ปากประตูบริษัท ภายในห้องแผนกรักษาความปลอดภัย
มีอันธพาล 7-8 คนที่สักรูปพยัคฆ์และั นั่งอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับะโก่นด่าใครบางคนอยู่
อันธพาลบางคนถือแท่งเหล็กกับมีดแกว่งไปแกว่งมา พร้อมกับถีบโต๊ะเก้าอี้ จนเกิดเป็เสียงดังเอะอะโวยวายขึ้นอย่างรุนแรง
“ให้ตายเถอะ ข้ารอมานานแล้วนะโว้ย ไอ้คนที่จัดการธุระทำไมไม่ออกมาสักทีวะ?” ชายหัวล้านที่สักรูปงูเห่าไว้กลางหัวใช้มีดชี้ไปที่ ติงลี่ แล้วพูด
ใบหน้า ติงลี่ ซีดเผือดด้วยความกลัว ขาทั้ง 2 ข้างสั่นเทิ้มไม่หยุด “พี่ชาย รอสักพักหนึ่ง เดี๋ยวหัวหน้าของพวกเราก็มาแล้ว...”
“เหอะ พวกข้ารอมาสิบกว่านาทีแล้วนะโว้ย… หัวหน้าหลิวของพวกแกอยู่ไหน?”
“ หะ… หัวหน้าหลิวกำลังพักผ่อนอยู่ในห้องแผนกรักษาความปลอดภัย”
แม้จะรู้ดีว่า หลิวต้าขุย อาจจะเป็คนเรียกคนเหล่านี้มา แต่ ติงลี่ ก็ไม่กล้าปากมาก มีดที่ชี้มาทางเขาไม่ใช่ของปลอม หากเขาโดนอีกฝ่ายฟันเข้าไป คงเป็อันจบเห่แน่
“เวรเอ๊ย แล้วตอนนี้ใครเป็คนรับผิดชอบ?” อันธพาลหัวล้านเอ่ย “รีบโทรศัพท์ไปบอก หลิวต้าขุย ซะ ว่าฉัน ต้าเซ่อ มาแล้ว!”
ติงลี่ รีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว และให้เพื่อนร่วมงานที่อยู่ด้านข้างโทรศัพท์ไปหา หลิวต้าขุย ในเวลาเดียวกันเขารู้สึกวิตก หากพวกมันพุ่งเข้ามาทำร้ายพี่เฉิน แล้วเขาควรจะทำอย่างไรดี!
เขาจึงคิดว่าตัวเองน่าจะโทรไปเตือน เซียวเฉิน ให้เขาออกไปทางหลังบริษัท แต่ทว่า เซียวเฉิน กลับมาจากข้างนอกแล้ว
“พี่เฉิน พี่มาแล้ว” ติงลี่ รีบออกไปต้อนรับ พร้อมเอ่ยกระซิบ “พวกมันน่าจะถูก หลิวต้าขุย เรียกมา พี่เฉิน พี่รีบไปซ่อนตัวก่อนเถอะ!”
“ เห้ย เ้าหนู แกคิดจะทำอะไร?!” อันธพาลหัวล้านใช้มีดกระแทกโต๊ะมีด แล้วเอ่ยะโ
“ไม่มีอะไร ฉันแค่จะให้เขาไปดูว่าทำไม หัวหน้าหลิว ยังไม่มา...” ติงลี่ ยิ้มขึ้น แล้วส่งสัญญาณบอกให้ เซียวเฉิน รีบ ๆ ออกไป
ใจในของ เซียวเฉิน พลันเกิดความรู้สึกอบอุ่น เขาตบไปที่ไหล่ของ ติงลี่ และมองไปยังเหล่าอันธพาลทั้งหลาย “ฉันคือหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย พวกแกมาที่นี่มีธุระอะไร?”
“หัวหน้าแผนก? ทำไมฉันไม่เคยเห็นแกมาก่อน?” อันธพาลหัวล้านเดินออกมาจากโต๊ะ จากนั้นมองเขาด้วยสายตาดุร้าย
ส่วนอันธพาลคนอื่น ๆ ก็มอง เซียวเฉิน พร้อมเหยียดยิ้มอย่างเ็า
เซียวเฉิน ดูจากอากัปกิริยาของพวกมัน ทำให้เขามั่นใจยิ่งกว่าเดิมว่า หลิวต้าขุย เป็คนเรียกพวกมันมาแน่นอน!
