"ซวยแล้วอุตสากดพลังลงไปตั้งมากแล้วนะเนี้ยทำไงดีหว่า!!!"
ศาสตราบ่นอุบอิบขณะเดินออกมาเขาก้มีหน้าก้มตาไม่มองใครแต่ก็ยังสามมารถััได้ถึงสายตาผู้ครที่มองมาที่เขาเป็ตาเดียว
"โอ้โหพี่ชายพลังของท่านน่ากลัวจัง!!"
มาวิสวิ่งเข้ามาตบไหล่พร้อมกล่าวออกมาด้วยสายตาที่เป็ประกายจ้องมองศาสตรา เมื่อศาสตราเห็นเช่นนั้นได้เพียงแต่หัวเราะออกมาแห้งๆกลบเกลื่อน
"อ..เออเมื่อกี้ข้าใส่พลังเต็มที่ไปสุดๆเท่าที่มีต่างหากกลัวว่าจะทำลายชั้นบาเรียไม่ได้ไม่ได้ออมมือเหมือนพวกเ้ามันเลยเป็อย่างที่เ้าเห็นไง แหะๆ"
ศาสตรากล่าวแกล้งกลบเกลื่อนไปพร้อมกับแสดงอาการหอบอย่างเหนื่อยอ่อนออกมาทำราวกับว่าตนนั้นใช้พลังไปจนหมดแล้ว
"ใช่เหรอ!?!?"
มาวิสที่เห็นถึงท่าทางของเขาก็ทำให้เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
"เอาน่าเชื่อข้าเถอะไปฝึกกันดีกว่าเหลืออีกสองครั้งต้องผ่านการทดสอบนี้ให้ได้"
ศาสตราเอาแขนโอบไปที่คอมาวิสพร้อมกับพาเขาเดินไปยังสนามฝึกซ้อม ผ่านกลุ่มคนที่กำลังซุบซิบกันอยู่ ทางด้านเอลมองตามแผ่นหลังศาสตราด้วยที่ในหัวเต็มไปด้วยคำถามและข้อสงสัยมากมายก่อนจะนำเอาเครื่องมือบางอย่างที่เหมือนแผ่นกระจกออกมาและเริ่มค้นหาข้อมูลของศาสตรา
"ศาสตรา มาจากดาวที่ชื่อว่าโลกทางสมาพันธ์เป็ผู้รับรองเองเลยรึน่าสนใจแหะ อืมๆได้รับการปลูกถ่ายยีนต์เสริมพลังมา"
เอลพึมพำขณะไล่อ่านข้อมูลของศาสตรา เขาอ่านอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้ามองไปทางศสสตราและมาวิสที่กำลังฝึกฝนอยู่
"ไม่น่าเชื่อว่าจะประบตัวเขากับยีนต์ได้ถึงขนาดนี้"
เอลที่มองศาสตราพยักหน้าพร้อมกับกล่าวออกมาเบาๆ ศาสตราที่เริ่มจะคุ้นชินในการใช้พลังของตนหยุดการฝึกและเดินกลับไปหาเองเพื่อขอทดสอบอีกครั้ง
"เ้าพร้อมจะทดสอบอีกรอบแล้วเหรอแน่ใจ!?"
เอลเอ่ยออกมาอย่างสงสัยเพราะเขาเห็นว่าศาสตราน่าจะใช้พลังของตนไปอย่างมากแน่ๆในการทดสอบครั้งแรกนั้นไม่น่าจะฟื้นพลังได้เร็วแถมยังเพิ่งจะออกไปฝึกได้เพียงไม่นานก็กลับมา พลังในตัวไม่น่าจะฟื้นฟูพอจะทำลายหุ่นเหล็กได้อย่างแน่นอนแต่เขาก็ไม่ได้ขัดอะไรและหลีกทางให้แก่เขาโดยไม่พูดอะไรอีก ศาสตราเดินเข้าประจำจุดผ่อนลมหายใจของตนเพ่งมองไปยังหุ่นเหล็กที่เป็เป้าหมายพร้อมกับยกมือขึ้นดีดนิ้วออกไปอย่างรวดเร็วแค่ในครั้งนี้กลุ่มก้อนพลังงานไม่ออกมาแต่แรงสั่นกระเพื่อมในบรรยากาศรอบๆสั่นไหวอย่างรุนแรงพุ่งไปยังเป้าหมาย
"ไอ้เ้านี้!!!"
