บทที่ 17 ซูชิ่งฮุยพิโรธ
เมื่อวันสว่างขึ้น แสงอาทิตย์ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง ประตูที่ปิดสนิทได้ถูกผลักออกอย่างแ่เบาพร้อมเสียง "แกร๊ก" สาวใช้นางหนึ่งหนึ่งผมเกล้ามวยสองข้างถือน้ำร้อนเดินเข้ามาข้างเตียง
"คุณหนู ตะวันส่องก้นแล้วนะเ้าคะ"
ผ้าห่มบนเตียงขยับไหว ซูซีหัวจึงค่อย ๆ โผล่หน้าออกมา สายตาพร่ามัวถามกล่าว "อิงเถา เวลาเท่าไรแล้ว?"
ขณะถามนางก็ค่อย ๆ ลุกขึ้น ความง่วงงุนทำให้ซูซีหัวไม่ได้ยินคำตอบ รอจนผ้าชุบน้ำร้อนปิดหน้า นางจึงค่อยตื่นเต็มที่
ลี่จือและซวนเจี่ยวถือถาดอาหารเช้าเข้ามาในห้อง วางลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง
ซวนเจี่ยวเอ่ยขึ้น "เช้านี้ฮูหยินใหญ่ส่งคนมาเรียกให้คุณหนูไปหานางทันทีที่ตื่นนอนเ้าค่ะ"
หลังจากเตรียมตัวเสร็จ ซูซีหัวกินของว่างไปเล็กน้อยก่อนจะรีบสาวเท้าเดินไปยังห้องของฮูหยินใหญ่ ยามที่ไปถึง นางก็ได้ยินเสียงผู้ชายดังมาจากด้านใน
"นี่เป็เงินที่โรงเรียนของข้า้า ถ้าพี่สะใภ้ไม่อยากให้ก็พูดมาตรง ๆ เลย! ข้าเองก็ไม่อยากเรียนแล้วเหมือนกัน!"
ซูชิ่งไห่?
ซูซีหัวขมวดคิ้วเล็กน้อย ดึงสาวใช้สูงวัยข้างประตูมาถาม "นั่นเสียงอารองข้าหรือเปล่า? เกิดเื่อะไรขึ้น?"
เมื่อครั้งตอนอยู่ที่ศาลก็ดูจะเจ็บหนักแท้ ๆ แต่พอกลับมายังจวนกลับส่งเสียงโวยวายไปทั่วได้ แสดงให้เห็นว่าเขามีพร์จริง ๆ
สาวใช้มองไปรอบ ๆ ด้วยความระมัดระวัง นางกล่าวเสียงเบา "คุณท่านสามก็อยู่ด้วยเ้าค่ะ เช้านี้เมื่อฮูหยินใหญ่ตื่นนอน ท่านทั้งสองก็โวยวายร้องหาเงินกันทันทีที่เข้าประตูเรือนมาเลย"
สายตาของซูซีหัวมองไปที่ประตู บทสนทนาด้านในยังคงดำเนินต่อ
"พี่สะใภ้ ข้าไม่อยากจะพูดหรอกนะ แต่ชิงไห่ผู้นี้ถือเป็ผู้ที่รอบรู้ที่สุดในตระกูลซูแล้ว เช่นนั้นแม้ตระกูลซูจะตกต่ำในตอนนี้ แต่เงินเพียงร้อยตำลึงก็น่าจะมีอยู่สินะ?"
"ใช่แล้ว ใช่แล้ว หนึ่งร้อยตำลึงเงินนั้นสามารถหามาได้อย่างแน่นอน"
เสียงของซูชิ่งฮุยและซูชิ่งไห่สลับกันดังขึ้น ซูซีหัวหมุนตาไปเล็กน้อย "อิงเถา เ้ามานี่เดี๋ยวสิ..."
