ห้องวีไอพีของผับชื่อดังใจกลางกรุงยามนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศอุ่นระอุด้วยร่างสูงเ้าของใบหน้าคมเข้มบาดใจกำลังคลอเคลียคลุกวงในอยู่กับร่างบอบบางของสาวนักเที่ยวที่เข้ามาเสนอตัวให้ถึงที่อยู่บนโซฟาอย่างเมามัน แม้ยามที่ประตูห้องถูกเปิดออกโดยร่างสูงสง่าที่ยังอยู่ในชุดกึ่งทางการก้าวเข้ามาแล้วก็ยังไม่รู้สึกตัว
บุรุษที่เพิ่งเข้ามาชะงักไปเล็กน้อยกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าใบหน้านิ่งเรียบนั้นไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา แต่หากสังเกตดีๆ แล้วก็จะพบว่าติ่งหูขาวสะอาดนั้นแดงก่ำด้วยความเก้อกระดากและไม่คุ้นชินเขาจึงทำได้เพียงส่งเสียงกระแอมแสร้งไอเล็กน้อย เพื่อส่งสัญญาณให้คนทั้งสองรู้ตัวส่งผลให้พวกเขาผละออกจากกันทันทีด้วยความใ
"ใครวะ?"
เ้าของใบหน้าบาดใจสบถเสียงดังเมื่อถูกขัดจังหวะความสำราญแต่พอหันไปพบใบหน้านิ่งเรียบของผู้มารบกวน พลันใบหน้าก็ถอดสีในทันใด
"พะพี่ไทม์ มาได้ไงครับเนี่ย!?"
กานตธีร์ถามญาติผู้พี่พลางผลักหญิงสาวที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยในอ้อมกอดออกไปอย่างไม่ไยดีทำเอาสาวเ้าค้อนขวับ ขยับเสื้อผ้าสองสามทีก่อนลุกออกไปทั้งยังไม่วายทิ้งสายตาหยาดเยิ้มหว่านเสน่ห์ให้ชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาอย่างอาวรณ์
ทักษ์ดนัยไม่แม้แต่จะชายตามองหญิงสาวที่เดินผ่านข้างกายตนออกไปสายตาของเขามองอย่างติเตียนปนเอือมระอาไปยังญาติผู้น้องที่กำลังจัดการเสื้อผ้าบนตัวอยู่แม้แต่คำพูดตำหนิเขายังคร้านจะเอ่ยออกมาด้วยรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ที่จะว่ากล่าวอันใด เพราะอีกฝ่ายเพียงฟังผ่านหูแล้วลืมเลือนไม่เคยทำตามเลยสักครั้ง
“พี่มีเื่อยากจะปรึกษานายก่อนหน้านี้โทรหานายแล้วแต่นายไม่รับสาย พี่เลยโทรหาอานุชอานุชบอกว่านายนัดเพื่อนสังสรรค์กันที่นี่ก็เลยตามมาคิดไม่ถึงว่านายจะกล้าโกหกแม่ตัวเองด้วย”