เอลอุทานออกมาเมื่อได้เห็นสิ่งศาสตรากระทำลงไป ะุมวลอากาศเข้าปะทะจนตัวหุ่นเหล็กแตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยโดยไร้ซึ่งความเสียหายรอบๆของตัวหุ่น
"ผ่าน!!"
อีกเก้าคนที่เห็นต่างเบิกตากว้างออกมาเพราะสิ่งที่ศาสตรากระทำลงไปนั้นพวกเขาเห็นเพียงแค่เขาดีดนิ้วออกไปเท่านั้นแต่กลับสามารถทำลายบาเรียและตัวหุ่นนั้นไปอย่างง่ายดาย ในกลุ่มบางคนที่ไม่เคยจะมองเขาต้องหันมาให้ความสนใจและจดจำชื่อของเขาเอาไว้โดยเฉพาะชายหนุ่มแห่งตระกูลผู้พิทักษ์ผู้มีใบหน้าเ็าอยู่ตลอด หนึ่งในกลุ่มผู้พิทักษ์ฝึกหัดคลาสเดียวกันกับศาสตราผู้มีนามว่ากาโอผู้เป็บุตรชายของราโอและมาเรียที่เหล่าผู้พิทักษ์ปีกแห่งแสงพากันเรียกว่าสองมหาปราชญ์ นั้นก็เพราะทั้งสองนั้นเคยรอดมาจากมหาาแร๊คนาร๊อคแห่งห้วงมืดที่พวกสมาพันธ์มืดแลคติสก่อเหตุขึ้นมาาในครั้งนั้นผู้พิทักษ์ระดับพิทักษ์และปกป้องต่างสูญเสียกำลังพลไปอย่างมาก ถ้าไม่ได้พวกระดับตำนานมาช่วยเอาไว้พวกเขาคงแพ้าในครั้งนั้น แต่าในครั้งนั้นก็ทำให้หลายคนมีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างมากร่วมถึงราโอและมาเรียของปีกแห่งแสงสองคู่รักที่บุกเข้าวงล้อมศัตรูนับพันไปช่วยพรรคพวกที่าเ็ไม่อาจจะสู้รบได้อีกออกมาได้ด้วยความสามารถของพวกเขา วิหารปีกแห่งแสงจึงมอบฉายาสองมหาปราชญ์ให้แก่ทั้งสองคนและยังมอบสิทธิพิเศษให้แก่พวกเขาโดยการให้ทั้งสองสามารถปรับแต่งยีนต์บุตรชายของพวกเขาได้อย่างอิสระไม่มีข้อผูกมัดใดๆดังนั้นกาโอที่ได้รับยีนต์ของพ่อแม่มาได้รับการปรับแต่งเพิ่มเติมไปอีกจึงทำให้เขามีความสามารถที่สุดหยั่งมาั้แ่เด็กๆจนเมื่ออายุครบกำหนดเขาจึงเข้าร่วมหน่วยผู้พิทักษ์ได้ทันที กาโอมองไปยังศาสตราแต่เขาก็ไม่อาจจะจับััพลังใดๆจากตัวเขาได้เลยนั้นทำให้เขาคิดได้เพียงสองอย่างเท่านั้นที่ไม่อาจจับััอะไรจากตัวศาสตราได้ หนึ่งพลังของศาสตรามีมากกว่าเขาอย่างมหาศาล สองศาสตราใช้ไอเทมบางอย่างปกปิดพลังตนเองเอาไว้
"เ้าชื่อว่าศาสตราสินะ สอบผ่านเข้าไปรอในห้องได้เลย"
