หลังจากที่ทุกคนรู้แล้วว่าตนนั้นได้อยู่หน่วยใดกันบ้าง ศิษย์ร่วมวิชาก็ได้เห็นหน้าตากันหมดแล้ว ยามนี้ไม่มีสายตาดูถูกดูแคลน ปู้มั่วเสวียนออกมาให้เห็นได้ชัดเจนจากคนอื่นแล้ว แม้จะมีบางคนยังไม่เชื่อว่าปู้มั่วเสวียนจะดีพอเข้ามาเรียนวิชาต่อสู้ได้ แต่ความไม่พอใจเล็กๆ นั้นก็เก็บไว้เพียงแค่ในใจ
ปู้มั่วเสวียน หูชิงไค และฉาวจี่หางเป็ศิษย์ที่พึ่งเข้ามาเรียนวิชานี้ถือว่าหน่วยสามเป็หน่วยที่มีเด็กใหม่มากที่สุด หน่วยหนึ่งมีเด็กไม่หนึ่งคน หน่วยสองมีเด็กใหม่สองคน หน่วยสามมีสามคน ทั้งสามคนยืนอยู่ร่วมกลุ่มกับศิษย์ทั้งเจ็ดคน ถือว่าทั้งสามคนเป็ศิษย์น้องของหน่วย
อาจารย์ผู้ช่วยทั้งสามเดินมาชูใบรายชื่อและตารางฝึกของแต่ล่ะหน่วย หน่วยสามของปู้มั่วเสวียนจะต้องหาผู้นำของกลุ่ม ยามนี้มีผู้ท้าชิงอยู่จำนวนสองคน ทุกคนมีสิทธิเป็ผู้นำกลุ่มได้เพราะความเป็ผู้นำนั้นวัดกันที่ความสามารถ ข้าทั้งสามคนจะช่วยพวกเ้าคัดเลือกหัวหน้าหน่วย
เสียงของอาจารย์ผู้ช่วยทั้งสามเอ่ยเสียงดังทำให้ศิษย์ทุกคนพุ่งความสนใจไปยังพวกเขาทันที
ใบรายชื่อหรือใบตารางฝึกนี้ของพวกเ้านี่ถือเป็ตัวตัดสิน ไม่ว่าจะเป็คนใดในหน่วยที่สามารถแย่งชิงใบนี้จากมือพวกข้าทั้งสามไปได้จะถือว่าได้รับใบรายชื่อและใบตารางฝึกโดยชอบธรรม ส่วนกลุ่มใดชิงใบรายชื่อนี้ไปไม่ได้ก็จะไม่มีโอกาสได้ฝึกดังเช่นตาราง ทั้งนี้คนที่ชิงใบรายชื่อไปได้ มิใช่ว่าจะเป็หัวหน้าหน่วยได้ทันที คนผู้นั้นสามารถเลือกได้ว่าจะเลือกผู้อื่นเป็หัวหน้าหรือเลือกตนเองก็ได้
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง เหมือนว่าครั้งนี้จะทดสอบการทำงานแบบกลุ่มแต่ก็วัดความสามารถทักษะส่วนตัวอีกแล้ว
"เวลาของพวกเ้าที่จะชิงใบรายชื่อนี้ไปเริ่มั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป โดยไม่มีกำหนดหมดเวลายกเว้นแต่...จะมีฝ่ายตรงข้ามมาชิงไปทำลาย"
สิ้นเสียงอาจารย์ผู้ช่วย พวกเขาก็ะโหนีหายจากบริเวณนั้นทันที
"พวกเรารีบตามพวกอาจารย์ผู้ช่วยไปกันเถอะ "
เสียงของคนหน่วยหนึ่งดังขึ้นก็เห็นพวกเขาพากันวิ่งออกจากลานฝึกนี่ทันที
หน่วยสองก็ไม่ยอมแพ้รีบตามกันไปติดๆ
หน่วยสามนั้นบางส่วนก็เริ่มลังเลจะตามไป แต่ก็มีเสียงของคนผู้หนึ่งดังขึ้น