ภายหลังจากกระซิบกระซาบไปสองสามประโยค อิงเถาพยักหน้ารับรู้ "ข้าเข้าใจแล้ว"
ส่งตามองอิงเถาจากไป ซูซีหัวเหยียดแขนผลักประตู "ฮูหยินใหญ่ ข้ามาพบท่านแล้วเ้าค่ะ"
เสียงในห้องหยุดชะงักลง ซูซีหัวที่เพิ่งก้าวเข้าไปในประตู นางก็ตกอยู่ท่ามกลางสายตาสามคู่ ซึ่งรวมถึงซูชิ่งฮุยและซูชิ่งไห่ด้วย
"โอ้ะ ลุงสามกับอารองก็อยู่ด้วยหรือนี่? แหม ๆ อะไรดลใจให้มาพบฮูหยินใหญ่พร้อมกันเช่นนี้ล่ะเนี่ย?"
ซูชิ่งฮุยและซูชิ่งไห่จ้องมองกัน พร้อมกับพึมพำหยามหยิน
ซูชิ่งไห่พูดด้วยน้ำเสียงขรึมขื่น "ตะวันสูงโด่งเช่นนี้แล้วจะมาเข้าเฝ้าอะไรอีก?"
"แม้นตะวันจะสูงโด่งกว่านี้ก็ยังจะเข้าเฝ้าเ้าค่ะ"
ซูซีหัวตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่สนใจชายทั้งสองผู้ที่ตนทักว่ามาเข้าเฝ้าฮูหยินใหญ่
"ท่านดูไม่ดีเลย ตามหมอมาดูอาการเสียหน่อยไหมเ้าคะ?"
ฮูหยินใหญ่นวดเหนือคิ้วตน "ไม่ต้องถึงขนาดต้องเรียกหมอมาหรอก"
มองไปที่ซูชิ่งฮุยและซูชิ่งไห่ ฮูหยินใหญ่แสดงสีหน้าเศร้าหมอง สถานการณ์ของตระกูลซูไม่ดีแม้แต่วันเดียว เช่นนั้นแล้วการที่นางดูไม่ดีเห็นทีจะหาใช่เื่แปลกไม่
ซูซีหัวจะมองไม่เห็นปัญหาในแววตาของนางได้อย่างไร? สายตาเลื่อนไปตกที่ลุงสามและอารอง แล้วจึงเอ่ยถามในสิ่งที่นางรู้อยู่แล้ว "ฮูหยินใหญ่ เมื่อกี้หม่อมฉันได้ยินอารองพูดถึงเื่หนึ่งร้อยตำลึงเงิน ข้าขอถามท่านได้ไหมเ้าคะ ว่าเกิดเื่อันใดขึ้น?"
"โรงเรียน้า" ซูชิ่งไห่พูดเ็า
“โอ๋ -”
ซูซีหัวยืดเสียงยาว แล้วลูบคางถาม "หมายความว่าทุกคนต้องจ่ายหรือ?"
"เป็โรงเรียนเดียวกัน จะมีข้อยกเว้นได้อย่างไรกัน?" ซูชิ่งไห่มีสีหน้าไม่พอใจ เวลามองซูซีหัวก็แสดงสายตาดูถูก "คนเกิดจากอนุเช่นเ้าช่างไร้วิสัยทัศน์เสียจริง แม้เพียงเื่เล็กน้อยเช่นนี้ ก็ยังต้องถามงั้นหรือ?"
ซูซีหัวยิ้มเผยอ "ผู้เกิดจากอนุเช่นข้าช่างไร้วิสัยทัศน์นัก แต่เมื่อเทียบกับพวกขี้ขลาดแล้ว ข้ายังคงเก่งกาจกว่ามาก"
"เ้าว่าใครขี้ขลาดกัน?" ซูชิ่งไห่ดูเหมือนถูกแตะต้องจุดอ่อน ทันใดนั้นก็ะเิออกมา "ข้าบอกให้ เ้ารู้ไว้ก่อนว่าข้ามีหลักฐานชัดเจนจึงได้รับการปล่อยตัว หากไม่ใช่เพราะนางก่อกวนวุ่นวาย ข้าคงไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน"
"อารอง ข้าว่าข้าไม่ได้พูดถึงเื่ของท่านเลยนะ" ซูซีหัวตอบกลับด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ในดวงตามีแววเยาะเย้ย
ผู้รอบรู้งั้นหรือ?