เอลกล่าวออกมาพร้อมกับไล่เขากลับไปยังคลาสเรียน ศาสตราที่ได้ยินเช่นนั้นก็พนมมือไหว้เอลตามความเคยชินของตนเองที่ติดมาจากบ้านเกิดก่อนจะเดินออกไป ทำให้เอลมึนงงในการกระทำของเขาแต่ก็เก็บความสงสัยเอาไว้และจะหาโอกาศไปหาข้อมูลด้วยตนเอง ศาสตราเดินไปหามาวิสพร้อมตบไปที่บ่าของเขากล่าวให้กำลังใจก่อนจะจากไป มาวิสที่เห็นว่าศาสตราผ่านบททดสอบตัวเขาก็ฮึกเหิมขึ้นมาวิ่งตรงไปหาเอลเพื่อขอทดสอบรอบที่สอง แต่กาโอกลับมาถึงก่อนเขา
"กาโอเ้าจะขอทดสอบรอบที่สองอย่างนั้นรึแน่ใจนะว่ารอบนี้จะไม่ทำให้สนามพังอีกนะ"
เอลกล่าวออกมาเทื่อเห็นกาโอเข้าไปยืนในจุดทดสอบเพราะรอบที่แล้วเขาเกือบพังสนามทดสอบไปรอบหนึ่งหลังจากที่ศาสตราพังกำแพงไป ทำให้การซ่อมแซมล้าช้าไปมากพอดู กาโอที่มองไปยังหุ่นเหล็กด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกพยักหน้าเรียบๆก่อนจะยกมือขึ้นและมีเส้นสายพลังที่คล้ายแส้อยู่ในมือของเขา กาโอฟาดมันออกไปตัดทั้งบาเรียและหุ่นเหล็กจนทั้งสองขาดสะบั้นเป็สองส่วนทันที
"กาโอทดสอบผ่าน ไปรอที่ห้อง"
เอลประกาศออกมาอย่างไม่รอช้าเพราะเขาเห็นว่ามีคนมารอทดสอบอยู่จำนวนหนึ่ง การทดสอบผ่านของสองชายหนุ่มทพให้คนที่เหลือต่างรีบเข้ามาทดสอบกันอีกครั้ง มาวิสที่เดินเข้าไปประจำจุดแทนกาโอไม่รอช้าเขาประสานมือไว้ตรงหน้าอกตนเองพร้อมกับหลับตาปากบ่นพึมพำก็เกิดวงเวทย์สีฟ้าใสออกมาเขาดันมือทั้งสองไปยังหุ่นเหล็กที่มีบาเรียปกคลุม กลุ่มพลังม้วนเกลียวราวสว่านพุ่งออกจากวงเวทย์สีฟ้านั้นเข้าเจาะบาดรียจนแตกกระจายและแผ่นอกของหุ่นเหล็กจนเป็รูโบ๋ขนาดใหญ่
"อืมมาวิสทดสอบผ่านกลับไปรอที่ห้องเรียน"
เอลประกาศออกมาอีกครั้ง หลังจากที่มาวิสทดสอบผ่านคนที่เหลือก็ทยอยทดสอบผ่านโดยไม่มีใครที่ได้ทดสอบเป็ครั้งที่สามเลยสักคน เมื่อทุกคนกลับมายังห้องต่างจับคู่พูดคุยกับคนที่เพิ่งทำความรู้จักในการทดสอบ ผิดกับในตอนแรกที่มาต่างคนต่างเงียบไม่พูดคุยกับใคร มาวิสเองก็สนิทกับศาสตรามากขึ้นเข้าจ้อไม่หยุดเมื่อสอบผ่านเขาตรงมานั่งข้างศาสตราและเริ่มพูดคุยถึงเื่การทดสอบและครอบครัวจนกระทั่งเื่ไร้สาระโดยมีศาสตราเป็ผู้ฟังที่ดีนั่งยิ้มและพยักหน้าให้แก่เขา