เจนเนตรยังไม่เคยพบครอบครัวของนิธิศมาก่อนเธอเพียงเคยได้ยินชายหนุ่มเอ่ยถึงคุณยายอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินว่าท่านชอบทำอาหารเป็พิเศษรสมือท่านอร่อยหาใครเปรียบได้ยาก
ข้อนี้เองทำให้เจนเนตรอยากลองชิมฝีมือของคุณยายสร้อยม่วงสักครั้งหากเป็ไปได้เธอขออาสาเป็ลูกมือท่าน หวังจะเรียนรู้สูตรอาหารเอาไว้เสียบ้าง
ไม่นานรถคันหรูก็มาจอดหน้าบ้านนิธิศชายหนุ่มรีบลงมาเปิดประตูให้เจนเนตรด้วยรอยยิ้มปริ่มเปรมความสุขเธอก้าวลงจากรถพร้อมของฝากในมือเดินเข้าบ้านหลังใหญ่
เข้ามาที่โถงรับแขกเห็นพ่อแม่ของนิธิศพร้อมด้วยคุณยายสร้อยม่วงนั่งรออยู่ก่อนแล้วเจนเนตรยกมือไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม
“ไหว้พระเถอะลูก”
คุณยายรับไหว้เจนเนตรด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็มิตรเธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่หลายคน ทุกคู่สายตาต่างก็จ้องสำรวจมองหญิงสาวผู้มาเยือน
“แหม…ตาธิศ ก็ไหนบอกว่าเป็เพื่อนผู้หญิง แต่ดูแล้วไม่น่าจะใช่” นภาสังเกตเห็นลูกชายเทกแคร์หญิงสาวตรงหน้าไม่น้อยจึงหันไปสนทนากับเธอด้วยสีหน้าเบิกบาน“ตกลงพวกหนูเป็แฟนกันอยู่รึเปล่าจ๊ะ”
“ไม่ใช่แฟนกันค่ะคุณป้าหนูเป็เพื่อนคุณหมอจริงๆ ค่ะ”
ท่าทางไม่ได้รังเกียจของอีกฝ่ายทำให้เจนเนตรรู้สึกซาบซึ้งในใจครอบครัวของนิธิศต่างก็ยินดีต้อนรับเธอ อีกทั้งชายหนุ่มยังที่ท่าทีขวยเขินไม่น้อยเมื่อถูกแม่ถาม
เจนเนตรรู้ดีว่านิธิศชอบเธอมากแค่ไหนทว่าเธอกลับตอบแทนความรู้สึกของเขาได้เพียงแค่เพื่อน เื่ของหัวใจบังคับกันยากจริงๆแม้เธอเองก็อยากมีความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับชายหนุ่ม แต่หัวใจเ้ากรรมกลับไม่ให้ความร่วมมือ
เธอจึงไม่อยากหลอกอีกฝ่ายด้วยการตกลงปลงใจกับสถานะแฟนกลัวเหลือเกินว่าจะทำร้ายจิตใจของคนแสนดีเช่นเขา
“เสียดายจังเลยนะหนูรู้ไหมว่าตาธิศไม่เคยพาผู้หญิงมาบ้านสักครั้ง”
ลูกชายคนนี้อายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว อีกแค่ปีเดียวก็ย่างเข้าสู่วัยเลขสี่ทว่าลูกชายกลับยังใจเย็นไม่ยอมหาคนรู้ใจเพื่อแต่งงานมีหลานให้นภาอุ้มสมใจอยากเสียทีจึงหวังเป็อย่างยิ่งว่าหญิงสาวสะสวยหน้าหวานตรงหน้าจะเป็ว่าที่ลูกสะใภ้ ทว่าทุกอย่างกลับไม่ได้เป็ดังฝัน
“อย่ามัวแต่พูดคุยกันเลยผมหิวแล้ว พวกเราไปทานข้าวกันเถอะคุณ”
เมื่อเห็นว่าพลบค่ำตรัยจึงเอ่ยขึ้นเพราะภรรยามัวแต่โม้ถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจนลืมไปว่าให้แม่บ้านตั้งโต๊ะอาหารรออยู่ก่อนแล้ว
“นั่นสิยายเตรียมกับข้าว ขนมหวานของโปรดของหนูเจนเอาไว้ด้วยนะไม่รู้ว่าจะถูกปากหนูรึเปล่า”
สร้อยม่วงตั้งใจทำอาหารต้อนรับเพื่อนของหลานชายอย่างเต็มฝีมือยิ่งได้ยินว่าเพื่อนคนนี้เป็ผู้หญิงยิ่งตื่นเต้น นิธิศชอบโทรมาเล่าเื่ของเจนเนตรให้ฟังบ่อยๆดูก็รู้ว่าหลานชายชอบหญิงสาวยายอย่างสร้อยม่วงจึงจดจำทุกรายละเอียดที่หลานชายเล่าได้เป็อย่างดี
