“เชื่อหม่อมฉันเถิดเพคะพวกเรามิบังอาจลบลู่ฝ่าบาทกับท่านอ๋องอย่างแน่นอน” เยี่ยนเยว่ฉีอ้อนวอนด้วยท่าทางของสตรีอ่อนแอน่าสงสาร
“ได้! ในเมื่อพูดมาขนาดนี้แล้ว เราจะเชื่อคำเจ้าก็แล้วกัน”พอเห็นนางทำหน้าเศร้าจิตใจของเขาก็ไหววูบ ไม่อาจถือโทษนางได้อีกมิหนำซ้ำยังอยากจะโอบกอดปลอบประโลมยิ่งนัก
“หากท่านอ๋องเมตตาได้โปรดรอเยว่ฉีนะเพคะ” นัยน์ตาหวานล้ำกับน้ำเสียงอันออดอ้อนของนางทำให้มู่เลี่ยงหรงหูแดงซ่านเลือดในกายของเขากำลังเดือดพล่าน ต้องควบคุมสติระงับไม่ให้รีบร้อนครอบครองริมฝีปากสีกลีบกุหลาบอันแสนจะยั่วยวนเสียตอนนี้
“อย่าปล่อยให้เรารอนานเกินไปเล่าพระจันทร์ดวงน้อย”มู่เลี่ยงหรงตัดใจถอยห่างจากเยี่ยนเยว่ฉีทีละก้าว ๆ จากนั้นจึงพยักหน้าให้คู่หมั้นเป็นเชิงอนุญาตให้นางเข้าสู่ห้องพักของตนเองได้
“เพคะ”เยี่ยนเยว่ฉีส่งรอยยิ้มสะกดใจให้เขาอีกครั้ง ก่อนค่อย ๆเดินเข้าประตูห้องพักด้วยกิริยาอ้อยอิ่ง นางช้อนตาขึ้นสบกับดวงแก้วสีนิลของเขาตลอดเวลาจนกระทั่งประตูไม้สนขัดมันบานใหญ่ปิดกั้นคนทั้งสองออกจากกัน
ฉินอ๋องพยายามใช้ความคิดตลอดทางที่เดินมาเท่าที่ฟังปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เป็นความคิดของเยี่ยนเยว่ฉีคนต้นคิดน่าจะเป็นพี่ชายผมสีเงินของนางต่างหากสีหน้าแววตาที่ดูมั่นอกมั่นใจในคำทำนายนั้นทำให้เขาเชื่อว่าคู่หมั้นของตนเองไม่ได้โกหกเขาเคยลงไม้ลงมือกับกุนซือหนุ่ม เป็นไปได้ว่าบุรุษหน้าตายผู้นั้นอาจแค้นเคืองต้องหาทางให้เจ้าจิ้งจอกยอมจำนนจนไม่อาจประวิงเวลาได้อีกต่อไปจากนั้นใบหน้าของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายลอยเข้ามาในห้วงคิด
‘จริงสินะ ข้ายังมีเพียงพอนข้างบัลลังก์’
ภายในห้องพัก
เสียงฝีเท้าของฉินอ๋องเบาลงเรื่อยๆ เยี่ยนเยว่ฉียังคงได้ยินเสียงหัวใจตนเองเต้นถี่ฝ่ามือทั้งสองทาบอยู่บนบานประตูขัดมันบานใหญ่สายตาจดจ้องผิวไม้ราวกับมองทะลุไปถึงอีกฝั่ง
ยามนี้บุตรีท่านแม่ทัพใหญ่รู้สึกเหมือนกำลังไขว่คว้าหาอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่สามารถจับต้องได้ นางวิ่งตามจนเหนื่อยล้าไปหมด แต่ครั้นจะตัดใจเลิกราเขากลับเป็นฝ่ายรั้งหัวใจของนางเอาไว้ด้วยการรุกเร้าและใช้คำพูดแสนเอาแต่ใจสุดท้ายนางก็ทำอะไรไม่ถูกเหตุการณ์เมื่อครู่ยิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีว่ามู่เลี่ยงหรงร้ายกาจเหลือเกิน เขาไม่เคยยอมลดราวาศอกเพียงแค่นางตัดพ้อเล็กน้อย ก็ถูกเขาตอบโต้เสียอยู่หมัด
ทั้งที่ควรจะเกลียดบุรุษร้ายกาจอย่างฉินอ๋องแต่สิ่งเหล่านี้กลับเสริมให้เขามีเสน่ห์ท้าทายสมเป็นพยัคฆ์ร้ายที่ยากจะต่อกร
“ฉีเอ๋อร์เจ้าจะมองประตูบานนั้นอีกนานหรือไม่”