ผิดกับกาโอที่เข้ามาก่อนมาวิสและมาถึงห้องเรียนเป็คนที่สองเมื่อเขากับมาก็เพียงชำเลียงศาสตราแว๊บเดียวก่อนจะเดินไปนั่งริมหน้าต่างห่างจากศาสตราพร้อมกับเหม่อมองไปด้านนอกโดยไม่หันมามองศาสตราอีกเลย ศาสตราสะกดความอยากเข้าไปทักทายกาโอเมื่อเห็นท่าทางเหม่อลอยนั้นเขาจึงตัดใจและควักเครื่องเล่นเกมส์พกพาที่เขาชื้อมาก่อนหน้านี้ขึ้นมาเล่นแทน ในห้องเรียนเริ่มมีเสียงพูดคุยขึ้นทั่วทั้งห้องแต่ก็ไม่ได้ดังมากเมื่อเอลเข้ามาเสียงที่ว่าก็เงียบลง
"การทดสอบการควบคุมพลังตนเองถือว่าพวกเ้าทุกคนทำได้ดี เหตุที่ต้องทำเช่นนี้เพราะการจะไปปฏิบัติภารกิจในแต่ละครั้งนั้นจะต้องจำกัดวงความเสียหายที่มีต่อทรัพย์สินของผู้คนให้มากที่สุดนั้นถึงจะเรียกว่าการช่วยเหลือที่แท้จริง"
การจำกัดความเสียหายนั้นทางสมาพันธ์แห่งดวงดาวได้ข้อร้องมาแกมบังคับว่าให้เหล่าผู้พิทักษ์ทุกวิหารที่ออกปฏิบัติภารกิจช่วยอย่าสร้างความเสียหายต่อสภาวะแวดล้อมของดวงดาวเกินไปเพราะแต่ละครั้งนั้นทางสมาพันธ์หมดเม็ดเงินและทรัพยากรไปเป็จำนวนมากในการฟื้นฟูดวงดาวแต่ละดวงในเครือจากการสู้รบ ดาวโลกเองก็เป็หนึ่งในนั้นที่ได้รับการช่วยเหลือฟื้นฟูจากทางสมาพันธ์แห่งดวงดาวดังนั้นแต่ละวิหารจึงมีมติตอบรับทางสมาพันธ์ว่าจะพยายามสร้างความเสียหายให้น้อยที่สุดในการทำภารกิจในแต่ละครั้ง
"ั้แ่วันพรุ่งนี้ไปทุกคนจะได้รับภารกิจพิเศษสำหรับผู้พิทักษ์ฝึกหัดและต้องทำงานกันเป็ทีม ทีมละสองคนเพราะฉะนั้นวันนี้ก็ทำความรู้จักกันชะแล้วส่งรายชื่อทีมมาก่อนทานอาหารค่ำ"
เอลกล่าวจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้เหล่าผู้พิทักษ์ฝึกหัดทั้งหลายนิ่งอึ้งกันไปอยู่พักหนึ่งก่อนจะมีเริ่มมีการส่งเสียงเอะอะออกมา มาวิสไม่รอช้าคว้าแขนศาสตราที่อยู่ข้างๆเอาไว้เมื่อเห็นว่ามีคนเดินตรงมาหาพวกเขาที่นั่งอยู่พร้อมกับพิมพ์รายชื่อทีมส่งให้เอลอย่างรวดเร็ว ศาสตราทำได้เพียงยิ้มแห้งๆในการกระทำที่ไม่ได้ถามความเห็นจากเขาแม้แต่น้อย ไม่นานทีมทั้งห้าจากสิบคนก็ถูกจัดตั้งกันครบ