“จริงเหรอคะหนูขอบคุณคุณยายมากค่ะ อยากลองทานกับข้าวฝีมือคุณยายมานานแล้วค่ะ”
ได้ยินเช่นนั้นทำให้เจนเนตรรู้สึกว่าท้องร้องขึ้นมาทันใดหญิงสาวจึงเดินตามหลังเ้าของบ้านไปที่ห้องอาหาร เห็นกับข้าวมากมายเต็มโต๊ะราวกับเ้าของบ้านตั้งใจต้อนรับหญิงสาวเป็อย่างดี
เธอนั่งลงข้างๆนิธิศ กลิ่นหอมของอาหารไทยหลากเมนูโชยขึ้นกระทบจมูกเล็กยิ่งทำให้น้ำลายไหล ชายหนุ่มคอยบริการตักอาหารจานโน้นถ้วยนี้ให้หญิงสาวอย่างใส่ใจเจนเนตรทานอย่างเอร็ดอร่อยจนลืมไปเลยว่าตัวเองมาเป็แขก
พอรู้สึกตัวอีกครั้งก็อิ่มแปล้เสียแล้วเหลือบมองอาหารบนโต๊ะก็พร่องไปจนเกือบหมด บ่งบอกว่าทุกคนอิ่มแล้วไม่นานขนมหวานก็มาเสิร์ฟ
อาหารมื้อนี้อร่อยเป็พิเศษทำให้เจนเนตรยังคงสามารถทานของหวานต่อได้อีกรู้สึกว่ากระเพาะของเธอขยายอัตโนมัติเพียงแค่ได้ลิ้มรสมือทำอาหารของคุณยายสร้อยม่วง
“ทานเยอะๆนะครับ”
“ค่ะ”
นิธิศเห็นว่าหญิงสาวตั้งหน้าตั้งตาทานอย่างเอร็ดอร่อยพลอยทำให้เขาสุขใจไปด้วย เกิดความอยากบริการเธออย่างนี้ทุกวัน ถ้าเธอยินยอมนะ
“เป็ยังไงบ้างอร่อยไหมหนูเจน”
สร้อยม่วงสังเกตอยู่สักครู่เห็นว่าเจนเนตรเจริญอาหารอีกทั้งยังมีสีหน้าเปี่ยมสุข แสดงว่าเธอชอบอาหารมื้อนี้มากแต่ก็อยากได้ยินจากปากเธอว่ารู้สึกอย่างไร
“คุณยายทำอาหารอร่อยมากค่ะหนูทานแล้วอยากเป็ลูกมือของคุณยายจะได้เรียนรู้เอาไว้ใช้ทำทานเองบ้าง”
“ถ้างั้นคืนนี้ก็พักเสียที่นี่สิจ๊ะ พรุ่งนี้เช้ายายจะสอนหนู อยากทำเมนูอะไรยายพร้อมจะให้คำแนะนำ”
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเองก็ชอบทำอาหารสร้อยม่วงรู้สึกร้อนวิชาอยากนำเคล็ดลับของตัวเองมาเปิดเผยแทบทนรอให้ถึงพรุ่งนี้ไม่ไหว
“เอ่อ…จะดีเหรอคะ พรุ่งนี้หนูค่อยมาใหม่ก็ได้ค่ะ”
เจนเนตรรู้สึกเกรงใจเ้าของบ้านอีกอย่างคอนโดเธอก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านของนิธิศ หากคุณยายสร้อยม่วงไม่รังเกียจสอนเธอพรุ่งนี้ค่อยหาเตรียมวัตถุดิบมาให้ท่านสอนทำอาหาร เพราะเธอว่างสองสามวันพอดี
“จะลำบากไปๆมาๆ ทำไม พักที่นี่เถอะ ห้องหับก็ว่างเยอะแยะ”
สร้อยม่วงอยากให้หญิงสาวพักที่บ้านมากกว่าเดินทางกลับบ้านของตนเพราะรถราในกรุงเทพฯ ติดยาวเหยียด ไม่เหมือนบ้านนอกที่รถวิ่งบนถนนบางๆนึกอยากออกไปไหนเวลาใดก็เดินทางได้อย่างรวดเร็ว
“นั่นสิถ้าพรุ่งนี้หนูเจนว่างก็ค้างที่บ้านเถอะ”
นภาเอ่ยเสริมเมื่อเห็นว่าคุณแม่ชื่นชอบเจนเนตรเป็พิเศษไม่เพียงเท่านั้น เธอเองก็รู้สึกถูกชะตากับเพื่อนของลูกชายไม่น้อยจึงไม่รังเกียจให้หญิงสาวนอนค้างที่บ้าน เธอออกจะยินดีด้วยซ้ำ
“แต่ว่า…”
“คุณก็ค้างที่นี่เถอะคุยเป็เพื่อนคุณยายผม ท่านจะได้ไม่เหงา”
นิธิศอยากให้เจนเนตรมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวของตัวเองให้มากเผื่อว่าเธอจะรู้สึกหวั่นไหวให้เขาบ้าง
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาพยายามจีบเจนเนตรอย่างสุดความสามารถทว่าไม่อาจทำให้หญิงสาวใจอ่อนได้เลย จึงหวังว่าครั้งนี้ครอบครัวจะสามารถช่วยทำให้เจนเนตรเริ่มมีใจให้แก่เขา
“ก็ได้ค่ะ”