"ข้าว่าพวกเขาอาจจะเตรียมการไว้เป็อย่างดีจึงบอกว่าให้เวลาเราหาใบรายชื่อได้ั้แ่วันนี้จนถึงไม่มีกำหนด เป็ไปได้ว่าอาจจะต้องใช้เวลากันสักหน่อยในการติดตามใบรายชื่อของหน่วยกลับมา "
"เ้ากล่าวมาก็มีเหตุผล คนนิสัยเช่นอาจารย์สืออี ไม่ได้จะทำอะไรให้มันง่ายจริงๆ อาจารย์ผู้ช่วยก็เช่นเดียวกัน "
สองคนที่กล่าวออกมาดูเหมือนจะเป็รู้จักกัน และรู้จักอาจารย์สืออีมากในระดับหนึ่ง
"ความจริงพวกอาจารย์ผู้ช่วยก็เป็ศิษย์พี่มากฝีมือของพวกเราที่ถูกยกขึ้นไปเป็อาจารย์ผู้ช่วย "
"ข้ายังเคยฝึกร่วมกับพวกเขา มาก่อน แต่เพราะไม่เป็ผู้ที่ถูกเลือกจึงมีฐานะแตกต่าง"
ปู้มั่วเสวียนได้ยินก็รู้สึกว่า นี่ใช่หรือไม่ที่เรียกว่าธุรกิจครอบครัว
"ข้าสองคนเป็สหายกัน ขอแนะนำตัวกับพวกเ้าทุกคน ข้าคือหลัวซันหลาง"
"ส่วนข้าคือ จ้าวเลี่ย ดูท่าแล้วข้ากับสหายคงเป็คนมีอายุมากที่สุดในหน่วย"
"ข้ากับจ้าวเลี่ยหวังจะได้ผู้ที่เหมาะสมเป็ผู้นำหน่วยเรา พวกข้าจะไม่ใช้ความศิษย์พี่ที่ฝึกมานานตั้งตนเป็หัวหน้า ทุกคนที่มีความสามารถจะต้องก้าวขึ้นมาเป็ผู้นำกลุ่มของเราได้ทุกคน"
วาจาการพูดของทั้งสองคนทำให้ปู้มั่วเสวียนและคนอื่นๆ ในหน่วยรู้สึกเข้าใจถึงเหตุผลที่ทั้งสองถึงยังสามารถยืนหยัดอยู่ในวิชาต่อสู้ของอาจารย์สืออีได้ ทั้งสองคงมีความสามารถพอตัวและที่สำคัญความถ่อมตัวของทั้งสองนั้นทำให้ปู้มั่วเสวียนรู้สึกเลื่อมใสไม่น้อย
"ศิษย์น้องทั้งหลาย ไว้พรุ่งนี้ตอนเที่ยงหลังทานอาหารเสร็จ ก่อนจะไปเรียนวิชาเลือก เราไปพบกันที่เขตเป่ยซูอาสักหน่อยเถอะ "
หลัวซันหลางเอ่ยออกมาเหมือนเขารู้แล้วว่าควรทำเช่นไรต่อ กล่าวเช่นว่าหายังไงวันนี้ก็ไม่สามารถได้ใบรายชื่อกลับมาได้แน่นอน
เมื่อเห็นว่าหลายคนเห็นด้วย ก็ถือเป็อันตกลง ยามนี้ผู้คนในหน่วยสามก็ทยอยกันจากไปแล้ว เหลือ สามเด็กใหม่ ศิษย์พี่หลัวซันหลาง จ้าวเลี่ย และอีกสองคนที่นั่งอยู่ห่างไกลผู้คน หูซิวหยาง สวีเหรินอู๋
ปู้มั่วเสวียนกำลังจะเดินนำกลุ่มของตนออกจากบริเวณนั้น แต่ศิษย์พี่หลัวซันหลางกับจ้าวเลี่ยเดินมุ่งมายังปู้มั่วเสวียน เมื่อเห็นเช่นนั้นปู้มั่วเสวียนจึงหยุดเดินแล้วเห็นมาสนทนากับศิษย์พี่ทั้งสอง สองคนนี้รอให้เหลือคนน้อยลงแล้วเดินมายังปู้มั่วเสวียนอาจจะมีเื่สำคัญใดจะกล่าวเป็แน่
"คารวะ ศิษย์พี่ทั้งสอง"
