูเสียอย่างนั้น โม่หลันรู้สึกเสียใจกับนางอย่างแท้จริง “แล้วเหตุใดเ้าถึงไม่ไปเวียนว่ายตายเกิด”
ชิงหวั่นสะอื้นเล็กน้อยพลางส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ทว่าิญญาที่ข้าพบบอกว่าชะตาของข้าอาจยังไม่ถึงคราวตาย ทั้งยังมีความยึดติดมากเกินไป ดังนั้นทางปรโลกจึงไม่ส่งคนมารับสักที”
นี่มันเื่เหลวไหลอันใด โม่หลันอึ้งงันไปเล็กน้อย นางไม่รู้เื่ราวเกี่ยวกับปรโลกหรือโลกิญญา แต่ฟังจากที่นางกล่าวมาก็เห็นว่าอาจมีความเป็ไปได้อยู่บ้าง เพราะหาไม่แล้วเหตุใดชิงหวั่นถึงยังสามารถอยู่ในโลกมนุษย์ได้ “เข้าใจ เ้าอยากอยู่ในจวนอ๋องก็อยู่ไปเถอะ แต่อย่าได้เผยตัวสุ่มสี่สุ่มห้า หาก้าพบข้าก็ให้เรียกขาน เข้าออกทางประตู ปฏิบัติตนให้เหมือนเมื่อตอนเป็มนุษย์ เข้าใจหรือไม่”
ชิงหวั่นพยักหน้า “ก่อนหน้านี้เสียมารยาท ขอพระชายาโปรดให้อภัย”
โม่หลันโบกมือผ่านๆ ไม่คิดถามไถ่หรือทำความรู้จักให้มากกว่านี้ ชิงหวั่นเห็นท่าทางเย่อหยิ่งไม่แยแสในใจพลันรู้สึกเหน็บหนาว ดูเหมือนนางคงหายดีแล้วจริง ๆ สติปัญญากลับมาครบถ้วน สามจิตหกิญญาคงกลับมารวมกันอย่างสมบูรณ์แล้ว น่าเสียดายที่จากนี้ไปนางคงไม่ได้เห็นแม่นางที่ยิ้มหวานไร้เดียงสาผู้นั้นอีกต่อไป ทว่ามีแม่ใหญ่เช่นนี้เหวินเกอเอ๋อร์จะสามารถอยู่รอดปลอดภัยได้หรือไม่? ยิ่งคิดชิงหวั่นก็ยิ่งหวาดหวั่น สองมือสั่นเทา แววตาไหวระริก
โม่หลันเห็นนางยังคงไม่ออกไปก็ให้รำคาญใจ ดวงตาเ็าตวัดมองหนึ่งปราดก่อนโบกมือ “หากไม่มีอะไรก็ออกไปเถิด ข้าจะพักผ่อน”
ชิงหวั่นพยักหน้า ในใจเกิดความรู้สึกหวาดกลัวสตรีผู้นี้ นางอยากพูดจาสนทนาเพื่อสร้างความสนิทสนมบ้าง หากแต่สีหน้าและท่าทีเ็าของโม่หลันทำให้นางไม่กล้า ิญญาสาวย่อกายคารวะก่อนลอยออกทางประตูอย่างง่าย ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดออกมาพร้อมสตรีวัยกลางคนเดินเข้ามา
“คุณหนูใหญ่ตื่นแล้ว” ปิงมามาเดินเข้ามาพร้อมถาดที่มีถ้วยน้ำแกงวางอยู่
ชิงหวั่นชะงักงัน มองถ้วยชามใบนั้นก่อนลอยกลับมา “กลิ่นนี้...” นางพึมพำ
โม่หลันมองปิงมามาที่ยกถาดเข้ามาก่อนมองไปยังิญญาสาวที่ขมวดคิ้วแน่นด้วยท่าทางสงสัยอยู่ด้านหลัง นางเงยหน้ามองปิงมามาก่อนเอ่ยถาม “ด้านนอกกำลังครึกครื้น เหตุใดปิงมามาไม่ไปร่วมสนุกด้วยเล่า”