ทักษ์ดนัยพูดเสียงเรียบพลางเดินมาทิ้งตัวบนโซฟาเดี่ยวตรงข้ามกานตธีร์
กานตธีร์ยิ้มเจื่อนหัวเราะแหะๆ อย่างร้อนตัว ในใจเร่งคิดหาทางเปลี่ยนประเด็น
“มันก็ไม่เชิงว่าจะโกหกหรอกครับเพียงแต่เพื่อนในก๊วนมันไม่ว่าง ผมก็เลยต้องฉายเดี่ยวว่าแต่พี่ไทม์หาผมมีเื่ด่วนอะไรรึเปล่าครับ ขอแค่พี่ไทม์เก็บความลับให้ผมรับรองได้ ไม่ว่าเื่อะไรผมช่วยพี่เต็มที่เลย”
ทักษ์ดนัยมองท่าทีกานตธีร์ที่ยังคงกลัวมารดาไม่เปลี่ยนอย่างเห็นขำอายุจวนสามสิบอยู่รอมร่อยังกลัวแม่รู้ว่าตนเองออกมาเที่ยวกลางคืนอยู่อีก
“ไคน์นายโตป่านนี้แล้ว อานุชไม่ตีนายเพราะออกมาเที่ยวกลางคืนหรอกน่า”
กานตธีร์เบ้ปากก่อนแค่นเสียงว่า
“น้อยไปสิครับอย่างกับพี่ไทม์ไม่รู้ เกิดผมทำคุณแม่งอนขึ้นมา ผมได้ถูกคุณพ่อส่องเอาปะไรถึงตอนนั้นมีหวังผมต้องวิ่งไปหลบหลังคุณป้าแน่ๆ เชียว”
ทักษ์ดนัยได้ยินกานตธีร์เอ่ยถึงมารดาของตนใบหน้าพลันแข็งทื่อขึ้นมาทันที เพราะปัญหาหนักอกที่ทำให้เขาต้องมาหาลูกพี่ลูกน้องซึ่งสนิทกันมาแต่เด็กถึงสถานที่อโคจรเช่นนี้ก็เพราะมารดาของเขาเป็เหตุนั่นเอง
“พูดถึงคุณแม่พี่ดูเหมือนว่าพักนี้ท่านจะว่างมากไปหน่อยวันนี้ถึงกับพาผู้หญิงไปให้พี่ดูตัวถึงโรงพยาบาลแน่ะ แค่อาทิตย์นี้อาทิตย์เดียว พี่พบลูกสาวเพื่อนคุณแม่เกือบครบทุกคนแล้วอึดอัดจริงๆ ว่ะ จะบอกปัดบอกปฏิเสธก็ไม่ดี กลัวท่านจะน้อยใจแล้วพาลอาการกำเริบเอา”
ทักษ์ดนัยสีหน้าหนักอึ้งจนปัญญากับความมุ่งมั่นตั้งใจของมารดาที่หมายจะให้เขาแต่งงานเป็ฝั่งเป็ฝาในเร็ววัน
กานตธีร์มองญาติผู้พี่อย่างเห็นใจก่อนหน้านี้เขาได้ยินมารดาพูดถึงอยู่บ้างเหมือนกันเื่ที่ป้าสะใภ้มาหารือเกี่ยวกับบุตรสาวของบรรดาเพื่อนสนิทที่ยังโสดและเหมาะสมกับฐานะลูกสะใภ้ตระกูลมหกุลภักดีว่ามีใครบ้างตอนนั้นตัวเขายังคิดว่า โชคดีที่มารดาของเขาไม่คิดจับคู่เขากับใคร
“แล้วในบรรดาสาวๆที่คุณป้าแนะนำ ไม่มีใครเข้าตาพี่สักคนเลยรึไงกันครับ?”