“ฉันเพิ่งจะมาที่บริษัทนี้ไม่กี่วันก่อน”
“โอ้ว เพิ่งจะมาไม่กี่วัน แต่ก็ได้ขึ้นเป็หัวหน้าเลยงั้นเรอะ งั้นแกคงเก่งไม่เบาเลยสินะ? บอกพวกฉันมาว่าแกเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาได้ยังไง? ไม่ใช่ว่าแกเลียแข้งเลียขาเ้านายเลยได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาหรอกนะเว้ย?” อันธพาลหัวล้านเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าเซียวเฉิน พร้อมกับเอ่ยถ้อยคำเยาะเย้ยถากถาง
“แกว่าหน้าฉันขาวมั้ย?” เซียวเฉิน พูดเสียงเบา
“เหอะ ฉันมาที่นี่ไม่อยากจะเถียงกับแกว่าหน้าขาวสะอาดมั้ย ฉันมาเก็บค่าคุ้มครองของเดือนนี้!”
“แล้วฉันต้องจ่ายค่าคุ้มครองเท่าไหร่กัน?”
“ห้าหมื่นหยวน!” อันธพาลหัวล้านยื่นมือออกไป
“อะไรนะ? ห้าหมื่นหยวน? ก่อนหน้านี้แค่สามหมื่นหยวนเองไม่ใช่เหรอ?” ติงลี่ ที่ยืนด้านข้างอดไม่ได้จะเอ่ยพูดแทรก
เพี้ยะ!
อันธพาลหัวล้านตบเข้าไปที่หน้าของ ติงลี่ แล้วพูดต่อว่า “เดือนที่แล้วก็ส่วนเดือนที่แล้ว ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดีค่ากินค่าอยู่ก็ขึ้น แน่นอนว่าค่าคุ้มครองก็ต้องมากขึ้นตามไปด้วย!”
ติงลี่ ยกมือขึ้นประคบหน้า แล้วเดินถอยหลังไป 3-4 ก้าว ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ใบหน้าของ เซียวเฉิน กลับเป็แข็งกร้าว เขาหันไปมองอันธพาลหัวล้าน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “แกจะต้องเสียใจที่ตบหน้าเขา”
“เสียใจ? ฉันไม่เคยเสียใจกับเื่ที่เคยทำมาก่อน!” อันธพาลหัวล้านจ้องกลับไปที่เซียวเฉิน อันธพาลคนอื่น ๆ ก็เข้ามารุมล้อม เริ่มวางมาดอวดเบ่ง!
ปัง!
ในเวลานี้ หลิวต้าขุย ก็เดินเข้ามา มองไปที่อันธพาลหัวล้าน แล้วจงใจพูดขึ้น “สหายเซ่อ ทำไมมาที่บริษัทแล้วไม่โทรมาบอกก่อนกัน?”
“สหายหลิว ฉันมาที่นี่เพื่อเก็บค่าคุ้มครองของเดือนนี้...” อันธพาลหัวล้านถอนสายตาออกจาก เซียวเฉิน แล้วหันไปพูดคุยกับหลิวต้าขุย
“โอ้ว มันครบกำหนดแล้วเหรอ แต่ว่าตอนนี้ฉันไม่ใช่คนดูแลแผนกรักษาความปลอดภัยแล้ว หากมีธุระอะไร ทำไมนายไม่ลองคุยกับหัวหน้าเซียวคนนี้ดูหล่ะ” หลิวต้าขุย ชี้ไปที่ เซียวเฉิน แล้วพูด
“ได้ งั้นฉันจะไปพูดกับมัน!” อันธพาลหัวล้านพยักหน้า “ถ้าหากเป็สหายหลิวละก็ ฉันคงไม่ขึ้นค่าคุ้มครองแน่นอน แต่ตอนนี้จ่ายมาห้าหมื่นหยวน แม้แต่หยวนเดียวก็ห้ามขาด! ไม่เช่นนั้น ฉันจะทำให้บริษัทของพวกแกพังไม่เป็ท่า!”