ซูชิ่งไห่เหยียดหยามคำนี้อย่างร้ายแรง
"ข้า...ข้า..." ซูชิ่งไห่ตระหนักได้ในภายหลัง จึงพึมพำครู่หนึ่งแต่ไม่สามารถพูดออกมาได้
ฮูหยินใหญ่ถอนหายใจ นางรู้ว่าน้องเขยคนนี้ไร้ประโยชน์ แต่ไม่คิดว่าจะมีนิสัยแย่ขนาดนี้
คิดเช่นนั้น นางจึงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ "แม้เพียงหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ข้าก็ยังหาให้ไม่ได้ เช่นนั้นแล้ว ไม่ว่าโรงเรียนของเ้าจะมีกิจกรรมอะไร ขอเ้าจงปฏิเสธไปก่อน"
"ทำไมจะหาไม่ได้ล่ะ? ข้าไม่ยอมปฏิเสธหรอก นั่นน่าอับอายมาก"
"น่าอับอายหรือ?" น้ำเสียงของซูซีหัวเ็า "ขึ้นศาลเพราะก่อนอาชญากรรมในสถานเริงรมก็ทำมาแล้วนี่ ไม่มีหน้าที่จะอับอายอีกแล้ว"
ซูชิ่งไห่โกรธจนเตะขาอยู่กับที่ "อย่ามากล่าวหาข้านะ"
"เป็การกล่าวหาหรือไม่ ท่านก็รู้ดีอยู่แล้ว"
ซูซีหัวแววตาเ็าซูชิ่งเฉิงนั้นไร้สมอง แต่ก็ไม่น่ารังเกียจนัก ส่วนซูชิ่งไห่นั้นต่างหาก ทำให้คนรังเกียจ
การโต้เถียงของทั้งคู่ทำให้ฮูหยินใหญ่รู้สึกวุ่นวายเป็ที่สุด ตอนนั้นเอง พวกยามประตูก็วิ่งเข้ามา
"ฮูหยินใหญ่ ไม่ดีแล้ว ผู้จัดการงานแต่งงานจากตระกูลต่าง ๆ ที่ถูกเพิกถอนหมั้นมาแล้ว"
คนในห้องหันมองไปทางเดียวกัน ซูชิ่งไห่ไม่รู้เื่การเพิกถอนหมั้นเขาหัวเสียจนะเิคำพูดออกมาอย่างไม่ยั้งคิด "พูดอะไรเพ้อเจ้อ ลูกสาวของตระกูลซูจะถูกเพิกถอนหมั้นได้อย่างไร!?"
ซูซีหัวพูดเ็า "ทุกคนที่ท่านพูดถึงต่างก็ถูกถอนหมั้นกันหมดแล้ว"
ซูชิ่งไห่ใ "อะไรนะ! ไม่น่าเป็ไปได้ ลูกสาวของตระกูลซู..."
"ตระกูลซูในปัจจุบันไม่เหมือนอดีตแล้ว ยามที่ถูกห้อมล้อมโดยศัตรู ขอท่านอารองโปรดสงบสติอารมณ์ด้วยเ้าค่ะ!" ซูซีหัวฉุดคอเสื้อของซูชิ่งไห่ สายตาเลื่อนผ่านซูชิ่งฮุย ก่อนพูดเน้นย้ำทีละคำ "คนในตระกูลซู ต้องสงบสติทุกคน"
อดีตรัชทายาท ปัญญาชนผู้ยิ่งใหญ่
ยิ่งชื่อเสียงของตระกูลซูในอดีตยิ่งใหญ่เพียงใด คนที่อยากจะเหยียบย่ำก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
นางไม่รู้ว่าซูชิ่งไห่คิดอย่างไร แต่ซูซีหัวไม่้าคนที่จะเป็ภาระหลังหลัง
"ฮูหยินใหญ่ เื่การเพิกถอนหมั้นขอให้ข้าจัดการ ท่านไปพักผ่อนก่อนเถิด"
ฮูหยินใหญ่อยากจะพูดบางอย่างแต่ก็ลังเลที่จะพูดมันออกมา "...เ้ารับมือเื่นี้ได้จริง ๆ หรือ?"