ทักษ์ดนัยตีหน้าหน่ายส่ายศีรษะพลางกล่าว
“นายคิดว่าพี่จะสนใจคุณหนูไฮโซที่วันๆไม่ทำอะไร เอาแต่อาศัยบารมีพ่อแม่ปู่ย่าตายายมาอวดร่ำอวดรวยได้ลงงั้นเหรอ? แต่ละคนที่คุณแม่พามาไม่มีเข้าตาพี่เลยสักคน ในสายตาคุณแม่พวกเธอหน้าตาดีมารยาทดี ท่าทางดี ฐานะคู่ควรแต่พี่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าแต่ละคนเสแสร้งทั้งนั้น”
กานตธีร์อยากหัวเราะให้ลั่นเมื่อผู้เป็พี่ชายวิจารณ์บรรดาคุณหนูที่อยู่แถวหน้าของสังคมชนชั้นสูงเ่าั้อย่างไม่ไว้หน้า
“ที่แท้พี่ไทม์คิดแบบนี้นี่เองถึงไม่ถูกใจใครสักคนที่คุณป้าแนะนำเื่นี้นี่อย่าให้คุณป้ารู้เชียวนะครับ มีหวังท่านคงโกรธพี่ไปอีกนานเลยล่ะ”
ทักษ์ดนัยถอนหายใจก่อนเอ่ยจุดประสงค์ที่้าความช่วยเหลือจากน้องชายออกมา
“ที่สำคัญก็คือวันนี้พี่ทนคุณแม่รบเร้าไม่ไหวเลยบอกท่านไปว่าพี่มีคนที่คบหากันมานานแล้วั้แ่สมัยที่เรียนอยู่อังกฤษคุณแม่ก็เลยคาดคั้นให้พี่พาผู้หญิงที่ว่ามาแนะนำตัวกับท่านอย่างน้อยก็ให้ท่านได้เห็นว่าคนที่พี่เลือกเป็คนยังไง”
กานตธีร์เบิกตาโตไม่คิดว่าพี่ชายจะมีเื่ปิดบังเขาเช่นนี้ด้วย
“พี่ไทม์ปิดเสียมิดเชียวขนาดผมยังไม่เคยระแคะระคายเลยว่าพี่มีคนรู้ใจสมัยเรียนที่โน่นด้วย”
ทักษ์ดนัยกลอกตาอย่างเซ็งๆน้องชายของเขาคนนี้บางครั้งก็ช่างซื่อ…บื้อเสียจริงเลยเชียว!
“ไคน์มองความเป็จริงหน่อยสิ พี่จะเอาเวลาที่ไหนไปมีคนรู้ใจที่นายว่ากัน!?”
คนใกล้ชิดที่สนิทกันย่อมรู้ดีว่านายแพทย์ทักษ์ดนัย มหกุลภักดีอุทิศเวลาทั้งหมดให้การงานวิจัยและคนไข้ของเขาเท่านั้น เื่หาหญิงสาวคนรู้ใจไม่เคยอยู่ในแผนการชีวิตของเขามาก่อนเลยสำหรับเขาอย่างน้อยก็คิดว่ามันยังมีเวลาอีกนาน จึงไม่ได้รีบร้อนอะไรอีกอย่างหญิงสาวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตั้แ่เขาย่างเข้าวัยเจริญพันธุ์ก็ไม่มีคนไหนเตะตาสะดุดใจเลยสักคน
คราวนี้กานตธีร์ฟังแล้วก็ใจนอ้าปากหวอมองพี่ชายอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“หมะหมายความว่าพี่โกหกคุณป้างั้นสิ?”
ทักษ์ดนัยเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างอ่อนใจหมอนี่ความรู้สึกช้าจริงๆ!
“แล้วอย่างงี้พี่จะทำยังไงล่ะครับ?เกิดคุณป้ารู้เข้าเป็เื่ใหญ่แน่เลย”
กานตธีร์คิดแล้วก็หวั่นใจครอบครัวของพวกเขาถือสาเื่โกหกพกลมเช่นนี้เป็ที่สุดยิ่งคุณอังสนาผู้เป็มารดาของทักษ์ดนัยด้วยแล้ว ยิ่งเกลียดคนโกหกเข้ากระดูกดำพอคิดว่าผู้เป็ป้าสะใภ้นั้นบทจะดีก็เป็นางฟ้านาง์หาใครเทียบไม่ได้แต่บทจะร้ายขึ้นมา…
บรื๋อส์… ไม่อยากจะคิดต่อเลย…
ทักษ์ดนัยมองหน้ากันตธีร์อย่างมีความนัย
“เพราะอย่างนี้ไงพี่ถึงอยากจะให้นายหาเ้าสาวให้พี่สักคน!”
กานตธีร์ขวัญหนีดีฝ่ออ้าปากพะงาบๆ อยู่เป็นาน ค่อยเอ่ยปากออกมาได้
“พี่ลากผมลงบ่อโคลนชัดๆเื่นี้ผมจะช่วยพี่มั่วๆ ได้ยังไง เกิดคุณป้ารู้ทีหลังล่ะ? ไม่เอาอ่ะ ผมยอมให้พี่ฟ้องคุณแม่ ผมยอมถูกคุณแม่ตียังจะดีเสียกว่า!”