หลิวต้าขุย ลอบยิ้มขึ้น เื่นี้เขาเป็คนโทรศัพท์ไปนัดแนะกับอันธพาลหัวล้านคนนี้เอง เขาอยากจะสั่งสอนบทเรียนให้กับ เซียวเฉิน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของเขาซะบ้าง ทำให้ไอ้ ซู่ฉิง รู้ว่าบริษัทนี้จะขาดเขาไปไม่ได้!
“ติงลี่ จำได้มั้ยว่ามันใช้มือข้างไหนตีนาย?”
เซียวเฉิน ี้เีจะไปสนใจคู่หูดูโอ้ หลิวต้าขุย และ อันธพาลหัวล้าน เขาหันไปมอง ติงลี่ ที่ใบหน้าปรากฏรอยฝ่ามือขึ้น จากนั้นเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ผมจำได้ครับ” ติงลี่ พยักหน้าอย่างเ็ป
“หน้าเจ็บมากมั้ย?”
“เจ็บครับ...”
“ บุญคุณต้องทดแทน มีแค้นต้องชำระ แล้วนายรู้ใช่ไหมว่าควรจะจัดการยังไง?”
“ผะ ผมจะตบมันคืน?” ติงลี่ กลัวจนขาสั่น แต่ก็ยังเอ่ยออกมาอย่างกล้าหาญ
“ตบมันคืน หมายความว่ายังไง?” เซียวเฉิน พลันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า จากนั้นก็เปลี่ยนเป็น่ากลัว “ มันใช้มือไหนตีนาย ก็แค่ทำลายมือข้างนั้นของมันซะ!”
“......”
ติงลี่ เกิดอาการกลัวจนทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น เมื่ออันธพาลหัวล้านและลูกน้องของมันได้ยินจึงเกิดความโกรธ
“เ้าเด็กเวร แกพูดเื่อะไร?”
“เชื่อไหมว่าฉันฆ่าแกได้ในพริบตา?”
เหล่าอันธพาลทั้งหลายเมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็ยกแท่งเหล็กและมีดขึ้นมา ตราบใดที่หัวหน้าของพวกมันสั่ง มันก็จะจัดการฝังเ้าเด็กเวรที่แสนหยิ่งยโสนี้ในทันที!
หลิวต้าขุย ลอบยิ้มเยาะ เื่นี้เป็ไปตามที่มันคิดเอาไว้ เซียวเฉิน ช่างยิ่งยโสเกินคน… ตราบใดที่พวกมันเกิดความขัดแย้งกัน เซียวเฉิน ก็จะตกเข้าสู่วังวนปัญหาไม่รู้จบ!
แม้ว่า อันธพาลหัวล้านและพวกของมันจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ เซียวเฉิน แต่ว่ากองหนุนของมันเป็ถึงแก๊งอินทรี!
และถึง เซียวเฉิน จะเก่งกาจเพียงไหน แต่เขาก็มีเพียงแค่คนเดียว แล้วจะเอาอะไรไปสู้กับแก๊งมาเฟียทั้งแก๊ง?
เขาจะต้องตายภายใต้เงื้อมมือของแก๊งอินทรีในไม่ช้านี้แน่นอน!
“ฮ่าๆๆ เ้าเด็กเวร แกว่ายังไงนะ? จะทำลายแขนของฉันอย่างงั้นเหรอ?” อันธพาลหัวล้านยิ้มเยาะ แล้วสะบัดมือขวาไปมาต่อหน้า เซียวเฉิน จากนั้นพูดต่อว่า “นี่ไงมือที่ข้าใช้ตบหน้ามัน แน่จริงก็เข้ามาสิ!”
“หึ จัดให้ตามคำขอ! ” เมื่อพูดจบ เซียวเฉิน พุ่งเข้าไปบีบมือของอันธพาลหัวล้านคนนั้น ด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าฟาด!
“แกจะทำ...”
ใบหน้าของอันธพาลหัวล้านเปลี่ยนไป มันพูดออกมาได้เพียงแค่ 2 คำ ก็มีเสียงดังกร็อบขึ้น ทันใดนั้นความเ็ปรุนแรงแผ่ซ่านไปทั่ว สุดท้ายมันทำได้เพียงแค่กรีดร้องอย่างเ็ปทรมาน
“อ้ากกกก…”
ข้อมือข้างขวาของมันถูก เซียวเฉิน หัก!