นางสะดุ้งตื่นจากภวังค์ รีบหันกายไปทางต้นเสียง “พี่รอง”
“เต้าหู้ของเจ้ายังไม่ทันได้ขายก็ถูกขโมยกินเสียแล้ว” มุมปากเผยรอยยิ้มมีเลศนัย เยี่ยนจิ้นหลิงโบกพัดหยกม่วงช้าๆ มองแล้วชวนให้อยากมุดดินหนี
“เยว่ฉีละอายใจยิ่งนัก”“ดูเหมือนว่าเสน่ห์ของเขาทำให้น้องสาวของข้าย่ำแย่เอาการ”
“คือว่า...”เยี่ยนเยว่ฉีก้มหน้านิ่ง อับอายอยู่ไม่น้อยที่พี่ชายคนรองอ่านใจนางออก
เยี่ยนจิ้นหลิงเขยิบเข้ามาใกล้น้องสาวที่กำลังก้มหน้ากัดปากอย่างลำบากใจนิ้วเรียวเชยคางของนางขึ้นเล็กน้อย เขาคลี่ยิ้ม นัยน์ตาหงส์มองหญิงสาวที่กำลังอยู่ในห้วงเสน่ห์หาอย่างเอ็นดูรักใคร่
“พี่รู้ว่าเจ้าชอบเขามากนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผิด ไม่ต้องรู้สึกอายอะไรทั้งนั้น”
“ฉินอ๋องคิดอะไรอยู่ฉีเอ๋อร์ไม่อาจล่วงรู้ได้เลย บางครั้งเขาวางท่าสูงส่งเย็นชาเสมือนยอดภูเขาอันหนาวเหน็บที่ไม่อาจเดินทางไปถึง ช่างไกลเกินเอื้อมแต่บางเวลาเขากลับเข้ามาใกล้ชิดประหนึ่งว่าข้านั้นเป็นคนสำคัญ แต่ไม่ทันไรก็ทำเหมือนว่าไม่ไยดีอีกแล้วฉีเอ๋อร์เหนื่อยเหลือเกินพี่รอง”
“ขอคำถามสั้นๆ ที่เจ้าต้องการจะรู้จริง ๆ ดีกว่าฉีเอ๋อร์”
“ฉินอ๋องชอบน้องสาวจากใจจริงหรือไม่กันแน่”
“อะไรทำให้คิดไปว่าเขาอาจจะไม่มีหัวใจอันแท้จริงให้แก่เจ้าเล่า”
“...ถางซือเซียน”เยี่ยนเยว่ฉีตอบด้วยน้ำเสียงปนเศร้า
“อ่อฉินอ๋องมีใจให้เจ้าไม่ผิดแน่ แต่จะมากมายเพียงใดพี่เองก็สุดรู้ส่วนเรื่องถางซือเซียน...เจ้าลืมไปเสียเถิด นางไม่ได้มีวาสนากับเขา ทีนี้เจ้าคงสบายใจขึ้นบ้างกระมัง”เยี่ยนจิ้นหลิงยกยิ้มจนตาหยี
พลันเยี่ยนเยว่ฉีพูดสิ่งที่นางสงสัยออกมา“หากนางไม่ได้มีใจให้ฉินอ๋องอย่างที่พี่รองว่า เช่นนั้นนางต้องชอบจ้าวเฟิงเหลยแน่นอน”
“...”เยี่ยนจิ้นหลิงมองเยี่ยนเยว่ฉีคล้ายตามไม่ทัน
“พี่รองไม่รู้จักเขาหรือก็จ้าวจวิ้นอ๋องอย่างไรเล่า”
“...”บุรุษผมสีเงินขมวดคิ้วน้อย ๆ
เยี่ยนเยว่ฉีอดรู้สึกแปลกใจในท่าทีของพี่ชายคนรองไม่ได้แต่กระนั้นก็ยินดีจะพูดถึงสิ่งที่นางได้พบเห็นในวันนี้ให้เขาฟัง
“วันนี้น้องเห็นถางซือเซียนทำท่าทางขวยอายยามจวิ้นอ๋องสนทนาด้วยเขามองนางราวกับจะกลืนกินเชียวล่ะ”
“เหอะ! จ้าวจวิ้นอ๋องไม่มีทางได้นางเป็นภรรยา” เยี่ยนจิ้นหลิงเหยียดปากดูแคลน
“แต่น้องสาวรู้สึกได้ว่าถางซือเซียนกับจ้าวจวิ้นอ๋องมีความรู้สึกบางอย่างต่อกัน”
“...”เยี่ยนจิ้นหลิงกำพัดหยกม่วงในมือแน่น เขาหันหลังให้น้องสาวที่เริ่มจะเผยความคิดของตนเองมากเกินความจำเป็น“น้องเล็ก หยุดพูดเรื่องนี้เสียที ใครจะชอบใครมันก็มิใช่กงการอะไรของเจ้าเอาเป็นว่าเรื่องคุณหนูถาง ข้าจะเป็นคนไปจัดการเอง เจ้าก็จงวางใจเสียเถิดจิ้งจอกสีเงินจะไม่ปล่อยให้สตรีผู้นั้นเป็นขวากหนามตำใจน้องสาวสุดที่รักได้อีก”