ทักษ์ดนัยตีหน้าเ็าใช้สายตามองกดดันกานตธีร์อย่างเงียบๆ
กานตธีร์แกล้งทำเป็มองข้ามสายตาของทักษ์ดนัยไปแต่จนแล้วจนรอด สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ยกมือขึ้นยอมแพ้อย่างหมดแรง
“ก็ได้ๆผมยอมพี่แล้ว อย่าจ้องผมอีกเลย! พี่อยากได้แบบไหนก็ว่ามาเถอะ”
ทักษ์ดนัยถอนสายตาผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก
“ความ้าของพี่ไม่สูงเอาเป็ว่าหน้าตาไม่เกี่ยง ฐานะไม่สน ดูที่นิสัยดีหน่อย แล้วก็เข้าสังคมเป็ก็พอ”
กานตธีร์พยักหน้าหงึกๆอย่างจำใจ ปากยังงึมงำ
“ผมว่าพี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆจู่ๆ จะหาผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มาแต่งงานด้วยง่ายๆ แบบนี้ไม่บ้าจริงคงคิดไม่ได้แน่"
ทักษ์ดนัยพยายามมองข้ามไม่สนใจเสียงพร่ำบ่นของกานตธีร์และบอกความ้าที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งต่อไป
“มีอีกเื่ที่นายต้องจำไว้ให้ดีพี่้าแต่งงานเพียงครั้งเดียว เพราะฉะนั้นหลังจากแต่งงานกันแล้วจะไม่มีการหย่าเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นนายจะต้องตั้งใจให้ดีล่ะ รู้มั้ย?”
แิเกี่ยวกับการแต่งงานของทักษ์ดนัยชัดเจนมาั้แ่เด็กเพราะถูกบ่มเพาะมาจากบิดาที่มอบความรักให้แก่มารดาอย่างหมดจิตหมดใจเพียงคนเดียวทั้งยังแสดงออกให้ทุกคนรอบข้างเห็นอยู่ตลอดจนชินตาเขาจึงตั้งใจยึดบิดาเป็แบบอย่างปฏิบัติกับภรรยาอย่างให้เกียรติทั้งต่อหน้าและลับหลังมอบความรักให้ภรรยาของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
กานตธีร์จ้องหน้าญาติผู้พี่เขม็งสุดท้ายก็ถอนหายใจแรงๆออกมาครั้งหนึ่ง ตัวเขาทราบดีว่าหากไม่ยอมช่วยพี่ชายเสียดีๆที่สุดแล้วทักษ์ดนัยก็คงจะยอมแต่งงานกับใครสักคนที่คุณป้าของเขาเลือกให้อย่างแน่นอนและก็คงหนีไม่พ้นพวกบรรดาคุณหนูไฮโซทั้งหลายซึ่งเป็บุตรหลานของเพื่อนสนิทในแวดวงธุรกิจของคุณป้าเขานั่นเอง
เฮ้อ!อย่างน้อยการที่เขาเลือกพี่สะใภ้เสียเองก็น่าจะตรงกับความ้าของทักษ์ดนัยมากกว่าคิดได้อย่างนี้แล้ว ท่าทางของกานตธีร์ก็พลันดูจริงจังขึ้นมาทันที
“งั้นพี่อยากได้ผู้หญิงประมาณไหนครับบอกมาเลยเดี๋ยวผมจะพยายามจำกัดกลุ่มเป้าหมายให้มันแคบลงมา จะได้หาง่ายๆ หน่อย”