"ตระกูลว่านข้าก็จัดการมาแล้ว นับประสาอะไรกับปัญหาเหล่านี้ เช่นนั้นแล้วขอเชิญท่านลุงสามและอารองตามข้าไปยังโถงรับแขกด้วย"
กล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจที่สุด แต่เมื่อออกจากบริเวณบ้าน ใบหน้าของซูซีหัวก็เศร้าหม่นลง
การเพิกถอนหมั้น สินสอดนั้นเป็สิ่งสำคัญ
พวกพ่อบ้านเหล่านี้มาถึง แน่นอนว่าเป็เื่ของค่าหมั้นหมายสู่ขวัญ
ซูชิ่งไห่และซูชิ่งฮุยเลิกพูดต่อแล้วเดินตามหลังไปติด ๆ
ซูซีหัวเพียงแค่สบตาอย่างรวดเร็วแล้วรีบสาวเท้าไปยังโถงหลัก และอย่างที่นางได้คาดเดาไว้ พ่อบ้านจากหลายตระกูลได้มารวมตัวกันเพื่อทวงคืนสินสอดจริง ๆ
"ในเมื่อถอนหมั้นแล้ว ค่าหมั้นหมายและสิ่งอื่น ๆ ตระกูลซูจำต้องคืนให้พวกข้า"
"ถูกต้องแล้ว ต้องคืนให้..."
เสียงรับรองดังขึ้นหลาย ๆ เสียง ซูซีหัวเหลือบตามองเหล่าพ่อบ้านหลายคน ด้วยใจนึกเย้ยหยั่น "ตระกูลซูของข้ายอมเลิกหมั้นหมายเพราะรู้ถึงความแตกต่างของสถานะ แต่ท่าทีของพวกท่านหลายคนนี้ ดูเหมือนจะไม่มีแม้แต่ความเคารพขั้นพื้นฐานเลยนะ"
นางมีพี่สาวรวมห้าคน หากไม่นับซูเยว่ อีกสี่คนก็มีคู่หมั้นหมายที่ดีไม่แพ้กัน
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ต่างก็เป็การหมั้นหมายที่ทรงพลังมากแท้ ๆ แต่บัดนี้กลับกลายเป็สิ่งที่น่าดูถูกดูแคลนเสียได้
พ่อบ้านตระกูลหวังมีสีหน้าเยาะหยัน "คุณหนูซู สถานการณ์ของตระกูลซูตอนนี้ พวกข้าให้เกียรติโดยการรอมาแล้ว…"
"ปัง!"
เสียงดังสนั่นโหมกระทบโดยปัจจุบันทำให้คนในห้องโถงใกันไปหมด ซูซีหัวมองซูชิ่งฮุยอย่างงุนงง เมื่อครู่นี้เอง ซูชิ่งฮุยเพิ่งจะทุบเก้าอี้อย่างแรงไป
พ่อบ้านหลายคนมองซูชิ่งฮุยอย่างสงสัยใคร่รู้ พวกเขารู้จักนายท่านที่สามแห่งตระกูลซูผู้นี้ เพียงแต่ไม่เคยเห็นเขาวู่วามรุนแรงแบบนี้มาก่อน
ซูชิ่งฮุยใช้แขนเสื้อห่อมือไว้ "พวกเ้าขอเลิกหมั้นหมาย ตระกูลซูก็ยอมแล้ว แต่หาก้าค่าสินสอดคือน ก็ให้บรรดาหนุ่มน้อยจากตระกูลของพวกเ้ามาขอเอง"
"นายท่านสาม กำลังเล่นตลกอะไรกันแน่ บุตรชายของข้าพวกนั้นไม่มี อ๊ากกก..."
คำพูดยังไม่ทันจบ พ่อบ้านหลายคนก็ร้องไห้คร่ำครวญวิ่งออกไปข้างนอก
"......" ซูซีหัวถึงกับพูดอะไรไม่ออก