“ไอเด็กเวร ปล่อยเขาซะ!”
“ทุกคนจัดการมัน!”
เมื่ออันธพาลทั้งหลายมองเห็นลูกพี่ของมันต้องเ็ป ก็คำรามออกมาด้วยความโกรธ วิ่งกรูเข้าหา เซียวเฉิน ในทันที
ปัง!
เซียวเฉิน เตะร่างอันธพาลหัวล้านออกไป จากนั้นเขาพุ่งตรงเข้าใส่ลูกน้องของมัน แล้วชกมันกระเด็นลอยออกไป ในเวลาเดียวเขาก็แย่งแท่งเหล็กมาถือเอาไว้ในมือ
ปั่กๆๆๆ!
เซียวเฉิน ใช้แท่งเหล็กฟาดไปตามร่างกายของเหล่าอันธพาลทั้งหลาย เสียงกรีดร้องดังออกมาไม่หยุด
แววตาของ หลิวต้าขุย ที่อยู่ด้านข้างเปล่งประกายขึ้นด้วยความตื่นเต้น เซียวเฉิน แก๊งอินทรีไม่ปล่อยแกเอาไว้แน่!
การต่อสู้นี้สิ้นสุดลงไปเพียงแค่ 1 นาที เหล่าอันธพาลล้มลงไปกองบนพื้น พวกมันมองมาที่ เซียวเฉิน ด้วยแววตาหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าพุ่งเข้าไปหาเขาอีก
เซียวเฉิน ถือท่อนเหล็กเอาไว้ จากนั้นใช้สายตาเย็นะเืกวาดมองไปที่พวกมันจากนั้นเขาค่อยๆเดินตรงไปหาอันธพาลหัวล้าน
”แก แกจะทำอะไร ฉันเป็คนของแก๊งอินทรี...” อันธพาลหัวล้านะโขึ้นเสียงดัง
ปั่ก!
เซียวเฉิน ฟาดท่อนเหล็กลงไปบนร่างของมันแล้วพูดว่า “คิดจะเอาแก๊งอินทรีมาขู่ฉันเหรอ แก๊งอินทรีอะไรนั่นฉันไม่รู้จัก!”
“อ้ากกกกกกก...”
มันส่งเสียงกรีดร้องออกมาอีกครั้ง ตอนนี้มันรู้สึกเสียใจที่รับโทรศัพท์ของ หลิวต้าขุย ขึ้นมาแล้ว!
“ฉันเพิ่งจะบอกไปว่า แล้วแกจะเสียใจที่ตบหน้าลูกน้องฉัน!” เซียวเฉิน พูดพร้อมกับชี้ไปทาง ติงลี่ ความจริงเขาอยากจะให้ ติงลี่ เป็คนจัดการล้างแค้นด้วยตัวเอง แต่มองเห็นสภาพติงลี่ที่ล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้น เขาจะปล่อยไปก่อน หลังจากนี้เขาคงต้องฝึกความกล้าให้กับ ติงลี่ สักหน่อยแล้ว
ดวงตาของ ติงลี่ กลายเป็สีแดงก่ำ เช็ดน้ำมูกที่ไหลออกจากจมูก พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา
“ค่าคุ้มครองสามหมื่นหยวนงั้นเหรอ? ท่านปูผู้นี้ยังได้เงินเดือนแค่สองหมื่น แต่แกมาแค่ครั้งเดียว กลับ้าเงินตั้งสามหมื่นงั้นเรอะ? แกยิ่งใหญ่มาจากไหนกัน?” หลังจากที่กล่าวจบ เซียวเฉินก็เอาแท่งเหล็กฟาดไปบนร่างของอันธพาลหัวล้าน
“อ้ากกกก...นี่คือค่าคุ้มครองที่แก๊งอินทรีของพวกเราเสนอจะปกป้องให้...”
“ค่าคุ้มครองอะไร บริษัทของฉัน้าให้พวกแกปกป้องด้วยเรอะ?” เซียวเฉิน สบถด่า “หลังจากนี้หากกล้ามาเก็บค่าคุ้มครองอีกละก็ ฉันจะหักขาของพวกแกซะ!”