ทักษ์ดนัยมองหน้าน้องชายอย่างรู้สึกพิลึกอยู่ในใจ‘จำกัดกลุ่มเป้าหมาย’ คำนี้ของกานตธีร์ฟังแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเขา้าตามหาตัวฆาตกรหรืออะไรเทือกนั้นมากกว่าจะหาเ้าสาวมากนัก
รู้สึกได้ว่าความคิดตนเองชักจะเลยเถิดทักษ์ดนัยสลัดศีรษะเบาๆ พลางร่ายคุณสมบัติที่เขา้า
“ไม่จู้จี้จุกจิกมีความอดทนสูง ออกงานได้เข้าสังคมเป็ ที่สำคัญต้องยอมรับนิสัยการทำงานของพี่ได้ส่วนเื่หน้าตา การศึกษา ฐานะทางสังคม นายตัดสินใจเองได้เลยเื่หยุมหยิมพวกนี้ถ้านายโอเค พี่ก็น่าจะยอมรับได้ไม่ยาก”
กานตธีร์ฟังแล้วลมแทบใส่พี่ชายเขาไม่เื่มากเลยจริงจริ๊ง... ฮ่าๆๆ ข้อเรียกร้องไม่สูงแต่ผู้หญิงลักษณะช้างเท้าหลังแบบนี้ บนโลกนี้จะยังมีเหลืออยู่อีกงั้นเหรอเนี่ย?
“อ้อ!สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ พี่มีเวลาให้นายสองวันวันอาทิตย์นี้ที่โรงพยาบาลมีงานประจำปี พี่ต้องมีคนควงออกงานคุณแม่เองก็อยากพบหน้าคนรักของพี่ที่บ้านตอนมื้อเย็นวันศุกร์นี้บ้านนายก็ได้รับเชิญเหมือนกัน”
ทักษ์ดนัยเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้กานตธีร์อยากวางมือเร้นกายหายไปให้เร็วที่สุดแต่คำพูดท้ายประโยคแฝงถ้อยคำประชดประชันเล็กน้อยนั่นทำให้เขาตัวแข็งไปทันที
“เหอะๆคุณแม่ผมล่ะซีท่า ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพของพวกเราแต่ละคนช่างว่าง...กันจริงๆเลยนะครับ”
ฟังเงื่อนไขเวลาจำกัดจำเขี่ยเสียจนกานตธีร์อยากยกธงขาวเสียเดี๋ยวนี้แต่พอได้ยินว่าเื่นี้มีมารดาของเขาเข้ามาเอี่ยวด้วยลูกกตัญญูอย่างเขาย่อมต้องลงมือทำเื่เอาหน้ากับญาติผู้พี่หน่อยแล้ว
“ที่ร้ายกว่านั้นก็คือคุณพ่อกับอาพุฒินั่งรอชมเื่สนุกกันอย่างสบายใจน่ะซี”
ทักษ์ดนัยนึกถึงสีหน้าบิดาบนโต๊ะอาหารเมื่อเช้าแล้วรู้สึกปวดศีรษะตุบๆขึ้นมาทันใด
“ผมว่าพี่สะใภ้ของผมต้องแสบหน่อยถึงจะดีไม่งั้นจะเอาพวกผู้ใหญ่ในบ้านเราอยู่ได้ยังไง ถ้าพี่ไทม์เห็นด้วยนะผมจะจัดให้เดี๋ยวนี้เลย!”
ทักษ์ดนัยส่ายหน้าพูดยิ้มๆด้วยรู้ว่าน้องชายคนนี้รู้หนักเบาดีว่าอะไรควรไม่ควร
"หึพี่ก็อยากพูดว่าแล้วแต่นายอยู่เหมือนกันนะ แต่ว่า ไคน์นายต้องคิดหน่อยไหมว่าถ้าพี่สะใภ้นายเป็แบบนั้นแล้วพี่จะใช้ชีวิตต่อไปยังไง"
กานตธีร์หัวเราะร่า
"แต่ผมว่าพี่สะใภ้แบบนี้คงทำให้ชีวิตพี่มีสีสันพึลึกเลยล่ะฮ่าๆๆ"