เทพีน้ำค้างเหมันต์อมยิ้มบางๆ แต่แววตาเปล่งประกายเย็นเยียบ “ขั้นพรหมเทพนี้... ข้าเคยบรรลุมาแล้วั้แ่ชาติก่อน และบัดนี้... พลังที่ถูกพรากไป ก็หวนคืนกลับมาอีกครา!”
คำพูดนั้นเหมือนคมดาบตัดผ่านความเงียบ ฟ้าดินรอบกายพลันสั่นะเื เทพฟ้าดินสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ “แล้ว... คัมภีร์ห้าเล่มที่ท่านมอบแก่ข้า มีนามว่าเช่นใดกันแน่?”
“เมื่อนำมารวมกัน มันจะมีชื่อว่าคัมภีร์เบญจเทพ” นางตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “คัมภีร์ลับสูงสุดแห่งสำนัก ผู้ใดฝึกสำเร็จ... เส้นทางสู่ความเป็เทพสูงสุดจะเปิดออก เล่มแรกสอนวิถีมหาเทพ เล่มที่สองนำสู่ราชันเทพ เล่มที่สามสู่บัลลังก์จักรพรรดิเทพ เล่มที่สี่เปิดสู่พรหมเทพ และเล่มสุดท้าย... พาขึ้นสู่ บรมเทพ!”
ดวงตาของเทพฟ้าดินวาวโรจน์ “แต่... หากท่านฝึกครบทั้งห้าเล่ม เหตุใดยังหยุดอยู่เพียงขั้นพรหมเทพเล่า!?”
เทพีน้ำค้างเหมันต์หัวเราะเบาๆ แต่เสียงกลับแฝงด้วยอำนาจดุจฟ้าคำราม “เพราะข้าฝึกสำเร็จเพียงสี่เล่ม! ส่วนเล่มสุดท้าย... ข้าเพียงท่องจำไว้ทุกตัวอักษร แต่ยังมิได้ลงมือฝึกอย่างจริงจัง”
นางปรายตามองศิษย์ น้ำเสียงแข็งกร้าวราวสายฟ้าฟาด “เทพอัสนีย์... ได้สั่งข้าไว้ หากคัมภีร์ทั้งห้าพรากจากข้าไป เมื่อใดมันกลับมาอยู่ในมือข้าอีกครา ให้นำคัมภีร์ทั้งห้า มาหลอมรวมกันเป็หนึ่งด้วยปราณอัสนี! เมื่อรวมสำเร็จ แต่ละเล่มจะกลายเป็บท แต่ละบทจะกลายเป็หัวข้อ และเมื่อนั้น…ปกคัมภีร์จะเผย ชื่ออันแท้จริง ของมันออกมา!”
บรรยากาศรอบกายพลันมืดครึ้ม คลื่นพลังดุจพายุโหมกระหน่ำ เสียงสายฟ้าก้องกังวาน!
ควันปราณอัสนีพวยพุ่งจากร่างเทพีน้ำค้างเหมันต์ ฟาดกระหน่ำกลางห้องโถง คัมภีร์ทั้งห้าสั่นสะท้านก่อนจะลอยขึ้นสู่ฟ้า สายฟ้าเปล่งประกายรายล้อมรอบ บิดเบี้ยว หลอมรวมเป็หนึ่งเดียว จนกลายเป็คัมภีร์สีทองเล่มใหญ่ ส่องประกายเจิดจ้าจนแสบตา
บนปกคัมภีร์ ตัวอักษรสีเงินค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัว อ่านได้ว่า “คัมภีร์เบญจเทพ”
ภายใต้สายฟ้าอันศักดิ์สิทธิ์ เทพีน้ำค้างเหมันต์นั่งสง่ากลางห้อง แววตาแข็งกร้าวจับจ้องไปยังศิษย์รัก นางออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“จงนำคัมภีร์เบญจเทพกลับไปซ่อนไว้ในสำนัก อย่าให้ผู้ใดรู้ถึงการมีอยู่ของมัน!เด็ดขาด เ้าจงคัดลอกและนำติดตัวไว้อีกเล่มหนึ่ง เพื่อใช้ฝึกฝนด้วยตัวเอง มันจะนำเ้าเหยียบย่างขึ้นสู่ราชันเทพ จักรพรรดิเทพ จนถึงพรหมเทพได้!”
เทพฟ้าดินคุกเข่าลงทันที “ข้าจะปกป้องมันด้วยชีวิต” น้ำเสียงนางมั่นคงไร้ซึ่งความลังเล
เทพีน้ำค้างเหมันต์มองศิษย์ด้วยแววตาอ่อนโยน “เ้าเกิดมาเพื่อก้าวสู่ยอดสูงสุด จงจำไว้ พลังที่แท้จริง ไม่ได้มาจากการอ่านคัมภีร์หรือการฝึกฝนเท่านั้น แต่ต้องประกอบเข้ากับจิตใจที่มั่นคงและไร้ซึ่งมลทินใดๆด้วย”
“ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!” เทพฟ้าดินประกาศหนักแน่น นางรู้ดีว่าภารกิจครั้งนี้คือสิ่งสำคัญยิ่ง
ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางกลับเต็มไปด้วยความสงสัยที่ไม่อาจเก็บไว้อีกต่อไป “ท่านอาจารย์... คัมภีร์เบญจเทพมีพลังยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ เหตุใดแต่ละบทจึงถูกปิดเป็ความลับ? แท้จริงแล้วมันซ่อนอะไรไว้กันแน่?”