ชายหัวล้านไม่กล้าเอ่ยปากพูด แต่มันลอบก่นด่าสาปแช่งอยู่ในใจว่า เวรเอ๊ย รอให้แก๊งอินทรีของฉันมาก่อนเถอะ!
“พูดออกมา ใครใช้ให้แกมาที่นี่?” เซียวเฉิน กำแท่งเหล็กแน่น แล้วเอ่ยถามเสียงเย็น
หัวใจ หลิวต้าขุย ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม แย่แล้ว!
มันกวาดสายตาไปมอง หลิวต้าขุย แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่มีใครสั่งให้ฉันมา วันนี้ฉันแค่จะมาเก็บค่าคุ้มครอง”
“งั้นเหรอ? ฉันจะนับถึง 3 ถ้าแกไม่บอกความจริง ฉันจะหักมือซ้ายของแกทิ้งซะ!”
หน้าของอันธพาลหัวล้านถอดสี มันหันไปมอง หลิวต้าขุย อีกครั้ง
“1”
“2”
“หลิวต้าขุย โทรศัพท์เรียกฉันมา” ยังไม่ทันจะนับถึง 3 มันก็ะโขึ้น
ไม่มีทางเลี่ยง มันรู้สึกกลัวและก็เห็นแล้วว่าเซียวเฉินร้ายกาจถึงขนาดไหน หากยังโกหกอีก มันคงรักษามือซ้ายเอาไว้ไม่ได้แน่นอน!
“เหอะ! หลิวต้าขุย เป็ถึงหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยของบริษัท เขาจะเรียกให้แกเข้ามาเก็บค่าคุ้มครองได้ยังไง? แกกล้าหลอกฉันเหรอ?” เซียวเฉิน จงใจพูดออกมาด้วยความโกรธ
“ผมไม่ได้หลอกคุณ หลิวต้าขุย เรียกให้ผมมาจริงๆ มันบอกว่ามันอยากจะสั่งสอนบทเรียนให้คุณ โดยใช้วิธีการเก็บค่าคุ้มครองแพง ๆ หลังจากนั้นมันก็จะออกมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของมัน...” อันธพาลหัวล้านไม่กล้าที่จะปกปิด มันพูดออกมาหมดเปลือก
หลิวต้าขุย หน้าถอดสี จบแล้ว มันจบสิ้นแล้ว!
เซียวเฉิน เหยียดยิ้มมุมปาก หัวหน้าไปมอง หลิวต้าขุย แล้วกล่าวว่า “หัวหน้าหลิว ฉันไม่คิดจริงๆว่า แกจะสมรู้ร่วมคิดกับแก๊งใต้ดิน เพื่อทำลายผลประโยชน์ของบริษัท...”
“ไม่ ฉันไม่กล้าหรอก ฉันให้เขามา เพื่อที่จะจัดการกับแกเท่านั้น!” หลิวต้าขุย หลุดปากพูดออกมา
“จัดการกับฉัน? หึ! งั้นฉันคงต้องรายงานเื่นี้กับประธานซู่ แกจัดการเก็บของออกจากบริษัทนี้ไปได้เลย!” เซียวเฉิน พูดออกไปอย่างไม่เกรงใจ
สีหน้า หลิวต้าขุย เปลี่ยนไปอีกครั้ง เขาพูดขึ้นด้วยความโกรธ “ไอ้เวร ฉันเป็ถึงหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย นอกจากประธานซู่แล้ว ไม่ว่าใครก็ไม่อาจจะไล่ฉันออกได้!”
“จะออกหรือไม่ออก?” เซียวเฉิน คร้านจะพูดมาก เขายกแท่งเหล็กขึ้นชี้ไปที่ หลิวต้าขุย
หลิวต้าขุย เห็นท่าทางพร้อมจะลงมือของ เซียวเฉิน แล้วนึกไปถึงทักษะการต่อสู้อันน่ากลัวของอีกฝ่าย ในใจจึงเกิดความกลัว “ได้ ฉันจะไป แล้วแกจะเสียใจ แก๊งอินทรีไม่ปล่อยแกไปแน่!”
“หึหึ แล้วฉันจะรอให้พวกแกกลับมาแก้แค้น!” เซียวเฉิน เอ่ยเสียงเย็น “ตอนนี้แกไสหัวไปซะ!”