ปิงมามานั่งลงข้างเตียง ยิ้มบางพลางเอ่ย “ข้าน้อยแก่แล้วไม่ชอบความวุ่นวาย อีกอย่างแค่หลิวจื่อจินกับหลิวจื่อจี้ก็พอแล้วเ้าค่ะ” ปากกล่าวเช่นนั้นแต่ในใจกลับคิดอีกอย่าง โอกาสดีเช่นนี้นางต้องรีบลงมือ เพราะไม่ง่ายที่มู่เซียวหลันจะอยู่เพียงลำพัง เด็กแซ่หลิวสองคนนั้นรับมือไม่ง่าย หากต้องประมือกันขึ้นมาจริง ๆ นางที่ถือเป็ยอดฝีมือคนหนึ่งยังไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไร เช่นนั้นคงต้องรีบลงมือให้เสร็จแล้วหนีให้เร็ว คิดได้เช่นนี้ปิงมามาจึงคลี่ยิ้มอ่อนโยน สองมือยกถ้วยขึ้นมาพลางส่งให้โม่หลัน “ข้าเคี่ยวน้ำแกงบำรุงมาให้ คุณหนูดื่มรองท้องสักหน่อยนะเ้าคะ”
โม่หลันรับถ้วยยา คนอย่างช้า ๆ กลิ่นโสมผสมเนื้อไก่หอมอบอวลน่ากิน “มั่วมามาส่งข่าวมาบ้างหรือไม่” นางเอ่ยถาม มั่วมามาเพิ่งจากไปก่อนวันเกิดของนางสองวัน หากได้รู้ว่านางได้สามจิตหกิญญากลับมาในคืนวันเกิดอายุครบยี่สิบอย่างที่นักพรตเต๋าทำนายเอาไว้จริงนางจะทำหน้าอย่างไร นึกถึงมั่วมามา โม่หลันอดไม่ได้ยิ้มออกมา
“ยังเ้าค่ะ” ปิงมามามองถ้วยในมือของโม่หลัน “แต่คงอีกไม่นาน หากนางกลับมาแล้วรู้ว่าคุณหนูหายดีนางคงดีใจมากเ้าค่ะ” กล่าวจบก็ชี้ไปที่ถ้วยในมือโม่หลัน “คุณหนูรีบดื่มเถิดเ้าค่ะ ประเดี๋ยวเย็นแล้วจะขม”
“อย่า” ชิงหวั่นร้องเสียงดังลั่น “เ้าอย่าดื่มนะ”
โม่หลันเหลือบตามองิญญาสาวด้วยความแปลกใจ ชิงหวั่นโบกมือไปมา “เ้าอย่าดื่ม ในถ้วยมีกลิ่นแปลก ๆ อันตรายมาก อย่าดื่มนะ” แท้จริงนางเองก็ไม่แน่ใจ ทว่ากลิ่นเช่นนี้ช่างคุ้นเหลือเกิน เป็กลิ่นที่อันตราย นางไม่อยากให้เกิดอะไรกับมู่เซียวหลัน
ปิงมามาเห็นโม่หลันชะงักก็ให้ร้อนใจ นางฉวยถ้วยในมือของโม่หลันกลับมา คนเบา ๆ ก่อนตักส่งถึงปาก “ระวังร้อนนะเ้าคะ”
ชิงหวั่นยกมือปัดช้อนในมือของปิงมามา ทว่านางเป็ิญญา มือจึงทะลุผ่าน ไม่สามารถทำอันใดได้ “เ้าอย่าดื่มนะ เชื่อข้า”
โม่หลันเห็นเช่นนั้นจึงเบือนหน้าหนี แม้นางไม่เชื่อชิงหวั่น แต่หลังจากถูกคนรักและเพื่อนสนิทหักหลัง จิตใจนางจึงเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ถึงปิงมามาจะดีกับนาง แต่อย่างไรก็ไม่อาจเชื่อถือได้เต็มสิบส่วน ระวังตัวไว้สักหน่อยก็ดี คิดได้เช่นนี้โม่หลันจึงยกมือดันช้อนออกไป “ตอนนี้ข้ายังกินอะไรไม่ลง อีกเดี๋ยวค่อยกิน”
ปิงมามาชะงักไปเล็กน้อย “อย่าดื้อเ้าค่ะ นี่เป็น้ำแกงบำรุงอย่างดี ต้องดื่มตอนร้อน ๆ เท่านั้น”
“วางไว้ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวข้ากินเอง” โม่หลันมองปิงมามาด้วยความสงสัย ในความจำของมู่เซียวหลัน ปิงมามาเพิ่งมาอยู่กับนางได้เพียงห้าปีเท่านั้น ซึ่งเป็่หลังจากที่มารดาจากไปได้สองปี มู่เซียวหลันนิสัยเหมือนเด็กทั้งยังติดมั่วมามา ดังนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมานางจึงมิได้สนิทสนมกับปิงมามา ทว่า...ท่าทางของปิงมามาดูน่าสงสัยจริง ๆ