เทพีน้ำค้างเหมันต์มองศิษย์รักด้วยแววตาอ่อนโยน แต่แฝงด้วยความหนักแน่น นางรู้ดีว่าเทพฟ้าดินคือผู้ที่แสวงหาความจริงทุกสิ่งอย่าง จึงยอมเปิดเผยสิ่งที่ถูกปิดบังมาเนิ่นนาน
“คัมภีร์เบญจเทพ... คือแก่นแท้แห่งเส้นทางสู่ความเป็เทพระดับสูง ข้าจะบอกกับเ้าเพียงครั้งเดียวเท่านั้น จงจดจำไว้ให้ดี”
เสียงนางสะท้อนก้องในโถงราวฟ้าคำราม
บทที่หนึ่ง — มหาเทพ
“เป็พื้นฐานแห่งเทพ ผู้ฝึกต้องปรับสมดุลธาตุทั้งห้าในกาย รากฐานมั่นคงดั่งภูผา พลังจึงไร้วันสั่นคลอน หากรากฐานไม่แข็งแรง... ทุกย่างก้าวหลังจากนี้ล้วนพังทลาย”
เทพฟ้าดินขบกรามแน่น นางเข้าใจแล้วว่าทำไมการเป็มหาเทพจึงมิใช่เื่ง่าย
บทที่สอง — ราชันเทพ
“เมื่อรากฐานมั่น เ้าจะก้าวสู่การควบคุมสรรพสิ่งรอบกาย ดินฟ้า ลมฝนล้วนเชื่อมโยงกัน เพียงชูมือก็อาจเรียกลมพายุ เพียงกระซิบก็เปลี่ยนเมฆฝนให้กระหน่ำทลาย นี่คืออำนาจของราชันผู้ครองโลก”
สายตาเทพฟ้าดินทอประกาย นางััได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่อยู่แค่เอื้อม
บทที่สาม — จักรพรรดิเทพ
“พลังนี้มิใช่เพียงควบคุมธรรมชาติ หากแต่ััถึงแก่นจักรวาล ทั้งการสร้างและการทำลายล้วนอยู่ในมือผู้ฝึก หากใจไม่มั่นคง สมดุลนี้จะกลืนกินเ้า จนไม่เหลือแม้เงาของตัวเอง”
หัวใจเทพฟ้าดินเต้นแรง นางเพิ่งเข้าใจว่าทำไมบทในคัมภีร์เหล่านี้ จึงถูกเก็บไว้เป็ความลับสูงสุดของสำนักเทพอัสนีย์
บทที่สี่ — พรหมเทพ
“เมื่อถึงขั้นนี้ เ้าจะไม่ต่างจากเทพแห่งสรรพสิ่ง จิติญญารวมเป็หนึ่งเดียวกับจักรวาล สรรค์สร้างความจริงใหม่ หรือทำลายทุกสรรพสิ่งลงในชั่วพริบตา”
เทพฟ้าดินรู้สึกถึงแรงกดดันถาโถมราวภูผาบดขยี้ เพียงได้ฟังก็แทบหายใจไม่ออกแล้ว
บทที่ห้า — บรมเทพ
น้ำเสียงเทพีน้ำค้างเหมันต์แปรเปลี่ยนเป็ความดุดันและเย็นะเื “บทสุดท้าย... ที่ไม่อาจเปิดเผยต่อพิภพนี้ ผู้บรรลุขั้นนี้จะครองพลังไร้ขีดจำกัด กลายเป็ผู้ลิขิตชะตาฟ้า สร้างหรือทำลายจักรวาลได้ตามใจ ไร้ซึ่งคู่ต่อสู้ นี่ก็คือเหตุผลที่คัมภีร์บรมเทพถูกปิดผนึกไว้ชั่วกาลนาน”
เสียงคำรามสะท้านก้องกังวานทั่วโถงฝึกวิชา เงาร่างัน้ำแข็งมหึมาแหวกม่านทะเลมรกตเข้าสู่ห้องโถง พลังน้ำแข็งอันเหน็บหนาวแผ่ซ่านออกไปในทุกทิศทาง เกล็ดน้ำแข็งส่องประกายวับวาวปกคลุมราวกับพิภพนี้กำลังถูกแช่แข็ง
เทพฟ้าดินก้าวออกมาข้างหน้า แสงปราณสีทองฟ้าเปล่งประกายรอบกาย “เ้าั! บังอาจรุกรานสถานที่แห่งนี้!”
ทันทีที่สิ้นเสียง นางก็ฟาดฝ่ามือออกไป พลังปราณกลายเป็สายฟ้าฟาดลงตรงหน้า
แต่ัยักเพียงสะบัดหาง เสียง ปึง! ดังกึกก้อง สายฟ้าถูกผลักกระเด็นกลับ ร่างเทพฟ้าดินปลิวถอยไปกระแทกผนัง เืสดพุ่งออกจากมุมปาก
“ไม่…ไม่น่าเชื่อ!” นางครางเบาๆ ด้วยแววตาไม่ยอมแพ้
ทันใดนั้น เทพีน้ำค้างเหมันต์ ก็ก้าวออกมาขวาง นางสะบัดแขนเสื้อยาวขาวสะอาด ปราณน้ำแข็งประสานกับหมอกหิมะปรากฏขึ้นรอบกาย “อย่าทำร้ายศิษย์ข้า!”