"ยามนี้เ้าเป็ศิษย์น้องของพวกข้าและมีอาจารย์คนเดียวกันด้วยเช่นนี้ ถือเป็คนกันเองแล้ว"
"ศิษย์พี่ช่างเป็คนอัธยาศัยดีนัก ข้ารู้สึกยินดีที่ได้เป็ศิษย์ร่วมอาจารย์เดียวกับท่าน "
จ้าวเลี่ยเอ่ยเช่นนี้ก็ดูเป็การเข้าหาปู้มั่วเสวียนได้อย่างมีไมตรี
"พวกเ้าทั้งสามเป็ศิษย์ใหม่และยังอยู่ในหน่วยเดียวกับพวกข้าด้วย หากมีปัญหาใดก็สามารถปรึกษาพวกข้าได้ "
ศิษย์ใหม่ทั้งสามเอ่ยขอบคุณศิษย์พี่ทั้งสองอย่างนอบน้อมถึงอย่างไรก็สมควรเคารพศิษย์พี่สองคนนี้พวกเขาดูไม่เป็พิษภัยทั้งยังมอบไมตรีมาให้อย่างใจดี สนทนากันไปเล็กน้อยจึงได้แนะนำตัวกัน
"ข้าฉาวจี่หาง"
"ข้าชิงไค"
"ข้าปู้มั่วเสวียน "
"ซันหลางกับข้าหวังว่าพวกเ้าจะเรียนวิชานี้อย่างสนุก แต่ถึงเช่นนั้นข้าก็รู้สึกเป็ห่วงเ้าไม่น้อย "
จ้าวเลี่ยกล่าวได้ดังนั้นก็มองไปยังปู้มั่วเสวียน ใจเขาไม่ใช่ว่าดูถูกปู้มั่วเสวียน แต่ด้วยความที่เห็นนางเป็สตรีคนหนึ่งจึงรู้สึกเป็ห่วงเล็กน้อย แม้ปู้มั่วเสวียนจะได้ก้อนผ้า ถึงสองก้อนมา เขาก็ยังรู้สึกว่า ปู้มั่วเสวียนอาจจะได้รับอันตรายจากการฝึกหลังจากได้รับตารางฝึกมา
"ศิษย์พี่ท่านไม่รู้เสียแล้ว อย่าดูเบามั่วเสวียนไปเลย ข้ายังต้องพึ่งพามั่วเสวียน "
หูชิงไครู้สึกรับไม่ได้ที่มีคนมองว่าปู้มั่วเสวียนอ่อนแอกว่าตน รับไม่ไหวจริงๆ
"เ้าถึงกับยอมรับในฝีมือของนาง ข้ากับจ้าวเลี่ยคงมองศิษย์น้องมั่วเสวียนผิดไป หากเ้ามีเื่ใด้ารับคำแนะนำสามารถปรึกษาพวกข้าได้เสมอ "
"ขอบคุณสำหรับความหวังดี ขอรับด้วยใจ ข้ามีปัญหาอยู่เื่หนึ่งพอดี"
ปู้มั่วเสวียนกล่าวถึงเพียงเท่านี้ก็หยุดไปแล้วทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาอย่างที่คนได้ยินแล้วก็รู้สึกว่าต้องเป็เื่ที่ใหญ่แน่นอน
"ข้าอยากให้พวกท่านแนะนำหอโคมเขียวในเมืองหลวงขึ้นชื่อให้ข้าทราบสักหน่อยเถิด"
"เอ่อ..."
ไม่เพียงศิษย์พี่ทั้งสองที่โดนคำถามเหล่านี้จู่โจม หูซิวหยาง สวีเหรินอู๋ก็มองมาไม่ต่างกัน ยิ่งไปกว่านั้น สหายข้างกายทั้งสองของปู้มั่วเสวียนก็ไม่ต่างกับทุกคน
ไรท์ขอมอบของขวัญปีใหม่ให้ทุกคนด้วยนิยายตอนนี้นะคะ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีความสุขสมหวังกับปีใหม่นี้นะคะ ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