“เจ้าค่ะ”เมื่อพี่ชายไม่อยากสนทนาเกี่ยวกับจ้าวจวิ้นอ๋องและน้องสาวอัครเสนาบดีเยี่ยนเยว่ฉีจึงไม่เล่าอะไรต่อ แล้วกลับมาทบทวนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเองอีกครั้ง
แม้คุณหนูถางผู้นั้นจะไม่มีวาสนาต่อฉินอ๋องก็ตามแต่สตรีนางใดเล่าจะทนเห็นสตรีอื่นคอยเดินตามบุรุษของตนราวกับเงาได้แต่เมื่อพี่ชายคนโปรดยืนยันว่าจะเป็นคนจัดการหญิงน่าตายผู้นั้นด้วยตนเองนางก็จะไม่ก้าวก่าย
เยี่ยนเยว่ฉีจึงตัดสินใจวกกลับมาสนทนาต่อด้วยเรื่องที่ยังค้างคา
“แล้วน้องจะรู้หัวใจของฉินอ๋องได้อย่างไร”
“เรื่องนั้นง่ายมากเพียงต้องเกาให้ถูกที่คัน” บุรุษผมสีเงินเผยแววตาเจ้าเล่ห์แสนกล
“ขอจิ้งจอกสีเงินแห่งแคว้นชี้แนะข้าน้อยด้วย”เยี่ยนเยว่ฉียิ้มตอบจนตาหยี
เยี่ยนจิ้นหลิงขยับเข้าไปใกลแล้วกระซิบกระซาบสองสามประโยคนางทำตาโต ตกใจไม่น้อย
“จะดีหรือพี่รอง”
“ย่อมดีเขาทำให้เจ้าสำลักน้ำส้มเกือบร้อยไหได้แล้วกระมัง แล้วทำไมจะเอาคืนบ้างมิได้”
“ข้ากลัวท่านอ๋องจะมีโทสะน่ะสิเขาอาจหาทางลงโทษผู้อื่นอย่างหนักก็ได้”
“ถ้ากลัวก็ไม่ต้องแต่หากอยากรู้เจ้าก็ต้องเสี่ยง” เยี่ยนจิ้นหลิงโบกพัดในมือ “เจ้าควรจะหวั่นใจว่า ฉินอ๋องจะไร้โทสะเสียมากกว่าเพราะหากเป็นเช่นนั้นเจ้าคงรู้ตัวกระมังว่าน้ำหนักของเจ้าในใจของเขามัน...เบาเพียงใด”
“ฉีเอ๋อร์ต้องการรู้ว่าตนเองอยู่ส่วนไหนในใจเขาไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไรก็ตาม”
“หืม...ตกลงตัดสินใจได้หรือยังจิ้งจอกน้อยของพี่”
“คงมีแต่ต้องทำตามแผนของพี่รองแล้ว”
“ดีกล้าหาญแบบนี้สิจึงจะสมเป็นน้องสาวข้า”
“ไม่เชื่อจิ้งจอกสีเงินตัวโตแล้วจะให้จิ้งจอกน้อยอย่างฉีเอ๋อร์ไปเชื่อผู้ใดเล่า”
“เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ข้าจะไปเตรียมการให้เจ้าก่อน”
“เชิญพี่รองเจ้าค่ะ”
เยี่ยนเยว่ฉีเดินไปเปิดประตูให้พี่ชายเมื่อเขาออกไปแล้ว สีหน้าและแววกังวลพลันบังเกิด ด้วยหวั่นใจถึงผลที่จะตามมาของแผนการท้าทายฉินอ๋องในครั้งนี้
เยี่ยนจิ้นหลิงย่างเท้าออกไปพร้อมกับรอยยิ้มกระหยิ่มลำพองอากัปกิริยาไม่รีบร้อน แต่จุดมุ่งหมายคือห้องพักห้องหนึ่งในบริเวณส่วนรับรองของขุนนาง
บุรุษผมสีเงินหยุดที่หน้าประตูบานหนึ่งจากนั้นจึงเคาะเบา ๆ สองสามที ประตูถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว
เมื่อเจ้าของห้องพักเห็นว่าผู้มาเยือนเป็นใครก็คลี่ยิ้มยินดีจากนั้นจึงค่อยผายมือเชื้อเชิญให้เยี่ยนจิ้นหลิงเข้าไปในห้องด้วยท่าทางกระตือรือร้นจิ้งจอกหนุ่มยิ้มขอบคุณ แล้วเดินตามเข้าไปภายในทันที